LuZ CoNtRoL # 20 #

posted on 03 Feb 2006 01:46 by dakki  in LuZCoNtRoLxENDx

Harry Potter Fan Fiction


By : Dakki
Pairing : Harry Potter/Draco Malfoy
Style : Yaoi
Category : กุ๊กกิ๊ก^^/Mystery
Rate : PG-13(This Part)
Summary :
หลังจากแฮร์รี่และเดรโกโดนกักบริเวณด้วยกันเป็นเวลา 3 วัน...plot เน่าๆที่นำไปสู่ปริศนาและการวางแผนฆ่าแฮร์รี่โดยกลุ่มผู้เสพความตาย...

LuZ CoNtRoL # 20 #
คำสาปสะกดใจ

มัลฟอยรู้สึกตัวเบาหวิว

เขากำลังนั่งอยู่บนเตียงที่ที่ไหนกันนะ? มัลฟอยกวาดตามองไปรอบๆห้องด้วยสายตาว่างเปล่า เขาเห็นเตียงสีขาวตั้งประปรายอยู่รอบๆห้องประมาณ 7-8 เตียง คนร่างบางพยายามรื้อฟื้นความทรงจำว่าเขาเคยเห็นที่นี่มาก่อนหรือไม่?...แต่หัวสมองของเขากลับว่างโล่ง ราวกับมันไม่เคยมีความทรงจำหรือความคิดใดๆอยู่ในนั้นมาก่อนเลย แล้วยิ่งพยายามบังคับตัวเองให้คิดมากเท่าไหร่ เขากลับยิ่งค้นพบว่าหัวสมองของเขามันว่างเปล่ามากขึ้นเท่านั้น...มีเพียงชื่อๆเดียวที่วนเวียนอยู่ในสมองของเขา เป็นเพียงความคิดเดียวเท่านั้นที่ยังหลงเหลืออยู่...

...แฮร์รี่...แฮร์รี่...แฮร์รี่...

เขาได้ยินเสียงผู้หญิงดังเล็ดลอดมาจากอีกมุมหนึ่งของห้อง...ใครน่ะ? คนร่างบางถามตัวเอง พยายามเพ่งมองไปทางต้นเสียง เจ้าของเสียงนั่นค่อยๆปรากฏตัวให้เห็นในสายตาของมัลฟอยช้าๆเมื่อเธอเดินเรื่อยๆมาทางเขา เป็นหญิงวัยกลางคนที่เขาไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนเลย

อ้าว ตื่นแล้วเหรอมิสเตอร์มัลฟอย? เธอทักเขาด้วยน้ำเสียงเป็นมิตรและสายตาที่ดูเป็นห่วงเป็นใย ตื่นซะเช้าเชียว นี่เพิ่งเจ็ดโมงเอง ดื่มยาแก้ปวดนี่สิ แล้วถ้ารู้สึกค่อยยังชั่วแล้วก็กลับไปได้เลยนะจ๊ะ เธอพูดพลางยัดยาน้ำขวดหนึ่งใส่มือของเขาพร้อมกับวางแก้วน้ำไว้ที่โต๊ะหัวเตียง

มัลฟอยมองขวดยาสีสวยในมืองงๆ ก่อนจะเงยหน้ามองหล่อนด้วยสายตาเต็มไปด้วยคำถาม คำถามแรกก็คือเขาจะต้องกินยาไปทำไม?...และคำถามที่สองก็คือเธอรู้จักชื่อเขาได้อย่างไร?

ยาแก้ปวดไงจ๊ะ เธอย้ำกับเขา ขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัยว่าทำไมมัลฟอยถึงไม่เข้าใจ เธอไม่มีอาการอะไรอย่างอื่นนอกจากปวดตามเนื้อตัวใช่ไหม?

มัลฟอยก้มลงมองยาในมืออีกครั้ง พยายามคิด...ปวดตามเนื้อตัวเหรอ? ทำไมเขาจะต้องปวดด้วยล่ะ? แล้วมีอาการอะไรอย่างอื่นอีกหรือเปล่าน่ะเหรอ?...

คนร่างบางส่ายหน้าช้าๆ บอกผู้หญิงคนนั้นว่าเขาไม่มีอาการอะไรนอกจากนี้ ทั้งๆที่เขารู้อยู่เต็มอกว่ามันมี แต่ที่เขาทำอย่างนี้ก็เพียงเพื่อต้องการให้เธอไปให้พ้นๆและไม่ต้องเอาใจใส่เขาเป็นพิเศษเท่านั้น เขาอยากอยู่คนเดียวมากกว่า

งั้นก็ดีแล้วจ้ะ เธอยิ้ม สีหน้าค่อยๆคลายกังวล ณ ขณะเดียวกันนั้นก็มีเสียงตะโกนของเด็กชายคนหนึ่งดังมาจากอีกมุมหนึ่งของห้อง ตรงที่ฉากกั้นสีขาวขุ่นนั่นบดบังเอาไว้ทำให้มัลฟอยมองไม่เห็นว่าเด็กคนนั้นหน้าตาเป็นอย่างไร

มาดามพรอมฟรีย์คร๊าบบบ เสียงเด็กชายคนนั้นร้องเรียก เพื่อนผมตกบันไดหัวแตกคร๊าบบบ

หญิงสาวคนนั้นหันมาทางเขาก่อนจะกำชับ ดื่มยานั่นซะให้หมดขวดนะจ๊ะ แล้วถ้าเธอรู้สึกว่าไม่เป็นอะไรแล้วก็กลับไปได้ ฉันต้องไปดูคนไข้รายใหม่ก่อน

แล้วเธอก็เดินจากไป ทิ้งเขาไว้กับยาขวดนั้น

มัลฟอยยกมันขึ้นดื่มจนหมดแล้วกินน้ำตามอย่างว่าง่าย พลางคิดถึงหญิงวัยกลางคนที่เพิ่งจากไป...มาดามพรอมฟรีย์เหรอ?...อืมม....

...เธอเป็นใครกันนะ?...

////////////////////////////////////////////


มัลฟอยเดินออกมาจากห้องที่เต็มไปด้วยเตียงนั่นหลังจากทานยาเสร็จ เขาเหลียวซ้ายแลขวา ทางเดินทั้งสองฟากของเขาเป็นระเบียงหินยาวไกลลิบ แต่ราวกับมีอะไรบางอย่างชี้นำทาง เขารู้ทันทีว่าเขาจะต้องเดินไปทางไหน

คนร่างบางหันซ้าย เดินมุ่งไปบนระเบียงยาวนั้นด้วยก้าวที่แน่วแน่และมั่นคง

หลายร้อยเมตรกว่าเส้นทางจะไปสุดที่บันไดหิน ทั้งบันไดที่จะพาเขาขึ้นชั้นบนและที่ทอดลงสู่ข้างล่าง แต่มัลฟอยก็ไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขาก้าวขึ้นข้างบน

เฮ้ มัลฟอย! จะไปไหนน่ะ? เสียงตะโกนเรียกเขาดังมาจากข้างล่าง มัลฟอยเหลือบสายตาลงมอง เห็นเด็กชายร่างยักษ์สองคนกำลังเดินขึ้นบันไดมาจากชั้นล่าง เรากำลังจะไปหานายที่ห้องพยาบาลอยู่พอดีเลย นายเป็นไงบ้าง? หายแล้วเหรอ?

มัลฟอยมองเด็กร่างยักษ์สองคนนั่นด้วยสายตางงๆ สองคนนี่เป็นใครกัน? แล้วห้องพยาบาลคืออะไร? หมายถึงห้องที่มีเตียงเต็มไปหมดเมื่อกี๊น่ะเหรอ?

นายเป็นใคร? มัลฟอยถามขึ้นในที่สุด สร้างความอัศจรรย์ใจให้กับหมูตอนสองตัวนั่นจนทั้งคู่แทบผงะ

เฮ้ย มัลฟอย!? นายหมายความว่าไง!? ก็ฉันกอยล์ นี่แครบ เราสองคนเป็นเพื่อนนายไง!? คนที่ตัวสูงกว่าพูดด้วยท่าทางตื่นตระหนก

อ๋ออออ มัลฟอยพยายามเออออ ทั้งๆที่ชื่อเสียงเรียงนามที่หมอนั่นบอกก็ไม่ได้ทำให้เขากระจ่างขึ้นกว่าเดิมเลย แต่เขาไม่มีเวลาจะมาเสียกับสองคนนี่หรอกนะ...ไม่ใช่ตอนนี้ เขามีงานต้องทำ

เอ้อ ฉันขอตัวก่อนนะ มีธุระ คนร่างบางพูดตัดบท ก้าวขึ้นบันไดไปได้อีกหนึ่งขั้น

เดี๋ยว นายจะไปไหนน่ะ? ห้องทานอาหารอยู่ข้างล่างนี่นะ แครบท้วงพลางชี้มือชี้ไม้ไปทางชั้นล่าง หอนอนของพวกเราก็ด้วย วันนี้วันอาทิตย์ ไม่มีเรียนซักหน่อย นายไม่ต้องขึ้นไปเรียนวิชาพยากรณ์ข้างบนนั่นนี่

มัลฟอยเริ่มอึกอัก เขาจะบอกไอ้จอมจุ้นจ้านสองคนนี่ว่ายังไงดี? จะเล่าให้ทั้งคู่ฟังว่าเขามีธุระอะไรก็ทำไม่ได้ เพราะเขาถูกกำชับมาว่าเรื่องนี้ต้องเป็นความลับ ห้ามแพร่งพรายให้ใครรู้เด็ดขาด...

กอยล์ขมวดคิ้ว หรือนายจะไปส่งไปรษณีย์นกฮูก?

แล้วเจ้าโง่นี่ก็เป็นคนให้คำตอบแก่เขาเสียเอง เอ้อใช่ ฉันต้องไปส่งไปรษณีย์นกฮูกน่ะ มัลฟอยตอบ หันหลังกลับก้าวขึ้นบันไดไปได้อีกขั้น

ส่งไปไหนน่ะ? แครบถามอีกอย่างไม่ยอมเลิกรา มัลฟอยแทบจะร้องเป็นภาษาพาร์เซล ไอ้พวกนี้ถ้าไม่รู้เรื่องของคนอื่นซักเรื่องมันจะตายมั้ยวะ!?

ส่งไป... คนร่างบางพยายามหาคำตอบ แต่ก็คิดไม่ออก...คิดสิ! คิด! เวลาเราส่งไปรษณีย์เราก็ต้องส่งไปที่ไหนซักแห่ง แล้วนี่เขาจะส่งไปที่ไหนดีล่ะ?

บ้าน? กอยล์พูดขึ้นมาพลางเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม แล้วเจ้าโง่นี่ก็ให้คำตอบแก่เขาอีกครั้ง

เอ้อใช่ บ้าน มัลฟอยตอบ แล้วฉันก็กำลังรีบ พวกนายไม่ต้องตามมานะ! เขาสั่งตบท้าย กันไม่ให้พวกนั้นยิงคำถามใส่เขาอีกและไม่ให้พวกนั้นตามมา ก่อนจะกระโดดก้าวข้ามขั้นบันไดทีละสองขั้นขึ้นชั้นบนไปอย่างรวดเร็ว

////////////////////////////////////////////


เขาเกือบจะไปถึงแล้ว

เขารู้สึกได้ว่าจุดหมายที่เขากำลังมุ่งหน้าไปหานั้นมันอยู่ใกล้แค่เอื้อม...ใกล้มาก อีกเพียงนิดเดียว...

บนทางเดินที่เขาก้าวผ่านนั้นขวักไขว่ไปด้วยผู้คน หลายคนทักทายเขาด้วยสายตาเป็นมิตร ถามไถ่ถึงสารทุกข์สุขดิบของเขา เป็นห่วงเป็นใยว่าเขาหายดีแล้วหรือยัง

เขาจำหน้าพวกนั้นไม่ได้เลยซักคน จำไม่ได้ว่ารู้จักกันตั้งแต่เมื่อไหร่และไม่รู้ว่าชื่ออะไร แต่ผู้คนเหล่านั้นรู้จักชื่อเขาและทักเขาราวกับรู้จักกันมานานนับปี มัลฟอยจึงทำได้เพียงยิ้มเจื่อนๆและตอบคำถามเหล่านั้นส่งๆไปอย่างเร่งรีบ...เขามีภารกิจต้องทำ เขาเตือนตัวเอง เขาไม่มีเวลาจะมาเสียกับคนพวกนี้หรอก

ทันใดนั้น ท่ามกลางฝูงชน เขาก็หยุดเดิน มัลฟอยรู้สึกว่าเขามาถึงจุดหมายแล้ว...ตรงนี้ ณ เวลานี้ และนี่แหละ...

เบื้องหน้าเขาคือชายหนุ่มอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขาที่มีแผลเป็นรูปสายฟ้าบนหน้าผาก ดวงตาสีเขียวมรกตคู่นั้นจ้องมองผ่านแว่นตากรอบดำลงมาที่เขาด้วยสายตาอ่อนโยนอย่างที่สุด...ผู้ชายคนนี้แหละ ที่เขาฝันหามาตลอดทั้งคืน...แฮร์รี่ ชื่อนี้แหละที่คอยวนเวียนอยู่ในหัวสมองของเขาตั้งแต่ตอนเขาหลับ ยามเขาตื่น และมาจนถึงบัดนี้...

เดรโก แฮร์รี่ทักทาย มาทำอะไรที่นี่น่ะ? หายแล้วเหรอ?

ความรู้สึกลึกๆของมัลฟอยบอกให้เขาวิ่งเข้าไปกอดผู้ชายตรงหน้าคนนี้ แต่สมองของเขากลับเตือนว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องทำ

อื้อ ฉันหายแล้ว มัลฟอยตอบพลางยิ้มให้ ครึ่งหนึ่งเป็นยิ้มที่เขาอยากมอบให้แฮร์รี่จริงๆ แต่อีกครึ่งหนึ่ง เขาก็รู้ว่ามันเป็นยิ้มที่เสแสร้ง เป็นยิ้มที่เอาไว้หลอกล่อให้แฮร์รี่ตายใจ

แล้วนายมาทำอะไรที่นี่กันเนี่ย? แฮร์รี่ยิ้มขำ เอื้อมมือไปกุมมือของคนร่างบางไว้ก่อนจะลากให้เดินไปด้วยกัน ตื่นแล้วทำไมไม่ลงไปทานอาหารเช้าล่ะ?

ฉันอยากเจอนายมากกว่า มัลฟอยตอบ

คำตอบนั้นทำเอาแฮร์รี่ยิ้มไม่หุบ อะไรกันหือ? ไม่สบายออกอย่างงี้ยังจะออเซาะเก่งอีกนะเรา แฮร์รี่ว่า เอามือขยี้ผมมัลฟอยเล่นด้วยความหมั่นไส้แกมเอ็นดู

เอาอีกแล้ว...ไม่รู้ว่าจากส่วนไหนของร่างกายเขา ไม่รู้ว่าจากหัวใจหรือจากสมอง มันดลให้เขาอยากจะเข้าไปกอดผู้ชายตรงหน้าคนนี้เสียเหลือเกิน...

แต่ก็อีกนั่นแหละ สมองส่วนที่มีพลังมากกว่าของเขายังคงเตือน ว่านั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องทำ...

////////////////////////////////////////////


ที่นี่ไม่ได้ ที่นี่ไม่ได้ ที่นี่ไม่ได้

ความคิดนี้วนเวียนอยู่ในสมองของเขาตั้งแต่เขาเดินมากับแฮร์รี่จนมาสุดที่ห้องโถงใหญ่ ที่นั่นเด็กนักเรียนจากทุกๆบ้านทุกๆชั้นปีกำลังทยอยลงมารับประทานอาหารเช้า

ที่นี่ไม่ได้ คนเยอะไป ภารกิจที่เขาต้องทำมันเป็นความลับ ต้องทำในที่ลับตาคน ห้ามให้ใครรู้เด็ดขาด...

แฮร์รี่ มัลฟอยกระตุกมือคนร่างสูง เราออกไปข้างนอกกันเถอะ

คำพูดนั้นทำเอาแฮร์รี่พิศวงงงงวยเป็นที่สุด ข้างนอก? หมายความว่าไงเดรโก? หมายถึงข้างนอกปราสาทน่ะเหรอ?

มัลฟอยก้มหน้าคิด ก่อนจะพยักหน้า อือ ก็ทำนองนั้นแหละ

ออกไปตอนนี้ทำไมกันล่ะเดรโก!? นี่มันเวลาอาหารเช้านะ! แฮร์รี่แปลกใจ

เอ้อ... คนร่างบางอึกอัก เขาจะแก้ตัวว่าอย่างไรดี? เอ้อ...ก็ฉันไม่อยากกินนี่

แฮร์รี่ขมวดคิ้ว ก่อนจะเดินลากมัลฟอยไปถึงโต๊ะของสลิธีรีน นายต้องกินเดรโก ร่างกายของนายกำลังอ่อนแอ เพราะฉะนั้นต้องกินอาหารมากๆ ไม่งั้นจะอ่อนเพลียมากกว่านี้นะ เขาสั่ง

มัลฟอยถูกจับนั่งลงท่ามกลางเพื่อนๆสลิธีรีนปี 6 ถึงนายจะไม่อยากอาหารแต่ก็ต้องพยายามกินนะ กินเข้าไปให้ได้มากที่สุด แล้วเดี๋ยวเราค่อยออกไปข้างนอกปราสาทกัน โอเคไหม? แฮร์รี่ยิ้มสัญญา

เอางั้นก็ได้ เขาไม่รีบหรอก...มัลฟอยคิดก่อนจะพยักหน้ารับคำ แต่เมื่อเห็นแฮร์รี่จะเดินจากไปเขาก็มีท่าทีตื่นตกใจ

แฮร์รี่! จะไปไหนน่ะ!?

แฮร์รี่หันกลับมามองด้วยสีหน้างงๆ ก็...ไปที่โต๊ะฉันน่ะสิ คนร่างสูงตอบพลางชี้ไปยังโต๊ะของบ้านตัวเองที่อยู่อีกฟากหนึ่งของห้องโถงใหญ่ ฉันนั่งกินกับนายไม่ได้หรอกนะเดรโก เพื่อนๆนายได้ฆ่าฉันน่ะสิ เขาพูดขำๆ พยักพเยิดไปทางเด็กสลิธีรีนคนอื่นๆที่ทำหน้าถมึงทึงจ้องเขาอย่างจะกินเลือดกินเนื้อคอยท่าอยู่แล้ว

งั้นเหรอ? มัลฟอยคิด จำไม่เห็นได้เลยแฮะว่าปกติมันเป็นแบบนั้น

งั้นกินข้าวเสร็จเจอกันนะ แฮร์รี่ตะโกนมา โบกมือให้เขาก่อนจะเดินไปทางโต๊ะของตัวเอง


อาหารเช้าผ่านไป แฮร์รี่เดินมารับเขาที่โต๊ะและทำตามสัญญานั่นคือพาเขาออกไปนอกปราสาทด้วยกัน

ไปในที่ๆลับตาคน...

มือของแฮร์รี่อุ่น มัลฟอยกุมมันเอาไว้แน่นขณะเดินออกไปนอกประตูปราสาท เขารู้สึกถึงไออุ่นอันคุ้นเคยที่แผ่ออกมาจนแทบไม่อยากจะปล่อยมันไป...ไม่อยากจะปล่อยแฮร์รี่ไปอีกเลย...

...ถ้าหากแฮร์รี่จากไป ถ้าหากมืออันอบอุ่นนั่นค่อยๆเย็นลงเรื่อยๆ...เรื่อยๆ จนในที่สุดก็ไม่มีมือให้เขากุมอีกต่อไปแล้ว เขาจะทนอยู่ได้ยังไง?

สมองของมัลฟอยเริ่มสับสน ความคิด ความทรงจำต่างๆหลั่งไหลเข้ามาทีละนิดๆจนสมองของเขาแทบจะระเบิด...เขางงไปหมดแล้ว! มัลฟอยหยุดเดิน ปล่อยมือจากแฮร์รี่มากุมหัวตัวเองที่ร้อนและรวดร้าวแสนสาหัส เขาได้ยินเสียงแฮร์รี่ร้องเรียกเขาด้วยความตกใจ แต่ก็ฟังไม่ออกว่าคนร่างสูงพูดอะไร เพราะเสียงกรีดร้องในสมองของเขามันดังกลบเสียงจากโลกภายนอกเสียหมด...

แล้วมันก็หยุด

สิ่งต่างๆที่ไหลเข้ามาในสมองของเขาเมื่อกี๊หยุดไปเสียดื้อๆ ราวกับมีคนไปกดคำสั่ง stop เขาลืมตาขึ้นและเห็นแฮร์รี่กำลังมองเขาด้วยความกังวลใจ ปากก็ร้องถามเขาไม่ขาด

เดรโก! เป็นอะไรหรือเปล่า!? นายปวดหัวเหรอ? ไปห้องพยาบาลไหม?

มัลฟอยยังคงเอามือกุมขมับ กลัวว่าอาการเมื่อซักครู่นี้จะกลับมาอีก แต่มันก็ไม่กลับมา

อือ...ไม่เป็นไรแล้วล่ะ คนร่างบางบอกอย่างไม่มั่นใจนัก เขายืดตัวขึ้นตรง ทดสอบดูว่าจะปวดหัวอีกหรือเปล่า

นายเป็นอะไรน่ะ? แฮร์รี่ถามด้วยความเป็นห่วง เอามืออังหน้าผากมัลฟอย ตัวอุ่นหน่อยๆนะ ไม่สบายหรือเปล่า? ฉันว่านายกลับเข้าไปในปราสาทดีกว่าไหม? ข้างนอกนี่อากาศเย็นนะ

มะ...ไม่เป็นไร อยู่ข้างนอกนี่แหละ ฉันอยากอยู่ข้างนอกมากกว่า มัลฟอยว่าพลางคว้ามือของแฮร์รี่มากุมไว้อย่างเดิม ก่อนจะชะงักเล็กๆ... ไอ้การกุมมือนี่ไม่ใช่เหรอ? ที่ทำให้ความคิดในสมองของเขาตีกันจนแทบจะระเบิดเมื่อซักครู่นี้น่ะ!?

...แล้วไอ้ความคิดที่ตีกันเมื่อกี๊ มันคือความคิดอะไรนะ?

มัลฟอยขมวดคิ้ว พยายามคิดว่าเมื่อกี๊มีความคิดอะไรไหลเข้ามาในสมองของเขาบ้าง...ความคิดความทรงจำที่คุ้นเคย ซึ่งดูเหมือนเขาจะลืมมันไปหมดแล้ว แต่เขาก็นึกไม่ออกเลยแม้แต่น้อย

...มัลฟอยเดินจูงมือแฮร์รี่ตัดข้ามสนามหญ้าหน้าปราสาทตรงไปทางสนามแข่งควิดดิช ในหัวสมองมีคำพูดเพียงประโยคเดียวเท่านั้นที่เขาจดจำได้...

ลบชื่อคนอื่นๆออกไปจากสมองของเจ้าแล้วจดจำไว้แต่แฮร์รี่ พอตเตอร์เพียงคนเดียวเท่านั้น ลบความทรงจำเกี่ยวกับมันออกไปด้วย ล่อมันไปในที่ๆลับตาคน ห้ามให้ใครรู้ ห้ามให้ใครเห็นเด็ดขาด แล้วจงฆ่าแฮร์รี่ พอตเตอร์ซะ!...

////////////////////////////////////////////


มัลฟอยลืมตาขึ้นช้าๆ แสงสว่างยามเย็นที่ลอดหน้าต่างเข้ามาแยงตาเขานิดๆ คนร่างบางรู้สึกว่าเนื้อตัวของเขาระบมไปหมด เขาพยายามจะใช้แขนยันตัวลุกขึ้นนั่ง แต่เมื่อลองขยับแขนดูก็คิดว่านอนอยู่เฉยๆคงจะดีกว่า

มัลฟอยมองสำรวจไปรอบๆทั้งๆที่ยังคงนอนอยู่ เขาอยู่ในห้องพยาบาล เขาเห็นความเคลื่อนไหวอยู่ที่มุมห้องอีกฟากหนึ่งแต่มองไม่เห็นว่าเป็นใคร คงจะเป็นมาดามพรอมฟรีย์ นอกจากนี้แล้วก็มองไม่เห็นใครอื่นอีก

เขาถูกส่งมาที่ห้องพยาบาล...ก็แน่ล่ะสิ ตกจากไม้กวาดลงมาตั้งสูงขนาดนั้น คงจะต้องมีอะไรหักบ้างไม่แขนก็ขา ซึ่งมาดามพรอมฟรีย์คงจะต่อให้เขาเรียบร้อยแล้วเป็นแน่แท้ เหลือแต่ความปวดระบมบนร่างกายนี่แหละที่ไม่มีทีท่าว่าจะหายง่ายๆ

แต่อย่างน้อยเขาก็คว้าลูกสนิชได้ไม่ใช่เหรอ? มัลฟอยยิ้มกว้างเมื่อคิดถึงวินาทีนั้น เขาจับลูกสนิชได้ สลิธีรีนชนะ เป็นครั้งแรกที่เขาจับลูกสนิชได้ก่อนแฮร์รี่ แม้ว่าในครั้งนี้แฮร์รี่จะออมมือให้เขาหรือไม่ก็ตาม

แต่นั่นมันก่อนที่เขาจะตกจากไม้กวาด ก่อนที่เขาจะเห็นแม่...

แม่มาทำอะไรที่นี่!? แล้วทำไมทันทีที่เขามองตาแม่ เขาถึงรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกดูด สติสัมปชัญญะทั้งมวลของเขาถูกกลืนกินเข้าไปในดวงตานั่น แล้วก็หมดสติไป?...

ทำไม?

ราวกับจะตอบคำถามของเขา ทันใดนั้นประตูห้องพยาบาลก็เปิดออก มัลฟอยมองไม่เห็นว่าเป็นใครที่เดินเข้ามาแต่เมื่อได้ยินเสียงทักของมาดามพรอมฟรีย์ เขาก็รู้สึกหนาวเยือกขึ้นมาทันที

อ้าว มิสซิสมัลฟอย มาดูอาการของมิสเตอร์มัลฟอยเหรอคะ? อาการของเขาคงจะดีขึ้นมากแล้วล่ะค่ะเพราะฉันเชื่อมกระดูกให้เขาหมดแล้ว เมื่อตอนที่นำตัวมานี่อาการเขาแย่มาก กระดูกแขนขวางี้หักเป็น 3 ท่อน ส่วนขาขวาก็หักจนกระดูกทิ่มออกมาเลย แต่ตอนนี้โอเคหมดแล้วล่ะค่ะ

ขณะเงี่ยหูฟัง มัลฟอยยังอดสยองกับสภาพตัวเองก่อนหน้านี้ไม่ได้

ขอบคุณมากค่ะ มัลฟอยได้ยินเสียงเย็นๆของนาร์ซิสซาตอบกลับ ฉันขออยู่กับลูกตามลำพังก็แล้วกัน

ขออยู่กับเขาตามลำพังงั้นเหรอ!? มัลฟอยทำตัวแนบลงกับเตียงให้มากที่สุดตามสัญชาตญาณ เขาอยากให้เตียงนี่มันดูดให้เขาจมลงไปได้เสียจริงๆเขาจะได้ไม่ต้องเผชิญหน้ากับแม่ ร้อยวันพันปีแม่ไม่เคยมาดูเขาแข่งควิดดิช ไม่เคยมาเยี่ยมเขาที่โรงเรียน ขนาดเวลาอยู่บ้านยังแทบจะไม่คุยกับเขาเสียด้วยซ้ำ แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้น!? จากเหตุการณ์ที่เขาตกไม้กวาดเมื่อกี๊นี้มัลฟอยก็รู้สึกได้ว่ามันจะต้องมีเรื่องไม่ชอบมาพากลเป็นแน่!

เสียงก้าวเดินของนาร์ซิสซาเปรียบเสมือนก้าวย่างของมัจจุราชในความคิดของมัลฟอย คนร่างบางนอนหลับตาพยายามแสร้งทำเป็นหลับอยู่ ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะกลัวแม่ของตัวเองได้มากขนาดนี้

...แฮร์รี่ ช่วยเขาด้วย...

นาร์ซิสซาลากเก้าอี้ตัวหนึ่งมานั่งที่ข้างเตียงของเขา เธอนั่งนิ่งๆอยู่พักหนึ่ง มัลฟอยพยายามหายใจให้เป็นปกติ ภาวนาให้เธอคิดว่าเขากำลังหลับอยู่และจากไปโดยไม่ทำอะไรเขามากไปกว่านี้

ณ ขณะที่มัลฟอยคิดว่าเขาจะต้องรอดแน่ๆ เสียงของนาร์ซิสซาก็พูดขึ้นมา

เจ้าหนูเดรโก ฉันรู้นะว่าแกไม่ได้หลับอยู่ ลืมตาขึ้นมาเดี๋ยวนี้!

มัลฟอยรู้สึกว่าร่างกายของเขาเย็นเฉียบไปทั้งร่างขึ้นมาในบัดดลนั้น เพราะเขาตระหนักในความจริงบางอย่างในวินาทีนั้นเอง เสียงของคนที่นั่งอยู่ข้างเตียงเขาอาจจะเป็นเสียงของนาร์ซิสซา...แม่ของเขา แต่คนๆนั้นย่อมไม่ใช่แม่ของเขาตัวจริงแน่!

เท่าที่เขานึกได้ในขณะนั้น มีเพียงคนๆเดียวที่เรียกเขาว่า เจ้าหนูเดรโก...คนเดียวเท่านั้น...

เบลาทริกซ์ เลจแสตรงจ์!!!

คำภาวนาของมัลฟอยที่จะให้เบลาทริกซ์คิดว่าเขาหลับอยู่และจากไปเสียเงียบๆไม่เป็นผล และคำพูดนั่นก็ราวกับประกาศิตที่เขาไม่อาจขัดขืน ทั้งๆที่มัลฟอยพยายามจะข่มตาเอาไว้อย่างเดิม แต่ร่างกายของเขามันกลับทำตามคำสั่งอย่างว่าง่าย

มัลฟอยลืมตาขึ้น

เบลาทริกซ์...ในร่างของนาร์ซิสซาจากการดื่มน้ำยาสรรพรส กำลังยืนก้มอยู่เหนือร่างของเขา ทันทีที่เขาลืมตาขึ้น ดวงตาสีฟ้าสงบนิ่งไร้ประกายเหมือนปีศาจของเธอก็เข้าครอบงำเขาไว้ได้อีกครั้ง สะกดเขาให้นอนนิ่งแข็งอยู่กับที่...

เบลาทริกซ์ค่อยๆหยิบไม้กายสิทธิ์ออกมาช้าๆ จี้มันไว้ตรงหน้าเขา มัลฟอยรู้สึกถึงความตื่นกลัวที่ถาโถมเข้ามาใส่เขาอย่างรุนแรงในวินาทีนั้น แต่ก่อนที่เขาจะหลบหนีหรือทำอะไรได้ เบลาทริกซ์ก็เปล่งคาถาออกมาด้วยเสียงกระซิบ

อิมเปริโอ!

ลบชื่อคนอื่นๆออกไปจากสมองของเจ้าแล้วจดจำไว้แต่แฮร์รี่ พอตเตอร์เพียงคนเดียวเท่านั้น ลบความทรงจำเกี่ยวกับมันออกไปด้วย ล่อมันไปในที่ๆลับตาคน ห้ามให้ใครรู้ ห้ามให้ใครเห็นเด็ดขาด แล้วจงฆ่าแฮร์รี่ พอตเตอร์ซะ!...

...เป็นคำพูดที่มัลฟอยได้ยินหลังจากโดนคำสาปนั่น สายตาของเขาเลื่อนลอยไร้จุดหมาย สมองว่างโล่งไร้ซึ่งความคิดใดๆ มีเพียงคำพูดนั้นเท่านั้นที่คอยวนเวียนอยู่ในสมองของเขา...จงฆ่าแฮร์รี่ พอตเตอร์... ฆ่าแฮร์รี่ พอตเตอร์...แฮร์รี่ พอตเตอร์...

เบลาทริกซ์ซุกมือเข้าไปในเสื้อโค้ทของหล่อน หยิบวัตถุสีดำๆออกมาชิ้นหนึ่งแล้วยัดมันเข้าไปในเสื้อโค้ทของมัลฟอย รูปทรงมันเหมือนมีดที่ถูกห่อหุ้มไว้อย่างดีภายใต้ปลอกสีดำ

...จงฆ่าแฮร์รี่ พอตเตอร์...ฆ่าแฮร์รี่ พอตเตอร์...แฮร์รี่ พอตเตอร์...

...คำสาปสะกดใจของเบลาทริกซ์ช่างทรงพลังมากเหลือเกิน...

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry