LuZ CoNtRoL # 12 #
posted on 03 Feb 2006 00:59 by dakki in LuZCoNtRoLxENDxHarry Potter Fan Fiction
By : Dakki
Pairing : Harry Potter/Draco Malfoy
Style : Yaoi
Category : กุ๊กกิ๊ก^^/Mystery
Rate : PG-13(This Part)
Summary : หลังจากแฮร์รี่และเดรโกโดนกักบริเวณด้วยกันเป็นเวลา 3 วัน...plot เน่าๆที่นำไปสู่ปริศนาและการวางแผนฆ่าแฮร์รี่โดยกลุ่มผู้เสพความตาย...
LuZ CoNtRoL # 12 #
ชีวิตทีไร้วิญญาณ
แสงแดดยามเช้าอันสดใสที่สาดส่องเข้ามากระทบโดนเปลือกตาประกอบกับเสียงเอะอะอึกทึกที่ดังมาจากห้องนั่งเล่นรวมของบ้านกริฟฟินดอร์ปลุกให้แฮร์รี่ พอตเตอร์ ต้องลืมตาตื่นขึ้นมาโดยอัตโนมัติ
เช้าแล้วเหรอ? คนร่างสูงนอนมองเพดานสีขาวนั้นอยู่เป็นนาน จิตใจเหม่อลอย อยากจะเอ้อระเหยอยู่บนเตียงให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ทำไมเขาถึงรู้สึกไม่อยากจะลุกออกไปเลยนะ? ไม่มีกะจิตกะใจจะไปเรียน ไปกินข้าว หรือทำกิจกรรมอะไรทั้งนั้น ทั้งๆที่ปกติเขาจะต้องกระตือรือร้นอยากออกไปทำนู่นทำนี่แท้ๆ
อ๋อ รู้แล้วเมื่อวานเขาทะเลาะกับเดรโกนี่นา
ภาพเหตุการณ์เมื่อวานฉายซ้ำเข้ามาในหัวสมองที่โหวงเหวงของแฮร์รี่ช้าๆ เมื่อวานนี้เขาทำอะไรลงไป? เขาเพิ่งจะทำลายความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเดรโกจนมันพังยับเยินไม่มีชิ้นดีความสัมพันธ์ที่สู้อุตส่าห์ทะนุถนอมมาได้เป็นอย่างดีตลอดสามเดือนที่ผ่านมา กลับพังครืนลงไปต่อหน้าต่อตาภายในวันเดียวด้วยความโง่ของเขา ความผิดของเขาเอง
ต่อไปนี้จะไม่มีเดรโกคนนั้นอีกแล้ว
คิดเพียงแค่นี้มันก็ทำให้เขาเจ็บปวดจนทนไม่ได้ถ้าไม่มีเดรโก เขาจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง? มันไม่มีกำลังใจจะให้เขาลุกขึ้นไปเผชิญหน้ากับวันอันโหดร้ายแบบนี้ เขาไม่รู้จะตื่นขึ้นมาทำไม ถ้าหากจะไม่มีเสียงหัวเราะร่าของคนๆนั้นให้ได้ยิน ไม่รู้จะไปกินข้าวทำไม ถ้าหากจะไม่มีสายตาสีเทาคอยมองตอบมาทุกๆครั้งที่เขาเงยหน้ามองไปทางฝั่งโต๊ะสลิธีรีน ไม่รู้จะไปเรียนทำไม ถ้าหากจะไม่มีรอยยิ้มหวานคอยส่งมาให้ทุกๆครั้งที่สบตา ไม่รู้จะหายใจอยู่ไปทำไม ถ้าหากจะไม่มีคนร่างบางคนนั้นคอยอยู่ข้างๆเขาร่วมแบ่งปันลมหายใจกับเขาอีกต่อไปแล้ว
น้ำอุ่นๆค่อยๆไหลลงไปตามร่องแก้มของแฮร์รี่ช้าๆทำไมไม่เคยมีใครบอกเขามาก่อนเลย ว่าการสูญเสียใครไปซักคน มันจะทำให้เจ็บปวดได้มากมายถึงเพียงนี้?
////////////////////////////////////////////
โก! เดรโก! แพนซี่ พาร์กินสันส่งเสียงแจ๋วๆเรียกมาจากฝั่งตรงข้ามของโต๊ะอาหาร ทำเอามัลฟอยที่กำลังนั่งสติลอยสะดุ้งโหยง
อ๋อเออ มีอะไรเหรอ? คนร่างบางถามกลับแบบสติยังไม่กลับมาเต็มที่นัก
ฉันจะบอกว่าเธอเทน้ำฟักทองล้นแก้วแล้วน่ะ ยายหน้าหมาจูพยักเพยิดมาทางแก้วน้ำของมัลฟอย เขาก้มลงมองตามแล้วก็พบว่ามือขวาของตัวเองกำลังเทน้ำฟักทองใส่แก้วจนมันล้นท่วมแล้ว คนร่างบางสะดุ้ง รีบชักมือกลับ
เอ้อ มัลฟอยลนลานควานหาผ้าขี้ริ้วมาเช็ดโต๊ะอย่างอายๆในการกระทำของตัวเอง
ทำไมวันนี้เธอดูเหม่อๆจังล่ะเดรโก? มีอะไรหรือเปล่า? พาร์กินสันถาม
เอ้อ...เปล่า ไม่มีอะไรหรอก มัลฟอยปฏิเสธเสียงอุบอิบก็จะให้เขาพูดอะไรได้เล่า? จะให้บอกว่าที่สติสตังไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแบบนี้ ก็เพราะเพิ่งโดนผู้ชายทิ้งมาหรือยังไง?
เขาเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่เมื่อคืนแล้วตั้งแต่วิ่งกลับเข้าหอนอนมาตอนนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างมันก็ดูไร้ค่าและว่างเปล่าสำหรับเขา เขานอนมองเพดานสีขาวที่พร่ามัวไปเรื่อยๆ ประสาทสัมผัสและสติสัมปชัญญะดูเหมือนจะปิดตัวเองลง เขาไม่รับรู้ถึงเวลาที่ผ่านไป ไม่รับรู้ถึงสรรพสำเนียงรอบๆตัว เขาไม่รับรู้อะไรทั้งนั้นไม่ อยาก รับรู้อะไรทั้งนั้น
ถ้าเขาสามารถปิดตายตัวเองไว้ได้ตลอดไปแบบนั้นก็ดีน่ะสิ จะได้ไม่ต้องตื่นมาพบกับความเจ็บปวดแบบที่เขากำลังเป็นอยู่ตอนนี้
มัลฟอยลุกขึ้นจากโต๊ะอาหารอย่างเบลอๆเมื่อรับประทานอาหารเช้าเสร็จ เด็กนักเรียนส่วนใหญ่กำลังทยอยออกจากห้องโถงใหญ่เพื่อไปเข้าเรียนคาบเช้ากันแล้ว มัลฟอย แครบ และกอยล์ก็กำลังไหลตามฝูงชนออกไปยังประตูทางออกเช่นเดียวกัน แต่ดูเหมือนเสียงพูดคุยจ้อกแจ้กและแรงเบียดของฝูงชน จะไม่ได้แทรกผ่านเข้าไปในสติสัมปชัญญะของคนร่างบางเลยแม้แต่น้อย
อ๊ะ! ขอโทษ เสียงๆหนึ่งดังขึ้นเมื่อเจ้าของเสียงเดินมาชนมัลฟอยจนเกือบจะทำให้คนร่างบางเซล้มลง ยังดีที่เจ้าตัวคนชนสามารถคว้าร่างบางๆนั่นไว้ได้ทันก่อนจะคะมำลงไปให้ชาวบ้านเขาเหยียบซ้ำอีกได้
เอ่อ ขอบ เสียงขอบคุณจากมัลฟอยกลืนหายลงไปในลำคอเมื่อเงยหน้าขึ้นมาพบว่าคนที่ชนตัวเองเป็นใคร คุณชายแห่งบ้านสลิธีรีนรู้สึกว่าตัวของเขาชาไปทั้งร่าง ใจเต้นแรงไม่ใช่เพราะกลัว เพียงแค่ตกใจ เพราะไม่นึกว่าจะต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์แบบนี้เร็วขนาดนี้ และก็ดูเหมือนคนที่ชนเขาก็กำลังอยู่ในความรู้สึกที่ไม่ต่างกัน
เมื่อได้สติ มัลฟอยจึงรีบเปลี่ยนท่าที เขาผลักอ้อมแขนที่ช่วยพยุงเขาไว้ออกไปด้วยท่าทีเฉยชา ก่อนจะพูดขอบคุณด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ ขอบใจนะ พอตเตอร์
แฮร์รี่ที่กำลังอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออกไม่แพ้กัน ได้แต่ยืนเงียบ มองคนร่างบางค่อยๆเดินจากไปในขณะที่เขายังคงยืนอยู่ที่เดิม น้ำเสียงของมัลฟอยที่พูดกับเขานั้นมันดูช่างเหินห่าง ไร้เยื่อใย ทำให้หัวใจของเขาเจ็บแปลบได้อย่างบอกไม่ถูก
แต่มันก็สมควรแล้วนี่ มันก็ควรจะต้องเป็นอย่างงี้ไม่ใช่เหรอ? หลังจากเหตุการณ์ทั้งหมดนั่น เขาหวังจะให้เดรโกพูดกับเขาว่า แฮร์รี่ครับ เหมือนเดิมหรือยังไง?
เขาไม่น่ามาเดินชนเดรโกเลย ไม่อย่างนั้นเขาคงยังอาจหลอกตัวเองได้ต่อไปอีกหน่อยว่าความเป็นจริงมันไม่ได้โหดร้ายอะไรขนาดนี้ ยังอาจหลอกตัวเองได้ว่าเดรโกกับเขายังคงเหมือนเดิม เรื่องเมื่อวานนี้เขาเพียงแค่ฝันไป ยังหวังว่าหมอนั่นจะเดินมาพูดกับเขาว่า แฮร์รี่ครับ ด้วยน้ำเสียงหวานๆชวนหลงใหลแบบเดิมนั่น เพราะเขาก็หวังให้มันเป็นอย่างงั้นจริงๆ...
แต่ในเมื่อเขามัวแต่เดินเหม่อลอย สติสตังไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแบบนี้ มันจะไม่เดินไปชนใครได้ยังไงกันเล่า? และเดินชนใครไม่ชน ดันไปชนคนที่เขาไม่อยากเผชิญหน้าด้วยที่สุดในตอนนี้เอาซะได้ชนกับคนร่างบางที่ดูเหมือนจะเดินเหม่อลอย สติสตังไม่อยู่กับเนื้อกับตัวไม่แพ้เขา ซึ่งเมื่อกี๊ก็คงจะเดินไม่ดูตาม้าตาเรือพอๆกับเขาเหมือนกัน
เออ...มันก็แค่คนไร้วิญญาณสองคนที่เดินมาชนกันก็แค่นั้นเอง
////////////////////////////////////////////
ตลอดวันนั้นทั้งวัน แฮร์รี่เรียนหนังสือไม่รู้เรื่องเลยแม้แต่น้อย สติสัมปชัญญะของเขามันไม่จดจ่อกับสถานการณ์ปัจจุบันที่อยู่ตรงหน้า แต่กลับหวนไปคิดถึงเรื่องเมื่อวานและเรื่องราวเก่าๆของเขากับเดรโก และเมื่อใจของเขามันไม่สามารถทนความเจ็บปวดจากเรื่องราวเหล่านี้ได้อีกต่อไป สมองของเขามันก็จะกลายเป็นสีขาวโพลน ว่างเปล่า
หลายต่อหลายครั้งที่เขาโดนเรียกในชั่วโมงเรียน เพื่อให้ตอบคำถามหรือตักเตือน แต่สมองของเขามันก็ไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น อาจารย์ถามมาเขาก็ไม่ตอบ อาจารย์ด่าว่าเขาก็ไม่สนใจ. ภายในวันเดียวเขาทำให้คะแนนบ้านกริฟฟินดอร์หายไปเกือบจะ 50 คะแนนได้ จนเพื่อนๆดุเขา บ่นใส่เขาแต่นั่นแหละ เขาก็ยังคงไม่สนใจ
หรือเขาจะกลายเป็นคนไร้วิญญาณไปแล้วจริงๆก็ไม่รู้...
ระหว่างเปลี่ยนคาบ เดรโกกับเขาเดินสวนกันตามทางเดินบ่อยมาก ในทีแรกเขาพยายามคิด ว่าจะแก้สถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกนี่ได้ยังไง แต่แล้วมันก็ผ่านไป โดยที่เขาไม่ต้องทำอะไรเลย นอกจากเดินหน้าเชิดผ่านไปราวกับคนแปลกหน้าที่ไม่เคยมีความสัมพันธ์ใดๆกันมาก่อน และเดรโกก็ทำอย่างนั้นเหมือนกัน
ราวกับคนแปลกหน้าที่ไม่เคยมีความสัมพันธ์อะไรกันมาก่อนเหรอ? หึทำไมทุกๆครั้งที่นึกถึงประโยคนี้ น้ำตามันถึงจะต้องเอ่อขึ้นมาทุกทีด้วยนะ
////////////////////////////////////////////
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว
...อาจจะหนึ่งอาทิตย์ ห้าวัน สามวัน หรืออาจจะแค่วันเดียวก็เป็นได้แฮร์รี่เองก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะสมองของเขามันแทบจะไม่รับรู้อะไรมาตั้งแต่วันนั้นแล้ว
สิ่งเดียวที่เขารู้ก็คือ เขาไม่สามารถจะทนกับการมีชีวิตอยู่แบบนี้...ในสภาพแบบนี้ ได้ต่อไปอีกแม้แต่วันเดียว
เขาคิดถึงน้ำเสียงร่าเริงของคนร่างบางที่พูดคุยหยอกล้อกับเขา คิดถึงดวงตาสีเทาสวยคู่นั้นที่มักจะส่งความหวานให้เขาเสมอๆ กลิ่นกายอ่อนๆที่โชยมาทุกครั้งที่เขาเข้าไปสูดดมใกล้ๆ ผิวขาวเนียนละเอียดที่น่าทะนุถนอม รวมทั้งรสชาติของริมฝีปากที่เขาเคยลิ้มลองมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งอย่างไม่รู้เบื่อ
เขาอยากจะได้ทั้งหมดนั่นกลับคืนมา
หรือเพียงแค่อย่างเดียวก็ยังดี
ถ้าหากว่ามันเป็นไปไม่ได้ ถ้าหากว่ามันมากเกินไปที่เขาจะเรียกร้องทั้งหมดนั่น เขาก็ปรารถนาเพียงแค่อย่างเดียว นั่นก็คือเดรโกอาจจะไม่มีน้ำเสียงร่าเริง ไม่มีสายตาหวาน ไม่มีกลิ่นกาย ไม่มีสัมผัส หรือรสชาติใดๆ แต่ถ้าสิ่งเดียวที่เขาได้กลับมาคือ ใจ ของเดรโกเขาก็พร้อมจะแลกทุกอย่าง
วันนี้เป็นวันเสาร์ รอนกับเฮอร์ไมโอนี่ไปนั่งทำการบ้านที่ห้องสมุด แต่เขาไม่ไป เขาบอกพวกนั้นว่าเขาจะตามไปทีหลังเพราะเขามีธุระจะต้องจัดการก่อน แต่มันก็แค่ข้ออ้างเขาไม่คิดจะไปที่ห้องสมุดหรอก เขาไม่มีกะจิตกะใจจะทำการบ้านหรืออะไรทั้งสิ้น เขาเพียงแต่อยากจะปล่อยตัวเองให้ไหลเอื่อยไปตามกระแสธารแห่งเวลาอย่างไร้จุดหมาย เพียงแค่รอคอยให้มีอะไรเกิดขึ้นมาซักอย่างอะไรก็ได้ที่จะทำให้สภาพเจ็บปวดแบบนี้จบลง จะว่าไปถ้าหากมีใครเอามีดมาปาดคอเขาให้รู้แล้วรู้รอดไปเสียตอนนี้ เขาก็ยินดี
แฮร์รี่เดินเรื่อยๆอย่างไร้จุดหมายมาตามทางเดินในปราสาท เขาขี้เกียจอุดอู้อยู่ในหอนอน แต่ก็ไม่รู้จะไปที่ไหนเหมือนกัน เขาจึงพาตัวเองออกจากหอแล้วหลังจากนั้นก็แล้วแต่เท้าจะพาไป
ตลอดเวลาที่เดินมาเขาไม่รู้สึกตัวเลยว่ากำลังมุ่งหน้าไปที่ไหน จนกระทั่งเท้าของเขามันมาหยุดลงหน้าห้องน้ำชายที่ชั้นหนึ่ง
...ห้องน้ำที่พวกเขามีอะไรกันครั้งแรก
ความทรงจำในตอนนั้นผุดขึ้นมาในสมองของแฮร์รี่ทันทีทันใด ทำไม...เท้ามันจะต้องพาเขามาในสถานที่แบบนี้ด้วยนะ? ทั้งๆที่เขาอยากผ่อนคลาย อยากจะลืมเรื่องของเดรโกไปซักพักแท้ๆ แต่มันดันพาเขาไปยังสถานที่ความทรงจำของพวกเขาทั้งสองตอกย้ำความเจ็บปวดให้มันมากขึ้นไปอีก
แฮร์รี่หันหลังถอยออกมาจากที่นั่น และทันทีที่สติของเขากลับมาอยู่กับเนื้อกับตัวอีกครั้ง เขาก็พบว่าไม่มีที่ไหนเลยในฮอกวอตส์ที่มันไม่เป็นสถานที่ความทรงจำของพวกเขา ไม่ว่าจะมองไปทางไหน ทั้งในและนอกปราสาท ตามทางเดิน เชิงบันได ห้องโถงใหญ่ เรือนกระจก ป่าต้องห้ามทันทีนั้นสถานที่ทุกๆแห่งมันก็กลายเป็นเหมือนฝันร้ายที่คอยฉุดดึงภาพความทรงจำฉากต่างๆขึ้นมาหลอกหลอนเขาตลอดเวลา
ไม่ว่ายังไงเขาก็ไม่มีทางหนีพ้นใช่ไหม?
ร่างที่ล่องลอยของแฮร์รี่เดินเรื่อยมาจนมาหยุดอยู่หน้าสถานที่อีกแห่งหนึ่งห้องเรียนห้องนั้นของพวกเขา
เท้าเจ้ากรรมพาคนร่างสูงเดินเข้าไปในห้องนั้นอย่างช้าๆ แฮร์รี่ลากเท้าไปพลางเดินลูบโต๊ะเรียนไปพลาง ภาพฉากหวานๆต่างๆในห้องนี้ถูกฉุดขึ้นมาจากส่วนลึกของสมอง คนร่างสูงเดินไปทรุดนั่งลงบนโต๊ะที่เขาเคยนั่งเป็นประจำ แล้วปล่อยให้ภาพเหล่านั้นทะลักเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ
น้ำตาของลูกผู้ชาย ไหลทะลักลงมาตามร่องแก้มพร้อมๆกับเสียงสะอื้น คนร่างสูงฟุบหน้าลงไป ปล่อยให้ความเจ็บปวดรวดร้าวทุกอย่างมันไหลออกมา
เดรโก ได้โปรดกลับมาเถอะได้ไหม? เพราะฉันไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่โดยขาดนายได้ยังไง...
...Baby set me free from this misery, I cant take it no more.
Since you went away nothings been the same, Dont know what Im living for.
Here I am so alone, And theres nothing in this world I can do.
So I told you lies even made you cry, Baby I was so wrong.
This I promise you now my love is true, This is where my heart belongs.
Cos here I am so alone, And theres nothing in this world I can do.
Until youre back here baby, Miss you want you need you so.
Until youre back here baby, Theres a feeling inside I want you to know.
You are the one that I cant let you go...
////////////////////////////////////////////
แสงจันทร์สีนวลสาดผ่านเข้ามาทางหน้าต่างหอนอนทำให้ห้องดูสว่างตาแม้ในยามราตรี แฮร์รี่นอนลืมตาโพลงจ้องมองเพดานสีขาวสว่างนั่นเหมือนกับพยายามจะมองให้ทะลุไปให้ได้ เขาไม่รู้สึกง่วงเป็นคืนที่เท่าไหร่แล้วนะ ที่เขานอนไม่หลับแบบนี้?
...นั่นเสียงอะไร?
จู่ๆประสาทหูที่ด้านชาของแฮร์รี่ก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง ถ้าเป็นในเวลาปกติที่มีเสียงจ้อกแจ้กจอแจอยู่ตลอดเวลาเขาอาจจะไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น แต่ในความเงียบสงัดยามค่ำคืนแบบนี้ เสียงประหลาดนั่นกลับแทรกผ่านโสตประสาทเข้ามาได้อย่างง่ายดาย เขาพยายามเงี่ยหูฟัง...เสียงนั่นเงียบหายไปพักหนึ่ง แต่แล้วก็กลับดังขึ้นมาอีก
เสียงเหมือนสัตว์อะไรซักอย่างกำลังได้รับความเจ็บปวด?
แฮร์รี่ผุดลุกขึ้นจากเตียง คว้าแว่นขึ้นมาสวมแล้วพยายามมองลอดผ่านหน้าต่าง แสงจันทร์ที่สว่างจ้าของราตรีนี้ช่วยให้เขามองเห็นสิ่งที่ต้องการหาพบอย่างง่ายดาย
สายตาของแฮร์รี่พบกับสายตาสีแดงคู่หนึ่งที่มองตอบกลับมาอย่างขอความช่วยเหลือทันทีที่เขามองลงไป...
...มีสุนัขตัวหนึ่งอยู่ข้างล่างนั่น!
สุนัขตัวนั้นดูผอม แต่จากแสงในขณะนี้ไม่สามารถบอกได้ว่าสุนัขนั้นมีสีอะไร ชั่วแวบหนึ่งแฮร์รี่เกิดความคิดขึ้นมาว่าซีเรียสได้กลับจากความตายมาหาเขา แต่แล้วเขาก็รู้ว่ามันเป็นเพียงความคิดบ้าๆ และความรู้สึกก็บอกเขาว่าสุนัขนั่นไม่ใช่ซีเรียส มันดูเหมือนหมาป่ามากกว่า...
แฮร์รี่เงยหน้าขึ้นมองพระจันทร์โดยอัตโนมัติ...คืนนี้พระจันทร์เต็มดวง ถ้าอย่างงั้นนั่นก็คือลูปินน่ะสิ!
แต่ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ หมาป่าตัวนั้นกำลังดิ้นทุรนทุรายอยู่บนพื้นหญ้าใต้หน้าต่างห้องนอนของเขา แฮร์รี่เพ่งมองด้วยความตื่นตกใจ เขาเห็นร่างกายของมันบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดอยู่ไปมาเหมือนกับมันได้รับบาดเจ็บอะไรซักอย่าง
เด็กหนุ่มกริฟฟินดอร์ขนลุก เขารู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาจับใจ...เกิดอะไรขึ้นกับลูปิน? ทำไมลูปินถึงทำท่าเจ็บปวดแบบนั้น? เขาโดนใครทำร้ายมาหรือไงกัน? แล้วทำไมศาสตราจารย์ถึงไม่ขังตัวเองอยู่ในห้องเหมือนกับทุกๆครั้งที่แปลงร่างล่ะ ในเมื่อการปล่อยให้ร่างมนุษย์หมาป่ามาเพ่นพ่านอยู่ในหมู่มนุษย์แบบนี้อาจจะเกิดอันตรายขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ได้ไม่ใช่หรือไง!? แล้วที่สำคัญทำไมลูปินถึงต้องมาอยู่ที่ใต้หน้าต่างหอนอนของเขา และส่งสายตาขอความช่วยเหลือมาที่เขาแบบนั้นด้วย!?
แฮร์รี่สะดุ้ง นี่เขาปัญญาอ่อนไปแล้วหรือไงกัน!? การที่ลูปินมาร่ำร้องขอความช่วยเหลืออยู่ใต้หน้าต่างห้องนอนของเขา ก็เพราะอาจารย์ต้องการความช่วยเหลือจากเขาน่ะสิ! คิดได้ดังนั้นเลือดในกายของแฮร์รี่ก็พลุ่งพล่านขึ้นมาในทันใด เขาไม่รู้ว่าลูปินไปโดนอะไรมาหรือเกิดอะไรขึ้น แต่ถ้าอาจารย์ต้องการความช่วยเหลือจากเขา เขาก็จะต้องลงไปช่วยแน่ๆอยู่แล้ว!
และเขาก็ควรจะลงไปเดี๋ยวนี้เลย!
แฮร์รี่หันกลับมาจากหน้าต่าง เปิดหีบเสื้อผ้าแล้วหยิบผ้าคลุมล่องหนขึ้นมา อีกมือก็ควานหาแผนที่ตัวกวนว่าซุกอยู่ตรงส่วนไหนของหีบ
เขาขมวดคิ้วเมื่อหาแผนที่ตัวกวนไม่เจอ...เอาไปเก็บไว้ที่ไหนนะ? คนร่างสูงพยายามทบทวนความจำ แล้วเขาก็นึกออก...เขาให้เดรโกยืมไปวันนั้นนี่นา...
แฮร์รี่รู้สึกเสียดายขึ้นมาหน่อยหนึ่งเมื่อคิดว่าเขาอาจจะไม่ได้มันคืนมาอีกแล้วก็ได้ แต่เอาเถอะ ยังไงก็ยังมีผ้าคลุมล่องหน เดินหายตัวไปอย่างงี้ก็คงไม่เป็นไร คนร่างสูงเอาผ้าคลุมคลุมตัวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินย่องออกจากหอไปอย่างเร่งรีบ
แฮร์รี่ลงไปถึงประตูใหญ่โดยไม่พบอุปสรรคใดๆเลย เขาแง้มประตูเบาๆออกไปสู่สนามหญ้าที่มีแสงจันทร์กระจ่าง...
...หมาป่าตัวนั้นกำลังนั่งรอเขาที่หน้าประตูอยู่ก่อนแล้ว...ราวกับรู้ดีว่าแฮร์รี่จะต้องลงมา ร่างกายของมันยังคงดูสั่นเทา อาจจะเนื่องมาจากความหวาดกลัวหรือไม่ก็ความเจ็บปวด...อย่างใดอย่างหนึ่งหรือไม่ก็ทั้งสองอย่าง แต่อย่างน้อยร่างกายของมันก็หยุดบิดเบี้ยวและมันก็หยุดส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดแล้ว ถึงแม้สายตาจะยังคงเต็มไปด้วยคำขอร้องขอความช่วยเหลืออยู่ก็ตาม
ศาสตราจารย์ลูปิน.... แฮร์รี่ถอดผ้าคลุมล่องหนออกแล้วร้องเรียก...ด้วยท่าทีกึ่งกล้ากึ่งกลัว สาเหตุก็เพราะแฮร์รี่รู้ว่ามนุษย์หมาป่าจะมีนิสัยดุร้ายเมื่อกลายร่างและสำนึกความเป็นมนุษย์ก็แทบจะไม่มีเหลืออยู่เลย
แต่สิ่งที่สุนัขตัวนั้นทำก็คือแค่จ้องมองเขา ก่อนจะลุกขึ้นด้วยท่าทางทุลักทุเลเนื่องมาจากความเจ็บปวด แล้วเริ่มวิ่งไปทางป่าต้องห้ามโดยไม่สนใจเสียงของแฮร์รี่
เดี๋ยวสิครับ ศาสตราจารย์! แฮร์รี่ร้องเรียก หมาป่าตัวนั้นหยุดวิ่งครู่หนึ่ง หันหลังมามองก่อนจะออกวิ่งลากขาต่อไป เหมือนกับจะบอกว่าให้ตามมันไป
แฮร์รี่ขมวดคิ้ว ปกติมนุษย์หมาป่าจะต้องดุร้ายไม่ใช่เหรอ? แต่ทำไมคราวนี้ลูปินดูเหมือนจะควบคุมตัวเองได้ ไม่เข้ามาทำร้ายมนุษย์เหมือนแต่ก่อน? และที่สำคัญมันเกิดอะไรขึ้นในป่าต้องห้ามหรือเปล่า? ทำไมลูปินถึงต้องการให้เขาตามไปที่นั่นนัก? เด็กหนุ่มกริฟฟินดอร์ครุ่นคิดขณะวิ่งตามหมาป่าตัวนั้นไปจนถึงป่าต้องห้าม
อาจารย์? จะไปไหนครับ? แฮร์รี่ตะโกนถามเมื่อไปถึงป่าต้องห้ามแล้วแต่หมาป่าก็ยังไม่ยอมหยุด มันพาแฮร์รี่บุกตะลุยลึกเข้าไปในป่าอย่างไม่ลดละ
อาจารย์? แฮร์รี่ตะโกนเรียกอีก แต่ทันทีนั้นเขาก็หลุดเข้ามาในลานหญ้าโล่งๆแห่งหนึ่ง ความมืดของป่ารอบๆบริเวณนั้นยิ่งขับให้ลานกว้างนั่นดูสว่างเด่นขึ้นมาราวกับต้องมนตร์ หมาป่ากำลังนั่งอยู่ที่นั่น...รอเขา ท่าทางเจ็บปวดของมันหายไปหมดสิ้นแล้ว
อาจารย์? พาผมมาที่นี่ทำไมครับ? เกิดอะไรขึ้น? แฮร์รี่เดินเข้าไปหาพลางถาม แต่แล้วเขาก็ต้องชะงักกึก
สุนัขป่าตาสีแดงตัวนั้นกำลังค่อยๆกลายร่างอย่างช้าๆ จนมีรูปร่างเป็นคน
แล้วแฮร์รี่ก็เพิ่งตระหนัก ว่ามนุษย์ที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขานั้นไม่ใช่ลูปิน
////////////////////////////////////////////
มัลฟอยนอนไม่หลับ
คนร่างบางนอนลืมตาโพลงอยู่ในห้อง เขากำลังพยายามคิดถึงเรื่องไปเที่ยววันหยุดที่ต่างประเทศกับครอบครัว พยายามคิดถึงคฤหาสน์มัลฟอย คิดถึงเรื่องการแข่งควิดดิชเรื่องอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่เรื่องของแฮร์รี่ เผื่อมันจะทำให้เขาง่วงและอยากหลับได้บ้าง
แต่ก็ไม่ได้เลย เขาพยายามจะสลัดเรื่องของแฮร์รี่ออกไปจากหัวแต่ก็ทำไม่ได้ ทุกๆครั้งที่เขาเผลอ ความทรงจำเรื่องราวระหว่างเขากับหมอนั่นจะต้องผุดขึ้นมาในหัวทุกครั้งไปราวกับอยากจะตอกย้ำคนที่โดนทิ้งอย่างเขาให้มันเจ็บปวดจนตายกันไปข้างอย่างนั้นก็ไม่ปาน
เอาซี่! เอาให้ตายกันไปเลย! เพราะยังไงๆเขาก็ตัดใจจากแฮร์รี่ไม่ได้อยู่แล้ว ก็เอาให้เขาตายๆไปเลยซะดีกว่า! อย่าคิดนะว่าเขาไม่พยายามจะตัดใจ ตลอดเวลาที่ผ่านมาซึ่งก็ไม่รู้ว่ากี่วันมาแล้วนับจากวันนั้น เพราะดูเหมือนประสาทสัมผัสในทุกๆด้านของเขามันจะบิดเบือนหรือไม่ก็เสื่อมประสิทธิภาพไปจนหมดแล้ว เขาได้พยายามตัดใจ พยายามลืมเรื่องแฮร์รี่ บอกกับตัวเองว่าในเมื่อเมื่อก่อนเขายังสามารถอยู่คนเดียวได้ แล้วทำไมตอนนี้เขาจะทำอย่างนั้นไม่ได้?
ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่าเขาจะไม่มีวันกลับไปอยู่คนเดียวแบบนั้นได้อีก ในเมื่อเขาได้ค้นพบสิ่งที่ปรารถนามากที่สุดในชีวิตมาแล้ว การที่สูญเสียสิ่งนั้นไปก็เหมือนทำเขาตายทั้งเป็น
ทุกๆครั้งที่เขาเห็นหน้าแฮร์รี่ ทุกๆครั้งที่พวกเขาเดินสวนกันบนทางเดิน มัลฟอยจะพยายามแสร้งทำเป็นไม่สนใจ เฉยชาราวกับผู้ชายคนนั้นไม่ได้มีความหมายพิเศษอะไรสำหรับเขา ไม่ได้ต่างไปจากมนุษย์คนอื่นๆ แต่หลังจากที่เดินสวนกันไปแล้วทุกครั้ง คนร่างบางก็จะหันกลับไปมองแผ่นหลังที่คุ้นเคยนั่นเดินจากไปช้าๆด้วยสายตาปวดร้าว
น้ำอุ่นๆไหลเอื่อยลงมาอาบแก้มของมัลฟอยเงียบๆ ตอนนี้การร้องไห้เป็นเรื่องปกติธรรมดาสำหรับเขาไปเสียแล้ว ตาของเขาบวมแดงอยู่ตลอดเวลา และในเมื่อน้ำตามันยังไหลออกมาไม่หนำใจ เขาจึงได้แต่ปล่อยให้มันไหลออกมาเรื่อยๆจนกว่าจะพอ จนกว่าจะหยุดไปเอง
คนร่างบางล้วงมือเข้าไปใต้หมอน หยิบกระดาษเก่าๆแผ่นหนึ่งออกมา
มันเหมือนกับเป็นวัตถุเพียงสิ่งเดียวที่เป็นตัวแทนของแฮร์รี่ในตอนนี้ ทุกครั้งที่เขาคิดถึงความทรงจำเก่าๆ คนร่างบางก็จะหยิบมันขึ้นมาดูเล่น...ซึ่งจะว่าไปแล้วมันก็บ่อยเสียเหลือเกิน เขามักจะพกมันติดตัวไว้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเวลาไปเรียน หรือในเวลานอนเช่นนี้ เผื่อว่าตอนไหนที่เขาเกิดทนไม่ไหวขึ้นมาเขาจะได้หยิบมันมาดูได้ตลอด
และเมื่อเปิดแผนที่ดูก็ไม่พ้นที่เขาจะต้องมองหาว่าแฮร์รี่กำลังทำอะไรอยู่ที่ไหนกับใครในปราสาทฮอกวอตส์นี้...ซึ่งเขาก็มักจะหวังอยู่ลึกๆว่าอย่าให้คนๆนั้นเป็นผู้หญิงที่ชื่อโช แชงเลย ถึงแม้จะริบหรี่เพียงใดแต่เขาก็ยังปรารถนาอยู่ตลอดให้เขาเข้าใจผิดไปเองเรื่องแฮร์รี่กับโช และความหวังของเขาก็ดูเหมือนจะเป็นจริงทุกครั้ง เพราะเขาไม่เคยเห็นแฮร์รี่อยู่กับโชอีก จะมีก็แต่เดินสวนกันตามทางเดินเท่านั้น...ไม่รู้เหมือนกันว่าทั้งหมดนั่นมันทำให้เขาอุ่นใจขึ้น หรือยิ่งเจ็บปวดขึ้นกันแน่...
มัลฟอยหยิบไม้กายสิทธิ์ขึ้นมาแล้วท่องคาถา ข้าขอสาบานอย่างจริงจังว่าข้านั้นหาความดีไม่ได้
ทันใดนั้นแผนที่ปราสาทฮอกวอตส์ก็ปรากฏขึ้น
คนร่างบางกวาดสายตาไปรอบๆแผนที่อย่างไม่ใส่ใจเท่าไหร่นัก มองผ่านชื่อสเนป ฟิลช์ และดัมเบิลดอร์ไป เขาคาดว่าในเวลาดึกดื่นแบบนี้แฮร์รี่จะต้องอยู่ในหอนอนตามปกติเป็นแน่ จึงเลื่อนสายตาขึ้นไปที่หอนอนกริฟฟินดอร์ แต่แล้วคนร่างบางก็ต้องขมวดคิ้วด้วยความพิศวงเมื่อเขาสังเกตเห็นอะไรบางอย่างไม่ชอบมาพากล
มัลฟอยยันตัวลุกพรวดขึ้นจากเตียงทันที ทำไมชื่อ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ถึงไม่ได้ในหอนอนกริฟฟินดอร์ แต่กลับอยู่นอกปราสาทฮอกวอตส์ล่ะ!? และที่สำคัญคือแฮร์รี่ไม่ได้อยู่คนเดียว
...แต่อยู่กับเบลาทริกซ์ เลจแสตรงจ์!