LuZ CoNtRoL # 14 #
posted on 03 Feb 2006 01:11 by dakki in LuZCoNtRoLxENDxHarry Potter Fan Fiction
By : Dakki
Pairing : Harry Potter/Draco Malfoy
Style : Yaoi
Category : กุ๊กกิ๊ก^^/Mystery
Rate : PG-13(This Part)
Summary : หลังจากแฮร์รี่และเดรโกโดนกักบริเวณด้วยกันเป็นเวลา 3 วัน...plot เน่าๆที่นำไปสู่ปริศนาและการวางแผนฆ่าแฮร์รี่โดยกลุ่มผู้เสพความตาย...
LuZ CoNtRoL # 14 #
จดหมายในห้องเรียนวิชาปรุงยา
ภายในห้องเงียบสงัด
หน้าต่างที่มีอยู่เพียงบานเดียวในห้องถูกกรุด้วยผ้าม่านสีแดงฉาน ทำให้แสงอาทิตย์ส่องลอดเข้ามาได้ไม่เต็มที่ ส่วนที่ส่องผ่านเข้ามาได้ก็เป็นเพียงสีแดงสลัวๆ ทำให้บรรยากาศทึบทึมน่ากลัว ร่างๆหนึ่งที่แสงอาทิตย์ไม่สามารถส่องต้องถึง นั่งอยู่บนโซฟาตรงกลางห้อง
เจ้าทำงานพลาด? น้ำเสียงเยียบเย็นจากร่างบนโซฟาเอ่ยถามขึ้นอย่างแสดงพลังอำนาจอันน่าขนพองสยองเกล้า
ข้าข้าขออภัยด้วย นายท่าน เสียงสั่นๆตอบกลับมาอย่างหวาดผวาจากร่างหนึ่งในจำนวนสองร่างที่นั่งคุกเข่าก้มหน้านิ่งอยู่เบื้องบาทจอมมาร
พวกเจ้าปล่อยให้มันหนีไปได้งั้นสิ? เสียงนั้นยังคงเรียบเฉย ไม่ได้แสดงอารมณ์โกรธเคือง แต่เพียงแค่นั้นก็ทำให้ผู้ต้องโทษทั้งสองเสียวสันหลังวาบไปตามๆกัน
คระคราวนี้เราปล่อยให้มันหนีไปได้ เสียงผู้หญิงเอ่ยสั่นๆ แต่ไม่ใช่คราวหน้าแน่
ร่างบนโซฟาเงียบไปเป็นครู่ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ทั้งสองขวัญหายได้ในทันที ใครบอกกันว่าจะมีคำว่า คราวหน้า สำหรับพวกเจ้า?
ร่างที่คู้อยู่แทบเท้าทั้งคู่เริ่มหายใจแรง นายท่าน โปรดอภัยให้เราด้วย ให้โอกาสพวกเราอีกสักครั้งเถิด คนผู้ชายอ้อนวอน
นายท่าน ข้ามีแผนแล้ว รับรองว่าคราวนี้พวกเราทำงานไม่พลาดอีกแน่ๆ คนผู้หญิงอ้อนวอนบ้าง
จอมมารนิ่งขึง ก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ แผนอะไรของพวกเจ้ากัน?
เบลาทริกซ์เล่าแผนการที่เธอเพิ่งคิดได้หลังจากผ่านการต่อสู้ในป่าต้องห้ามซึ่งพวกเธอเป็นฝ่ายแพ้ให้จอมมารฟังด้วยน้ำเสียงเกรงกลัวแต่แฝงไว้ด้วยความมั่นใจ แผนการที่เบลาทริกซ์คิดได้เมื่อเห็นความสัมพันธ์ของแฮร์รี่ พอตเตอร์กับเดรโก มัลฟอย-ลูกของลูเซียสกับนาร์ซิสซา มัลฟอย ในป่าต้องห้ามนั้น เมื่อจบ ร่างบนโซฟาก็นิ่งเงียบครุ่นคิด
ช่วงเวลาอกสั่นขวัญหายสำหรับทั้งสองผ่านไปเป็นครู่ ก่อนที่จอมมารจะเอ่ยขึ้น
ข้าจะให้โอกาสพวกเจ้าอีกครั้งก็ได้ แต่คราวนี้ห้ามพลาด!
////////////////////////////////////////////
เสียงพูดคุยจ้อกแจ้กจอแจผสมกับเสียงมีดส้อมกระทบจานชามในห้องโถงใหญ่เริ่มซาลงเมื่อนักเรียนส่วนใหญ่รับประทานอาหารเย็นเสร็จและกำลังทยอยเดินออกไปจากห้องโถง ที่โต๊ะสลิธีรีน เดรโก มัลฟอยใช้ส้อมจิ้มเบคอนชิ้นสุดท้ายในจานเข้าปาก ยกแก้วน้ำฟักทองขึ้นดื่มอึกใหญ่ๆ ก่อนจะลุกออกไปจากโต๊ะโดยมีแครบกับกอยล์เดินประกบตามหลังเหมือนเคย
เดรโก เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นเพียงชั่วเสี้ยววินาทีก่อนที่มัลฟอยจะรู้สึกถึงแรงฉุดเบาๆแต่รวดเร็วที่ข้อมือ จนทำเอาเขาทรงตัวไม่อยู่เซถลาไปตามแรงนั้น
แฮร์รี่! มัลฟอยร้องขึ้นเมื่อเงยหน้าขึ้นมาเห็นเจ้าตัวคนฉุด จะว่าว่าเขาตกใจหรือประหลาดใจก็คงไม่ได้หรอก เพราะฉากแบบนี้มันก็ออกจะคุ้นๆอยู่ ใช่ว่าแฮร์รี่จะไม่เคยฉุดเขาแบบนี้เสียเมื่อไหร่ ออกจะทำเป็นปกติเสียด้วยซ้ำ เพียงแต่ในความคิดของมัลฟอย มันผ่านมานานมากเหลือเกินแล้วที่ความปกติเหล่านั้นมันหายไปจากชีวิตของเขา
แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้มันกำลังจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว
เดรโก แฮร์รี่พูดขึ้น ไปกับฉันหน่อยได้หรือเปล่า?
เป็นประโยคคำถามที่คุ้นหูเอามากๆ เหมือนกับครั้งแรกที่แฮร์รี่ชวนเขาไปยังห้องเรียนห้องนั้นไม่มีผิด...ตอนที่พวกเขาเพิ่งจะเริ่มต้นกันใหม่ๆ
อืม...งั้นก็ถือให้เรื่องราวอันเลวร้ายที่ผ่านมาเป็นเพียงอดีต ลบมันทิ้งไปเสีย ให้ ณ เวลานี้เป็นจุดเริ่มต้นใหม่สำหรับเรื่องราวของพวกเขาทั้งสองก็แล้วกัน
คนร่างบางเงยหน้าขึ้นพลางส่งยิ้มไปให้ ก่อนตอบคำ
อืออ ได้สิ
แฮร์รี่และมัลฟอยเดินเคียงคู่กันไปยังห้องเรียนของพวกเขา ตอนแรกก็ด้วยความเงียบงัน แต่แล้วแฮร์รี่ก็เป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้น
เดรโก ฉันช่วยถือมา คนร่างสูงยื่นมือออกมาพลางพยักเพยิดไปยังหอบหนังสือ 2-3 เล่มที่อยู่ในอ้อมแขนของมัลฟอย คนร่างบางก้มลงมองหนังสือในมือของตัวเอง แล้วก็ส่ายหน้าเบาๆ
ไม่เป็นไรหรอก ฉันถือเองได้
ไม่เป็นไร ให้ฉันช่วยถือเถอะ มือมันว่างๆแล้วแปลกๆ แฮร์รี่ยังยืนกราน
ไม่เป็นไร มีแค่ไม่กี่เล่มเอง ไม่หนักหรอก มัลฟอยยังคงไม่ยอมให้ถือ จนคนร่างสูงถอนใจเฮือก ดื้อจริงๆเลยคนนี้ กะจะไม่ใช้ไม้ตายแล้วเชียวน้า นายบังคับให้ฉันต้องใช้มุขนี้เองนะเดรโก...
เดรโก บอกแล้วใช่มั้ยว่ามือมันว่างแล้วแปลกๆ จะให้ฉันเอามือไปสัมผัสหนังสือ หรือสัมผัสเอวนายดีล่ะ? มันจะได้ไม่ว่าง
เท่านั้นแหละ ได้ผล มัลฟอยยอมส่งหนังสือให้แฮร์รี่ถือแต่โดยดี คนร่างสูงใช้แขนซ้ายหอบหนังสือ แต่แขนขวาก็ยังคงปล่อยแกว่งไปแกว่งมาตามปกติ
อืม...แขนขวาฉันยังว่างอยู่เลยอ่ะ แฮร์รี่พูดขึ้นมาลอยๆ มัลฟอยอมยิ้ม...รู้นะว่าจะเล่นอะไร ตอนแรกเขาเพียงแต่ยังเขินๆอยู่นิดหน่อยก็ไม่ได้หยอกเล่นกันแบบนี้ ไม่ได้จีบกันแบบนี้มาตั้งนาน เขาเองก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำตัวยังไงถึงจะถูกเหมือนกัน แต่ในเมื่อแฮร์รี่มีทีท่าปกติไม่ได้เขินอายอะไร และยังคงเล่นมาเรื่อยๆแบบนี้ ก็ขอเขาเล่นคืนหน่อยก็แล้วกัน
อ่ะ มัลฟอยว่าพลางเอามือซ้ายของเขาสอดเข้าไปทาบทับกับมือขวาของคนร่างสูง นิ้วมือของทั้งคู่สอดประสานกัน ไม่ว่างแล้วไง
แฮร์รี่เงยหน้ามองคนร่างบางด้วยสีหน้าประหลาดใจ ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นยิ้ม
คิดว่าจะง้อยากกว่านี้อีกหน่อยเสียอีก ไม่นึกว่าพวกเขาจะกลับมาสวีทเหมือนเดิมได้เร็วขนาดนี้
แต่ภาพเด็กหนุ่มสองคนที่เดินแกว่งมือกันไปมาบนทางเดินปราสาทฮอกวอตส์ในคืนนั้น ก็เป็นข้อพิสูจน์ได้อย่างดีแล้ว
ทั้งสองเดินจูงมือกันไปจนถึงห้องเรียน
เดรโก จู่ๆแฮร์รี่ก็หันขวับมาเรียกคนร่างบางขณะที่มัลฟอยกำลังแหย่เท้าจะก้าวเข้าไปในห้อง อย่าเพิ่งเข้า รออยู่นี่แป๊บนึงนะ สั่งเสร็จคนร่างสูงก็หายแวบเข้าไปในห้องอย่างรวดเร็วโดยไม่เปิดโอกาสให้มัลฟอยยิงคำถามใส่ซักประโยคเดียว คนร่างบางอ้าปากค้าง จะถามว่า ทำไม? แต่ก็ถามไม่ทันน่ะสิน้า
ครู่เดียวแฮร์รี่ก็เดินออกมาหาเขาพร้อมกับถือของบางอย่างไว้ข้างหลังอย่างมีพิรุธ มัลฟอยชะเง้อคอพยายามจะมองว่าคนร่างสูงถืออะไรมีอะไรมาเซอร์ไพรส์เขาอีกล่ะ?
เดรโก แฮร์รี่ทำเสียงขรึม ก่อนจะเลื่อนมือที่ถือของสิ่งนั้นจากข้างหลังมายื่นให้คนร่างบาง นี่แทนคำขอโทษสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างครับ
มันเป็นช่อดอกกุหลาบหลากสีแสนสวย ทั้งสีแดง ชมพู และก็ขาว ช่อไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป พอจะซ่อนอยู่ด้านหลังคนร่างสูงได้มิดตอนที่ถือมาจะเซอร์ไพรส์ มัลฟอยสูดลมหายใจลึก หัวใจเต้นแรงเมื่อเอื้อมมือออกไปรับดอกไม้ช่อนั้นก่อนจะพึมพำเบาๆ
ขอบคุณนะ
คือมัน แฮร์รี่พยายามพูดเมื่อส่งช่อกุหลาบให้ไปแล้ว ดูที่ก้านมันด้วยนะ เขาพูดเบาๆเขินๆ
มัลฟอยขมวดคิ้ว...ที่ก้านมันงั้นเหรอ? ที่ก้านดอกกุหลาบมันจะมีอะไรล่ะ? คนร่างบางงง แต่ก็ยังคงแหวกกระดาษสาสีสวยที่ห่อหุ้มดอกไม้ทั้งกำ เพื่อจะดูที่ก้านของมัน
ที่ก้านของดอกกุหลาบทุกดอก แฮร์รี่เลาะหนามมันออกจนหมด และแทนที่ เขาได้เขียนหมายเลขกำกับไว้สำหรับแต่ละก้านและแกะสลักข้อความลงไปจนเต็ม
I feel like a song without the words, a man without a soul, a bird without its wings, a heart without a home
I feel like a knight without a sword, a sky without the sun, cos you are the one
I feel like a ship beneath the waves, a child whos lost his way, a door without a key, a face without a name
I feel like a breath without the air, and everybodys the same, since youve gone away
I gotta have a reason to wake up in the morning, you used to be the one that put the smile on my face
There are no words that could describe how I miss you, I miss you, everyday
Im never gonna leave your side, and Im never gonna leave your side again
I am still holding on girl, I wont let you go
Cos when Im lying in your arms, I know Im home
They tell me that a man can lose his mind, living in the pain
The callin times gone by, Im crying in the rain
You know Ive wasted half the time, and Im on my knees again til you come to me...
มัลฟอยหน้าแดงเมื่ออ่านข้อความทั้งหมดเรียงตามลำดับก้านกุหลาบที่แฮร์รี่เขียนหมายเลขกำกับเอาไว้จนจบ เขาพยายามทำสีหน้าเรียบเฉย แต่ภายในใจนั้นแทบจะร้องตะโกนออกมาด้วยความดีใจสุดชีวิตอยู่แล้ว หัวใจของคุณชายแห่งบ้านสลิธีรีนเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆจนเขาไม่รู้ว่าจะรับมือกับเหตุการณ์ตรงหน้านี้อย่างไรดี
อะ.เอ้อ. มัลฟอยตะกุกตะกัก ไม่รู้ว่าจะต้องพูดอย่างไรดี เอ้อคือนายทำได้ยังไงเหรอ?
เป็นคำถามที่ไม่ตรงตามความรู้สึกในใจของคนถามตอนนี้เป็นอย่างมาก และนั่นก็ทำให้แฮร์รี่อดที่จะยิ้มไม่ได้
ฮ่าฮ่าฮ่า ทำไมถามคำถามนี้ล่ะ? แฮร์รี่หัวเราะ ก็ไม่ยากหรอก แค่ใช้ไม้แหลมๆกดแรงๆลงไปบนก้านกุหลาบ แค่นั้นก็เขียนติดแล้ว คนร่างสูงตอบแล้วเงียบรอฟังประโยคที่คนร่างบางจะเอ่ยต่อไป
เอ้ออ มัลฟอยอ้ำอึ้งเมื่อเห็นแฮร์รี่เงียบ แล้วนายทำนานมั้ยอ่ะ?
คนร่างสูงอมยิ้ม อืมม เขาทำท่าครุ่นคิด ...ขอไม่ตอบดีกว่านะ จะให้เขาบอกคนร่างบางคนนี้ไปเหรอ ว่ากว่าจะเขียนเพลงลงไปบนก้านกุหลาบทุกก้านเสร็จก็กินเวลาไปเสียครึ่งค่อนวันจนครึ่งบ่ายวันนี้เขาแทบจะไม่ได้เข้าเรียนเลย
อืมม มัลฟอยไม่รู้จะพูดอะไรต่อ ได้แต่ก้มหน้าลงมองดอกกุหลาบช่อนั้นแก้เขิน นายน่าจะเขียนลงอะไรที่มันคงทนกว่านี้หน่อยนะ ดอกกุหลาบพวกนี้อีกไม่กี่วันก็เหี่ยวแล้ว ที่นายเขียนๆมาพวกนี้ก็คงเสื่อมสลายไปด้วย น่าเสียดายออก คนร่างบางเงยหน้าขึ้นมองเด็กหนุ่มกริฟฟินดอร์พลางทำสายตาเศร้าสร้อย
หะหะหะ แฮร์รี่หัวเราะ เขียนลงอะไรที่มันเสื่อมสลายได้ง่ายๆแบบนี้มันก็ดีแล้วนี่นา ฉันเพียงแต่ต้องการขอโทษนายสำหรับเรื่องราวร้ายๆทั้งหมดที่ผ่านมาเท่านั้น แต่ไม่ได้ต้องการให้นายจดจำหรือเก็บเรื่องเหล่านั้นเอาไว้ เพียงรับคำขอโทษของฉัน ณ เวลานี้แล้วก็ลบเรื่องเหล่านั้นออกไปเสียให้หมดจากใจ แล้วเริ่มนับเวลานี้เป็นจุดเริ่มต้นใหม่ของเรื่องราวของพวกเรา นะครับ คนร่างสูงพูดเสียงนุ่มยืดยาวพลางเอื้อมมือมากุมมือนิ่มข้างหนึ่งของมัลฟอยไว้แน่น คนร่างบางจึงยิ่งเขินยิ่งก้มหน้างุดหนักเข้าไปอีก
อื้ออ แต่ฉันก็ยังเสียดายนี่นา ก็นายอุตส่าห์เขียนให้ฉันไม่ใช่เหรอ? ร่างบางพูดอุบอิบตอบทั้งๆที่ยังคงก้มหน้างุดอยู่
อืมมม ช่วยไม่ได้แฮะ ก็ฉันเขียนลงบนสิ่งที่เสื่อมสลายได้ง่ายไปแล้วนี่ แฮร์รี่พูดพลางครุ่นคิด ถ้างั้นนายก็เอามันแช่น้ำแล้วใส่ยาแอสไพรินลงในน้ำวันละเม็ด มันก็คงจะอยู่ได้นานมากขึ้นหน่อยล่ะน่า ว่าแต่ว่า คนร่างสูงชะโงกหน้ามาใกล้จนมัลฟอยผงะถอยหลังไปก้าวหนึ่ง แต่แรงดึงจากมืออันแข็งแกร่งของแฮร์รี่ทำให้เขาไม่สามารถจะถอยหนีไปไหนได้ไกล นายรับคำขอโทษของฉันหรือเปล่า?
มัลฟอยก้มหน้างุด ใบหน้าแดงซ่าน เขาพยายามจะเขยิบตัวถอยห่างออกจากลมหายใจอุ่นๆที่รดใบหน้าเขาอยู่ตอนนี้อีกซักนิด แต่ดูเหมือนแฮร์รี่ที่ยึดแขนของเขาไว้แน่นจะไม่ยอมให้เขาทำอย่างนั้นได้ง่ายๆเลย
อะอื้อ. เสียงคนร่างบางพึมพำเบาๆในลำคอเป็นคำตอบสำหรับคำถามนั้นทั้งๆที่เจ้าตัวยังไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาเลย
อะไรนะ? แฮร์รี่ถามซ้ำ ชะโงกหน้าเข้าใกล้มัลฟอยมากขึ้นไปอีกก็เขาอยากจะได้ยินให้ชัดๆอีกซักครั้งจริงๆนี่นา
โอ๊ย! ยกโทษให้แล้วยังจะมาแกล้งเขาอีกแน่ะ! มัลฟอยคิดด้วยความโมโหปนหมั่นไส้ แต่ด้วยความที่ความเขินยังคงมีมากกว่า เขาจึงได้เพียงแต่ตอบย้ำคำเดิมให้ชัดเจนขึ้น
อื้ออ
ในวินาทีถัดมา มัลฟอยก็รู้สึกว่าร่างของเขาถูกเหวี่ยงอย่างรวดเร็วเข้าไปในอ้อมกอดที่แข็งแรงแต่อบอุ่น อ้อมแขนของแฮร์รี่ที่เขาไม่ได้เข้ามาสัมผัสมานานเหลือเกิน
ขอบคุณนะ เป็นคำพูดจากคนร่างสูงที่กระซิบบอกเบาๆที่ข้างหูเขา แต่มัลฟอยไม่ตอบอะไร เพียงแค่เอื้อมมือทั้งสองออกมากอดตอบแฮร์รี่เท่านั้น
มันเป็นอ้อมกอดแสนหวานอันอบอุ่นที่ยาวนานที่สุดเท่าที่เขาทั้งสองเคยมอบให้แก่กันและกัน
นี่เดรโก แฮร์รี่ร้องเรียกเด็กหนุ่มร่างบางที่กำลังนั่งทำการบ้านอยู่อย่างต้องการเรียกร้องความสนใจ นายสนใจฉันหน่อยซี่
มัลฟอยกำลังนั่งทำการบ้านอยู่ก็หนังสือ 2-3 เล่มที่เขาหอบมาด้วยจากห้องโถงใหญ่นั่นแหละ เป็นการบ้านวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดที่ต้องส่งพรุ่งนี้แล้ว ถ้าเขาจะมามัวเสียเวลานั่งจีบกับแฮร์รี่อยู่ทั้งคืนล่ะก็การบ้านศาสตราจารย์ลูปินก็คงเป็นหมันเป็นแน่ ดังนั้นเขาจึงต้องรีบปั่นมันให้เสร็จก่อน แล้วเรื่องนั่งจีบกับแฮร์รี่น่ะค่อยว่ากันทีหลัง
แต่ดูท่าเด็กหนุ่มกริฟฟินดอร์ที่นั่งหน้ามุ่ยอย่างเด็กเอาแต่ใจอยู่ตรงหน้าเขานี่คงไม่ยอมง่ายๆเสียกระมัง
เอาแต่ทำการบ้านอยู่ได้ สนใจฉันหน่อยไม่ได้เหรอ? น้ำเสียงเง้างอน เรียกร้องความสงสารกันเห็นๆ
เดี๋ยวน่า จะเสร็จแล้ว รอหน่อยไม่ได้เหรอ? มัลฟอยว่าให้แต่ใบหน้าก็ยังคงก้มงุดอยู่กับแผ่นกระดาษเขียนเรียงความ ไม่เงยขึ้นมาสนใจคนตรงหน้าบ้างเลย
โห่ ใจร้ายยยยยยย แฮร์รี่แกล้งทำหน้ามุ่ย จนคนร่างบางนั่งอมยิ้ม ไม่คิดเลยว่าเขาสองคนจะคืนดีกันได้รวดเร็วและง่ายดายขนาดนี้ เพียงเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง บรรยากาศเดิมๆ ฉากหวานๆแบบเดิมๆ ก็เริ่มปรากฏให้เห็นอยู่รำไร
แป๊บเดียวน๊าาาา มัลฟอยหันไปส่งเสียงง้อคนที่นั่งตรงข้าม เอาใจคนร่างสูงขี้เล่นซะหน่อย จนแฮร์รี่อดที่จะอมยิ้มไม่ได้
อืมม ก็ได้ครับบบ คนร่างสูงยอมแบบยิ้มๆ เอ้อ... แฮร์รี่ร้องเมื่อนึกอะไรขึ้นได้ กินขนมหน่อยมั้ย? เด็กหนุ่มล้วงมือหยิบห่อคุ้กกี้ในเสื้อคลุมขึ้นมาแกว่งตรงหน้าคนร่างบาง
อืมม มัลฟอยเหลือบตาขึ้นมามองแวบหนึ่ง กินไปเหอะ ไม่เป็นไร ก่อนจะก้มลงไปเขียนเรียงความต่อ
อืมม แฮร์รี่ห่อปาก มองห่อคุ้กกี้ก่อนจะแกะมันช้าๆ
อ่ะ อ้าปากสิ จู่ๆคุ้กกี้ข้าวโอ๊ตชิ้นหนึ่งก็ถูกยื่นมาจ่อปากนิ่มๆของมัลฟอยจนเจ้าตัวสะดุ้ง เงยหน้าขึ้นมามองหน้าตาเจ้าเล่ห์ของคนตรงหน้าทันที แต่แฮร์รี่ก็เพียงแต่เลิกคิ้วข้างหนึ่งเป็นเชิงถาม มือยังคงจ่ออยู่ที่ปากมัลฟอยเหมือนเดิม คุณชายแห่งบ้านสลิธีรีนจึงได้แต่อ้าปาก รับคุ้กกี้ชิ้นนั้นเข้าปากด้วยใจที่เต้นโครมคราม แต่โดยดี
ฮิฮิ ดีมาก แฮร์รี่พูดยิ้มๆหลังจากป้อนขนมเข้าปากคนร่างบางไปแล้ว แต่มือยังไม่ยอมละออกมาจากบริเวณปากนิ่มๆนั่นเลย มัลฟอยสะดุ้งนิดหนึ่งเมื่อมือซุกซนถือโอกาสสัมผัสริมฝีปากนั่นเข้าให้เบาๆ เมื่อรู้สึกว่าหน้าตัวเองร้อนฉ่าขึ้นมากะทันหันเขาจึงรีบเบือนหน้าหนีทันที
เอ้อเออนี่! จริงสิ! มัลฟอยร้องเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ด้วยอารามที่รีบจะเปลี่ยนเรื่อง แต่เขาก็นึกอะไรออกจริงๆนั่นแหละ เด็กหนุ่มล้วงมือเข้าไปในเสื้อคลุม หยิบกระดาษเก่าจนเหลืองแผ่นหนึ่งออกมาส่งคืนให้แฮร์รี่ อ่ะ แผนที่ตัวกวนของนาย มัลฟอยว่า
แฮร์รี่ยื่นมือมาจะรับ แต่จู่ๆเขาก็ชักมือกลับเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ อืมมไม่ดีกว่า นายเก็บมันไว้เถอะเดรโก เขาดันมือของคนร่างบางกลับไป
อ้าว! ทำไมล่ะ!? มัลฟอยถามงงๆ ก็มันของนายนี่ เอาคืนไปสิ! เขายังคงดึงดันยื่นกระดาษแผ่นนั้นคืนไป
ไม่ต้องหรอก เก็บไว้กับนายก็ได้นี่ ดีออก เผื่อเกิดอะไรขึ้นกับฉันนายจะได้รู้แล้วมาช่วยฉันทันไง คนร่างสูงพูดทีเล่นทีจริง
ตลกเหอะ! ไอ้สาเหตุที่ทำให้เกิดเรื่องอย่างนั้นขึ้นกับนายก็เพราะนายไม่มีแผนที่ตัวกวนไม่ใช่เหรอไง!? ถ้านายมีแผนที่นายก็คงไม่หลงกลพวกนั้นลงไปหามันถึงข้างล่างหรอกจริงมั้ย? เพราะฉะนั้นนายเก็บมันไว้เถอะ มันจำเป็นสำหรับนายมากกว่าจะให้มาอยู่กับฉันนะ! มัลฟอยโวย
หงะๆๆ ก็ได้ แฮร์รี่ทำเสียงหงอเหมือนเด็กโดนดุ ยอมจำนนรับแผนที่คืนมาแต่โดยดี โห่ แย่จัง แบบนี้ก็ไม่มีพระเอก เอ๊ย! นางเอกขี่ม้าขาวมาช่วยฉันอีกแล้วล่ะสิ แฮร์รี่ทำปากยู่แบบเสียดายสุดๆ
ใครเป็นนางเอกกันฮ๊ะ!? มัลฟอยโวยขำๆ
ก็คุณไงครับ แฮร์รี่ตอบกลับมาให้เสียงนุ่มพลางชะโงกหน้าเข้ามาใกล้คนร่างบางมากขึ้น แต่ครั้งนี้มัลฟอยไม่สะดุ้งหรือเบือนหน้าหนี กลับจ้องดวงตาสีเขียวมรกตนั่นแบบไม่ยอมหลบทีเดียว เอาซี่! ถ้าเล่นมาเขาก็จะเล่นกลับแล้วล่ะ! คิดถึงบรรยากาศแบบนี้อยู่เหมือนกัน
อืมม คุณชายแห่งบ้านสลิธีรีนแสร้งทำท่าคิด จะว่าไป แผนที่จะอยู่กับใครก็ไม่เห็นสำคัญนี่เนอะ เพราะไม่ว่ายังไงต่อจากนี้ไป เราก็จะต้องใช้มันด้วยกันอยู่แล้ว
เป็นประโยคที่ทำให้แฮร์รี่อึ้ง แล้วจู่ๆเขาก็รู้สึกเขินขึ้นมาจนหุบยิ้มไว้ไม่ได้อีกต่อไป
ฮะฮะฮะ ปากหวานนะ คนร่างสูงพูดยิ้มๆ
มัลฟอยเริ่มหน้าแดงเขาเองก็เขิน แต่ก็ยังเล่นต่อไม่เลิก รู้ได้ยังไงว่าหวาน? เขาเอาแขนทั้งสองข้างขึ้นมาเท้าโต๊ะ ตั้งศอกให้มือทั้งสองข้างประสานกันบังปากเขาพอดี แฮร์รี่จะได้ไม่เห็นว่าตอนนี้เขายิ้มแก้มแทบปริขนาดไหน
ก็เคยชิมนี่ แฮร์รี่พูดพลางยิ้ม แต่เอก็ไม่ได้ชิมมาตั้งนานแล้ว ไม่รู้ว่าตอนนี้ปากนุ่มๆนั่นจะหวานเหมือนเดิมรึเปล่าน๊า? แฮร์รี่เริ่มใช้ริมฝีปากบนกัดปากล่างตัวเองเล่นแบบอดใจไม่อยู่
อืมม ก็ไม่รู้สิ มัลฟอยยังแกล้งทำลอยหน้าลอยตา อาจจะไม่หวานเหมือนเดิม หรือไม่ก็...อาจจะหวานกว่าเดิมก็ได้นะ นั่น! เอาเข้าไปเหอะเดรโก!
คนร่างสูงที่เริ่มจะอดใจไม่อยู่จริงๆแล้ว ค่อยๆชะโงกหน้าข้ามโต๊ะที่คั่นอยู่ระหว่างพวกเขาทั้งสองมาใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ก่อนจะกระซิบเพียงแผ่วเบา
งั้นก็ขอชิมหน่อยได้ไหม? จะได้รู้ว่ารสชาติจะยังหวานเหมือนเดิมหรือเปล่า?
โดยไม่รอคอยคำตอบจากมัลฟอย แฮร์รี่ก็ค่อยๆเอื้อมมือมาจับมือทั้งสองของมัลฟอยให้ออกห่างมาจากบริเวณริมฝีปาก ก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปจนชิดใกล้จนลมหายใจของทั้งสองรินรดกันและกัน
ริมฝีปากอุ่นๆของแฮร์รี่ทาบทับลงไปบนปากนุ่มๆของมัลฟอยแทนที่มือที่ก่อนหน้านี้ได้บดบังริมฝีปากนั่นไปจากสายตาของเขา
และก็ดูเหมือนว่าหลังจากนั้น การบ้านเรียงความวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดของมัลฟอยก็ไม่ขยับเพิ่มขึ้นอีกแม้แต่บรรทัดเดียว...
เออ! ก็ช่างการบ้านมันเหอะน่า! ในเมื่อจูบตรงหน้าตอนนี้ มันน่าสนกว่าเป็นไหนๆนี่นา!
////////////////////////////////////////////
ฟังให้ดี ฉันจะพูดเพียงครั้งเดียวเท่านั้นนะ วันนี้เราจะเรียนเรื่องน้ำยาที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงโด่งดังชนิดหนึ่งกัน เป็นน้ำยาที่นักเล่นแร่แปรธาตุคิดค้นขึ้นเพื่อหวังจะทำให้ตนมีชีวิตยืนยาวจนถึงขั้นเป็นอมตะได้ เสียงศาสตราจารย์สเนปพูดปาวๆอยู่หน้าชั้นเรียนถึงน้ำยาตัวใหม่ที่เด็กนักเรียนปี 6 บ้านกริฟฟินดอร์และสลิธีรีนจะต้องศึกษาในวันนี้ มันมีชื่อว่า ยาอายุวัฒนะ หรือที่ฉันเรียกเล่นๆว่า น้ำยาแก้เหี่ยวเฉา เสียงเด็กๆสลิธีรีนหัวเราะกันครืน ถึงแม้ว่าในสายตาของเด็กกริฟฟินดอร์ หน้าตาของอาจารย์และบรรยากาศในชั้นเรียนจะไม่ชวนหัวเราะเป็นอย่างยิ่งก็ตาม แต่น่าเสียดาย ที่ถึงแม้ว่าน้ำยาตัวนี้จะเป็นหนึ่งในบรรดาที่ได้รับการปรับปรุงแก้ไขมากที่สุดในประวัติศาสตร์การปรุงยา มันก็ไม่เคยให้ผลอย่างที่ผู้คิดค้นต้องการให้เป็น นั่นคือมันไม่สามารถทำให้ผู้ดื่มมีชีวิตเป็นอมตะได้ ทำได้มากสุดก็แค่ชะลอการแก่ตัว หรือเสื่อมสลายของเซลล์ ให้ช้าลงมากๆเท่านั้น
สเนปหยุดหายใจ ดังนั้น ก็อย่างที่ฉันบอกนั่นแหละ มันจึงเป็นน้ำยา แก้เหี่ยวเฉา มันไม่สามารถทำให้คนที่ดื่มเป็นอมตะ แต่สามารถทำให้เขามีชีวิตยืนยาวขึ้นในระดับหนึ่งได้ ซึ่งนอกจากจะใช้กับคนแล้วก็ยังสามารถใช้ได้กับสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ถ้าเธอใช้มันกับคางคกของเธอ เขาบุ้ยใบ้ไปทางเนวิลล์ คางคกของเธอจะหนังเหนียวตายยากยิ่งกว่าเดิม เสียงเด็กสลิธีรีนหัวเราะลั่นเป็นแบคกราวน์อีกตามเคย นอกจากนี้ สเนปพูดต่อ มันก็ยังสามารถใช้กับสิ่งที่ไม่มีชีวิตแล้วก็ได้ ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าน้ำยานี้จะไปชะลอการเสื่อมสลายของเซลล์? ดังนั้นถ้าหากคางคกของเธอตายถ้าหากมันตายได้น่ะนะ เธอก็สามารถใช้น้ำยานี้แช่มันไว้ เซลล์ของมันก็จะเสื่อมสลายช้ากว่าปกติ กับพวกต้นไม้ก็ใช้ได้เหมือนกัน ถ้าหากเธอตัดดอกไม้มา เธอก็สามารถใช้น้ำยานี้แช่มันไว้ ดอกไม้ของเธอก็จะเหี่ยวแห้งช้ากว่าปกติ
เท่านั้นแหละ แฮร์รี่ที่กำลังนั่งเหม่อจะหลับมิหลับแหล่อยู่ก็เกิดอาการหูผึ่งขึ้นมาทันที อะไรนะ? น้ำยานี้ใช้ทำให้ดอกไม้เหี่ยวแห้งช้ากว่าปกติได้ด้วยเหรอ? เขารู้สึกคุ้นๆหรือเปล่านะ? เหมือนกับเมื่อวานมีใครบางคนบอกเขาว่าอยากให้ดอกกุหลาบที่เขาให้เหี่ยวช้าอยู่นี่นา
แฮร์รี่นั่งตัวตรง ชะโงกไปทางด้านขวา เขามองเห็นมัลฟอยนั่งเยื้องไปข้างหน้าเขาแถวหนึ่ง โดยที่ระหว่างเขาและคนร่างบางถูกคั่นโดยเพื่อนๆอีกประมาณ 6 คนเห็นจะได้
โหย ทำไมนั่งซะไกลจังวะ!? คนมีอะไรจะคุยด้วยหน่อยก็คุยไม่ได้ซะนี่!
แฮร์รี่เหลือบมองเพื่อนๆที่นั่งคั่นอยู่ มีเฮอร์ไมโอนี่ เนวิลล์ เชมัส เด็กสาวสลิธีรีนผมทองคนหนึ่ง แครบ และกอยล์...เอาน่า ก็มีแต่คนคุ้นเคยตั้ง 5 คนเข้าไปแล้ว แฮร์รี่จึงเริ่มเกิดอาการไม่เกรงใจ เขาฉีกกระดาษให้เป็นแผ่นเล็กๆ ก่อนจะจรดปากกาขนนกเขียนลงไปบนนั้น
ใช้น้ำยานี้แช่ดอกกุหลาบที่ฉันให้ไว้ก็ได้นะ มันจะได้เหี่ยวช้าๆ นายจะได้ชื่นชมมันนานๆไง
แฮร์รี่พับกระดาษแผ่นนั้น เหลือบมองสเนปแวบหนึ่งเห็นกำลังง่วนอยู่กับการเขียนกระดาน เด็กหนุ่มก็เลยหันไปสะกิดเฮอร์ไมโอนี่
เฮอร์ไมโอนี่ที่กำลังตั้งใจเรียนหันมาทำหน้างง
อะไร? เธอถาม
เฮอร์ ช่วยส่งกระดาษนี่ไปให้เด...เอ้อ มัลฟอยหน่อยสิ เด็กหนุ่มพูดเสียงขอร้อง
เฮอร์ไมโอนี่อมยิ้มนิดหนึ่ง เธอรับกระดาษมาก่อนจะหันไปส่งให้เนวิลล์ ส่งไปให้มัลฟอยหน่อย เธอบอก ก่อนจะหันมาสนใจกระดานดำต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
กระดาษแผ่นนั้นเดินทางไปเรื่อยๆ ผ่านเนวิลล์แล้วก็เชมัส เด็กสาวผมทอง ก่อนจะถึงแครบ กอยล์ แล้วก็เจ้าตัวเดรโก มัลฟอย
มัลฟอย มีคนส่งมาให้นาย กอยล์ส่งกระดาษให้ลูกพี่ มัลฟอยรับมาอย่างงงๆมีคนส่งกระดาษอะไรมาให้เขา? ตอนเรียนอย่างงี้เนี่ยนะ? แต่แล้วสัญชาตญาณของเขามันก็ทำให้เขาต้องหันไปมองทางซ้ายโดยอัตโนมัติ แล้วก็พบเข้ากับสายตาสีเขียวมรกตเจ้าเล่ห์ที่จ้องมองเขาอยู่แล้วพอดี
คนร่างบางยิ้มนายนั่นเองสินะ
มัลฟอยคลี่กระดาษนั้นช้าๆ ก่อนจะอ่านข้อความข้างในที่ทำให้เขาอดจะอมยิ้มไม่ได้ เขาหยิบปากกาขนนกจรดลงไปบนที่ว่างที่เหลืออยู่ในกระดาษ
อะไร? ไหนเมื่อวานใครบอกว่าอยากให้มันเหี่ยวแห้งไปเร็วๆ จะได้ลบอดีตที่ผ่านมาทิ้งไปแล้วมาเริ่มต้นกันใหม่ไง?
เขียนเสร็จ คุณชายแห่งบ้านสลิธีรีนก็พับกระดาษก่อนจะส่งไปให้กอยล์
ส่งให้แเอ้อ ส่งคืนไปหน่อยสิ ชะงักนิดหน่อยตอนที่จะเอ่ยชื่อแฮร์รี่ เพราะนึกขึ้นได้ว่าถ้าเพื่อนๆรู้ว่าเขากับแฮร์รี่ส่งจดหมายรักกันในห้องเรียนคงไม่สนุกเท่าไหร่เป็นแน่ ปิดเป็นความลับไว้ก่อนจะดีกว่า
กอยล์มองจดหมายนั้นด้วยความสงสัยใคร่รู้อยากสาระแนเต็มที่ แต่ก็ไม่กล้าถามลูกพี่ ได้แต่ส่งจดหมายนั้นต่อไป
เอ้า! เฮอร์ไมโอนี่วางจดหมายลงบนโต๊ะแฮร์รี่แบบส่งๆก่อนจะหันไปสนใจฟังสเนปต่อตามสไตล์ เด็กหนุ่มกริฟฟินดอร์อมยิ้มพลางแกะกระดาษแผ่นนั้นออกอ่านอย่างกระตือรือร้น เมื่ออ่านเสร็จเขาก็ยิ้มขำ ก่อนจะหยิบปากกาขนนกขึ้นมาเขียนต่อลงไป
ก็อยากให้พวกเราเริ่มต้นใหม่เหมือนกันนั่นแหละครับ เขาหยุดคิดนิดหนึ่ง ชั่งใจดูว่าจะเขียนสิ่งที่คิดอยู่ในหัวตอนนี้ดีไหมไหนๆก็ถึงขนาดนี้แล้วน่า! เขียนไปอีกหน่อยก็ดี จะได้เคลียร์ๆกันเสียที
จดหมายฉบับนั้นถูกส่งกลับมาหามัลฟอยอีกครั้งอย่างรวดเร็ว คนร่างบางอมยิ้มนี่ยังไม่เลิกเล่นอีกเหรอ? เขาแกะกระดาษแผ่นนั้นออกอ่านอย่างช้าๆ
ก็อยากให้พวกเราเริ่มต้นใหม่เหมือนกันนั่นแหละครับที่ผ่านมาฉันผิดเองที่ไม่พูดอะไรให้มันชัดเจนลงไป ตอนนี้นายพร้อมจะให้โอกาสฉันแก้ตัวใหม่แล้วหรือยัง?
มันหมายความว่ายังไง? หัวใจของมัลฟอยเกิดเต้นเสียงดังโครมครามขึ้นมาเสียเฉยๆ ผิดเองที่ไม่พูดอะไรให้มันชัดเจนลงไปพร้อมจะให้โอกาสแก้ตัวใหม่แล้วหรือยัง?... แฮร์รี่ต้องการจะบอกอะไรเขากันแน่?
ถึงจะไม่เข้าใจความหมายนัยๆที่แฝงมากับประโยคนั้นอย่างแน่ชัด แต่มัลฟอยก็รู้สึกว่า ใจของเขาตอนนี้มันกำลังรอคอย รอลุ้นให้ประโยคๆหนึ่งหลุดออกมาจากปากของแฮร์รี่อยู่เหมือนกัน
คนร่างบางหยิบปากกาขึ้นมาด้วยใจที่เต้นไม่เป็นส่ำ เขียนประโยคสั้นๆเพียงประโยคเดียวลงไปบนกระดาษ
พูดอะไรเหรอ?
ดูแกล้งโง่สิ้นดีเลย มัลฟอยนึกกับประโยคของตัวเอง แต่เขาไม่รู้จะตอบอะไรให้มันดีไปกว่านี้แล้วนี่นา
กระดาษแผ่นนั้นถูกส่งกลับไปหาแฮร์รี่พร้อมกับอารมณ์ที่เริ่มไม่พอใจของพ่อสื่อแม่สื่อทั้งหกคนที่ต้องคอยส่งกระดาษไปๆมาๆจนไม่เป็นอันเรียน และเฮอร์ไมโอนี่ก็ดูจะเป็นคนที่หงุดหงิดที่สุด
นี่! จะคุยอะไรกันก็ไปคุยกันเวลาอื่นไม่ได้เหรอไง!? คนเขาจะเรียนนะ! เธอโวยใส่หลังจากโยนกระดาษให้แฮร์รี่ไปแล้ว แต่เด็กหนุ่มกลับทำสายตาอ้อนวอนส่งคืนมา
โห่ น่านะ อีกไม่กี่ครั้งหรอก บอกหน้าตาเฉยเสียด้วย
ดีนี่! เฮอร์ไมโอนี่ประชด ก่อนจะหันไปสนใจเรียนต่อ ขี้เกียจต่อปากต่อคำกับแฮร์รี่
แฮร์รี่ฉีกกระดาษแผ่นใหม่ขึ้นมาเนื่องจากแผ่นเดิมเริ่มจะเต็มแน่นเอี้ยดเสียแล้ว เขาเขียนเพลงๆหนึ่งที่เขาเคยคิดไว้หลังจากที่แน่ใจในความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเองแล้ว และเขาก็รอเวลาที่จะใช้เพลงนี้มานานเหลือเกินแล้วด้วย ซึ่งเวลานี้ดูจะประจวบเหมาะพอดีเสียนี่กระไร
...If I cant find the words, to tell you what Im feeling.
Baby that dont mean, it dont mean that I dont feel it.
Im trying to tell you boy, but if you dont believe just look and see.
My face says what you mean to me, when I cant find the words...
เฮอร์ส่งไปให้หน่อยน๊า เขาหันไปส่งเสียงอ้อนเฮอร์ไมโอนี่ เจ้าหล่อนจึงได้แต่รับกระดาษมาแล้วส่งต่อให้เนวิลล์ไปโดยไม่ได้บ่นอะไรมาก
มัลฟอยรับกระดาษมาด้วยใจเต้นระทึก เขาค่อยๆแกะออกอ่าน แล้วก็ยิ่งใจเต้นโครมครามหนักเข้าไปอีกเมื่ออ่านข้อความข้างในจนจบ
มันหมายความว่า?...
มัลฟอยเข้าใจถึงความหมายของบทกลอนนั้น แต่แกล้งโง่ไปอีกซักหน่อยท่าจะสนุกกว่า ก็เขาไม่รู้จะตอบกลับไปว่ายังไงนี่นา!?
ดังนั้นกระดาษที่ถูกส่งกลับมาหาแฮร์รี่จึงมีข้อความสั้นไม่แพ้ข้อความก่อน
หมายความว่ายังไง?...
จะแกล้งโง่เหรอเดรโก? แฮร์รี่อมยิ้ม เขาไม่เชื่อหรอกว่ามัลฟอยจะไม่เข้าใจความหมายของสิ่งที่เขาส่งไปให้ตั้งแต่เมื่อกี๊แล้ว แต่แบบนี้ก็ดี จะให้เขาพูดตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อมเลยก็ได้
เฮอร์ แฮร์รี่อ้อนอีกเมื่อเขียนเสร็จ เฮอร์ไมโอนี่หันมามองเขาด้วยหางตา
อะไร!? เลิกเล่นกันซักที ฉันไม่ส่งให้แล้วนะ! เธอโวย
โอ๋ น๊าน๊าน๊าน๊า ส่งให้หน่อยนะ ครั้งสุดท้ายแล้วครับ อ้อนเข้าให้นั่น จนเฮอร์ไมโอนี่อดขำไม่ได้
เออ พอเหอะ ฉันไม่ใช่มัลฟอยนะไม่ต้องมาอ้อนเสียให้ยากหรอกย่ะ เธอว่า เออ ครั้งสุดท้ายจริงๆนะ แล้วห้ามส่งอีกนะฉันจะเรียน เอามาๆ
เธอหยิบกระดาษมาจากมือแฮร์รี่แล้วส่งต่อไปให้เนวิลล์ที่ทำหน้าเอือมระอาพอๆกัน แต่ทันทีที่เนวิลล์กำลังจะส่งไปให้เชมัส เสียงดุดันของสเนปก็แหวกผ่านอากาศมาทันที มิสเตอร์ลองบอตทอม เธอถือกระดาษอะไรอยู่น่ะหือ!?
นักเรียนทั้งห้องหันมาสนใจเนวิลล์เป็นตาเดียว หน้าของเขาถอดสีทันที และก็ไม่ใช่แค่เขา แต่รวมถึงเจ้าตัวคนส่งและคนรับด้วยที่หน้าซีดไม่แพ้กัน
เอ้อ เปล่าครับ... เนวิลล์พยายามกลบเกลื่อน กำกระดาษแผ่นนั้นไว้ในมือจนแน่น
ไม่ต้องมาโกหกฉัน นั่นมันกระดาษอะไร!? สเนปยังคงคาดคั้น แต่เนวิลล์ก็พยายามกลบเกลื่อนอีกทั้งที่ไม่แนบเนียนเอาเสียเลย
เปล่า ไม่มีอะไรนี่ครับ เขาก้มหน้า พูดเสียงสั่น จนแฮร์รี่รู้สึกสงสารเนวิลล์จับใจที่ต้องมารับเคราะห์แทนเขาทั้งๆที่ไม่ได้ทำผิดอะไรด้วยเลย
มิสเตอร์ลองบอตทอม อ่านซิว่าในกระดาษแผ่นนั้นเขียนว่าอะไร? สเนปถามเสียงเย็นเยียบ ประโยคนั้นเล่นเอาทั้งแฮร์รี่ทั้งมัลฟอยเสียวสันหลังเยือกไปตามๆกันอย่านะเนวิลล์! ถ้าเพื่อนๆทั้งห้องรู้ข้อความในกระดาษนั้นละก็ไม่อยากจะคิดเลยให้ตายสิ!
มิสเตอร์ลองบอตทอม! สเนปส่งเสียงขู่เมื่อเห็นเนวิลล์ยังคงเงียบ เขาก้าวสามขุมเข้ามาหาอย่างน่ากลัว เนวิลล์ซึ่งจะหนีไปไหนก็หนีไม่ได้ ได้แต่ยืนนิ่งขึง ปล่อยให้สเนปเข้ามาประชิดตัวได้อย่างง่ายดาย
ขอกระดาษ! สเนปสั่ง ยื่นมือออกมารอรับ แต่เนวิลล์ก็ยังคงนิ่งไม่ขยับเขยื้อนอะไร สเนปจึงคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของเขา แกะเอามือที่กำกระดาษนั้นเสียแน่นให้คลายออก
ตอนแรกแฮร์รี่กะจะกระโดดไปแย่งกระดาษแผ่นนั้นออกมาเสียให้รู้แล้วรู้รอดแล้วฉีกทำลายหลักฐานเสีย แต่แล้วเขาก็เปลี่ยนใจกะทันหันถ้าจะให้สเนปได้เห็น ให้เพื่อนๆทั้งห้องได้ร่วมกันรับรู้แบบนี้ก็ดีไปอีกแบบ ดี อยากรู้นักก็ให้มันรู้กันไปเลยสิ!
ไหน? มาดูกันซิ? สเนปพูดด้วยดวงตาเป็นประกายอย่างนึกสนุกขณะคลี่กระดาษออกอ่านเสียงดังฟังชัดก้องไปทั้งคุกใต้ดิน และทุกขณะที่อ่านไปจนกระทั่งจบ ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างขึ้นเรื่อยๆด้วยความประหลาดใจปนตกใจ
และสิ่งที่นักเรียนทั้งห้องได้ยินอย่างถ้วนทั่วกันก็คือ
มันก็หมายความว่า ผมรักคุณครับเดรโก เป็นแฟนกับผมได้หรือเปล่า?