[Fic SJ] Ultimate Gravity 13 [Siwon/Hangeng]

posted on 11 Dec 2011 07:53 by dakki  in UltimateGravity
Super Junior FanFiction
 
Title: Ultimate Gravity 13
Author: Dakki
Pairing: Siwon/Hangeng
Category: Drama, Romance
Rate: PG-13
 
 
 
 
 
 
 
 
[Fic SJ] Ultimate Gravity 13
 



“อ้วน”

ลี ทงเฮเดินอาดๆเข้ามาหาคิม คิบอม เสื้อยืดสีขาวพอดีตัวที่เขาสวมอยู่รัดติ้วไม่แพ้อีกคนที่เขาเพิ่งด่าว่า ‘สมบูรณ์เกินไป’ อยู่หยกๆ คิบอมเลิกคิ้วสูง ปฏิเสธไม่ออกจริงว่าเขาอ้วนจนแก้มแทบแตกเสื้อแทบปริ แต่อีกคนก็ไม่แพ้กันล่ะว้า

“พี่ทงเฮก็ไม่ได้ผอมหรอกนะ” คิบอมตอบ ปลาน้อยใช้หมัดลุ่นๆต่อยเบาๆทีต้นแขนของคิบอมที่บวมเป่ง ไขมันทั้งนั้นไม่ใช่กล้ามเนื้อหรอกนะ

“นายน่าจะน้อยกว่าฉันซี่! ฉันน่ะกินๆนอนๆทั้งวันของแท้ แต่นายยังมีงานถ่ายละครบ้างนะ”

“ก็เขาเลี้ยงดีนี่” คิบอมตอบแล้วอมยิ้มแบบที่ทำให้ตาหาย ทงเฮโคลงศีรษะอย่างกวนๆ

“อ้วน!”

ก่อนจะผละไปสมทบกับฮยอกแจและเรียวอุคที่เล่นอะไรกันอยู่ไม่ไกล คิบอมมองตามปลาน้อยแล้วอมยิ้มอยู่คนเดียว

“คิบอม...” เด็กหนุ่มแก้มกลมหันไปตามเสียงเรียกชื่อเขา แขนแกร่งของซีวอนโอบไหล่หนาของเขาก่อนเด็กหนุ่มร่างสูงจะยืนทิ้งน้ำหนักใส่คิบอมด้วยท่าทีสบายใจ

“มีอะไรพี่ซีวอน?” เขาเอ่ยถามอย่างไม่ได้ใส่ใจนัก เดาเอาว่าอีกคนก็คงแค่เดินมาทักเขาไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ

“เปล่า” ซีวอนดูอารมณ์ดีอย่างไรบอกไม่ถูก เขาเอียงศีรษะมาพิงศีรษะของคิบอม มองคนนู้นคนนี้ในวงไปเรื่อยเปื่อย คิบอมเลิกคิ้วสูง

“ไปทำอะไรมาล่ะ ดูอารมณ์ดีเหลือเกินนะ” เขาแซว

“หืม ก็ไม่ได้เจอทุกคนแบบครบๆตั้งนาน ก็ต้องอารมณ์ดีสิ” ซีวอนตอบเรื่อยๆ คิบอมยกยิ้ม

“แน่ใจเหรอว่าอยากเจอคนอื่นจริง? เห็นอยู่ที่หอผมอารมณ์ดีกว่านี้อีกนี่”

กะว่าจะแซวเล่น แต่คิบอมเห็นซีวอนมุ่นหัวคิ้ว สีหน้าครุ่นคิดเป็นจริงเป็นจังกับคำพูดของคิบอม “นั่นก็มีความสุขดี แต่นี่มันอีกแบบนึง”

เด็กหนุ่มร่างสูงไม่เปิดโอกาสให้คิบอมยิงคำถามต่อ เขาผละออกไปหาลีทึกที่เพิ่งเดินเข้ามารวมกลุ่มแล้วทักทายคนแก่ที่สุดในวงด้วยการกอดและหอมแก้มตามสไตล์ คิบอมมองตามหลังของซีวอนไป อยากรู้นักว่าแบบนี้กับแบบนั้น ในสายตาของซีวอนมันต่างกันยังไงหรือ

การถ่ายแบบรวมของสมาชิกในบริษัท SM Town ดำเนินไปอย่างสนุกสนาน ทุกคนใส่เสื้อยืดสีขาว และแปลกแต่จริง คิบอมเพิ่งตระหนักว่าเสื้อยืดสีนี้มันช่างพรางอะไรไม่ได้เอาเสียเลยหนำซ้ำยังทำให้ดูอืดขึ้นกว่าเดิมสิบเท่า บางคนดูอ้วนด้วยภาพลวงตาของเสื้อยืด ในขณะที่บางคนก็น้ำหนักขึ้นด้วยความสัตย์จริง อย่างเขา เป็นต้น

เสียงแชะจากหล้องถ่ายรูปดังขึ้นข้างหลังเขา มันไม่ใช่เสียงจากกล้องของช่างภาพเพราะช่างภาพยังตั้งกล้องไม่เสร็จเลยนี่ คิบอมเลิกคิ้ว เขาหันไปมองข้างหลัง จากมุมเงยที่คิบอมนั่งอยู่บนม้าเตี้ยๆ เขาเห็นซีวอนกับฮันกยองที่ยืนคู่กันอยู่ด้านหลังกำลังถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนานด้วยโทรศัพท์มือถือของซีวอน...จริงๆแล้วคือซีวอนเป็นคนถ่ายเสียมากกว่า

“ขออีกรูป” ซีวอนสั่ง เขากำลังถ่ายรูปเดี่ยวฮันกยอง จะถ่ายไปทำไมไม่ทราบ เจอกันก็ทุกวันอยู่แล้วนี่? คิบอมนึกอย่างหมั่นไส้

“พอแล้ว” ฮันกยองเอ่ยขึ้นหลังจากซีวอนกดถ่ายรูปไปอีก 2 แชะ ชายหนุ่มร่างโปร่งยิ้มเขิน

“งั้นมาถ่ายคู่กันก่อน” ซีวอนไม่ยอมหยุดง่ายๆ เขาใช้แขนแกร่งโอบรอบคอฮันกยอง มือขวาถือกล้องให้ห่างลำตัวที่สุด ใบหน้าของทั้งคู่แนบกันสนิท แก้มชนแก้ม คิบอมคิดอยู่หลายครั้งแล้วว่าแก้มของฮันกยองคงนิ่มพิลึกเพราะเห็นซีวอนพิศวาสมันเสียจริง

“พอแล้ว!” ฮันกยองหัวเราะคิกคักในขณะที่ซีวอนดึงมือเข้ามาแล้วกดโทรศัพท์ดูผลงานของตัวเอง

“โหย หน้าผมใหญ่บะเอ้กเลยอ้ะ! ขออีกรูปน๊าๆๆๆ”

คิบอมกลอกตาอย่างเบื่อหน่าย รู้แล้วว่ารักกันโว้ย!!!

การถ่ายแบบเป็นไปอย่างสนุกสนาน พวกเขาแค่ทำท่าบ้าๆบอๆอะไรก็ได้ที่ทำให้เห็นว่าพวกเขารักและเอ็นดูกันปานจะแหกตูดดม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องออกมาดูดีมีสง่าราศีสมเป็นสมาชิกราชวงศ์ลิงด้วย ซีวอนทำท่าล็อกคอฮันกยองอย่างเอ็นดูจัด และคนจีนที่ไม่รู้จะเอามือไว้ตรงไหนก็เลยล็อกคอคิบอมที่นั่งอยู่หน้าเขาต่อเป็นระลอก

“นี่จะบีบคอฉันให้ตายเลยหรือไง?” ฮันกยองหันไปถามซีวอนขำๆเมื่อช่างภาพหยุดรัวชัตเตอร์แล้วสั่งให้เปลี่ยนท่า เด็กหนุ่มร่างสูงแกล้งออกแรงรัดคอฮันกยองให้หนักกว่าเดิม ชายหนุ่มร่างโปร่งเซไปข้างหลังตามแรงดึงแล้วเลยลากคอคิบอมตามไปด้วย เพราะไม่ทันตั้งตัวเด็กหนุ่มแก้มกลมเลยแทบตกเก้าอี้ “ซีวอน! เล่นอะไรแรงๆเนี่ยคิบอมเขาเดือดร้อนด้วยเลยเห็นไหม!?” ฮันกยองโวยวายเสียงแหบ แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ยอมปล่อยแขนจากคอของคิบอม รู้แล้วทำไมยังไม่เปล่อยล่ะ? นี่จงใจแกล้งกันใช่ไหมเนี่ย!?

“เกิงไปกอดคอคิบอมมันทำไมล่ะ?” คิบอมได้ยินเสียงแข็งๆของซีวอนดังขึ้นข้างหลัง อืม...แบบนี้เรียก ‘รัดคอ’ ไม่ใช่ ‘กอดคอ’ นะจ๊ะซีวอนจ๋า

“แล้วทำไมจะกอดไม่ได้ล่ะ?”

น้ำเสียงของฮันกยองฟังดูท้าทายอย่างไรชอบกล และคิบอมก็รู้สึกเสียวสันหลังขึ้นมาตะหงิดๆ ณ จุดนี้ ทำไมต้องลากตูเข้ามาเกี่ยวด้วยล่ะเนี๊ย!?

ซีวอนเงียบไป และคิบอมก็ได้ยินเสียงสไตลิสต์สั่งเตรียมพร้อมสำหรับการถ่ายช็อตต่อไป เด็กหนุ่มแก้มกลมขยับยุกยิกขัดขืนแรงรัดคอของฮันกยอง และชายหนุ่มชาวจีนก็ปล่อยเขาหลุดออกมาอย่างง่ายดาย

เด็กหนุ่มไม่ได้หันไปมอง แต่จากประสาทสัมผัสอื่นๆ คิบอมก็บอกได้ว่าซีวอนกับฮันกยองเงียบเสียงไปเพียงครู่เดียวก่อนจะกลับมาส่งเสียงหัวเราะคิกคักใส่กันอีกครั้ง เขาไม่เคยเห็นสองคนนี้งอนหรือโกรธกันนานๆเลย ไม่แน่พวกเขาอาจจะถึงขั้นขาดใจตายหากไม่ได้คุยกันทุกๆ 2 นาทีก็เป็นได้ ก็ดูเอาสิตั้งแต่นั่งรถออกมาด้วยกันจากหอจนถึงบัดนี้ คิบอมยังไม่เห็นซีวอนกับฮันกยองหยุดกระซิบกระซาบและหัวเราะคิกคักใส่กันได้นานถึง 3 นาทีเลย

งานเสร็จในที่สุดและคิบอมก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ห้าโมงเย็นแล้วและวันนี้เขาก็ไม่มีงานที่อื่น พวกเขากล่าวขอบคุณสตาฟฟ์ โค้งคำนับทีมงานอย่างมีมารยาทก่อนจะตบหลังตบไหล่ให้กำลังใจกันและกัน คิบอมเดินไปยังห้องแต่งตัว ซีวอนเดินกอดคอฮันกยองอยู่หน้าเขา ข้างๆฮันกยองคือฮีชอลที่เดินปั้นปึ่งอารมณ์ไม่ดีอย่างเห็นได้ชัด และคิบอมก็พอจะรู้ด้วยเล่าเออว่าทำไม

เพราะฮันกยองกับซีวอนตัวติดกันอย่างกับตังเมมาทั้งวัน

เขาดูออกด้วยซ้ำว่าฮันกยองเองก็รู้ว่าฮีชอลโกรธ แต่ชายหนุ่มชาวจีนทำเป็นไม่เห็นไม่สนใจ หรืออีกอย่างหนึ่งก็คือเขาเห็นเขาสนใจแต่ไม่รู้จะทำอย่างไรกับไอ้เด็กโข่งมือปลาหมึกที่เกาะแกะเขามาทั้งวันนี่ดี

พวกเขาเดินเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องแต่งตัว และตลอดเวลาที่ถอดเสื้อและสวมเสื้อของตัวเองกลับคืนอีกทั้งตอนเก็บข้าวของลงกระเป๋า ซีวอนก็จ้อไม่หยุด ฮีชอลที่ยืนอยู่ไม่ห่างก้มหน้าก้มตาเก็บกระเป๋า ชายหนุ่มร่างบางเลิกคิ้วสูงแล้วแหกปากขึ้นอย่างเรียกร้องความสนใจ

“คยอง~! มือถือเค้าหายไปไหนไม่รู้อ้า!”

ซีวอนกับฮันกยองหันไปมองเขาพร้อมกัน รวมทั้งคิบอมด้วย ฮีชอลทำปากยื่น ก้าวขายาวๆทีเดียวก็ถึงตัวฮันกยอง แขนเรียวคว้าหมับเข้าที่แขนของอีกคนตั้งท่าจะร้องงอแงเหมือนเด็กร้ายกาจ “คยอง ฉันเก็บไว้ไหนก็ไม่รู้หาไม่เจอ คยองช่วยหาเดี๋ยวนี้!”

“เดี๋ยวผมโทรเข้ามือถือพี่ให้ก็ได้” ซีวอนอาสาทันที เขาควักโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาแล้วตั้งท่าจะกด Speed dial โทรออกหาฮีชอล

“ฉันเปิดสั่นไว้ ไม่ได้ยินหรอก” ฮีชอลพูดขึ้นทันที ซีวอนจึงพับโทรศัพท์เก็บลงกระเป๋าตัวเองอย่างไร้ประโยชน์ ฮันกยองถอนหายใจเฮือกแล้วตรงเข้าไปรื้อค้นกระเป๋าของฮีชอล

“นี่ขนาดโทรศัพท์นะ ทำหายได้ยังไงกัน? ฉันนึกว่านายถือมันติดตัวตลอดเวลาซะอีก?” บ่นด้วยสำเนียงติดเหน่อ กระเป๋าของฮีชอลนี่รกอะไรอย่างงี้? ซีวอนเขยิบมายืนซ้อนหลังเขา ชะโงกหน้าข้ามไหล่มาดูสถานการณ์เผื่อจะช่วยเหลืออะไรได้บ้าง

“พี่ฮีชอลทำหายไปตอนไหนน่ะ?” ซีวอนถาม ฮีชอลยักไหล่ด้วยสีหน้าเฉยชา

“ถ้าฉันรู้แล้วมันจะเรียกว่าหายไหมวะ!?”

เด็กหนุ่มร่างสูงไม่คิดจะต่อปากต่อคำ ไม่เข้าใจว่าทำไมวันนี้ฮีชอลถึงอารมณ์เสียใส่เขานัก แต่นั่นก็ไม่ได้ขัดขวางการที่อ้อมแขนแกร่งจะเลื่อนขึ้นโอบเอวบางของฮันกยองจากด้านหลัง เขารู้สึกว่าคนจีนทำตัวแข็งขึ้นทันควันอย่างไม่ทันตั้งตัว และซีวอนก็เลิกคิ้วแปลกใจนิดหน่อยว่าทำไมอีกฝ่ายต้องทำท่าเหมือนประหลาดใจด้วย

แต่นั่นก็ไม่ได้ขัดขวางเขาจากการเกยคางไว้บนไหล่มนแบบที่ซีวอนโปรดปรานอยู่ดี

ในเมื่อฮีชอลอารมณ์ไม่ดีอยู่ตอนนี้เขาก็ยุ่งแต่กับคนจีนจะดีกว่า คิดแบบนี้นี่ผิดตรงไหน? แต่ทำไมพอทำพฤติกรรมแบบนี้ ฮีชอลที่ดุเหมือนนางสิงห์แม่ลูกอ่อนอยู่แล้วถึงดูทวีความดุขึ้นเหมือนนางสิงห์ที่มีลูกอ่อนตั้งสองตัวอย่างนั้นล่ะ!? ฮีชอลดูหัวฟัดหัวเหวี่ยงแบบที่แทบจะตะปบซีวอนและคนอื่นๆรอบกายให้กระเด็นพ้นทางไปได้ แต่หนึ่งในจำนวนเหยื่อนั้นคงไม่ใช่ฮันกยองเป็นแน่แท้ เพราะทันทีที่เหมือนจะควบคุมอารมณ์เกรี้ยวกราดของตัวเองได้ เขาก็หันไปออดอ้อนฮันกยองด้วยเสียงหวานเหมือนเดิม

“คยอง~ เจอมั้ยอ้า?”

“รกอย่างกับรังหนูแบบนี้จะไปเจอได้ยังไงล่ะ!?” ฮันกยองโวยวาย สำเนียงเหน่อๆของเขาฟังดูตลกจนซีวอนอมยิ้มขำ แต่คำพูดจิกกัดด้วยน้ำเสียงขมปร่าของฮีชอลในประโยคต่อมาก็ทำให้ซีวอนหุบยิ้มทันที

“ก็เอาแต่ออเซาะกับซีวอนอยู่นั่นแหละจะไปเจอได้ยังไง!?”

เด็กหนุ่มร่างสูงเลิกคิ้ว เขารู้สึกได้ว่าฮันกยองทำตัวแข็งขึ้นมาอีกครั้ง อ้อมแขนแกร่งจึงละจากเอวบางและซีวอนก็หันมาทางฮีชอล

“อะไรพี่ฮีชอล งอนเหรอ?” ไวเท่าปาก ซีวอนคว้าร่างบางของฮีชอลที่ยืนอยู่ใกล้แค่เอื้อมเข้ามากอดได้ด้วยการตวัดแขนเพียงครั้งเดียว ฮีชอลโวยวายด่าด้วยคำพูดฟังไม่ได้ศัพท์ แต่ซีวอนไม่สนใจ เขากอดอีกคนแน่นอย่างแทบจะเรียกได้ว่ารัดให้ตาย ก่อนจะหอมแก้มนิ่มของฮีชอลไปฟอดใหญ่ ชายหนุ่มร่างบางผลักซีวอนออก ฟาดฝ่ามือแรงๆลงไปที่ต้นแขนของเด็กโข่งหนึ่งทีด้วยความไม่รู้จักจำ และก็ต้องด่าลั่นกว่าเดิมพร้อมสะบัดมือตัวเองแรงๆเพื่อคลายความเจ็บเป็นค่าตอบแทน

คิบอมเก็บของเสร็จแล้ว เขาสะพายกระเป๋าขึ้นบ่าแล้วยืนรอสมาชิกร่วมหออย่างอดทน ฮีชอลกำลังด่าซีวอนฉอดๆๆๆด้วยเสียงแสบแก้วหูที่คิบอมไม่ใส่ใจจะฟัง เด็กหนุ่มร่างสูงยืนยิ้มเผล่อยู่หน้าฮีชอล ไม่สนใจเสียงแว้ดที่ตะโกนใส่หน้าเขาแต่พยายามทำให้อีกคนสงบลงด้วยวิธีที่ดูเหมือนจะไม่ได้ผลเท่าที่ควร ฮันกยองยืนอยู่ห่างออกไปแค่คืบ แต่ก้มลงคุ้ยหาโทรศัพท์มือถือของฮีชอลอย่างเอาเป็นเอาตายราวกับอยู่คนละโลกกับความวุ่นวายที่กำลังกิดขึ้นข้างๆตนเอง

“เจอแล้ว!” ฮันกยองตะโกนขึ้นขัดเสียงร้องแรกแหกกระเฌอชูวัตถุเจ้าปัญหาขึ้นกลางอากาศอย่างประกาศชัยชนะ ฮีชอลหุบปากทันที เขาก้าวเข้ามาคว้าโทรศัพท์เครื่องเล็กไปจากมือของฮันกยอง ก่อนจะรูดซิปกระเป๋าปิดแล้วสะพายขึ้นบ่า

“ขอบใจนะคยอง~” ฮีชอลฉีกยิ้มอย่างน่ารักให้ฮันกยอง ก่อนจะหอมแก้มคนจีนไปฟอดใหญ่เป็นการขอบคุณ

แต่จูบนั่นแปลว่าขอบคุณจริงหรือ?

ฮีชอลผละออกแล้วเดินออกไปจากห้องแต่งตัวโดยไม่แม้แต่จะเหลียวหลัง ซีวอนเข้าประกบชายหนุ่มชาวจีนทันทีที่ฮีชอลปล่อยให้พื้นที่ตรงนั้นว่างเปล่า เด็กหนุ่มร่างสูงทำหน้ายู่ คิบอมรู้ว่าซีวอนไม่พอใจเท่าไหร่ที่ฮีชอลหอมแก้มฮันกยอง ตัวเองน่ะมีสิทธิ์กอดจูบใครก็ได้ แต่พอฮีชอลแตะต้องฮันกยองหน่อยเดียวซีวอนจะต้องชักสีหน้าไม่พอใจทุกครั้ง

คิบอมเดินตามฮีชอลออกไปด้วยเบื่อการเป็นพยานรักให้รุ่นพี่ทั้งสองเต็มทน ที่ขัดใจไม่ใช่อะไร จะรักกันก็รักได้...

...แต่เมื่อไหร่จะรู้ตัวสักที?


 
 
To be continued

[Fic SJ] Ultimate Gravity 12 [Siwon/Hangeng]

posted on 04 Dec 2011 20:57 by dakki  in UltimateGravity
Super Junior FanFiction
 
Title: Ultimate Gravity 12
Author: Dakki
Pairing: Siwon/Hangeng
Category: Drama, Romance
Rate: PG-13
 
 
 
 
 
 
 
 
[Fic SJ] Ultimate Gravity 12
 
 
 
 
 
“อยากกินข้าวเย็นฝีมือเกิงอ่ะ”

เป็นวันว่างอีกวันและซีวอนก็ขลุกอยู่ที่หอเล็กของซุเปอร์จูเนียร์ตั้งแต่ตะวันฉายแสงจนมันลับฟ้าแต่ไม่โผล่หน้าออกไปให้แสงอาทิตย์โลมเลียเลยสักนิด เด็กหนุ่มร่างสูงนอนเอกเขนกอยู่บนโซฟาหน้าทีวี ในมือพลิกนิตยสารเล่มใหม่ผ่านๆอย่างหาอะไรสะดุดตาไม่ได้

“อยากกินอะไรล่ะ?” ฮันกยองกำลังพยายามเก็บกวาดห้องบางส่วนด้วยการรื้อกองซีดีภาพยนตร์ที่สุมๆอยู่ใต้ชั้นวางโทรทัศน์ออกมาจัดเรียงให้เป็นระเบียบ เห็นได้ชัดว่าว่างจัดจนไม่รู้จะทำอะไรดีแล้ว

การไม่มีงานนี่มันเริ่มจะส่งผลเสียต่อสุขภาพเขาเสียแล้ว เพราะเขากับซีวอนเอาแต่กินกับนอนจนอ้วนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สังเกตได้ง่ายๆที่หน้าและคางซึ่งเริ่มบวมเป่ง ไม่ต้องเสียเวลาเดินไปส่องกระจก แค่มองหน้าอีกคนในห้องจะรู้ได้ทันทีว่าสภาพตัวเองเป็นเช่นไรเพราะกินเหมือนกันนอนพร้อมกันแทบจะทุกวัน

“อะไรก็ได้ที่เกิงทำได้ด้วยของที่มีอยู่ในตู้เย็น” ซีวอนตอบหน้าตาย กินง่ายซะจริง ฮันกยองไม่ตอบอะไรแต่จัดแผ่นซีดีต่อไป เด็กหนุ่มร่างสูงหยิบนิตยสาร Men’s Health เล่มใหม่ขึ้นมาแล้วกรีดแต่ละหน้าผ่านไปอย่างเบื่อหน่าย ในที่สุดฮันกยองก็ลุกขึ้น ซีวอนปล่อยมือจากนิตยสารทันที แขนแกร่งกางออกกว้างร้องเรียกอีกคนทั้งๆที่ยังนอนแอ้งแม้งอยู่บนโซฟา

“กอดหน่อย~”

ฮันกยองกลอกตา แต่ก็เดินไปหาอีกคนตามน้ำเสียงอ้อนๆอย่างว่าง่าย เด็กหนุ่มรวบตัวอีกฝ่ายทันทีที่คนจีนเดินเข้าไปในรัศมีที่แขนเขาเอื้อมถึง ร่างโปร่งจึงกระแทกตัวลงตามแรงดึงบดเบียดอยู่กับร่างของซีวอนบนเก้าอี้นวมแม้มุมจะผิดกันอยู่สักหน่อยเพราะเขาอยู่ในท่านั่งแต่ซีวอนอยู่ในท่านอน

“ไหนบอกจะให้ฉันทำอาหารไง?...” เอ่ยถามเสียงเรียบเมื่อเด็กหนุ่มซุกจมูกเข้ากับช่วงเอวบางที่อยู่ตรงหน้าเขาพอดิบพอดีอย่างรักใคร่

“แป๊บนึง เดี๋ยวปล่อยให้ไปทำ” ตอบกลับด้วยเสียงอู้อี้ ฮันกยองนั่งนิ่ง และเมื่อซีวอนไม่มีทีท่าจะปล่อยเขาไปสักที ชายหนุ่มร่างโปร่งจึงจัดท่าให้ตัวเองใหม่ เขาเลื่อนกายเอกเขนกพิงซีวอน ขยับยุกยิกอย่างไม่ลงตัว เด็กหนุ่มยอมคลายอ้อมแขนให้หลวมขึ้นเพื่อให้อีกฝ่ายสรรหาท่าที่สบายที่สุดได้ จนสุดท้ายมาลงเอยที่ศีรษะของฮันกยองอิงแอบอยู่กับแผงอกของคนร่างสูง แทบจะเรียกได้ว่านอนเบียดกันอยู่บนโซฟาที่ดูเล็กไปถนัดตา

ซีวอนตระกองกอดชายหนุ่มร่างโปร่งไว้หลวมๆในท่าสบายๆ มือเรียวของฮันกยองยกขึ้นหยิบนิตยสารที่ซีวอนวางทิ้งไว้เกลื่อนกลาดขึ้นมาเล่มหนึ่ง ยกขึ้นถือในระดับที่หวังให้อีกคนเห็นเนื้อหาข้างในด้วยกัน เขาพลิกแต่ละหน้าเปิดไปช้าๆ

“เสื้อตัวนี้สวยดีนะ น่าจะเหมาะกับเกิง” ซีวอนเบรคที่หน้าหนึ่ง ชี้นิ้วไปที่เสื้อโปโลสีสันสดใส ฮันกยองย่นจมูก คิดได้ยังไงว่าเสื้อนั่นจะเหมาะกับตู?

“ไม่เอาหรอก มองแล้วตาแทบบอด” ชายหนุ่มชาวจีนพลิกเปลี่ยนหน้า แล้วซีวอนก็มีคอมเมนต์อีก

“หมวกไหมพรมใบนั้นน่ะสวยดีออก สีโอเคด้วย”

ฮันกยองกลอกตา “นี่เห็นฉันเป็นตุ๊กตาหรือไง!?”

ซีวอนหัวเราะ หอมแก้มคนน่ารักไปฟอดใหญ่แล้วเบียดแก้มตัวเองอยู่กับแก้มนิ่มอย่างนั้นไม่ยอมละออก มือใหญ่ที่ตระกองกอดอีกคนอยู่เลื่อนมาแย่งหน้าที่พลิกหน้านิตยสารอย่างนึกสนุก “เสื้อกล้ามสีนี้ล่ะเกิง?”

“เว้าหลังเซ็กซี่ดีไหมล่ะ?” ฮันกยองเล่นตอบ ซีวอนพลิกไปอีกหน้า

“บ๊อกเซอร์สีแดงนี่แรงดีนะ” ใช้มาตรฐานตัวเองเป็นเกณฑ์ซะได้ ฮันกยองแหว

“นี่! มันชักจะเป็น ‘ชั้นใน’ มากขึ้นเรื่อยๆแล้วนะนาย! แล้วสีแจ๋แหวแบบนี้น่ะใส่เองเถอะ!”

“เกิงนี่ไม่มีเทสต์เรื่องเสื้อผ้าเอาซะเลย” เด็กหนุ่มร่างสูงบ่น ฮันกยองเบนหน้าไปจ้องอีกคน กล้าพูดนะคนเรา

“ถ้า ‘มีเทสต์’ แล้วแต่งตัวแบบนายล่ะก็ ฉันยอมไม่มีจะดีกว่า” ตอบหน้าตาย ซีวอนทำปากยื่นอย่างง้องอน

“เกิงนี่พูดจาใจร้ายจังเลยนะ!” โวยวาย ฮันกยองหันไปมองหน้าเด็กหนุ่ม แล้วเอื้อมมือไปหยิกแก้มคนตรงหน้าหนึ่งทีแรงๆด้วยความหมั่นเขี้ยว “เจ็บ!!!” ซีวอนร้องลั่น แก้มเขาปรากฏรอยแดงขึ้นเป็นจ้ำตรงจุดที่ฮันกยองออกแรงหยิก ดูตลกเหมือนแก้มของแป๊ะยิ้มเพียงแต่ต้นเหตุของผิวสีชมพูนั่นต่างกัน คนจีนหัวเราะ นิ้วเรียวไล้ผ่านจุดที่เพิ่งประทุษร้ายอีกคนไปเมื่อครู่เบาๆ

“อยากกินอะไรล่ะเย็นนี้?” เฉไฉเปลี่ยนไปเรื่องอื่น ซีวอนทำปากยื่นกว่าเดิมอย่างไม่พอใจ

“ขอโทษกันก่อนสิ” เอ่ยเสียงแข็งไม่หลงกลคนจีน ฮันกยองจ้องหน้าซีวอนนิ่ง และอีกฝ่ายก็จ้องเขากลับเขม็งไม่แพ้กัน

“ขอโทษก๊าบ” ตอบกวนๆ ฉีกยิ้มกว้างจนตาหาย แต่ซีวอนที่เอาแต่ใจเก่งอยู่แล้วมีหรือจะยอมแพ้ง่ายๆ

“เกิงรู้อยู่แล้วว่าทำยังไงผมถึงจะหายโกรธ” พูดเสียงเรียบ มือใหญ่พลิกหน้านิตยสารต่อไปอย่างเฉยชาแต่ฮันกยองรู้ว่าซีวอนรอปฏิกิริยาจากเขาอยู่ ชายหนุ่มร่างโปร่งจ้องเสี้ยวหน้าของอีกคนนิ่ง ในขณะที่สายตาของซีวอนทำเป็นกวาดมองแต่ละหน้าของนิตยสารด้วยใจจดจ่อแสร้งทำเป็นไม่สนใจคนข้างกาย ฮันกยองรู้ดีว่าทำอย่างไรซีวอนถึงจะหายโกรธ...รู้ไม่ใช่ไม่รู้ว่าซีวอนไม่ได้โกรธจริงๆหรอก แค่อยากหาเรื่องให้เขาจูบเท่านั้นเอง

ใบหน้าหวานยื่นเข้าไปใกล้ ช้อนลงไปใต้ใบหน้าของซีวอนด้วยมุมพอเหมาะพอดีก่อนจะประทับริมฝีปากของตัวเองเข้ากับกลีบปากของอีกคนเร็วๆหนึ่งที ชายหนุ่มรีบเลื่อนใบหน้าออกมา และแม้เด็กหนุ่มร่างสูงจะยังเอาแต่จ้องหน้ากระดาษอยู่เช่นเดิม รอยยิ้มจางๆที่จุดขึ้นที่มุมปากก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาของฮันกยองไปได้

“อยากกินอะไรเย็นนี้หืม?” ชายหนุ่มร่างโปร่งเอ่ยถามคำถามเดิมอีกครั้ง คราวนี้ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนจับใจ ซีวอนมุ่นหัวคิ้วนิดหนึ่งก่อนตอบ

“อืมมม...มีอะไรในตู้เย็นบ้างอ่ะ? ผัดผักไง แล้วเกิงก็ทำอะไรกับหมูสักอย่างก็ได้” น้ำเสียงร่าเริงอย่างเห็นได้ชัด ฮันกยองพยักหน้า บิดตัวจะลุกออกไปจากโซฟา แต่อ้อมแขนของซีวอนกลับรั้งเขาเอาไว้ที่เดิม

ชายหนุ่มร่างโปร่งมุ่นหัวคิ้ว หันไปมองเด็กโข่งที่ตอนนี้กำลังจ้องหน้าเขา รอยยิ้มจางระบายที่ริมฝีปากอย่างเจ้าเล่ห์แสนกล

“ไม่ปล่อยแล้วฉันจะไปทำอาหารได้ยังไง? กระทะไม่ได้อยู่ตรงนี้นะ” ถามเสียงเรียบ แต่ซีวอนกระชับอ้อมกอดแน่นเข้าไปอีกแล้วพลิกนิตยสารไปยังหน้าต่อไปบังคับให้อีกคนดูด้วยกัน

“เรื่องนั้นไว้ทีหลังก็ได้ ผมยังไม่หิวสักหน่อยนี่นา”

///////////////////////////////////

คิบอมกลับมาถึงหอพักตอนสามทุ่ม เขาถ่ายละครมาทั้งวันและรู้สึกเพลียอย่างมาก ไม่มีอะไรตกถึงท้องเขาตั้งแต่บ่ายสอง และเด็กหนุ่มก็รู้สึกเหมือนสวรรค์ทรงโปรดเมื่อเปิดประตูเข้ามาในห้องแล้วได้กลิ่นอาหารจีนลอยมาจากด้านใน

หวังแค่ว่าจะมีเหลือไว้ให้เขาสักนิดก็ยังดี

ฮันกยองโผล่หัวออกมาจากในครัว ปากเคี้ยวตุ้ยๆร้องทักเขา “อิออม! อำอานเอื่อยไอ๋อันอี้? อาอินอ้าวอ้วยอันเอ็ว!”

คิบอมฟังรู้เรื่องแค่ประโยคสุดท้ายว่าฮันกยองชวนเขากินข้าว และเด็กหนุ่มก็ไม่รอช้ารีบพุ่งตามกลิ่นหอมยั่วน้ำลายไปที่ครัวทันที เขาวางกระเป๋าลงบนเก้าอี้ตัวหนึ่งที่โต๊ะกินข้าว ไม่ประหลาดใจแม้สักนิดที่เห็นซีวอนนั่งสวาปามอาหารเย็นอยู่ตรงนั้นก่อนแล้ว

“ไปตักข้าวมาสิ” ฮันกยองกลืนอาหารลงคอแล้ว เขาใช้ตะเกียบชี้ไปที่หม้อข้าว คิบอมพยักหน้าแล้วเดินไปตักข้าวให้ตัวเองก่อนจะกลับมาที่โต๊ะอย่างรวดเร็วด้วยกลัวว่าจะกินไม่ทันรุ่นพี่ทั้งสอง

คิบอมนั่งทานอาหารเงียบๆ แม้ว่าซีวอนจะไม่เงียบสักเท่าไหร่ แต่ชายหนุ่มร่างสูงก็ไม่ได้สนใจจะพูดกับคิบอมอยู่แล้ว

“นี่เกิงทำน้ำปลาหกลงไปในผัดผักนี่ใช่ไหม? เกิงรู้เปล่าว่าถ้าเติมรสเปรี้ยวลงไปมันจะไปหักล้างกับรสเค็มได้?”

ฮันกยองเลิกคิ้ว “รู้ ฉันเป็นคนสอนนายเองอย่ามาทำเป็นจำไม่ได้ แต่ผัดผักของฉันมันเค็มตรงไหนไม่ทราบวานบอก”

“เค็มตรงนี้แหละ” ซีวอนตอบแต่กลับตักผัดผักเข้าปากอีกคำ “นี่เกิงแยกรสไม่ออกจริงๆเหรอ? เป็นพ่อครัวได้ยังไงเนี่ย!?” แซวเล่นก่อนจะฉีกยิ้มกว้างประจบเหมือนตบหัวแล้วลูบหลัง ฮันกยองแสร้งทำหน้าปั้นปึ่ง

“ฉันเป็นพ่อครัวที่ทำอาหารให้นายกินแล้วไม่ตายก็แล้วกัน หรือมื้อหน้าจะลองทำเองดูบ้างไหมหืม?” ย้อนเสียงเย็น

“ไม่อาว~” เด็กโข่งทำเสียงออดอ้อนขึ้นมาทันที คิบอมลอบกลอกตาอย่างเบื่อหน่าย

“กินนี่สิ” ฮันกยองใช้ตะเกียบคีบเนื้อ 2-3 ชิ้นในจานใส่ลงในถ้วยของซีวอนคงหวังจะปิดปาก ซีวอนพึมพำขอบคุณและกินต่อเงียบๆได้เพียงครู่เดียว

“พรุ่งนี้ออกไปช้อปปิ้งกันไหม? จะได้ไปดูเสื้อกล้ามเว้าหลังเซ็กซี่กับบ๊อกเซอร์สีแดงสุดฮ็อตกัน”คำพูดของซีวอนแทบทำเอาฮันกยองพ่นข้าวออกมาแทนคำตอบ คิบอมเลิกคิ้ว นึกสงสัยว่าซีวอนพูดถึงอะไรแต่ก็ทำเป็นพุ้ยข้าวเข้าปากต่อไปเงียบๆ

“ถ้าออกไปข้างนอกแล้วจะดูของแบบนั้นล่ะก็ ขอเลือกอยู่บ้านแทนได้ไหม?” ฮันกยองตอบเสียงเรียบแล้วคีบผักเข้าปากอีกชิ้น แต่ซีวอนทำหน้ายู่

“อยู่บ้านทุกวันไม่เบื่อบ้างหรือไง? ออกไปข้างนอกดูว่าโลกเขาเปลี่ยนไปอย่างไรบ้างแล้วกันเห๊อ” คิบอมพอจะเข้าใจว่าซีวอนคงเบื่อขนาดไหนกับการกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่ในห้องนี้และไม่มีอะไรทำเอาเสียเลย ชายหนุ่มชาวจีนกำลังอ้าปากจะต่อคำ เสียงโทรศัพท์ของใครบางคนก็ดังขึ้น

ซีวอนล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง อ่านชื่อสายเรียกเข้าที่ปรากฏบนจอ ก่อนจะกดรับแล้วลุกออกไปจากโต๊ะกินข้าวเดินเลี่ยงเข้าไปในห้องนอนของฮันกยอง

ท่าทางแบบนี้ ถ้าไม่ใช่สเตลล่า ก็คงเป็นสาวคนอื่น

คิบอมคิดก่อนจะเงยหน้าขึ้นลอบมองฮันกยองที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ชายหนุ่มชาวจีนตีหน้าเรียบเฉย เขาก้มหน้าลงมองจานข้าวตัวเองแล้วตักอาหารเข้าปากต่อไปอย่างไม่ใส่ใจ คิบอมไม่ได้มีเจตนาจะจับผิดอะไรแต่อย่างใด จิตสำนึกของเขาแค่อดไม่ได้ที่จะลอบสังเกตปฏิกิริยาของฮันกยองก็เท่านั้น แวบหนึ่งที่ชายหนุ่มชาวจีนเม้มริมฝีปากเป็นเส้นตรง แต่ก็เพียงแวบเดียวก่อนเขาจะทานอาหารต่อไปด้วยท่าทีเฉยชา

ซีวอนเดินกลับมาหลังจากหายไปเกือบสิบนาที ฮันกยองกินเสร็จแล้วแต่เขายังนั่งอยู่ที่เดิมราวกับจะรอซีวอน แต่นั่นไม่ใช่เรื่องของคิบอม เขากินเสร็จแล้ว เด็กหนุ่มแก้มป่องจึงลุกขึ้นเอาถ้วยชามตัวเองไปล้างเก็บที่อ่างล้างจาน

เมื่อคิบอมหันกลับมาอีกครั้งก็พบซีวอนที่กำลังประกบปากกับฮันกยอง คิบอมรู้ดีว่าซีวอนไม่ได้หยุดอยู่แค่การหอมแก้มอยู่แล้ว...กับฮันกยองหรือฮีชอล...หอมแก้มเป็นพฤติกรมที่ธรรมดาเกินไปและซีวอนก็ทำแบบนั้นกับใครก็ได้แม้จะไม่ได้สนิทสนมมากมายนัก จูบปากเป็นอะไรที่ต่างออกไปอยู่สักหน่อย อย่างน้อยเขาก็ไม่เคยจูบคิบอมก็แล้วกัน ดังนั้นภาพซีวอนจูบกับใครจึงไม่ใช่ภาพที่พบเห็นได้เกลื่อนกลาดขนาดนั้น คิบอมเชื่อว่าซีวอนเลือกจะเก็บมันไว้ทำยามอยู่กับอีกฝ่าย...ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามแต่...แค่สองคนจริงๆมากกว่า อาจจะมีบ้างในบางโอกาสที่ซีวอนจะกล้าจูบใครต่อหน้าคนอื่นโดยไม่กลัวจะโดนอีกคนด่า แต่ ณ ขณะนี้ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่แสดงว่าซีวอนไม่กลัวแม้แต่นิด

เด็กหนุ่มร่างสูงละใบหน้าออกมาด้วยรอยยิ้มที่ระบายอยู่บนนั้นอย่างกลั้นไม่อยู่ ดวงตาคู่คมที่จ้องมองฮันกยองเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งแบบที่ทำเอาคิบอมสะอึก แต่ชายหนุ่มชาวจีนเสหน้าหลบ ใบหน้าของเขาแดงระเรื่อ และยิ่งหันมาเห็นคิบอมที่กำลังจะแสร้งว่าไม่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อหนึ่งวินาทีก่อนหน้านี้แต่ดันแสร้งไม่ทัน ใบหน้าหวานก็ยิ่งสุกปลั่งเป็นสีแดงแปร๊ดราวกับคนเป็นไข้ก็ไม่ปาน

“มองอะไรคิบอม?”

ซีวอนเป็นคนเอ่ยคำถามขัดความเงียบขึ้น ดวงตาคู่เรียวของคิบอมตวัดไปมองซีวอนและก็เห็นอีกคนจ้องหน้าเขากลับมาด้วยสีหน้ากวนๆเหมือนจะถามว่าเขา ‘ยังไม่ชินอีกหรือไง?’ คิบอมยักไหล่ ใบหน้าขึ้นสีเรื่อนิดๆด้วยความที่ถูกจับได้คาหนังคาเขาว่ามองทั้งคู่อยู่ไม่วางตา เขาไม่พูดอะไรขณะเสเดินออกไปจากห้องครัวทิ้งให้ฮันกยองกับซีวอนอยู่กันตามลำพัง ตอนแรกกะจะช่วยล้างจานสักหน่อยด้วยความที่เขามาถึงก็เอาแต่กินลูกเดียว แต่เข้าอีหรอบนี้แล้วล่ะก็ล้างกันเองก็แล้วกัน

คิบอมเข้าไปในห้องนอนของตัวเองแล้วปิดประตู ทำไมกลายเป็นเขาซะได้ที่ต้องอายต้องเขิน ไม่ใช่ซีวอนวะ!? เด็กหนุ่มหน้ากลมเปลื้องเสื้อผ้าตัวเองออก เขาขี้เกียจอาบน้ำงั้นก็นอนเลยจะดีกว่า เขาหยิบเสื้อกล้ามสีทึบที่พาดทิ้งไว้บนราวเมื่อเช้ามาสวมเป็นชุดนอน กลิ่นมันเริ่มตุๆแล้วพรุ่งนี้เขาคงต้องโยนมันลงเข่งซักผ้าเสียที คิบอมปิดไฟแล้วกระโจนขึ้นเตียงนอน นึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้แปรงฟันแต่เริ่มขี้เกียจลุกจากเตียง

...ซีวอนจะรู้ตัวหรือเปล่าว่าสายตาที่ตัวเองใช้มองฮันกยองนั่นเป็นสายตาแบบไหน?...

รู้บ้างหรือเปล่าว่ามันสื่อความหมายอะไร มากไปกว่าการเป็นพี่น้องหรือเพื่อนกัน?

เขาไม่คิดว่าเคยเห็นซีวอนมองใครด้วยสายตาแบบนี้ อย่าว่าแต่ฮีชอลหรือสเตลล่า สายตาที่ซีวอนใช้มองฮีชอลคือสายตาของรุ่นน้องที่มองรุ่นพี่ที่เทิดทูนบูชา ในขณะที่สายตาที่ซีวอนมองสเตลล่า...คนรักที่คบกันอยู่ด้วยแรงสนับสนุนจากพ่อแม่ของทั้งสองฝ่าย คือสายตาเหมือนพี่ชายเอ็นดูน้องสาว และเต็มไปด้วยความเคารพรักและเกรงอกเกรงใจเสียมากกว่า

แต่ไม่ใช่สายตาแบบนี้...

คิบอมขยับกายพลิกไปนอนตะแคงอีกข้าง เขาพยายามจะข่มตานอนแต่รู้ดีว่าสายตาของซีวอนยามมองฮันกยองเมื่อครู่นี้อาจจะหลอกหลอนเขาไปทั้งคืนก็ได้

บอกแล้วว่ามีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นระหว่างสองคนนี้ คิม คิบอมคนนี้ไม่มีทางมองผิดหรอก สายตาของซีวอนมันฟ้อง...

และคิบอมก็เอาหัวกลมๆเป็นประกันได้เลย ว่าเรื่องนี้ไม่มีทางจบแบบไม่มีคนเจ็บแน่ๆ
 
 


To be continued