[TVXQ Fic] …The Five Secrets…No.1

posted on 25 Nov 2006 00:04 by dakki  in TheFiveSecretsxENDx

 

 

TVXQ Fan Fiction

Title: ...The Five Secrets...No. 1
By: Dakki
Style: Yaoi
Pairing: Yunho/Jaejoong
Category: Comedy/Romance
Rating: PG-13(this part)

 

 

[TVXQ Fic]...The Five Secrets...No. 1

 


เสียงพูดคุยจ้อกแจ้กจอแจยิ่งกว่านกกระจอกแตกรังส่งผลให้คิม แจจุงผู้รักความสงบเป็นที่ตั้งทำหน้านิ่วคิ้วขมวดด้วยความไม่พอใจ หนุ่มหน้าสวยที่เพิ่งอายุครบ 18 ปีมาหมาดๆหันไปมองกลุ่มนักศึกษาสาวที่รวมตัวกันได้เร็วยิ่งกว่าแท่งแม่เหล็กที่ดึงดูดเข้าหากันหลังการปฐมนิเทศน์การเข้าเป็นนักศึกษาปีที่ 1 ของมหาวิทยาลัยอินเชินเพิ่งจะจบลง และแน่นอน ที่พวกหล่อนจับกลุ่มกันก็ไม่ใช่เหตุอะไร แต่เป็นเพราะกำลังเริ่มต้นซุบซิบนินทาบรรดาหนุ่มหล่อที่เข้ามาเป็นนักศึกษาหน้าใหม่นั่นเอง

“นี่เธอ! เห็นผู้ชายคนนั้นไหม? ที่ตัวสูงๆทำผมสีทองน่ะ น่ารักชะมัดเลย!” สาวน้อยผมยาวคนหนึ่งถามเพื่อนด้วยท่าทีตื่นเต้น

“เหรอ? แต่ฉันว่าคนที่ผมยาวๆที่เจาะหูข้างเดียวคนนั้นน่ารักกว่านะ” เด็กสาวอีกคนแย้ง

“เหอะ! ไม่ว่าใครก็น่ารักเท่าคนนั้นไม่ได้หรอก คนที่ฉันชี้ให้เธอดูไงมินจี ตัวสูงๆหุ่นนายแบบๆน่ะ แต่ท่าทางขรึมชะมัดเลย” หญิงสาวอีกคนหนึ่งสะกิดเพื่อนที่ยืนอยู่ข้างๆอย่างจะขอกำลังสนับสนุน

“ใช่ๆ หล่อมากเลยนะ ท่าทางดูเป็นคนเงียบๆขรึมๆ แมนมากๆเลย แต่ฉันว่าหน้าตาเขาคุ้นยังไงอยู่นา...” เด็กสาวที่ชื่อมินจีพูดขึ้น

“จะบอกว่าเคยเจอกันเมื่อชาติก่อนรึไงยะ?” เพื่อนสาวอีกคนล้อและทั้งกลุ่มก็หัวเราะกันครืน

“ไม่ใช่น่า...” มินจีปัดเขินๆเพราะนึกเห็นภาพใบหน้าหล่อเหล่าของหนุ่มคนนั้นขึ้นมา “...ฉันว่า...อ๋อฉันนึกออกแล้ว!”

“พวกบ้าผู้ชาย!” แจจุงทำเสียงหงุดหงิดหันไปหาเพื่อนๆอีก 3 คนของเขาที่ยืนอยู่ข้างๆ...ปาร์ค ยูชอน, คิม จุนซู และชิม ชางมิน ทั้ง 4 คนเรียนจบชั้นมัธยมปลายมาจากโรงเรียนเดียวกันและเข้ามาศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยนี้ในคณะเดียวกัน นั่นก็คือคณะบัญชี

“นายหงุดหงิดเพราะสาวๆพวกนั้นไม่ชมนายมากกว่า” ยูชอนดักคอเพื่อนอย่างรู้ทัน แจจุงหันไปทำตาขวางใส่ทันที

“นายมันหล่ออออออ มิสเตอร์ปาร์ค!” แจจุงทำเสียงหมั่นไส้ ซึ่งยูชอนก็ทำปากขมุบขมิบพูดเป็นทำนองว่า ‘มันแน่อยู่แล้ว’ อย่างสบายอารมณ์


//////////////////

วันต่อมาเป็นวันเปิดเทอมวันแรก และคงไม่มีใครอยากจะเข้าเรียนคลาสแรกสายกันนักโดยเฉพาะนักศึกษาปี 1 ด้วยแล้ว แก๊งค์ของแจจุงมากันพร้อมหน้าพร้อมตาตั้งแต่ก่อนเริ่มคลาสเป็นชั่วโมง และดังนั้นพวกเขาจึงเป็นพวกแรกๆที่เข้าไปนั่งรอในห้องบรรยายขนาดใหญ่ที่จุคนได้ถึง 500 คน

เสียงซุบซิบของพวกผู้หญิงดังขึ้นทันทีเมื่อกลุ่มเด็กหนุ่ม 5-6 คนเดินเข้ามา ทั้งหมดตัวสูง หน้าตาดีและแต่งตัวมีสไตล์ แต่คนที่เด่นที่สุดก็ดูจะไม่พ้นเด็กหนุ่มหน้าตาหล่อมากที่เดินรั้งท้ายคุยสนุกสนานมากับเพื่อนอีกคนหนึ่งโดยไม่สนใจว่าสาวๆรอบข้างกำลังส่งสายตาหยดเยิ้มมาให้เขาอย่างไรบ้าง

“คนนั้นไงๆ” แจจุงได้ยินเสียงกระซิบกระซาบของสาวๆที่ชี้ชวนกันให้ดูไอ้หนุ่มหน้าหล่อคนนั้นแล้วก็เกิดนึกหมั่นไส้ขึ้นมาอีกตะหงิดๆ เขาหันไปมองเด็กหนุ่มคนนั้นอีกครั้ง...เออ ก็ยอมรับว่ามันหล่อละนะ แต่ทำไมอีพวกชะนี(?)นี่มันต้องออกหน้าออกตากันขนาดนี้ด้วยวะ!?

“...ก็หงุดหงิดเพราะเค้าหล่อกว่า...” เสียงกวนประสาทของยูชอนลอยมากระทบกระดูกค้อน ทั่ง โกลนของแจจุงทำให้เจ้าตัวกระฟัดกระเฟียดหนักเข้าไปอีก แจจุงนั่งหงุดหงิดอยู่ที่โต๊ะเลคเชอร์ของตัวเอง ตอนแรกกะจะทำหูทวนลมเหมือนเสียงแสลงๆของยูชอนเป็นแค่เสียงนกเสียงกา แต่พอไอ้เพื่อนตัวดีพูดขึ้นมาอีกประโยคมันก็ทำให้ความอดทนของคนหน้าสวยขาดผึง “...ไม่รีบกระตุ้นเรทติ้งเดี๋ยวก็แพ้ไอ้หล่อนั่นหรอกน้า...”

“โว้ย! หุบปากไปเลยไอ้ยูชอน!” ไม่ตวาดเปล่า แจจุงยังตบโต๊ะดังปัง ทั้งเสียงโวยวายและเสียงตบโต๊ะอย่างฉุนเฉียวนั่นเรียกความสนใจจากคนได้เกือบทั้งห้องบรรยาย ห้องทั้งห้องเงียบกริบทันทีและทุกคนก็หันมามองเขาเป็นตาเดียว จนแจจุงต้องรีบหดหัวทำตัวลีบ...อายจนอยากจะทำตัวเป็นเกาหลีดำดินเสียแต่บัดนั้น

แต่ความสนใจก็อยู่ที่แจจุงได้ไม่นานเมื่ออาจารย์เดินเข้ามาในห้องและนักศึกษาทุกคนก็หันไปสนใจผู้เข้ามาใหม่ จุนซูเหลือบไปมองเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างๆพลางพยายามกลั้นเสียงหัวเราะไม่ให้เล็ดรอดออกมา แจจุงคนสวยยังคงมีสีหน้าไม่สบอารมณ์ไม่หายแม้จะกำลังหยิบสมุดเลคเชอร์กับหนังสือเรียนขึ้นมาวางบนโต๊ะ เขาก็พอจะเข้าใจหรอกนะ...แจจุงเป็นคนมีความมั่นใจในตัวเองสูง ตอนอยู่ที่โรงเรียนเก่าก็เป็นหนุ่มป๊อปปูลาร์และได้รับการโหวตให้เป็นผู้ชายหน้าสวยที่สาวๆอยากควงมากที่สุดในโรงเรียน...เรียกได้ว่าเป็น ‘เดือน’ ของโรงเรียนก็ว่าได้ ถ้าเข้ามหา’ลัยแล้วแจจุงโดนเมินหรือสาวๆมองเขาเป็นหัวหลักหัวตอและให้ความสำคัญกับไอ้หล่อคนอื่นมากกว่าแบบนี้ รับรองว่าอีโก้อันสูงส่งในตัวเขาจะต้องเดือดพล่านเป็นแน่แท้...


//////////////////

หลังจากเริ่มวิชาตอนเช้าไปอย่างงงๆงวยๆ ในคาบบ่ายค่อยเป็นวิชาที่สบายขึ้น แจจุงนั่งเท้าคางฟังอาจารย์บรรยายพลางดูสไลด์ด้วยดวงตาตี่ๆหรี่ปรือ ข้าวกลางวันที่สวาปามไปจนอิ่มแปล้เริ่มจะออกฤทธิ์เสียแล้วทั้งๆที่เพิ่งจะเริ่มคาบมาได้ 15 นาทีเท่านั้น

ในขณะที่แจจุงกำลังจะเริ่มสตาร์ทสัปหงกอยู่รอมร่อ ประตูห้องบรรยายก็เปิดออกพร้อมๆกับที่ไอ้แก๊งค์เด็กหล่อ 6 คนเดินเข้ามาในห้องอย่างเร่งรีบ แจจุงลืมตาขึ้นทันที นึกด่าในใจว่าไอ้พวกนี้มันไม่รู้มารยาทสังคมกันเลยหรือไง ทั้งๆที่เปิดเทอมวันแรกแท้ๆและเป็นเด็กปี 1 ด้วย ก็ยังไม่วายเข้าเรียนสายตั้ง 15 นาทีแบบนี้!

เด็กหนุ่มหกคนสอดส่ายสายตามองหาที่นั่งที่จะสามารถบรรจุพวกเขาได้พอทุกคน แล้วก็เจอะเข้ากับที่นั่งว่างๆที่เป็นแถวยาวข้างๆกลุ่มของแจจุง หนุ่มหน้าสวยสะอึกทันทีเมื่อเห็นเด็กกลุ่มนั้นเดินตรงมาทางที่เขานั่งและจับจองที่นั่งกันทีละคนๆ

แจจุงที่นั่งอยู่ริมสุดทำตัวลีบ ในขณะที่เพื่อนๆคนอื่นๆโดยเฉพาะยูชอนเริ่มหัวเราะคิกคักเพราะรู้ว่าคิม แจจุงรู้สึกเกลียดขี้หน้าไอ้กลุ่มนี้อย่างแรง ตั้งแต่วันปฐมนิเทศน์เมื่อวาน แล้วยังคาบเรียนเมื่อเช้า รวมถึงตอนพักทานอาหารกลางวันนั่นที่แจจุงเอาแต่เขม่นและพูดจากระแนะกระแหนไอ้เด็กกลุ่มนี้ไม่หยุดปาก ไหนก็ด่าว่า ‘คิดว่าหล่อนักหรือไงถึงได้ทำตัวกร่างแบบนี้!?’ บ้างล่ะ หรือไม่ก็ ‘คนขายน้ำเต้าหู้แถวบ้านฉันยังหล่อกว่าเลย!’ บ้างล่ะ จนยูชอนเริ่มจะเอือมและขี้เกียจต่อปากต่อคำด้วย...นายสู้เขาไม่ได้ก็ยอมรับความจริงเถอะแจจุงเอ๊ยยยยยยย!!!

เสียงซุบซิบของสาวๆด้านหลังเริ่มดังขึ้นอีกระลอกเมื่อเด็กหนุ่มคนสุดท้ายเดินมานั่งลงบนโต๊ะเลคเชอร์ที่ติดกับแจจุง คนหน้าสวยกลืนน้ำลายเอื๊อก เพราะไอ้คนที่นั่งอยู่ข้างเขานี่...เป็นคนที่เขาไม่อยากจะเข้าไปยุ่งด้วยมากที่สุด...เด็กหนุ่มที่หล่อที่สุดในกลุ่ม ไอ้คนที่สาวๆกรี๊ดกันเป็นวรรคเป็นเวรและเอาแต่ส่งสายตาละห้อยให้อยู่นั่นนั่นแหละ!

หนอย...ทั้งๆที่พวกชะนีข้างหลังส่งเสียงจุ๊กจิ๊กๆออกอาการกันขนาดนี้ ไอ้คนข้างๆเขานี่มันยังทำเป็นเก๊ก นั่งหน้าขรึมเป็นรูปปั้นเหมือนไม่ได้ยินอะไรอยู่ได้!

คิดว่าตัวเองหล่อนักหรือไง!? หมั่นไส้โว๊ยยยยยยยยยยยย!!!

“เอ้อ...อาจารย์สอนถึงไหนแล้วครับ?” จู่ๆคนที่นั่งหน้าขรึมเป็นรูปปั้นก็หันมาถามคนที่กำลังนั่งคิดแผนฆาตกรรมอีกฝ่ายอยู่ในใจจนฝ่ายหลังสะดุ้ง

“อะ...เอ้อ...” แจจุงอึกๆอักๆ ทำท่าเปิดหนังสือเรียนของตนไปๆมาๆ ทั้งตกใจเพราะไม่คิดว่าอยู่ๆอีกฝ่ายจะหันมาถาม และทั้งกระอักกระอ่วนเพราะไม่รู้จะตอบว่าอะไร...ก็จะให้บอกได้ยังไงว่าสิบนาทีหลังที่ผ่านมานี่เขาเอาแต่นั่งหลับในไม่ได้ฟังที่อาจารย์สอนเลย

“เอ้อ...ชางมิน อาจารย์สอนถึงไหนแล้ว?” เมื่อทำอะไรไม่ได้ก็เลยต้องหันไปถามเพื่อนข้างๆเอา

“หน้านี้ไงเล่า!” ชางมินผู้คงแก่เรียนเปิดหน้าหนังสือให้แจจุงอย่างเอือมระอาก่อนจะหันไปสนใจสไลด์ต่อ แจจุงปั้นหน้าขรึมก่อนจะหันไปพูดกับคนที่นั่งอยู่อีกข้าง

“หน้านี้น่ะ” เขาพูดเสียงแข็ง

หนุ่มหล่อคนนั้นหัวเราะกับท่าทางของคนหน้าสวยที่นั่งอยู่ข้างๆ “หึๆๆ คุณไม่ได้ฟังที่อาจารย์สอนล่ะสิ? เวลาบ่ายๆแบบนี้ชวนหลับดีแท้ล่ะ” เขาเปรย

แจจุงทำตาโต คิดในใจว่าไอ้นี่มาถึงก็พูดจาไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเอาเลย! เขาเป็นใครแล้วหมอนั่นเป็นใคร!?(เออแล้วแกเป็นใคร?) รู้จักมักจี่กันเหรอก็เปล่า เพิ่งจะมานั่งแหมะลงข้างๆแล้วพูดกับคนที่เพิ่งจะรู้จักกันไม่ถึง 5 นาทีอย่างนี้น่ะเรอะ!?

แจจุงกำลังอ้าปากจะด่าสวนด้วยความที่เป็นคนปากจัด แต่แล้วอีกฝ่ายก็เปิดปากขึ้นก่อน

“ผมจุง ยุนโฮครับ คุณชื่ออะไร?”

หนุ่มหน้าสวยชะงักปากที่กำลังอ้าค้าง เขามองตอบกลับไปยังชายหนุ่มที่เพิ่งแนะนำตัวเองว่าชื่อ ‘ยุนโฮ’ ดวงตาสีนิลของเขาสบประสานเข้ากับดวงตาของอีกฝ่ายที่มีแววระริกอย่างซุกซนอยู่ข้างใน ยุนโฮจ้องคนตรงหน้าอย่างรอคอยคำตอบ...จ้องเอาๆจนแจจุงต้องเป็นฝ่ายที่เสหน้าไปทางอื่น...

...ไม่อยากจะยอมรับกับตัวเองเลยว่าไอ้บ้านี่มันหล่อจริงๆด้วยเถอะ God damn it!!!

“...เอ้อ...แจจุง...คิม แจจุง...” แจจุงละล่ำละลักตอบ ยุนโฮยิ้ม

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ” ส่งน้ำเสียงทุ้มนุ่มหูตอบกลับมา

แจจุงอึกอัก ตามมารยาทผู้ดีตีนแดงแล้วเขาควรจะตอบกลับไปว่า ‘ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน’ แต่ใจลึกๆของเขามันไม่คิดอย่างนั้นน่ะเซ่! ความรู้สึกหมั่นไส้หวนกลับมาอีกครั้งเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นดวงตาสีดำเป็นประกายวิบวับกับรอยยิ้มชวนใจเต้น แล้วยังน้ำเสียงทุ้มนุ่มหูนั่นอีก...มันคิดว่ามันหล่อนักหรือไงถึงจะมาหว่านเสน่ห์ใส่ชั้นได้น่ะหา!!!??

“ยินดีที่ได้รู้จัก” แล้วแจจุงก็ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่แข็งกระด้างเย็นชาที่สุดเท่าที่เขาคิดว่าจะเปล่งออกมาได้ แต่คนข้างๆก็ดูจะไม่ได้ติดใจอะไร เขาพยักหน้าให้คนหน้าสวยทีหนึ่งก่อนจะหันไปมองสไลด์แล้วเริ่มต้นเรียน

...เวลาผ่านไป 5 นาที เขาก็รู้สึกว่าเขาไม่มีสมาธิเอาเสียเลย...

สายตาของยุนโฮเหลือบมองคนข้างๆโดยพยายามไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัว แจจุงกำลังนั่งท้าวคางมองสไลด์แต่ดวงตาคู่สวยกลับหรี่ปรือ เสียงชวนง่วงของอาจารย์หน้าห้องคงจะทำได้เพียงเข้าหูซ้ายพุ่งทะลุออกหูขวา ดูท่าจะไม่มีอะไรแทรกซึมผ่านเข้าไปในเซลล์สมองของเขาเลยแม้แต่น้อย ยุนโฮอมยิ้ม เบนสายตากลับไปมองสไลด์หน้าห้องด้วยความรู้สึกว่าหัวใจตัวเองเต้นด้วยจังหวะผิดปกติกว่าที่เคย...

...ผู้ชายบ้าอะไรหน้าสวยชะมัด!!!


//////////////////

“แจจุง ไปกินข้าวเย็นด้วยกันไหม?” เสียงเหมือนเด็กของจุนซูร้องถามเพื่อนร่วมก๊วนที่กำลังสะพายกระเป๋าขึ้นบนไหล่เตรียมตัวเดินออกจากห้องบรรยาย เปิดเทอมมา 4 วันแล้ว และวิชานี้ดูจะเป็นวิชาที่หนักและน่าเบื่อที่สุดเท่าที่เขาได้เรียนมาตั้งแต่เปิดเรียน...วิชาหลักพื้นฐานทางเศรษฐศาสตร์ (ก็คนมันเกลียดเศรษฐซ๊าด!!!) เล่นเอาเขาทั้งมึนทั้งง่วงจนหลับไปหลายตลบเชียวละโดยเฉพาะในเวลาบ่ายคล้อยอ้อยอิ่งแบบนี้ แจจุงหาวหวอดไปหนึ่งทีก่อนจะพยักหน้าหงึกๆให้กับเพื่อนที่ตัวพอๆกับเขา

“อือ...ไปสิ”

เพื่อนรักทั้ง 4 ออกไปทานอาหารที่ร้านใกล้ๆมหาวิทยาลัย กินชาบูชิกันอย่างเอร็ดอร่อยและสนุกสนาน จนเกือบหกโมงเย็นทุกคนจึงแยกย้ายกันกลับไปคนละทิศละทาง

แจจุงเดินกลับไปทางมหา’ลัยเพื่อจะขึ้นรถบัสกลับไปอพาร์ตเมนต์ของเขา สายลมยามเย็นพัดกรูมาปะทะร่างบอบบาง ตอนแรกก็เบาๆก่อนจะแรงขึ้นเรื่อยๆ แจจุงแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่ตอนนี้มืดครึ้มไปหมดแล้ว...ไม่ใช่เพราะเย็นมากแล้วเท่านั้นแต่เป็นเพราะเมฆฝนดำทะมึนกำลังเคลื่อนตัวปกคลุมท้องฟ้าเหนือกรุงโซลด้วยต่างหาก...แบบนี้ฝนตกแน่ๆ แจจุงคิดอย่างเซ็งๆ ภาวนาให้มันตกลงมาตอนเขาถึงอพาร์ตเมนต์แล้วด้วยเถอะ

จู่ๆเสียงเบรกเอี้ยดก็ดังขึ้นข้างๆตัวเขา แจจุงที่เดินก้มหน้าก้มตามองฟุตบาทต้านลมอยู่จึงต้องเงยหน้าขึ้นมอง แล้วเขาก็เห็นรถ Maserati สีดำรุ่น GranSport ที่เพิ่งออกมาใหม่มาจอดเทียบอยู่เลยหน้าเขาไปเล็กน้อย และในขณะที่หน้าสวยๆกำลังมุ่นคิ้วมองด้วยความประหลาดใจอยู่นั้น กระจกด้านข้างที่ติดฟิล์มทึบสีดำก็ค่อยๆเลื่อนลงมา

“จะไปไหนเหรอครับ?”

จุง ยุนโฮอยู่ในรถคันนั้น...

...มาสเซอราติเชียวเรอะ!? มันจะมากไปแล้วนะนาย!!! แจจุงคิดพลางเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน ไม่เพียงแต่หล่อจนสาวๆทั้งมหา’ลัยกรี๊ดตรึม แต่มันยังขับรถยนต์ราคาเฉียดสิบล้านวอนอีกด้วย! ในขณะที่เขา...ผู้ถูกมันแย่งตำแหน่งหนุ่มสุดป๊อปแห่งมหา’ลัยอินเชินไป(แล้วได้เป็นตอนไหน?)ต้องมาเดินต๊อกต๋อยอยู่ริมฟุตบาทรอรถบัสทั้งๆที่ฝนจะตกแหล่มิตกแหล่อยู่แบบนี้...

…แบบนี้มันก็วอนซะแล้ว…

“ฉันจะไปไหนแล้วมันเกี่ยวอะไรกับนาย?” แจจุงผู้หยิ่งยโสเชิดหน้าถามด้วยน้ำเสียงกระด้าง ยุนโฮขมวดคิ้วงงๆ

“ก็ถามเฉยๆน่ะครับ เห็นฝนมันจะตกแล้ว” ถามดีๆทำไมต้องตอบเสียงแข็งอย่างงั้นด้วยวะ?

แจจุงยังคงเชิดหน้าเพราะอีโก้มันค้ำคออยู่จนคอจะเคล็ดอยู่แล้ว “แล้วนายล่ะมาทำอะไรแถวนี้?”

ยุนโฮทำหน้างงหนักเข้าไปอีก และเมื่อนั้นแหละแจจุงถึงเพิ่งรู้ตัวว่าได้ถามคำถามอะไรที่มันดูโง่เสียเต็มประดาออกไป...ก็มหา’ลัยมันอยู่ตรงนี้แล้วจะให้มันมาทำอะไรแถวนี้กันล่ะไอ้เบื๊อกหน้าสวย!!! “ก็...ผมเพิ่งออกมาจากมหา’ลัยน่ะครับ เมื่อกี๊นั่งคุยกับเพื่อนๆ พอเห็นฝนจะตกก็เลยแยกย้ายกันกลับ” หนุ่มร่างสูงยังคงตอบคำถามตามปกติโดยคิดเสียว่าแจจุงน่าจะตั้งใจถามว่า ‘ทำไมถึงเพิ่งกลับ?’ มากกว่า “แล้วนี่แจจุงจะกลับบ้านเหรอ?”

“ก็ถ้าใช่แล้วจะทำไม?” ยังเชิดคอไม่เลิกจนยุนโฮอดหัวเราะไม่ได้ ตอนแรกเขาก็ไม่ได้คิดอะไรหรอก แต่มาตอนนี้เขาก็เริ่มจะรู้สึกแล้วว่าคงจะเจอกับคนสวยนิสัยหยิ่งเข้าให้แล้ว

“แจจุงกลับยังไงล่ะ?” ถามต่อ

“เรื่องของฉัน!” คราวนี้แว้ดเข้าให้ทีเดียว ยุนโฮแทบจะกลั้นยิ้มกับท่าทียโสของคนสวยตรงหน้าไม่ได้

“อ่าว...ทำไมละครับ? ถามดีๆนะนี่ เผื่อจะได้ไปส่งให้...”

คำตอบของยุนโฮทำเอาแจจุงเบิ่งตาตี่ๆของตัวเองจนโต ความคิดในสมองตีกันจนวุ่นวายสับสน...ไอ้นี่จะไปส่งเขาให้งั้นเรอะ!? ทำไม!?

“ไม่เป็นไรขอบคุณฉันกลับเองได้” พูดรัวเร็วจนอีกฝ่ายแทบจะจับความไม่ทัน ก่อนจะรีบเดินผละออกไป

“เฮ้! แจจุง!” ยุนโฮตะโกนเรียกจากในรถ เขาขับรถตามคนร่างบางมาช้าๆข้างๆฟุตบาท “ฝนจะตกแล้วน่า ให้ผมไปส่งเถอะ”

“ไม่ต้อง!”

“คุณกลับรถบัสใช่ไหม? ไม่ทันถึงบ้านแน่ ฝนจะตกแล้วนะ”

“ไม่ต้องมาพูดมาก!”

พอขาดคำของแจจุงเท่านั้น ไอ้ฝนเจ้ากรรมก็เริ่มหยดแหมะลงมาจากฟ้า และภายในเวลาแค่ครึ่งนาที จากเม็ดฝนเม็ดเล็กๆก็กลายมาเป็นเม็ดใหญ่เป้งที่เทกระหน่ำลงมายังกรุงโซลราวกับฟ้ารั่ว

คิม แจจุงอึ้งไปเรย

“แจจุง! ขึ้นรถเถอะครับ!” เสียงของยุนโฮตะโกนแข่งสายฝนที่เทกระหน่ำไม่ลืมหูลืมตาออกมาจากรถ แจจุงคนสวยลังเลอยู่เพียงเสี้ยวนาที ก่อนจะพุ่งตัวไปที่รถมาสเซอราติสีดำราคาเหยียบสิบล้านวอน เปิดประตูด้านที่นั่งข้างคนขับแล้วกระโจนเข้าไปนั่งด้วยเนื้อตัวเปียกมะล่อกมะแล่กราวกับลูกหมาตกส้วม

“บอกแล้วใช่ไหมว่าฝนจะตกแล้ว?” เสียงเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างตัวเอ่ยขึ้นอย่างพยายามกลั้นความขำเอาไว้สุดชีวิต แจจุงใช้หางตาเหลือบมองอย่างขวางๆทันทีจนยุนโฮต้องหุบยิ้ม “...ไม่พูดก็ได้คับ” เชื่องขึ้นมาทันทีเหมือนหมาโดนเจ้าของดุ

“อย่ามาพูดมาก!” แจจุงพึมพำเสียงแข็งเบาๆ และด้วยความเป็นแขกที่ดี เขาก็บรรจงบิดน้ำออกจากเสื้อและกางเกงนักศึกษาลงสู่พื้นรถมาสเซอราติให้มีแอ่งน้ำขังเป็นหย่อมๆเผื่อจะมียุงในรถเกิดปวดท้องอยากวางไข่ขึ้นมา

“ไปไหนครับ?” ยุนโฮเอ่ยถามแข่งกับเสียงกระหน่ำของสายฝนนอกรถ ทำทีเป็นไม่สนใจแอ่งน้ำบนพื้นรถของตัวเอง

“บ้านฉัน” แจจุงตอบหน้าตาย

ยุนโฮหัวเราะพรืด “ขอโทษนะครับคุณหนู เผอิญผมเป็นสารถีคนใหม่ เพิ่งจะเริ่มงานวันนี้ก็วันแรก มาจากบ้านนอกเสียด้วยเลยไม่ค่อยคุ้นชินกับถนนหนทางในกรุงโซลหรือแม้แต่ทางกลับคฤหาสน์ของคุณหนู ไม่ทราบว่าจะช่วยสงเคราะห์บอกทางแก่สารถีคนนี้หน่อยได้หรือเปล่าครับ?”

แจจุงเหลือบตามองท่าทางกวนๆของคนพูด เมื่อเห็นอีกฝ่ายส่งยิ้มพร้อมกับเลิกคิ้วให้ แจจุงก็เบือนหน้าหนีทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

“ขับตรงไปแล้วเลี้ยวซ้ายไฟแดงหน้า ตรงไปอีก 3 บล็อกจนถึงถนน XXX แล้วเลี้ยวขวา ตรงไปเรื่อยๆจนถึงห้าง YYY แล้วก็เลี้ยวซ้ายไฟแดงถัดจากห้าง แล้วเลี้ยวซ้ายอีกทีที่...”

“เฮ้ยพอ!” ยุนโฮเบรกทันทีก่อนคนพูดจะพาเขาไปถึงจุนนัมเสียก่อน “เลี้ยวซ้ายไฟแดงหน้าใช่ไหมครับ? แล้วหลังจากนั้นค่อยบอกทางอีกทีแล้วกันนะ” ไม่รอคำพูดต่อไป ยุนโฮออกรถทันที


สายฝนกระหน่ำตัวรถและพื้นถนนไปตลอดทางที่แจจุงอยู่บนรถของยุนโฮ และด้วยความที่คนสวยเพิ่งจะสำนึกว่ากำลังนั่งรถของคนอื่นและให้เจ้าของรถขับไปส่งที่บ้านให้อยู่ทั้งๆที่แทบจะเป็นคนไม่รู้จักกันและไม่ใช่เรื่องของยุนโฮเลยแท้ๆ แจจุงจึงเริ่มทำตัวสงบเสงี่ยมไม่ปากเสีย เขานั่งทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง ฝนที่ตกหนักทำให้การจราจรในกรุงโซลติดขัด นานๆทีแจจุงจึงจะเอ่ยปากบอกทางแก่สารถีจำเป็นซักที

ยุนโฮเหลือบมองคนข้างกาย เขาอมยิ้มขึ้นมาเมื่อมองเห็นเสี้ยวหน้าสวยๆกำลังเหม่อมองภาพทิวทัศน์ยามฝนตกของกรุงโซล...เวลานั่งเงียบๆสงบเสงี่ยมแบบนี้ก็ดูน่ารักจะตาย ผิดกับคนที่ทำตัวหยิ่งยโสปากจัดปากเสียเมื่อครู่นี้ราวกับคนละคน...

เหมือนแจจุงจะรู้ตัวว่าถูกมอง เขาหันหน้ากลับมา ยุนโฮจึงรีบเสหน้ากลับไปมองถนนข้างหน้าทันที แจจุงเลิกคิ้วเมื่อสังเกตเห็นกิริยาแปลกๆนั่น แต่เขาก็ไม่ได้ติดใจอะไร

แล้วด้วยความที่เป็นคนนั่งนิ่งๆนานๆไม่ได้ มือของแจจุงก็เริ่มเปิดลิ้นชักหน้ารถคุ้ยหาของออกมาดูเล่นแก้เซ็งฆ่าเวลารถติด

“เอ่อ...นั่นมันของส่วนตัวของผมนะครับ” ยุนโฮพูดขัดขึ้น แจจุงเลิกคิ้วหันมามอง

“ไม่บอกไม่รู้นะเนี่ย” นิสัยเสียของคนสวยกำเริบอีกแล้ว

แจจุงถือวิสาสะหยิบเอกสารมากมายในลิ้นชักขึ้นมาดูเล่นโดยที่ยุนโฮก็ไม่ได้ออกปากห้ามอะไรอีก...มีแต่เศษกระดาษอะไรมากมายก็ไม่รู้...แจจุงคิดในใจ จะเก็บไว้ทำไมกันนักหนา? พลันเขาก็เห็นนามบัตร 2-3 ใบอยู่ในกองกระดาษนั่น คนร่างบางหยิบมันออกมาดู

...บริษัทโมเดลลิ่ง...

แจจุงเลิกคิ้ว “อ้อ นายอยากเป็นดารางั้นหรือ?” เขาเอ่ยถามขึ้นโดยไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาจากกองกระดาษ ทำให้ไม่อาจมองเห็นได้ว่าตอนนี้สีหน้าของคนข้างกายเป็นอย่างไร

“เอ้อ...” ยุนโฮอึกอัก

แล้วโดยไม่ต้องตอบคำถาม กระดาษแผ่นที่แจจุงหยิบขึ้นมาเป็นลำดับต่อไปก็ดูจะไขความกระจ่างให้กับเขาได้ทั้งหมด...กระดาษแผ่นนั้น...หรือจะพูดให้ถูกก็คือรูปภาพแผ่นนั้น...เป็นรูปที่คงจะตัดมาจากนิตยสารซักฉบับ...ภาพนายแบบคนหนึ่งสวมเสื้อผ้าของ Chanel…แต่งหน้าทำผมและใช้แสงจนแทบจะจำไม่ได้...

...แต่นายแบบในรูปนั้นคือจุง ยุนโฮ คนที่กำลังเป็นสารถีจำเป็นให้เขาอยู่ตอนนี้ไม่ผิดแน่!

แจจุงอ้าปากค้าง

...และแล้ว ราวกับระลึกชาติได้ ภาพต่างๆก็ทยอยกันวนเวียนเข้ามาในหัวของเขา...ภาพการเดินแบบบนแคทวอล์ค...ภาพถ่ายโฆษณาหลายๆตัวทั้งทางโทรทัศน์และนิตยสาร และถ้าเขาจำไม่ผิด คงจะมีละครอย่างน้อยก็ 3 เรื่อง ที่เขาแวบๆว่าเห็นใบหน้าของผู้ชายที่ไหนไม่รู้ แต่หน้าเหมือนจุง ยุนโฮที่นั่งอยู่ข้างๆเขานี่เปี๊ยบ ปรากฏอยู่ในนั้นด้วย...

“ทะ...ทำไมนายไม่บอกฉันว่านายเป็นดาราล่ะหา!!??”


“ผมจะเก็บไว้เป็นความลับทำไมล่ะครับ? ใครๆเขาก็รู้กันทั้งนั้น ก็เห็นจะมีแต่คุณนี่แหละที่ไม่รู้” ยุนโฮตอบอย่างสงบเสงี่ยมหลังจากฟังคำด่าคำโวยวายเป็นกระบุงจากแจจุงจนหูชาไปเรียบร้อย อยากจะต่อประโยคออกไปเหลือเกินว่า ‘ที่บ้านมีทีวีหรือเปล่า?’ แต่ก็กลัวจะโดนด่ากลับมา

...นี่สินะเหตุผลที่สาวๆพากันกรี๊ดหมอนี่กันนักกันหนา...แจจุงคิดในใจอย่างเคืองแค้น...แล้วทีนี้เขาก็คงจะแพ้หมอนี่จนหมดรูปแบบกู้ไม่ขึ้นเลยล่ะ ในเมื่อไอ้สารถีนี่มีดีกรีเป็นถึงนายแบบและดาราวัยรุ่นที่กำลังมาแรงอยู่แบบนี้…

…แต่ทำไม...ทำไม...โว๊ยยยยย!!! ทำไมเขาถึงโง่อย่างนี้วะ!? หมอนี่เป็นดาราดังขนาดนี้แท้ๆ แต่ทำไมเขาถึงไม่เคยเอะใจว่ามันหน้าคุ้นๆหรือเคยเห็นหมอนี่ที่ไหนมาก่อน? เท่าที่เขาคิดได้ก็แค่ ‘หมอนี่มันหล่อดี’ แค่นั้น แล้วก็จบ เพิ่งจะมาเข้าถึงสัจธรรมเอาก็วันนี้หลังจากนั่งโง่อยู่ที่มหา’ลัยมาตั้ง 4-5 วัน!

แต่เอาเถอะ เพื่อนๆเขาอีก 3 ตัวมันก็คงไม่มีใครรู้เหมือนกัน ในเมื่อไม่มีใครพูดถึงชายหนุ่มชื่อจุง ยุนโฮในฐานะที่เป็นดาราแบบนี้

“ทีหลังนายก็ช่วยสงเคราะห์บอกฉันหน่อยไม่ได้หรือไง!? ไม่ใช่ปล่อยให้ฉันบ้าใบ้ไม่รู้เรื่องอยู่แบบเน้!” ทั้งๆที่รู้ว่ามันเป็นความผิดของเขาเอง แต่การได้แหวยุนโฮก็ดูจะทำให้แจจุงสบายใจขึ้น

ยุนโฮหัวเราะ “ก็คุณไม่ได้ถามนี่!” เริ่มไม่ถือสากับอาการขี้วีนของคนร่างบางแล้ว “จะไปรู้ได้ไงว่าคุณไม่รู้ล่ะ?”

“ทีหลังมีอะไรก็บอกฉันมาเส่ะ! ไม่ใช่เก็บงึมงำๆไว้!” แจจุงยังหงุดหงิดกับความคิดที่ว่าเขาโง่มาได้อย่างไรตั้งหลายวันโดยไม่รู้ว่ายุนโฮเป็นดารา แล้วยังจะดันไปหงุดหงิดกับการที่หมอนี่มีแต่สาวมาตามกรี๊ด การที่หมอนี่ขับรถราคาแพงเหยียบสิบล้าน มอร์โอเวอร์ยังมีหน้าไปถามว่า ‘นายอยากเป็นดาราเหรอ?’

โอ๊ยยยยยยย!!! ไอ้บื้อคิม แจจุง! ไอ้คนสวยหน้าโง่!

“งั้นทีหลังมีอะไรจะให้ผมบอกคุณงั้นเหรอ?...ทุกเรื่องเลยเหรอ?”

คำถามนั้นของยุนโฮทำเอาแจจุงหลุดออกมาจากห้วงความคิด เขาหันมามองหน้าของยุนโฮที่ดูมีเลศนัยยังไงชอบกล

“นะ...นายหมายความว่าไง?” แจจุงถามอย่างไม่แน่ใจ

“อ้าว ก็คุณบอกเองว่าทีหลังถ้ามีอะไรก็ให้ช่วยบอก ไม่ใช่งึมงำๆไว้” ยุนโฮหัวเราะ “อยากรู้เรื่องของผมทุกเรื่องเลยหรือเปล่าล่ะ?”
แจจุงชะงักกับคำถามนั้นอย่างไม่เข้าใจ แต่ยุนโฮก็ไม่เปิดโอกาสให้คนสวยเอ่ยถาม “งั้นผมว่าเรามาเล่นเกมกันดีกว่า”

“หะ...หา!? เกมอะไรของนาย!?” แจจุงโวยวายไว้ก่อน

“เกม ‘ความลับ 5 ข้อ’” ยุนโฮเฉลย สายฝนซาเม็ดลงแล้วและการจราจรก็เคลื่อนตัวได้เรื่อยๆ อีกสักพักคงถึงบ้านของแจจุง “ผมจะเอาความลับของผม 5 อย่างมาบอกคุณ และคุณก็เอาความลับ 5 อย่างของคุณมาบอกผม...ขอให้เป็นความลับจริงๆนะ เราจะสลับกันบอก เมื่อกี๊ถือว่าผมบอกความลับของผมไปแล้ว 1 ข้อ เพราะฉะนั้นตาต่อไปก็ตาคุณ”

แจจุงอ้าปากพะงาบๆเลยคราวนี้ “คะ...ใครจะไปเล่นกับนาย!?” เขาแว้ด

“อ่าว ก็คุณบอกเองไม่ใช่เหรอว่าอยากรู้เรื่องของผม แบบนี้ก็ดีเราจะได้รู้จักกันมากขึ้นไง” พูดแล้วก็หัวเราะ

‘ใครจะอยากไปรู้จักนายมากขึ้นกัน!?’ แจจุงคิดในใจอย่างหมั่นไส้ ‘แล้วฉันบอกไปตอนไหนว่าฉันอยากรู้เรื่องของหมอนั่นกันฟะ!?’

“เลี้ยวซ้ายซอยหน้าใช่หรือเปล่า?” ยุนโฮถาม

“เอ้อ...ใช่” เย้! ถึงอพาร์ตเมนต์ของเขาแล้ว รอดตัวแล้วคราวนี้! “เดี๋ยวจอดตรงใต้ตึกสีฟ้าๆนั่นแหละ” แจจุงสั่งสารถี

“คร๊าบบบบบ” ยุนโฮรับคำขำๆก่อนจะหักรถเข้าไปจอดใต้ตึกที่มีชื่อว่า ‘อพาร์ตเมนท์ Tri-Angel’ ตามที่แจจุงบอก

“ขอบใจนะ” แจจุงรีบพูดก่อนจะเปิดประตูรถแล้วเผ่นลงไปทันที

“นี่ อย่าลืมเรื่องเกมล่ะ” เสียงของยุนโฮดังออกมาจากรถ เล่นเอาแจจุงขมวดคิ้ว

“อะไร? ถึงอพาร์ตเมนต์ฉันแล้วก็ถือว่าจบเกมสิ ไม่เล่นแล้ว!” แจจุงสวน

“หือ? ใครบอกกันว่าเกมนี้เล่นในระยะเวลาแค่นี้? ความลับของคุณน่ะ ไม่จำเป็นจะต้องบอกผมวันนี้ก็ได้” คำพูดนั้นดูจะทำให้แจจุงเสียการทรงตัวไปชั่วขณะ แต่ก่อนที่เขาจะได้พูดอะไร ยุนโฮก็พูดต่อ “งั้นไว้เจอกันละกันนะครับ อย่าลืมไปคิดด้วยล่ะว่าจะขุดเอาความลับเรื่องอะไรมาบอกผม…สารถีคนนี้ขอฝากตัวด้วยนะครับ” ปิดท้ายด้วยการตะเบ๊ะมือ ก่อนจะเลือนกระจกรถปิดและออกรถไป

แจจุงอ้าปากค้าง

...นี่หมอนั่นมันเอาจริงเหรอเนี่ย!?...

แล้วที่บอกว่า ‘สารถีคนนี้ขอฝากตัวด้วย’ มันหมายความว่ายังงายก๊านนนน!!!??

 

To Be Continued

edit @ 9 Nov 2008 16:43:48 by Dakki

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เรื่องสนุกมากแต่เปลี่ยน background ทีอ่านยากมากๆ ขอบคุณค่ะ

#1 By jj (202.28.79.227) on 2007-01-16 13:43

โหะ ๆ พึ่งจะมีโอกาสได้มาอ่าน ^^

แจและยุนโฮในบทบาทใหม่ ต่างกับ close the heaven door สุด ๆ >< เปลี่ยนโหมดไปเลยยย ~* แบบนี้ก็หนุกดีค่า

#2 By Koo!er (61.19.65.34) on 2007-07-01 18:23

น่ารักจังค่ะ....เรื่องนี้อ่านกี่ทีก็ชอบ...พอดีอยากอ่านอีก..ไปหาในสารบัญฟิคแล้วลิงค์มาที่นี่..แหะๆๆๆ...บลอคน่ารักจังค่ะ...สวยด้วย...อยากทำบ้างจัง..แต่ทำแล้วเละมากมาย..เห้อๆๆๆ

#3 By o : l F.E.A.R.N l : o (125.27.65.107) on 2007-08-05 10:14

เนื้อเรื่องน่ารักมากๆๆเลยค่ะ ชอบจัง
ยังไงจะติดตามอ่านต่อไปเรื่อยๆนะคะ

#4 By on 2007-08-09 23:51

สนุกมากเลยค่า
เป็นกำลังใจให้คนแต่งนะคะ

#5 By mooyung_kub_pedping (203.113.81.169) on 2007-09-17 13:37

เพิ่งได้อ่าน .. น่ารักจังอ่ะ เขียนโคดดี

#6 By (61.7.168.253) on 2008-03-20 13:43

กุอ่านมาเป็นร้อยรอบแระนิยายมึงเนี่ย แต่ก้อยังไม่เบื่อเลย กุชอบจิงๆเลยว่ะนิยายมึงเนี่ย ชอบๆๆๆ

#7 By (220.160.174.201) on 2008-05-28 10:26

พึ่งมาอ่าน น่ารักมากเลยค่ะ
หนุกดี คิมแจผู้มีอีโก้สูง 555+
กะชายชองผู้หล่อเลิศเพอเฟ็ค
big smile

#8 By (58.8.176.139) on 2008-06-09 20:12

ง่า
ชอบเรื่องนี้
เป็นเรื่องโปรดในดวงใจ
เรื่องแรกทีเดียว
อ่านเท่าไหร่ กี่ที ก็ไม่เบื่อ

ชอบเรื่องกุ๊กกิ๊กของสองคนนี้
มันให้บรรยากาศน่ารักมาก ๆ

พี่หมีก็เอาใจนางฟ้ากันไม่บรรยะบันยัง
ส่วนนางฟ้าก็รักกันเต็มที่ไปเลย น่ารักมากๆ

ชอบท่านปร๊าก กะโลมาน้อยด้วย

น่ารักทุกคู่เลย

ชอบๆ
แต่งเรื่องแบบนี้อีกน้า

เราจะคอยติดตาม

และเรื่องนี้ ...ถ้ามีรวมเล่ม..ขอรายละเอียดด้วยนะคะ jungjiyoo@hotmail.com จ้า

#9 By jiyoo on 2008-08-26 23:30