[Fic SJ] Ultimate Gravity 13 [Siwon/Hangeng]
posted on 11 Dec 2011 07:53 by dakki in UltimateGravitySuper Junior FanFiction
Title: Ultimate Gravity 13
Author: Dakki
Pairing: Siwon/Hangeng
Category: Drama, Romance
Rate: PG-13
Author: Dakki
Pairing: Siwon/Hangeng
Category: Drama, Romance
Rate: PG-13
[Fic SJ] Ultimate Gravity 13
“อ้วน”
ลี ทงเฮเดินอาดๆเข้ามาหาคิม คิบอม เสื้อยืดสีขาวพอดีตัวที่เขาสวมอยู่รัดติ้วไม่แพ้อีกคนที่เขาเพิ่งด่าว่า ‘สมบูรณ์เกินไป’ อยู่หยกๆ คิบอมเลิกคิ้วสูง ปฏิเสธไม่ออกจริงว่าเขาอ้วนจนแก้มแทบแตกเสื้อแทบปริ แต่อีกคนก็ไม่แพ้กันล่ะว้า
“พี่ทงเฮก็ไม่ได้ผอมหรอกนะ” คิบอมตอบ ปลาน้อยใช้หมัดลุ่นๆต่อยเบาๆทีต้นแขนของคิบอมที่บวมเป่ง ไขมันทั้งนั้นไม่ใช่กล้ามเนื้อหรอกนะ
“นายน่าจะน้อยกว่าฉันซี่! ฉันน่ะกินๆนอนๆทั้งวันของแท้ แต่นายยังมีงานถ่ายละครบ้างนะ”
“ก็เขาเลี้ยงดีนี่” คิบอมตอบแล้วอมยิ้มแบบที่ทำให้ตาหาย ทงเฮโคลงศีรษะอย่างกวนๆ
“อ้วน!”
ก่อนจะผละไปสมทบกับฮยอกแจและเรียวอุคที่เล่นอะไรกันอยู่ไม่ไกล คิบอมมองตามปลาน้อยแล้วอมยิ้มอยู่คนเดียว
“คิบอม...” เด็กหนุ่มแก้มกลมหันไปตามเสียงเรียกชื่อเขา แขนแกร่งของซีวอนโอบไหล่หนาของเขาก่อนเด็กหนุ่มร่างสูงจะยืนทิ้งน้ำหนักใส่คิบอมด้วยท่าทีสบายใจ
“มีอะไรพี่ซีวอน?” เขาเอ่ยถามอย่างไม่ได้ใส่ใจนัก เดาเอาว่าอีกคนก็คงแค่เดินมาทักเขาไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ
“เปล่า” ซีวอนดูอารมณ์ดีอย่างไรบอกไม่ถูก เขาเอียงศีรษะมาพิงศีรษะของคิบอม มองคนนู้นคนนี้ในวงไปเรื่อยเปื่อย คิบอมเลิกคิ้วสูง
“ไปทำอะไรมาล่ะ ดูอารมณ์ดีเหลือเกินนะ” เขาแซว
“หืม ก็ไม่ได้เจอทุกคนแบบครบๆตั้งนาน ก็ต้องอารมณ์ดีสิ” ซีวอนตอบเรื่อยๆ คิบอมยกยิ้ม
“แน่ใจเหรอว่าอยากเจอคนอื่นจริง? เห็นอยู่ที่หอผมอารมณ์ดีกว่านี้อีกนี่”
กะว่าจะแซวเล่น แต่คิบอมเห็นซีวอนมุ่นหัวคิ้ว สีหน้าครุ่นคิดเป็นจริงเป็นจังกับคำพูดของคิบอม “นั่นก็มีความสุขดี แต่นี่มันอีกแบบนึง”
เด็กหนุ่มร่างสูงไม่เปิดโอกาสให้คิบอมยิงคำถามต่อ เขาผละออกไปหาลีทึกที่เพิ่งเดินเข้ามารวมกลุ่มแล้วทักทายคนแก่ที่สุดในวงด้วยการกอดและหอมแก้มตามสไตล์ คิบอมมองตามหลังของซีวอนไป อยากรู้นักว่าแบบนี้กับแบบนั้น ในสายตาของซีวอนมันต่างกันยังไงหรือ
การถ่ายแบบรวมของสมาชิกในบริษัท SM Town ดำเนินไปอย่างสนุกสนาน ทุกคนใส่เสื้อยืดสีขาว และแปลกแต่จริง คิบอมเพิ่งตระหนักว่าเสื้อยืดสีนี้มันช่างพรางอะไรไม่ได้เอาเสียเลยหนำซ้ำยังทำให้ดูอืดขึ้นกว่าเดิมสิบเท่า บางคนดูอ้วนด้วยภาพลวงตาของเสื้อยืด ในขณะที่บางคนก็น้ำหนักขึ้นด้วยความสัตย์จริง อย่างเขา เป็นต้น
เสียงแชะจากหล้องถ่ายรูปดังขึ้นข้างหลังเขา มันไม่ใช่เสียงจากกล้องของช่างภาพเพราะช่างภาพยังตั้งกล้องไม่เสร็จเลยนี่ คิบอมเลิกคิ้ว เขาหันไปมองข้างหลัง จากมุมเงยที่คิบอมนั่งอยู่บนม้าเตี้ยๆ เขาเห็นซีวอนกับฮันกยองที่ยืนคู่กันอยู่ด้านหลังกำลังถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนานด้วยโทรศัพท์มือถือของซีวอน...จริงๆแล้วคือซีวอนเป็นคนถ่ายเสียมากกว่า
“ขออีกรูป” ซีวอนสั่ง เขากำลังถ่ายรูปเดี่ยวฮันกยอง จะถ่ายไปทำไมไม่ทราบ เจอกันก็ทุกวันอยู่แล้วนี่? คิบอมนึกอย่างหมั่นไส้
“พอแล้ว” ฮันกยองเอ่ยขึ้นหลังจากซีวอนกดถ่ายรูปไปอีก 2 แชะ ชายหนุ่มร่างโปร่งยิ้มเขิน
“งั้นมาถ่ายคู่กันก่อน” ซีวอนไม่ยอมหยุดง่ายๆ เขาใช้แขนแกร่งโอบรอบคอฮันกยอง มือขวาถือกล้องให้ห่างลำตัวที่สุด ใบหน้าของทั้งคู่แนบกันสนิท แก้มชนแก้ม คิบอมคิดอยู่หลายครั้งแล้วว่าแก้มของฮันกยองคงนิ่มพิลึกเพราะเห็นซีวอนพิศวาสมันเสียจริง
“พอแล้ว!” ฮันกยองหัวเราะคิกคักในขณะที่ซีวอนดึงมือเข้ามาแล้วกดโทรศัพท์ดูผลงานของตัวเอง
“โหย หน้าผมใหญ่บะเอ้กเลยอ้ะ! ขออีกรูปน๊าๆๆๆ”
คิบอมกลอกตาอย่างเบื่อหน่าย รู้แล้วว่ารักกันโว้ย!!!
การถ่ายแบบเป็นไปอย่างสนุกสนาน พวกเขาแค่ทำท่าบ้าๆบอๆอะไรก็ได้ที่ทำให้เห็นว่าพวกเขารักและเอ็นดูกันปานจะแหกตูดดม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องออกมาดูดีมีสง่าราศีสมเป็นสมาชิกราชวงศ์ลิงด้วย ซีวอนทำท่าล็อกคอฮันกยองอย่างเอ็นดูจัด และคนจีนที่ไม่รู้จะเอามือไว้ตรงไหนก็เลยล็อกคอคิบอมที่นั่งอยู่หน้าเขาต่อเป็นระลอก
“นี่จะบีบคอฉันให้ตายเลยหรือไง?” ฮันกยองหันไปถามซีวอนขำๆเมื่อช่างภาพหยุดรัวชัตเตอร์แล้วสั่งให้เปลี่ยนท่า เด็กหนุ่มร่างสูงแกล้งออกแรงรัดคอฮันกยองให้หนักกว่าเดิม ชายหนุ่มร่างโปร่งเซไปข้างหลังตามแรงดึงแล้วเลยลากคอคิบอมตามไปด้วย เพราะไม่ทันตั้งตัวเด็กหนุ่มแก้มกลมเลยแทบตกเก้าอี้ “ซีวอน! เล่นอะไรแรงๆเนี่ยคิบอมเขาเดือดร้อนด้วยเลยเห็นไหม!?” ฮันกยองโวยวายเสียงแหบ แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ยอมปล่อยแขนจากคอของคิบอม รู้แล้วทำไมยังไม่เปล่อยล่ะ? นี่จงใจแกล้งกันใช่ไหมเนี่ย!?
“เกิงไปกอดคอคิบอมมันทำไมล่ะ?” คิบอมได้ยินเสียงแข็งๆของซีวอนดังขึ้นข้างหลัง อืม...แบบนี้เรียก ‘รัดคอ’ ไม่ใช่ ‘กอดคอ’ นะจ๊ะซีวอนจ๋า
“แล้วทำไมจะกอดไม่ได้ล่ะ?”
น้ำเสียงของฮันกยองฟังดูท้าทายอย่างไรชอบกล และคิบอมก็รู้สึกเสียวสันหลังขึ้นมาตะหงิดๆ ณ จุดนี้ ทำไมต้องลากตูเข้ามาเกี่ยวด้วยล่ะเนี๊ย!?
ซีวอนเงียบไป และคิบอมก็ได้ยินเสียงสไตลิสต์สั่งเตรียมพร้อมสำหรับการถ่ายช็อตต่อไป เด็กหนุ่มแก้มกลมขยับยุกยิกขัดขืนแรงรัดคอของฮันกยอง และชายหนุ่มชาวจีนก็ปล่อยเขาหลุดออกมาอย่างง่ายดาย
เด็กหนุ่มไม่ได้หันไปมอง แต่จากประสาทสัมผัสอื่นๆ คิบอมก็บอกได้ว่าซีวอนกับฮันกยองเงียบเสียงไปเพียงครู่เดียวก่อนจะกลับมาส่งเสียงหัวเราะคิกคักใส่กันอีกครั้ง เขาไม่เคยเห็นสองคนนี้งอนหรือโกรธกันนานๆเลย ไม่แน่พวกเขาอาจจะถึงขั้นขาดใจตายหากไม่ได้คุยกันทุกๆ 2 นาทีก็เป็นได้ ก็ดูเอาสิตั้งแต่นั่งรถออกมาด้วยกันจากหอจนถึงบัดนี้ คิบอมยังไม่เห็นซีวอนกับฮันกยองหยุดกระซิบกระซาบและหัวเราะคิกคักใส่กันได้นานถึง 3 นาทีเลย
งานเสร็จในที่สุดและคิบอมก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ห้าโมงเย็นแล้วและวันนี้เขาก็ไม่มีงานที่อื่น พวกเขากล่าวขอบคุณสตาฟฟ์ โค้งคำนับทีมงานอย่างมีมารยาทก่อนจะตบหลังตบไหล่ให้กำลังใจกันและกัน คิบอมเดินไปยังห้องแต่งตัว ซีวอนเดินกอดคอฮันกยองอยู่หน้าเขา ข้างๆฮันกยองคือฮีชอลที่เดินปั้นปึ่งอารมณ์ไม่ดีอย่างเห็นได้ชัด และคิบอมก็พอจะรู้ด้วยเล่าเออว่าทำไม
เพราะฮันกยองกับซีวอนตัวติดกันอย่างกับตังเมมาทั้งวัน
เขาดูออกด้วยซ้ำว่าฮันกยองเองก็รู้ว่าฮีชอลโกรธ แต่ชายหนุ่มชาวจีนทำเป็นไม่เห็นไม่สนใจ หรืออีกอย่างหนึ่งก็คือเขาเห็นเขาสนใจแต่ไม่รู้จะทำอย่างไรกับไอ้เด็กโข่งมือปลาหมึกที่เกาะแกะเขามาทั้งวันนี่ดี
พวกเขาเดินเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องแต่งตัว และตลอดเวลาที่ถอดเสื้อและสวมเสื้อของตัวเองกลับคืนอีกทั้งตอนเก็บข้าวของลงกระเป๋า ซีวอนก็จ้อไม่หยุด ฮีชอลที่ยืนอยู่ไม่ห่างก้มหน้าก้มตาเก็บกระเป๋า ชายหนุ่มร่างบางเลิกคิ้วสูงแล้วแหกปากขึ้นอย่างเรียกร้องความสนใจ
“คยอง~! มือถือเค้าหายไปไหนไม่รู้อ้า!”
ซีวอนกับฮันกยองหันไปมองเขาพร้อมกัน รวมทั้งคิบอมด้วย ฮีชอลทำปากยื่น ก้าวขายาวๆทีเดียวก็ถึงตัวฮันกยอง แขนเรียวคว้าหมับเข้าที่แขนของอีกคนตั้งท่าจะร้องงอแงเหมือนเด็กร้ายกาจ “คยอง ฉันเก็บไว้ไหนก็ไม่รู้หาไม่เจอ คยองช่วยหาเดี๋ยวนี้!”
“เดี๋ยวผมโทรเข้ามือถือพี่ให้ก็ได้” ซีวอนอาสาทันที เขาควักโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาแล้วตั้งท่าจะกด Speed dial โทรออกหาฮีชอล
“ฉันเปิดสั่นไว้ ไม่ได้ยินหรอก” ฮีชอลพูดขึ้นทันที ซีวอนจึงพับโทรศัพท์เก็บลงกระเป๋าตัวเองอย่างไร้ประโยชน์ ฮันกยองถอนหายใจเฮือกแล้วตรงเข้าไปรื้อค้นกระเป๋าของฮีชอล
“นี่ขนาดโทรศัพท์นะ ทำหายได้ยังไงกัน? ฉันนึกว่านายถือมันติดตัวตลอดเวลาซะอีก?” บ่นด้วยสำเนียงติดเหน่อ กระเป๋าของฮีชอลนี่รกอะไรอย่างงี้? ซีวอนเขยิบมายืนซ้อนหลังเขา ชะโงกหน้าข้ามไหล่มาดูสถานการณ์เผื่อจะช่วยเหลืออะไรได้บ้าง
“พี่ฮีชอลทำหายไปตอนไหนน่ะ?” ซีวอนถาม ฮีชอลยักไหล่ด้วยสีหน้าเฉยชา
“ถ้าฉันรู้แล้วมันจะเรียกว่าหายไหมวะ!?”
เด็กหนุ่มร่างสูงไม่คิดจะต่อปากต่อคำ ไม่เข้าใจว่าทำไมวันนี้ฮีชอลถึงอารมณ์เสียใส่เขานัก แต่นั่นก็ไม่ได้ขัดขวางการที่อ้อมแขนแกร่งจะเลื่อนขึ้นโอบเอวบางของฮันกยองจากด้านหลัง เขารู้สึกว่าคนจีนทำตัวแข็งขึ้นทันควันอย่างไม่ทันตั้งตัว และซีวอนก็เลิกคิ้วแปลกใจนิดหน่อยว่าทำไมอีกฝ่ายต้องทำท่าเหมือนประหลาดใจด้วย
แต่นั่นก็ไม่ได้ขัดขวางเขาจากการเกยคางไว้บนไหล่มนแบบที่ซีวอนโปรดปรานอยู่ดี
ในเมื่อฮีชอลอารมณ์ไม่ดีอยู่ตอนนี้เขาก็ยุ่งแต่กับคนจีนจะดีกว่า คิดแบบนี้นี่ผิดตรงไหน? แต่ทำไมพอทำพฤติกรรมแบบนี้ ฮีชอลที่ดุเหมือนนางสิงห์แม่ลูกอ่อนอยู่แล้วถึงดูทวีความดุขึ้นเหมือนนางสิงห์ที่มีลูกอ่อนตั้งสองตัวอย่างนั้นล่ะ!? ฮีชอลดูหัวฟัดหัวเหวี่ยงแบบที่แทบจะตะปบซีวอนและคนอื่นๆรอบกายให้กระเด็นพ้นทางไปได้ แต่หนึ่งในจำนวนเหยื่อนั้นคงไม่ใช่ฮันกยองเป็นแน่แท้ เพราะทันทีที่เหมือนจะควบคุมอารมณ์เกรี้ยวกราดของตัวเองได้ เขาก็หันไปออดอ้อนฮันกยองด้วยเสียงหวานเหมือนเดิม
“คยอง~ เจอมั้ยอ้า?”
“รกอย่างกับรังหนูแบบนี้จะไปเจอได้ยังไงล่ะ!?” ฮันกยองโวยวาย สำเนียงเหน่อๆของเขาฟังดูตลกจนซีวอนอมยิ้มขำ แต่คำพูดจิกกัดด้วยน้ำเสียงขมปร่าของฮีชอลในประโยคต่อมาก็ทำให้ซีวอนหุบยิ้มทันที
“ก็เอาแต่ออเซาะกับซีวอนอยู่นั่นแหละจะไปเจอได้ยังไง!?”
เด็กหนุ่มร่างสูงเลิกคิ้ว เขารู้สึกได้ว่าฮันกยองทำตัวแข็งขึ้นมาอีกครั้ง อ้อมแขนแกร่งจึงละจากเอวบางและซีวอนก็หันมาทางฮีชอล
“อะไรพี่ฮีชอล งอนเหรอ?” ไวเท่าปาก ซีวอนคว้าร่างบางของฮีชอลที่ยืนอยู่ใกล้แค่เอื้อมเข้ามากอดได้ด้วยการตวัดแขนเพียงครั้งเดียว ฮีชอลโวยวายด่าด้วยคำพูดฟังไม่ได้ศัพท์ แต่ซีวอนไม่สนใจ เขากอดอีกคนแน่นอย่างแทบจะเรียกได้ว่ารัดให้ตาย ก่อนจะหอมแก้มนิ่มของฮีชอลไปฟอดใหญ่ ชายหนุ่มร่างบางผลักซีวอนออก ฟาดฝ่ามือแรงๆลงไปที่ต้นแขนของเด็กโข่งหนึ่งทีด้วยความไม่รู้จักจำ และก็ต้องด่าลั่นกว่าเดิมพร้อมสะบัดมือตัวเองแรงๆเพื่อคลายความเจ็บเป็นค่าตอบแทน
คิบอมเก็บของเสร็จแล้ว เขาสะพายกระเป๋าขึ้นบ่าแล้วยืนรอสมาชิกร่วมหออย่างอดทน ฮีชอลกำลังด่าซีวอนฉอดๆๆๆด้วยเสียงแสบแก้วหูที่คิบอมไม่ใส่ใจจะฟัง เด็กหนุ่มร่างสูงยืนยิ้มเผล่อยู่หน้าฮีชอล ไม่สนใจเสียงแว้ดที่ตะโกนใส่หน้าเขาแต่พยายามทำให้อีกคนสงบลงด้วยวิธีที่ดูเหมือนจะไม่ได้ผลเท่าที่ควร ฮันกยองยืนอยู่ห่างออกไปแค่คืบ แต่ก้มลงคุ้ยหาโทรศัพท์มือถือของฮีชอลอย่างเอาเป็นเอาตายราวกับอยู่คนละโลกกับความวุ่นวายที่กำลังกิดขึ้นข้างๆตนเอง
“เจอแล้ว!” ฮันกยองตะโกนขึ้นขัดเสียงร้องแรกแหกกระเฌอชูวัตถุเจ้าปัญหาขึ้นกลางอากาศอย่างประกาศชัยชนะ ฮีชอลหุบปากทันที เขาก้าวเข้ามาคว้าโทรศัพท์เครื่องเล็กไปจากมือของฮันกยอง ก่อนจะรูดซิปกระเป๋าปิดแล้วสะพายขึ้นบ่า
“ขอบใจนะคยอง~” ฮีชอลฉีกยิ้มอย่างน่ารักให้ฮันกยอง ก่อนจะหอมแก้มคนจีนไปฟอดใหญ่เป็นการขอบคุณ
แต่จูบนั่นแปลว่าขอบคุณจริงหรือ?
ฮีชอลผละออกแล้วเดินออกไปจากห้องแต่งตัวโดยไม่แม้แต่จะเหลียวหลัง ซีวอนเข้าประกบชายหนุ่มชาวจีนทันทีที่ฮีชอลปล่อยให้พื้นที่ตรงนั้นว่างเปล่า เด็กหนุ่มร่างสูงทำหน้ายู่ คิบอมรู้ว่าซีวอนไม่พอใจเท่าไหร่ที่ฮีชอลหอมแก้มฮันกยอง ตัวเองน่ะมีสิทธิ์กอดจูบใครก็ได้ แต่พอฮีชอลแตะต้องฮันกยองหน่อยเดียวซีวอนจะต้องชักสีหน้าไม่พอใจทุกครั้ง
คิบอมเดินตามฮีชอลออกไปด้วยเบื่อการเป็นพยานรักให้รุ่นพี่ทั้งสองเต็มทน ที่ขัดใจไม่ใช่อะไร จะรักกันก็รักได้...
...แต่เมื่อไหร่จะรู้ตัวสักที?
To be continued