LuZ CoNtRoL # 16 #
posted on 03 Feb 2006 01:21 by dakki in LuZCoNtRoLxENDxHarry Potter Fan Fiction
By : Dakki
Pairing : Harry Potter/Draco Malfoy
Style : Yaoi
Category : กุ๊กกิ๊ก^^/Mystery
Rate : PG-13(This Part)
Summary : หลังจากแฮร์รี่และเดรโกโดนกักบริเวณด้วยกันเป็นเวลา 3 วัน...plot เน่าๆที่นำไปสู่ปริศนาและการวางแผนฆ่าแฮร์รี่โดยกลุ่มผู้เสพความตาย...
LuZ CoNtRoL # 16 #
Gossip
สีขาวพร่างพราวของหิมะที่ตกลงมาอย่างไม่ขาดสายทำให้เด็กหนุ่มกริฟฟินดอร์ที่ยืนตากลมหนาวอยู่เพียงลำพังต้องห่อไหล่เข้ามาเพื่อเพิ่มไออุ่นให้กับตนเอง ถึงแม้บนตัวของเขาจะเต็มไปด้วยเครื่องนุ่งห่มที่ช่วยกันความหนาว ทั้งผ้าพันคอ เสื้อซับใน เสื้อสเวตเตอร์ เสื้อโค้ท ถุงมือ มากมายก่ายกองแล้วก็ตาม
วันนี้เป็นวันอาทิตย์และทางโรงเรียนก็อนุญาตให้เด็กนักเรียนออกไปเที่ยวเล่นที่หมู่บ้านฮอกมีดส์ข้างๆปราสาทได้ ถึงแม้อากาศจะหนาวเหน็บและหิมะก็ตกไม่หยุด ก็มีเด็กนักเรียนมากมายที่ยินยอมพร้อมใจจะไปเผชิญความหนาวข้างนอกแลกกับความสนุกสนานในหมู่บ้านที่นานๆจะได้ออกไปซักครั้ง เพื่อนๆกริฟฟินดอร์ปี 6 ของแฮร์รี่ออกไปกันหมดแล้ว รวมทั้งเฮอร์ไมโอนี่กับรอนด้วย ไม่ใช่เพราะสองคนนั้นไม่คิดจะรอเขาหรอกนะ แต่เป็นเพราะเขาบอกพวกนั้นต่างหากว่าวันนี้เขาขอตัว มีคนอื่นที่เขาคิดอยากจะไปด้วยกัน
แหงละ ไม่ทันที่รอนจะอ้าปากถามหรือท้วงติง เฮอร์ไมโอนี่ก็คว้าผ้าพันคอของหมอนั่นลากคอเจ้าตัวออกไปทันที
แฮร์รี่นึกแล้วก็ขำท่าทีของรอนหลังจากวันนั้นวันที่เขาขอคบกับมัลฟอยในชั่วโมงปรุงยา หลังจากรู้ว่าเขา-แฮร์รี่ พอตเตอร์ กับเดรโก มัลฟอย-คุณหนูจอมวายร้ายแห่งบ้านสลิธีรีน ซึ่งเป็นสุดยอดคู่กัดประจำโรงเรียนนั้นเป็นแฟนกัน หมอนั่นก็แทบช็อค และยิ่งได้ฟังเรื่องจากปากเฮอร์ไมโอนี่ซึ่งรู้เรื่องราวมาเกือบตลอดก็ยิ่งช็อคหนักเข้าไปอีก แทบทุกครั้งที่เจอหน้าเขารอนจะหยิบประเด็นนี้ขึ้นมาพูด อย่างเช่นว่า มัลฟอยมันมีดียังไง? แฮร์รี่ชอบหมอนั่นตรงไหน? หรือไม่ก็หมอนั่นมันจ้างหมอเขมรมาทำยาเสน่ห์อะไรใส่เขาหรือเปล่า? เป็นต้น เป็นเฮอร์ไมโอนี่นั่นเองที่จะต้องเข้ามาลากหมอนั่นออกไปทุกครั้งไป หล่อนมักจะเป็นคนให้คำตอบกับรอนเองว่า ก็คนเค้ารักกัน นายจะไปอะไรกับเค้าเล่า!? ซึ่งรอนก็ยังคงไม่เข้าใจอยู่นั่นเอง แล้วเฮอร์ไมโอนี่ก็จะต้องมาพูดกับแฮร์รี่ว่า ปล่อยๆไปเหอะนะ รอนก็อย่างงี้แหละ เดี๋ยวหมอนั่นก็เลิกบ้าไปเอง
ความจริงแฮร์รี่เองก็ไม่ได้ถือสาอะไรนักหนาหรอก ก็พอเข้าใจอยู่ว่ารอนไม่ชอบหน้ามัลฟอยยิ่งกว่าเขาเสียอีก แล้วกับคนที่ไม่ชอบหน้ากันมาตั้ง 6 ปีอยู่ๆจะให้เปลี่ยนมาให้ชอบเลยมันคงเป็นไปไม่ได้ (ยกเว้นว่าจะโดนกักบริเวณกับมัลฟอยแบบเขาล่ะนะ ฮิฮิฮิ) และนั่นก็เป็นเหตุผลที่แฮร์รี่กับเฮอร์ไมโอนี่ไม่เคยบอกเรื่องนี้กับรอนเลยเพราะรู้ว่าถ้าหมอนั่นรู้เข้าละก็สถานการณ์มันจะต้องเป็นแบบนี้แบบที่เป็นอยู่ตอนนี้เลยนี่แหละ! นั่นคือทุกครั้งที่รอนกับมัลฟอยเจอหน้ากัน รอนจะทำท่าแยกเขี้ยวยิงฟันเขม่นเดรโกสุดที่รักของเขามากไปกว่าเดิมเสียอีก และแหงละมัลฟอยเหรอจะยอมอยู่เฉยๆ? หมอนั่นก็แยกเขี้ยวยิงฟันกลับและรังสีอำมหิตแห่งการฆ่าฟันก็จะอบอวลอยู่รอบๆคนทั้งสองจนแฮร์รี่เองยังแทบไม่กล้าจะเข้าใกล้ จะต้องมีเฮอร์ไมโอนี่มาคอยแยกรอนออกไปนั่นแหละเขาถึงจะกล้าเข้าไปดึงพ่อตัวดีของเขาออกมา
มันเป็นแบบนี้มาตั้งเกือบอาทิตย์แล้ว ภาวนาขออย่าให้มันเป็นแบบนี้ไปอีกนานเลยเถอะ! ไม่อย่างนั้นเขากับเฮอร์ไมโอนี่คงต้องสำลักรังสีอำมหิตตายกันไปข้างแน่ๆ!
พูดถึงมัลฟอย เขายืนอยู่ท่ามกลางความหนาวเหน็บแบบนี้มาตั้ง 15 นาทีแล้ว เมื่อไหร่หมอนั่นจะโผล่มานะ!? พวกเขาจะได้ออกไปฮอกมีดส์กันซักที!
ไม่ทันขาดคำ แฮร์รี่ก็มองเห็นกลุ่มเด็กสลิธีรีนกลุ่มหนึ่งเดินออกมาจากประตูปราสาทที่รู้ว่าเป็นเด็กสลิธีรีนก็เพราะไอ้สีเขียวๆเงินๆตามตัวนั่นแหละ ผ้าพันคอเอย ถุงมือเอย เป็นต้น คนร่างสูงภาวนาขอให้เป็นเด็กปี 6 เถอะ เพราะถ้าเขาต้องยืนคอยนานมากไปกว่านี้มัลฟอยคงจะต้องใช้วิชาถ่ายทอดลมปราณช่วยให้ตัวเขาหายแข็งก่อนไปเที่ยวฮอกมีดส์เป็นแน่แท้
และก็เป็นเด็กปี 6 จริงๆเสียด้วย! แฮร์รี่มองเห็นเด็กหนุ่มหัวทองตัวบางๆคนหนึ่งเดินอยู่ท่ามกลางเจ้ายักษ์ปักหลั่นแครบกับกอยล์และเด็กสลิธีรีนหน้าตาชั่วร้ายคนอื่นๆ คนร่างบางเดินพลางหัวเราะพลางมากับเพื่อนๆ เมื่อเดินเข้ามาใกล้มัลฟอยก็เงยหน้าขึ้นมามองเห็นแฮร์รี่ เขาจึงรีบโบกมือลาเพื่อนๆ ผละออกจากกลุ่มและรีบตรงมาหาคนร่างสูงทันที
เป็นไง? รอนานหรือเปล่า? เด็กหนุ่มถามเมื่อเดินมาถึงตัว แฮร์รี่ทำหน้างอ
นานสิ! เนี่ยจะแข็งตายอยู่แล้ว! ข้างนอกนี่หนาวจะตายลมก็แรง! แฮร์รี่บ่นอู้ แต่ประกายตาก็ยังคงเต็มไปด้วยความรักใคร่เอ็นดูเช่นเดิมไม่มีแววโกรธเลยซักนิดก็เขาไม่คิดจะดุด่าอะไรจริงๆจังๆหรอกน่า
จริงเหรอ? มัลฟอยผ่อนเสียงเบาลงอย่างรู้สึกผิด ก็ก็นายไม่ได้นัดซักหน่อยว่าให้ออกมากี่โมงนี่นา ฉันก็นึกว่าไม่รีบนี่ ไม่ใช่ความผิดของฉันซักหน่อยนะ! เริ่มทำเสียงแข็งสู้ อย่านะ คิดว่าเดรโกคนนี้เป็นใคร!? เขาไม่ผิดซักหน่อยอยู่ดีๆจะมาหาว่าเขาผิดไม่ได้นะ!
ฮ่าๆๆ โอ๋ ไม่ได้ว่าเดรโกหรอกคร๊าบบบ เดรโกไม่ผิดหรอกครับบ ปะปะ ไปฮอกมีดส์กันดีกว่า ยืนอยู่ตรงนี้หนาวจะตายแล้ว ว่าแล้วแฮร์รี่ก็คว้ามือคนร่างบางมากุมไว้พลางลากไปยังประตูทางออกจากบริเวณโรงเรียนไปยังหมู่บ้าน
นี่ เสียงคนร่างบางเรียกมาเบาๆ แฮร์รี่หันไปมองคนข้างตัว
อะไรหือ? เขาถามเสียงนุ่ม
นายหนาวมากหรือเปล่า? ยืนตากลมตรงนั้นตั้งนาน คงหนาวจริงๆสิใช่ไหม? น้ำเสียงเป็นห่วง
แฮร์รี่รีบหันหน้ากลับไปทันที กลัวจะซ่อนรอยยิ้มเอาไว้ไม่มิด ก่อนจะแกล้งถาม
ถามทำไม? เป็นห่วงฉันเหรอ?
มัลฟอยอมยิ้ม แกล้งเบนหน้าไปอีกทางก่อนจะตอบ
เออเป็นห่วง
คำตอบนั้นทำเอาแฮร์รี่แทบจะยิ้มไม่หุบเลยทีเดียว จริงเหรอ? เขาหันหน้ากลับมา อือ ก็หนาวแหละ หนาวมากๆด้วย นายอยากจะช่วยให้ฉันหายหนาวไหมล่ะ?
มัลฟอยหันกลับมามองคนร่างสูงแต่ร่างกายเขยิบถอยห่างออกไปโดยอัตโนมัติ เลิกคิ้วเป็นเชิงถามอย่างไม่ค่อยไว้ใจคำถามแบบนี้มันฟังดูมีเลศนัยแฮะ ยะยังไงล่ะ?
ก็ แฮร์รี่กลอกตา นายเคยดูหนังจีนไหมล่ะ?
คะเคย แล้วไง? มันมีอะไรเกี่ยวกับหนังจีนด้วยฟระ!?
แฮร์รี่ยิ้ม ด้วยความรวดเร็วเขาก้มหน้าลงไปชิดกับใบหูของคนร่างบางก่อนจะกระซิบ ก็ฉันหนาวน่ะ นายช่วยถ่ายทอดลมปราณให้ฉันอุ่นหน่อยสิ แต่ไม่เอาแบบที่ผู้ชายปกติเขาทำกันนะ เอาแบบที่ชายหญิงทำ แบบถอดเสื้อผ้าด้วยน่ะครับ
มัลฟอยทำตาโต ก่อนจะหันมาทุบอกแฮร์รี่ไปอั้กใหญ่ หนอย! ไอ้บ้า! แฮร์รี่ที่ตั้งตัวไม่ทันก็จุกหน้าอกไปฟรีๆ
คนร่างบางหัวเราะคิกคัก ฮิฮิฮิ ถ่ายทอดลมปราณเหรอ? เขาปรายตามองไปทางแฮร์รี่ที่ยืนคลำแผ่นอกตัวเองป้อยๆไม่ทันระวังตัว มัลฟอยจึงคว้าต้นแขนหมับเข้าให้ก่อนจะดึงให้ใบหน้าของแฮร์รี่มาใกล้ๆเขาแล้วกระซิบตอบ คิดบัญชีเอาไว้แล้วกันนะ แล้วคราวหลังจะทำให้ เพราะตรงนี้คงไม่ได้แน่ๆ
คนร่างสูงทำตาโตอ้าปากค้าง ยังไม่ทันได้โต้ตอบอะไรมัลฟอยก็ผลักเขาเสียเซ เจ้าตัวหัวเราะคิกคักวิ่งนำหน้าเข้าหมู่บ้านฮอกมีดส์ไปโน่นแล้ว
////////////////////////////////////////////
นี่เป็นครั้งแรกที่มัลฟอยกับแฮร์รี่มาเที่ยวฮอกมีดส์ด้วยกัน
ตลอดเวลาที่ผ่านมาพวกเขาแทบจะเรียกได้ว่าคบกันอยู่ก็จริง แต่เป็นการคบที่ต้องหลบๆซ่อนๆ มีเพียงพวกเขา 2 คนกับเฮอร์ไมโอนี่เท่านั้นที่รู้เรื่อง แต่ตอนนี้ เวลานี้ มันต่างออกไปแล้ว เด็กนักเรียนเกือบค่อนปราสาทต่างรู้เรื่องนี้ พวกที่รู้แน่ๆก็คือเด็กกริฟฟินดอร์กับสลิธีรีนปี 6 ที่นั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋ออยู่ในคาบวิชาปรุงยาที่แฮร์รี่กับมัลฟอยหน้าด้านขอเป็นแฟนกันในชั่วโมงนั้น และที่รู้แน่ๆอีกคนก็แหงละสเนป ส่วนเด็กคนอื่นๆต่างก็ได้ยินมาเป็นข่าวลือข่าวซุบซิบนินทาที่ส่งต่อกันปากต่อปากโดยมีจุดเริ่มต้นมาจากเด็กกริฟฟินดอร์กับเด็กสลิธีรีนปี 6 ไม่คนใดก็คนหนึ่งหรือไม่ก็ทั้งหมดนั่นแหละ จนเรื่องนี้เป็นที่รู้กันไปทั่ว
แต่แน่ล่ะ ข่าวลือก็เป็นแค่ข่าวลือ และข่าวลืออย่างเรื่องนี้-เรื่องที่คู่กัดมหาประลัยอย่างแฮร์รี่กับมัลฟอยกลับกลายมาเป็นคู่รักกันนั้น ก็ยิ่งฟังไม่น่าเชื่อถือเข้าไปใหญ่ จึงมีใครหลายคนปฏิเสธที่จะเชื่อ กล่าวหาว่าเป็นข่าวโคมลอยต่างๆนานา ประเด็นนี้จึงเป็นที่ถกเถียงกันอย่างเผ็ดร้อนโดยเฉพาะในบ้านเรเวนคลอกับฮัฟเฟิลพัฟซึ่งเป็นสองบ้านที่ไม่มีแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ว่า ตกลงคนทั้งสองเป็นแฟนกันจริงหรือไม่? แม้ในบ้านกริฟฟินดอร์หรือสลิธีรีนเองก็ตาม ก็ยังมีใครหลายคนที่ไม่ยอมเชื่อข่าวลือนี้ แม้จะมีเด็กใจกล้าหลายคนเข้าไปถามกับเจ้าตัวโดยตรง ซึ่งถ้าเป็นเด็กกริฟฟินดอร์เข้าไปถามเอาความเอากับแฮร์รี่ ก็จะได้รับคำตอบกลับมาโดยไม่ปิดบังว่า ใช่ แต่ถ้าเป็นเด็กสลิธีรีนแล้วยังจะบ้าคิดจะไปถามเอาความจากมัลฟอย ก็จะได้รับคำตอบเป็น ตีน กลับมาได้ง่ายๆเช่นกัน
ความที่ประเด็นนี้ยังคงเป็น Talk of the Town แต่แฮร์รี่กับมัลฟอยกลับมาเดินควงกันกลางฮอกมีดส์ท่ามกลางสายตาประชาชีเช่นนี้ ความเคลื่อนไหวของคนทั้งคู่จึงเป็นที่ดึงดูดสายตาและซุบซิบนินทาตั้งแต่ก้าวแรกที่เยื้องย่างเข้ามาในหมู่บ้านเลยทีเดียว
แฮร์รี่กับมัลฟอยก็รู้สึกได้ถึงสายตาที่จ้องมองมาและเสียงซุบซิบนินทาที่ดังขึ้นมาโดยกะทันหันรอบๆตัวพวกเขาเช่นเดียวกัน แฮร์รี่นั้นแสร้งทำเป็นไม่สนใจ แต่มัลฟอยนี่สิที่มีท่าทางหงุดหงิดขึ้นมาทันที
มองอะไรของมัน!? เขาพูดงึมงำน้ำเสียงไม่พอใจ มือที่กุมไว้กับมือของแฮร์รี่นั้นค่อยๆคลายออกจนเปลี่ยนมาแกว่งอยู่ข้างๆตัวแทน
แฮร์รี่เหลือบมองมาอย่างงงๆ อะไร? ปล่อยมือทำไมล่ะ? ไม่รอฟังคำตอบ คนร่างสูงก็คว้ามือของมัลฟอยหมับ จับให้มากุมมือกับเขาไว้ดังเดิม
และนั่นก็เรียกเสียงซุบซิบนินทาให้ดังมากขึ้นไปอีก
ปล่อยน่า! มัลฟอยกระซิบเสียงไม่พอใจพลางสะบัดมือของตนให้หลุดจากการเกาะกุม ไม่เห็นเหรอว่าคนเค้ามองหมดแล้ว!?
แฮร์รี่แสร้งหันไปมองรอบๆ แล้วก็ยักไหล่ ก่อนจะคว้ามือของคนร่างบางมากุมไว้ได้อีกครั้ง
ปล่อย! มัลฟอยพยายามจะสะบัดมือ แต่มีหรือแรงน้อยนิดของเขาจะไปสู้แรงของแฮร์รี่ได้ และยิ่งมัลฟอยดึง แฮร์รี่ก็ยิ่งบีบมือแน่นเข้าไปอีกเพื่อไม่ให้คนร่างบางดิ้นหลุด เจ็ มัลฟอยกำลังจะโวย แต่คนร่างสูงก็พูดขัดขึ้นเสียก่อน
ไม่ต้องไปสนใจคนพวกนั้นหรอก เขาพูดเสียงเบาให้ได้ยินกันสองคน แต่น้ำเสียงฟังดูหนักแน่น ไม่ต้องไปสนใจ เข้าใจไหม? เขาจะมองก็ปล่อยให้เขามองไปสิ เราแค่จับมือกัน ไม่ได้ทำอะไรเสียหายซักหน่อยนี่นา?
แต่พวกนั้นกำลังนินทาเรานะ! นี่นายไม่รู้รึไงว่าเขานินทาเรื่องเราเป็นแฟนกันให้ลั่นปราสาทไปหมดแล้ว!? มัลฟอยกระซิบตอบอย่างโมโห
รู้สิ ทำไมจะไม่รู้ แฮร์รี่ยังคงทำท่าไม่แยแส แล้วไง? มันก็เป็นความจริงไม่ใช่เหรอ? นายก็น่าจะรู้ว่าการที่ฉันขอเป็นแฟนนายกลางห้องเรียนอย่างงั้นมันก็เป็นการประกาศตัวอยู่แล้ว ฉันต้องการให้คนอื่นรู้ว่าเราเป็นแฟนกัน เพื่อจะได้ไม่ต้องคบกันหลบๆซ่อนๆแบบเมื่อก่อนอีก อย่างนี้สบายใจกว่ากันตั้งเยอะนะครับ แฮร์รี่พยายามจะพูดจาด้วยเหตุผล คนร่างบางได้แต่นิ่งฟังอย่างสงบ และเมื่อแฮร์รี่พูดจบเขาก็ไม่ตอบโต้อะไร
นะครับ? แฮร์รี่พูดย้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น ค่อยๆคลายมือที่บีบมือของมัลฟอยไว้ให้เป็นแบบเดิม และมัลฟอยก็ไม่มีทีท่าว่าจะดึงมือออกไปเหมือนทีแรกอีก
นะครับ? คนร่างสูงยังคงถามย้ำ รอคอยคำตอบจากคนร่างบาง
อะอื้ออ มัลฟอยตอบในลำคอเบาๆ ทว่านั่นก็เพียงพอแล้ว เขาเงยหน้าขึ้นมาสบตากับแฮร์รี่ก่อนจะยิ้มให้
แฮร์รี่ยิ้มตอบอย่างรักใคร่ เขาเอื้อมมือไปยีหัวทองๆของมัลฟอยเล่นเบาๆ ก่อนจะหมุนตัว จูงมือคนร่างบางเดินต่อไปกลางถนนสายเล็กๆที่ปกคลุมไปด้วยหิมะของหมู่บ้านฮอกมีดส์ โดยไม่แยแสต่อสายตาหรือคำนินทาของใครๆเลยแม้แต่น้อย
////////////////////////////////////////////
อ้าว หวัดดีแฮร์รี่! เสียงเนวิลล์ร้องทักเมื่อแฮร์รี่เปิดประตูโผล่หัวเข้าไปในร้านฮันนี่ดุกส์-ร้านขายขนมหวานยอดฮิตของเด็กๆประจำหมู่บ้านฮอกมีดส์ เชมัสกับดีนที่ยืนอยู่ข้างๆกำลังจะหันมาทักแฮร์รี่เช่นกัน แต่แล้วพวกเขาทั้งสามคนก็ต้องสะอึก เมื่อพบว่าบุคคลที่เดินตามแฮร์รี่เข้ามาไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือเดรโก มัลฟอย
หวัดดีเนวิลล์, เชมัส, ดีน แฮร์รี่ทักตอบเนวิลล์พร้อมกับทักอีกสองคนที่เหลือไปด้วย โดยไม่ใส่ใจกับอาการสะอึกของคนทั้งสามแต่อย่างใด
อะเอ้อ หวัดดีแฮร์รี่หวัดดีมัลฟอย เชมัสทักกลับ พลางทำใจกล้าทักเลยไปถึงคนข้างๆแฮร์รี่นั่นด้วยก็ทักตามมารยาทหรอกน่า มากันสองคน แต่ดันทักแค่คนเดียวก็เสียมารยาทตายชักล่ะ เชมัสคิดพลางกลั้นหายใจรอคอยว่าอีกฝ่ายจะตอกกลับคำทักทายเขามาว่ายังไง จะได้สวนกลับถูกไม่เสียหน้าที่เกิดมาเป็นฟินนิกัน
หวัดดี มัลฟอยตอบเบาๆพลางพยักหน้ารับอีกด้วย
เล่นเอาอีกสามคนปากอ้าตาค้างทำอะไรไม่ถูก
เหทำตัวดีก็เป็นนี่หว่า
แฮร์รี่จงใจเดินเลี่ยงกลุ่มเพื่อนไปหน่อยหนึ่ง เพราะกลัวว่าถ้าเดรโกที่รักของเขาคิดอยากจะแกล้งคนขึ้นมาแล้วหันไปหาเรื่องเนวิลล์เข้าละก็คงสนุกมิใช่น้อย เป็นการกันการเขม่นกันระหว่างสลิธีรีนและกริฟฟินดอร์ที่อาจปะทุขึ้นมาได้ทุกเมื่อ แฮร์รี่หันไปมองเมื่อเดินมาถึงเก้าอี้ว่างตัวหนึ่งติดเคาน์เตอร์ที่ห่างจากกลุ่มเพื่อนพอสมควร ก็พบว่ามัลฟอยเดินตามเขามาแต่โดยดีโดยไม่มีท่าทีว่าจะไปแว้งกัดใคร ส่วนเพื่อนๆของเขานั้นเล่าก็เอาแต่มองตามพลางหันไปซุบซิบกันไม่ได้ขาด
มัลฟอยเดินมานั่งบนเก้าอี้ถัดจากแฮร์รี่ และโดยไม่สนใจใครทั้งนั้นเขาก็ส่งเสียงกับเจ้าของร้าน
ลุง! มีขนมอะไรใหม่ๆบ้างไหม?
ลุงเจ้าของร้านที่กำลังหยิบขนมให้เด็กเรเวนคลอกลุ่มหนึ่งหันมาทางต้นเสียง ก่อนจะเดินยิ้มร่ามาหา
อ้าววว คุณหนูมัลฟอยนี่เอง ไม่ได้เจอตั้งนาน สบายดีเหรอครับ? เจ้าของร้านทักสีหน้ายิ้มแย้มพลางถูไม้ถูมือไปมา เขาชะเง้อคอมองไปรอบๆแถวนั้นก่อนจะขมวดคิ้วถาม อ้าวว แล้วแครบกับกอยล์ไปไหนเสียล่ะครับนี่?
อ๋ออ มัลฟอยเสียงเบาลงนิดหนึ่ง ไม่ได้มาด้วยกันน่ะ
อ้าววว คุณลุงมีท่าทีผิดหวังอยู่ไม่น้อย แฮร์รี่เห็นแล้วก็อดขำไม่ได้ คงจะเป็นเพราะเจ้าแครบกับเจ้ากอยล์มันจอมแด๊ก มาทีไรก็แทบจะเหมาขนมหมดร้านเขาละสิ เจ้าของร้านถึงได้พิศวาสอยากให้มาอุดหนุนซะขนาดนี้
อ้าวว แล้ววันนี้คุณหนูมัลฟอยมากับใครเหรอครับ? เจ้าของร้านยังคงทำเป็นชะเง้อมองหา แต่เขาก็ไม่เห็นมีเด็กสลิธีรีนปี 6 อยู่แถวนั้นซักคน
เอ้ออ ก็ มัลฟอยทำท่าทางพูดยาก เขาชำเลืองมองไปทางแฮร์รี่ที่นั่งอยู่ข้างๆเป็นเชิงบอกนิดหนึ่ง แต่เจ้าของร้านก็ยังคงทำหน้าเหรอหราไม่เข้าใจอยู่ดี จนแฮร์รี่เริ่มที่จะอดรนทนไม่ได้
ผมเองครับ ในที่สุดเขาก็พูดแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ จนเจ้าของร้านทำหน้างง เดรโกกับผมมาด้วยกันครับ
คำพูดประโยคนั้นถึงจะไม่ดังมาก แต่ก็ยังดังพอที่จะสามารถดึงดูดความสนใจของคนที่อยู่ในบริเวณนั้นได้ เด็กนักเรียนที่ยืนอยู่แถบนั้นหันมามองเขาทั้งคู่เป็นตาเดียว เดิมทีอาศัยความแน่นขนัดของคนในร้านทำให้พวกเขาสามารถทำตัวกลมกลืนไม่เป็นจุดสนใจของใครได้ แต่คำพูดประโยคเมื่อกี๊ดูเหมือนจะทำลายม่านอำพรางตัวของพวกเขาลงไปเสียแล้ว ถึงเสียงซุบซิบเรื่องของพวกเขาจะดังแข่งกับเสียงพูดคุยจ้อกแจ้กอื่นๆที่ดังอยู่ในร้านไม่ได้ แต่แฮร์รี่กับมัลฟอยก็รู้สึกได้ว่าเริ่มมีสายตาหันมาจ้องมองพวกเขาอีกแล้ว
ตกเป็นเป้าสายตาอีกแล้วสิกรู
มัลฟอยเริ่มเกิดอาการเซ็ง แต่เขาจะไม่แสดงออกหรอก คนร่างบางนั่งนิ่ง ทำเป็นไม่สนใจไยดีเหมือนที่แฮร์รี่ทำ เขาหันกลับไปคุยกับเจ้าของร้านต่อ
เอ้อ แล้วตกลงมีขนมอะไรใหม่ๆบ้างรึเปล่าล่ะลุง?
อ๋อเอ้อ มีสิๆ ลุงเจ้าของร้านร้องขึ้นเหมือนเพิ่งนึกได้ ก่อนจะหันไปหาชั้นวางของพลางกวาดนิ้วไปตามขวดโหลใส่ลูกอมหลากสีเหล่านั้น อยู่ไหนน๊าๆ? อ๊ะเจอแล้ว นี่ไง! เขาหยิบขวดโหลใส่ลูกอมสีดำแต่เคลือบเงาสีเขียวๆมาวางตรงหน้าคนทั้งสอง อ่ะ ลองชิมดูสิ นี่ของมาใหม่เชียวนะ ลูกอมก้อนรสแมลงวัน!
ฮะ!? อะไรนะครับ!? ทั้งแฮร์รี่และมัลฟอยร้องขึ้นพร้อมกันเป็นเสียงเดียว
เฮ่ยย ไม่ต้องไปสนใจชื่อมันหรอก! อร่อยจริงๆนะ ลองชิมดู เขาเอามือล้วงลงไปในขวดโหล หยิบลูกอมขึ้นมาสองก้อนส่งให้คนทั้งสองคนละอัน อ่ะ เอาไปสิ เนี่ย ไอ้นี่น่ะขายดีนะ หมดไปตั้งสองโหลแล้วไม่อยากจะบอก คนขายคุย แฮร์รี่กับมัลฟอยมองหน้ากัน ก่อนจะตัดสินใจเอาไอ้ลูกอมก้อนนั้นยัดใส่ปากชิมดู
อืมม มัลฟอยอมลูกอมไว้นิ่งๆ ก่อนจะกลิ้งมันไปมาในปาก อร่อยดีนี่ลุง
เห็นม๊า? ลุงบอกแล้ว ลุงคนขายร้อง เอ้อ จะเอาอะไรก็จดใส่กระดาษไปนะ เดี๋ยวลุงหยิบของให้ เดี๋ยวลุงขอตัวไปดูลูกค้าตรงนู้นหน่อยละกัน วันนี้คนเยอะวุ่นวายไปหมดเลย ขาดคำ ลุงคนขายก็ผละจากพวกเขาไปอย่างรวดเร็ว
อร่อยดีนะ มัลฟอยหันมาพูดกับแฮร์รี่ ซึ่งก็พยักหน้ารับแบบขำๆ
ลูกอมน่ะอร่อยดีหรอก แต่ชื่อน่ะน่าเกลียดจัง คนร่างสูงพูดขำๆ มีแมลงสาบ แมลงวัน เดี๋ยวก็มีลูกอมก้อนรสแมงกุ๊ดจี่ออกมาหรอก
ลูกอมก้อนรสแมงกุ๊ดจี่ ฮ่าฮ่าฮ่า มัลฟอยขำก๊าก รสชาติมันจะเป็นยังไงนะ? เหมือนขี้ควายหรือเปล่า? ฮ่าฮ่าฮ่า
ทั้งสองนั่งพูดคุยไปพลางตกลงกันไปพลางว่าจะซื้อขนมอะไรบ้าง เมื่อส่งรายการขนมไปให้ลุงคนขายและนั่งรอของ มัลฟอยก็แลบลิ้นออกมาเลียริมฝีปากพลางบ่นอุบ
ว้า แย่จัง ลูกอมหมดแล้วสิ
ชอบล่ะสิ แฮร์รี่ว่าพลางหันมาแลบลิ้นให้ดูว่าของเขายังไม่หมด ของฉันยังไม่หมดน่ะ อยากกินมั้ยล่า?
เดี๋ยวก็ได้ของ มัลฟอยพูดพลางชะเง้อคอมองลุงที่กำลังหยิบขนมต่างๆให้พวกเขาโดยไม่เข้าใจว่าแฮร์รี่พยายามจะสื่ออะไร
โห่ นายนี่ไม่เก็ตเลย! แฮร์รี่ทำหน้างอ มัลฟอยหันมามองงงๆ เก็ตอะไรวะ? จนกระทั่งแฮร์รี่พูดว่า ฉันหมายถึงให้กินอันที่อยู่ในปากฉัน โดยให้ฉันป้อนต่างหากล่ะ!
อะ มัลฟอยหน้าแดง อ้าปากจะเถียง แต่ก็เถียงไม่ออกซะงั้น
ยิ่งเห็นท่าทางแบบนี้ คนร่างสูงก็ยิ่งอยากแกล้งคนขึ้นมาติดหมัดเลยทีเดียว ว่าไง? อยากกินหรือเปล่าล่ะครับ? ว่าพลางเขยิบใบหน้าเข้าไปใกล้มัลฟอยมากขึ้นอีก
ฮะแฮร์รี่ ไม่เล่นนะ! คนร่างบางเอี้ยวหน้าหนี คนออกจะเต็มร้าน แล้วเค้าก็มองพวกเราอยู่นะรู้ตัวหรือเปล่า!?
แฮร์รี่หยุดนิดหนึ่ง แต่แล้วก็ยักไหล่ถาม แล้วไง?
ไม่แล้วไงนะเฟ้ย! มัลฟอยโวยด้วยเสียงกระซิบ มือทั้งสองดันไหล่แฮร์รี่ไม่ให้เอาหน้าหล่อๆนั่นเข้ามาใกล้เขามากไปกว่านี้ ถ้านายจูบฉันกลางร้านแบบนี้ มีหวังคราวนี้ข่าวคงดังไปถึงหูพวกอาจารย์แน่! ไม่ใช่แค่พวกเด็กนักเรียนเท่านั้นหรอก!
แต่แฮร์รี่ก็ยังคงแกล้งโน้มหน้าเข้ามาเรื่อยๆ แถมยังพยายามจะแกะมือของมัลฟอยที่ยึดไหล่เขาอยู่อีกด้วยแน่ะ! แล้วไง? ทีสเนปยังรู้แล้วเลย ถึงเรื่องนี้จะไปถึงหูโวลเดอมอร์ทฉันก็ไม่สนหรอกน่า
อ้าววว เสียงคุ้นหูดังมาจากหลังเคาน์เตอร์ขัดจังหวะคนทั้งสองพอดี (อันที่จริงต้องบอกว่าขัดจังหวะแฮร์รี่คนเดียวมากกว่า) เมื่อคุณลุงเจ้าของร้านจัดของให้พวกเขาเสร็จ ถุงขนมใบย่อมๆสองใบถูกวางลงตรงหน้าคนทั้งคู่พร้อมกับความโล่งใจของมัลฟอยและใบหน้างอของแฮร์รี่ คุณลุงคิดเงิน และเมื่อทั้งสองจ่ายเงินเสร็จก็ลุกออกไปจากร้าน
อดจูบเลย แฮร์รี่แกล้งทำหน้างอแก้มป่องเหมือนเด็กๆถูกขัดใจ จนมัลฟอยอดหัวเราะไม่ได้
คิกๆๆ อะไร? อดนิดอดหน่อยทำเป็นบ่น เมื่อก่อนก็ได้ไปตั้งนับไม่ถ้วนแล้วนะ คนร่างบางว่า
ก็เค้าอยากจูบตอนนี้นี่ แฮร์รี่ยังแกล้งทำปากยื่นเหมือนเด็กเอาแต่ใจ
กลางคนทั้งร้านฮันนี่ดุกส์น่ะนะ!? ฝันไปเหอะ! มัลฟอยโวยจนเด็กคนอื่นในบริเวณนั้นหันมามอง แล้วเขาก็รู้ตัวว่าเขาทำพลาดไปแล้วที่ทำให้ตัวเองกับแฮร์รี่เป็นจุดสนใจ
ฮ่าฮ่าฮ่า โอ๋ ล้อเล่นก็ได้ครับล้อเล่น แฮร์รี่แกล้งโอ๋พลางเลื่อนมือไปโอบไหล่มัลฟอยตามความเคยชิน เป็นเรื่องปกติสำหรับพวกเขาก็จริง แต่การที่เขาสองคนทำแบบนี้กลางถนนในหมู่บ้านฮอกมีดส์ท่ามกลางสายตาหลายสิบคู่กลับเรียกเสียงซุบซิบให้ดังขึ้นมาได้อย่างน่าประหลาด
มัลฟอยเหลือบมองแฮร์รี่ที่ทำเหมือนไม่เห็นคนพวกนั้น ถ้าเขาปัดมือแฮร์รี่ออก หมอนั่นก็จะต้องว่าเขาด้วยเรื่องเดิมๆแบบเดิมๆอีกว่า ไม่เห็นต้องไปสนใจคนพวกนั้นเลย คนร่างบางถอนใจ มองไปรอบๆตัวพยายามหาทางให้ตัวเองหลุดพ้นไปจากสถานการณ์นี้
ร้านไม้กวาดสามอันตั้งอยู่ข้างหน้านี่เอง
นี่แฮร์รี่ มัลฟอยหันไปพูดกับคนร่างสูง เข้าร้านไม้กวาดสามอันกันไหม? ฉันอยากหาอะไรอุ่นๆดื่มจัง
คนร่างสูงยิ้ม อื้อ เอาสิ อากาศหนาวๆอย่างนี้เข้าไปดื่มบัตเตอร์เบียร์คงดี ตอบโดยไม่ต้องหยุดคิดให้เปลืองสมอง
ทั้งสองเดินตรงไปยังร้านไม้กวาดสามอัน มัลฟอยก้าวนำหน้าไปผลักประตูเข้าไปข้างใน
ร้านทั้งร้านแน่นขนัดไปด้วยเด็กนักเรียนฮอกวอตส์จนแทบจะไม่มีโต๊ะว่างเลย คนร่างบางชะเง้อคอมองหาที่นั่ง ก็พบเพียงโต๊ะว่างๆโต๊ะเดียวที่ตั้งอยู่แทบจะกึ่งกลางร้าน
เอ่อกลางร้านเลยเหรอ?
คนร่างบางมีท่าทางลังเล เมื่อเห็นดังนั้นแฮร์รี่จึงเดินเบียดมัลฟอยนำหน้าไปนั่งแปะที่โต๊ะนั้นอย่างหน้าตาเฉย
เอากะมันเฮอะ!
มัลฟอยคิดอย่างเศร้าใจพลางเดินต้อยๆตามแฮร์รี่ไปนั่งที่โต๊ะนั้น เสียงพูดคุยเจี๊ยวจ๊าวของเด็กนักเรียนฮอกวอตส์ดังสนั่นลั่นร้าน แต่มัลฟอยก็รู้สึกได้ถึงสายตาที่จ้องมองมายังเขาพร้อมทั้งเสียงซุบซิบนินทาเรื่องของเขากับแฮร์รี่ที่มีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆตลอดเวลาที่เขาเดินแทรกไปในฝูงชน และเมื่อเขาเดินไปถึงโต๊ะตรงกลางร้านนั่น คนร่างบางก็รู้สึกได้ว่าสายตาแทบจะทุกคู่ในร้านนั้นพุ่งความสนใจมาที่เขาทั้งสองคนเป็นตาเดียว
แฮร์รี่ยังคงทำหน้าตาเฉย เขาตะโกนสั่งไปยังเคาน์เตอร์ ขอบัตเตอร์เบียร์สองที่ครับ!
บัตเตอร์เบียร์มาเสิร์ฟอย่างรวดเร็วทันใจ ทั้งสองถอดถุงมือออก ใช้มือเปล่าๆจับแก้วเบียร์หาไออุ่นให้กับตัวเองจากเครื่องดื่มร้อนๆนั้น
นี่ๆ ดูสิ แฮร์รี่ พอตเตอร์กับเดรโก มัลฟอย มานั่งดื่มบัตเตอร์เบียร์กันสองคนล่ะ
สองคนนั่นเป็นแฟนกันจริงๆเหรอ? เป็นไปไม่ได้น่า!
เสียงซุบซิบลอยมาเข้าหูมัลฟอยประโยคแล้วประโยคเล่า แต่ดูเหมือนคนร่างบางจะชาชินเสียแล้ว เขาแกล้งทำหูทวนลม
จู่ๆแฮร์รี่ก็คว้าหมับเข้าที่มือซ้ายของมัลฟอย คนร่างสูงดึงมือนิ่มนั่นเข้าไปใกล้ๆพลางก้มลงดู
อะอะไร? มัลฟอยถามงงๆ สายตาลอกแล่กมองไปรอบๆตัว และก็จริงดังเขาคาด
เฮ้ยๆ เค้าจับมือกันด้วยล่ะ! แฮร์รี่จับมือมัลฟอยด้วย!
สองคนนั่นเป็นแฟนกันจริงๆเหรอ? เป็นไปไม่ได้น่า!
เดรโก แฮร์รี่เงยหน้าขึ้นมาทำเสียงหนักแน่นใส่คนร่างบางหลังจากพินิจพิจารณามือนิ่มนั้นจนเป็นที่พอใจแล้ว แหวนของฉันไปไหนล่ะ?
มัลฟอยมองหน้าแฮร์รี่นิ่งๆอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะกิ๊กกับท่าทางหนักแน่นจริงจังของคนตรงหน้า คิกๆๆ ไม่ได้ไปไหนหรอกน่า ทำหน้าตาขึงขังไปได้ เขาว่า ดึงมือให้หลุดจากการเกาะกุมของแฮร์รี่ ใช้มือหนึ่งดึงคอเสื้อสเวตเตอร์ส่วนมืออีกข้างก็ล้วงเข้าไปข้างใน สิ่งที่เขาหยิบออกมาก็คือแหวนแต่มันห้อยอยู่กับสร้อยคอสีเงินวาววับเส้นหนึ่ง
เฮ้ย มีแหวนด้วยว่ะ! อะไร!? มีการให้แหวนเป็นพยานกันด้วยเหรอ!?
สองคนนั่นเป็นแฟนกันจริงๆเหรอ? เป็นไปไม่ได้น่า!
น่ารำคาญจริงเว้ย!!!
ทำไมไม่สวมที่นิ้วนี้ล่ะครับ? แฮร์รี่ถาม มือข้างหนึ่งเอื้อมไปกุมมือซ้ายของมัลฟอยเอาไว้พลางคลำไปคลำมาอยู่บริเวณนิ้วนาง
ก็ มัลฟอยพูดไม่ออก สาเหตุที่เขาไม่ยอมใส่แหวนวงนี้ที่นิ้วนางก็คือก็เพราะเขาอายนั่นแหละ! เขากลัวว่าคนอื่นจะถามว่านั่นมันแหวนอะไร? ใครให้? และก็อะไรต่างๆนานา แต่เขารู้ว่าตอนนี้ถ้าเขาบอกแฮร์รี่อย่างงี้ ก็คงไม่แคล้วโดนหมอนั่นเทศนาเรื่อง อันนินทากาเลเหมือนเทน้ำ เข้าให้อีกนั่นแหละ
อืมม ก็ใส่ถุงมือแล้วมันติดง่ะ ก็เลยห้อยคอไว้ก่อน คนร่างบางคิดข้ออ้างได้เพียงเท่านี้อืมม ก็พอฟังขึ้นล่ะนะ อย่างน้อยแฮร์รี่ก็ดูเหมือนจะพอใจ ไม่ซักถามเอาความอะไรจากเขาอีก
มัลฟอยถอดสร้อยคอออกมา คลึงแหวนวงนั้นเล่นอยู่ไปมา ปากดื่มบัตเตอร์เบียร์บ้างหันไปคุยเล่นหัวกับแฮร์รี่บ้างอย่างมีความสุข ทั้งๆที่เสียงนินทาก็ยังไม่ขาดหายไป ออกจะยิ่งดังขึ้นๆเสียด้วยซ้ำ
ดูสิๆ สองคนนั่นเขาลูบหัวกันด้วย
ยิ้มหัวเราะกันอย่างมีความสุขเชียว อย่างนี้ท่าจะเป็นแฟนกันจริงๆซะละมั้ง
โฮ่ จากคู่กัดประจำโรงเรียนกลายมาเป็นคู่รักอย่างงี้ อย่างกับละครน้ำเน่าแน่ะ!
สองคนนั่นเป็นแฟนกันจริงๆเหรอ? เป็นไปไม่ได้น่า!
ทั้งแฮร์รี่และมัลฟอยดื่มบัตเตอร์เบียร์จนหมดโดยไม่สนใจใยดีกับเสียงซุบซิบนินทาใดๆอย่างน้อยเขาก็ทำเป็นเหมือนไม่สนใจล่ะนะ! หลังจากได้ยินได้ฟังมาทั้งวัน คนร่างบางก็ยิ่งรู้สึกเอือมระอาและก็ยิ่งเฉยชาต่อคนพวกนั้นมากขึ้น เอาซี่! จะนินทาอะไรก็นินทาไป! จะพูดอะไรก็พูดไปฉันไม่สนใจแล้ว! ก็ฉันจะทำอย่างงี้ซะอย่าง! ก็คนเค้ารักกันซะอย่างน่ะมีปัญหาป่ะล่ะ!!??
แฮร์รี่เรียกมาดามโรสเมอร์ทามาเก็บเงินเมื่อพวกเขาทานกันเสร็จเรียบร้อย ขณะจะลุกจากโต๊ะ เสียงซุบซิบก็ยังคงลอยมาให้ได้ยินถึงหูอย่างไม่ยอมหยุดหย่อนพักผ่อนกันเอาเสียเลย!
เฮ้ย เค้าจะไปกันแล้วล่ะ! จะไปไหนกันต่อนะ?
พวกเราก็ไปกันบ้างเหอะ (ก็คนให้นินทามันไม่อยู่แล้วนี่หว่า!) เก็บเงินด้วยค่าาาาา
สองคนนั่นเป็นแฟนกันจริงๆเหรอ? เป็นไปไม่ได้น่า!
กรูทนไม่ไหวแล้วนะพวกเมิ๊งงงงงงงงงงง!!!
ความอดทนที่อุตส่าห์มีมาทั้งวันของมัลฟอยเหมือนขาดผึง แล้วโดยที่ไม่มีใครคิดฝันท่ามกลางความตกตะลึงพรึงเพริดตาค้างของคนทั้งร้าน เดรโก มัลฟอยก็หันหน้าขวับไปจูบแฮร์รี่ พอตเตอร์อย่างดูดดื่ม กลางร้านไม้กวาดสามอัน
เอาซี่! แม่งนินทากันอยู่ได้! อยากรู้นักใช่มั้ยว่าพวกเค้าสองคนเป็นแฟนกันจริงหรือเปล่า!? ก็นี่ไงล่ะข้อพิสูจน์! ดูซะให้เต็มตาแล้วก็ไม่ต้องมาถามอีกนะว่าเป็นหรือไม่เป็น! เพราะเขา-เดรโก มัลฟอย กับแฮร์รี่ พอตเตอร์ เป็นแฟนกันจริงๆเว้ย! ถ้าจูบนี้ยังเป็นข้อพิสูจน์ให้ไม่พอละก็เดี๋ยวจะเอากันให้ดูเป็นขวัญตาเลยอ่ะ! ไอ้พวกปากปลาร้าขี้นินทา!
แฮร์รี่เองก็ตกใจไม่แพ้คนอื่นๆ เขาได้แต่ยืนนิ่งอึ้งตัวแข็งทื่อตาค้างอยู่อย่างนั้น ปล่อยให้มัลฟอยจูบเขา บดขยี้ปากเขาจนสะใจพ่อคุณไปเอง
ร้านไม้กวาดสามอันทั้งร้านเงียบกริบ ไร้เสียงพูดคุย เงียบจนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจของแต่ละคนเลยนั่นเทียว นั่นเป็นเพราะทุกคนมัวแต่ตกตะลึงตาค้าง อึ้งกับความกล้าหาญชาญชัยของคุณชายแห่งบ้านสลิธีรีนจนพูดไม่ออกไปตามๆกัน
ท่ามกลางความเงียบ มัลฟอยละริมฝีปากออกมาจากปากของแฮร์รี่ช้าๆ อ้อยอิ่งราวกับต้องการให้ใครต่อใครในร้านขาดใจตายไปต่อหน้า เมื่อละออกมาแล้วเขาก็หันมามองมือของตัวเองที่กำแหวนและสายสร้อยสีเงินเส้นนั้นเอาไว้
คนร่างบางกระชากสายสร้อยเต็มแรงจนมันขาดออกจากกันท่ามกลางความตกใจกว่าเดิมของทุกคน แต่แหวนวงนั้นวงที่แฮร์รี่ให้ มันยังคงอยู่ในมือของเขา มัลฟอยค่อยๆหยิบแหวนขึ้นมาช้าๆ หมุนเล่นไปมานิดหนึ่งก่อนจะส่งให้แฮร์รี่ พูดชัดถ้อยชัดคำจนคนทั้งร้านได้ยินกันถ้วนทั่ว
แฮร์รี่ครับ ใส่แหวนให้หน่อยสิ!
ด้วยอาการพิศวงงงงวย แฮร์รี่รับแหวนวงนั้นมาอย่างงงๆ มัลฟอยยื่นมือข้างซ้ายไปให้ตรงหน้าคนร่างสูงด้วยท่าทางราวกับเจ้าสาวในวันแต่งงานพร้อมทั้งกางนิ้วทั้งห้าออกจากกัน
ใส่ก็ใส่วะ! เล่นตามบทพ่อคุณเขาหน่อยละกัน แฮร์รี่คิดก่อนจะเอาแหวนวงนั้นไปจ่อไว้ที่ปลายนิ้วนาง คนร่างสูงค่อยๆบรรจงสอดแหวนวงนั้น ใส่เข้าไปในนิ้วนางข้างซ้ายของมัลฟอยช้าๆราวกับไม่อยากให้มันสิ้นสุด สายตาทุกคู่ในร้านไม้กวาดสามอันต่างจ้องมองมายังนิ้วของมัลฟอยอยู่ในตอนนี้ และพวกเขาทั้งสองก็แทบจะได้ยินเสียงกลั้นหายใจด้วยความลุ้นระทึกของคนทั้งร้านนั่นเลยทีเดียว
และแล้วเจ้าแหวนทองคำขาววงนั้นก็ขึ้นไปอยู่บนนิ้วนางข้างซ้ายของมัลฟอยได้อย่างเรียบร้อย
ขอบคุณครับ มัลฟอยพูดขอบคุณกับแฮร์รี่เสียงเบาแต่หนักแน่น พร้อมทั้งหอมแก้มคนร่างสูงเป็นรางวัลเข้าให้ฟอดใหญ่ๆฟอดหนึ่ง ก่อนจะใช้มือซ้ายข้างนั้นเอื้อมไปกุมมือกับแฮร์รี่ จูงมือคนร่างสูงเดินออกไปจากร้านด้วยท่าทีของผู้ชนะอย่างสง่าผ่าเผย
ท่ามกลางความตกตะลึงตาค้างและปากที่ยังอ้าไม่หุบของทุกคน