[Fic SJ] Umbrella '6'

posted on 09 Jun 2008 02:46 by dakki  in UmbrellaxTBCx

 

Title: Umbrella ‘6’
Author: Dakki
Characters: Super Junior all
Pairings: Si/Han, Ki/Hae, Kang/Teuk, Ye/Ryeo, Hyuk/Cin/Kyu/Min??
Category: Comedy/Romance
Rate: PG-13 (This part)

 


[Fic SJ] Umbrella 6

 


“ไม่เห็นมีใครใช้ร่มสีชมพูสักคน ไอ้คยู”

ทงเฮที่ยืนกางร่มตากฝนอยู่หน้าโรงเรียนจูมงเอ่ยกับเพื่อนอีกสองคนที่ต่างก็กำลังสอดส่ายสายตามองหาบุคคลปริศนาผู้ครอบครองร่มสีชมพู
“กุว่าวันนี้พอแค่นี้เหอะ ยืนกลางฝนแบบนี้มากๆเดี๋ยวไอเย็นจะทำเมิงไม่สบายเอานะ” ฮยอกแจเป็นห่วงเพื่อน

“กุอยากไปเล่นเกมแล้วด้วย” ทงเฮสอดขึ้นมา

“โอยยยกุไม่ไปนะ...” ไอ้ไก่โอดโอย

“กุคงไปไม่ได้เหมือนกัน เดี๋ยวแม่เป็นห่วง” คยูฮยอนว่า

“ยังไงก็ช่าง แต่เมิงควรเลิกยืนรอชายหนุ่มปริศนาของเมิงได้แล้วตอนนี้เดี๋ยวหวัดจะแดก” ทงเฮว่าคยูฮยอน

“อืมใช่ วันนี้เขาอาจไม่มาเรียน หรือไม่ก็ไม่ได้ใช้ร่มสีนั้น” ฮยอกแจว่า

“หรือไม่เขาก็อยู่โรงเรียนโซดองโย” ทงเฮสำทับ

“อืม...งั้นพรุ่งนี้กุจะลองไปดักหน้าโรงเรียนโซดองโย” คยูฮยอนตัดสินใจ

“งั้นก็แปลว่าวันนี้พอแค่นี้? โอเค ไอ้ฮยอก ไปเกมเซ็นเตอร์กัน!” ปลาน้อยหันไปทำตาปริบๆใส่เพื่อนรักทันที

“ไม่ว้อยยยยย!!!!”

////////////////////////////////////////


“เกิงอยากกินอะไรครับ?”

มันแน่นอนอยู่แล้วที่สุภาพบุรุษอย่างชเว ซีวอนจะต้องเอ่ยถามสุภาพสตรี(?)อย่างมีมารยาทว่าอีกฝ่ายสนใจเมนูอะไรเป็นพิเศษก่อนที่จะเสนอความคิดเห็นของ

ตนเอง ฮันกยองกวาดตาอ่านรายการอาหารด้วยท่าทีประหม่านิดๆ...ก็ไอ้ที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขาคือชเว ซีวอน...เด็กหนุ่มสุดหล่อพ่อรวย ดาวเด่นที่ใครหลายๆคน

หมายปองแห่งโรงเรียนโซดองโยเชียวนะ!!!

...แล้วทำไมอยู่ดีๆเขาต้องมากินข้าวเย็นกับมันล่ะเนี่ย!? หานเกิงจะเป็นลม!

“เอ่อ...ฉานอยากกินหมูแดงกาบเป็ดปากกิ่ง” ฮันกยองตอบด้วยสำเนียงเหน่อๆ

“สองอย่างเหรอครับ? กินกันสองคนงั้นสั่งผักอีกสักอย่างแล้วกัน ผักอะไรดีครับเกิงช่วยแนะนำหน่อย” ซีวอนถาม

“ผากเหรอ?...เอ...เอาผาดผากรวมเพื่อนก็ด้ายม้าง” บอกไปก็กวาดตาดูเมนูไป ซีวอนเลิกคิ้วอย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก

“ผัดผัก...อะไรนะครับ?” เข้าใจว่าฮันกยองอาจจะออกเสียงเป็นภาษาจีนเพราะในเมนูก็มีภาษาจีนกำกับไว้อยู่เช่นกัน...ถึงเขาจะเคยโดนพ่อบังคับให้เรียน

ภาษาจีนมาบ้างก็เถอะนะ แต่คำนี้ซีวอนไม่เข้าใจอย่างแรงครับอย่างแรง

“ผาดผาก...รวมเพื่อนน่ะ” ฮันกยองรู้สึกเสียงเซลฟ์เล็กน้อย แต่ก็ยังพยายามอธิบาย “...ที่เอาเพื่อนๆผากหลายๆคนมาผาดรวมกานอ่า...” ทำท่าผัดประกอบ

ไปด้วย

“เกิงหมายถึงผัดผักรวมมิตร!!!??” ซีวอนชักเห็นทางสว่าง “ใช่ไหมครับ?”

“อือ...ก็รวมเพื่อนอ่า...ไม่ถูกเหรอ?” เอียงคอน้อยๆแต่พองามแสดงให้อีกฝ่ายเห็นว่ามิค่อยเข้าใจ

“เขาเรียกว่าผัดผักรวม ‘มิตร’ ครับเกิง...ไม่ใช่ ‘เพื่อน’ นะ” อธิบายไปซีวอนก็กลั้นยิ้มไป...ไม่ใช่จะหัวเราะเพราะเยาะเย้ยภาษาเกาหลีที่ยังต้องพัฒนาอีก

มากของฮันกยองหรอกนะ เพียงแต่ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า...

...คนที่เขาแอบเฝ้ามองมานานคนนี้จะน่ารักได้ขนาดนี้...

“อ่าว...แล้ว ‘มิตร’ ม่ายด้ายแปลว่า ‘เพื่อน’ เหรอ?” ฮันกยองยังไม่หายข้องใจ เอียงคอถามซีวอนอย่างสงสัย ก็เท่าที่เขาจำได้ ลีทึกก็เคยบอกว่า ‘มิตร’ กับ ‘

เพื่อน’ มีความหมายเดียวกันนี่นา...

“ใช่ครับ แต่ ‘ผัดผักรวมมิตร’ นี่เป็นชื่อเฉพาะนะ...หมายถึงเมนูที่เอาผักหลายๆอย่างมาผัดรวมกัน...’เพื่อนๆผัก’ อย่างที่เกิงว่านั่นแหละ เพียงแต่ว่าเขา

ใช้คำว่า ‘มิตร’ นะ” ไม่รู้ว่าดินเนอร์มื้อนี้กลายเป็นคอร์สเรียนภาษาเกาหลีไปตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ซีวอนก็ไม่ขัดข้องอะไร...ในเมื่อมันเป็นคอร์สตัวต่อตัวระหว่าง

เขากับฮันกยองแบบนี้...

...ออกจะอยากให้มีบ่อยๆเลยให้คนหล่อดิ้นตายเถอะ...

ฮันกยองพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจในที่สุด หลังจากนั้นซีวอนก็จัดการสั่งอาหารและเครื่องดื่มให้เสร็จสรรพ

...อาหารมื้อนั้นดูจะผ่านไปเชื่องช้าเหลือเกินสำหรับฮันกยอง...ถึงมันจะอร่อยเพราะเป็นอาหารจีนแบบที่เขาไม่ได้กินมานานและไม่สามารถทำกินเองได้ที่

บ้านเพราะสติปัญญาไม่ถึง แต่การอยู่ต่อหน้าซีวอนทำให้เด็กหนุ่มชาวจีนรู้สึกเกร็งอย่างไรบอกไม่ถูก รู้ตัวดีว่ากำลังทำตัวไม่เป็นธรรมชาติ แต่ก็ไม่รู้หนทางที่

จะแก้ไขมันเช่นกัน...

เคร้ง!

ทั้งๆที่จับตะเกียบมาตลอดชีวิต วันนี้เป็นครั้งแรกที่ฮันกยองทำมันหลุดมือ ข้างหนึ่งตกพื้น ส่วนอีกข้างตกลงบนตักเขาพร้อมด้วยรอยเปื้อนน้ำจิ้มเป็ดปักกิ่งเป็น

ทางยาวบนเสื้อนักเรียนสีขาวสะอาด ฮันกยองทำหน้าเบ้ในทันใด

“เสื้อเปื้อนเหรอเกิง?”

เสียงคนที่นั่งตรงข้ามเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง และนั่นคือสิ่งที่ฮันกยองกลัวที่สุด

“มะ...ม่ายเยอะหรอก” ตอบปฏิเสธ มองหากระดาษทิชชู่บนโต๊ะแต่ไม่มี

“ผมมีทิชชู่” ซีวอนเดาใจอีกคนได้ไม่ยาก ฮันกยองเอ่ยปากจะบอกว่า ‘ขอหน่อย’ แต่ซีวอนจัดการเดินอ้อมโต๊ะมาด้วยตนเองโดยไม่สนใจท่าทีประหม่าขั้น

รุนแรงของอีกคน

“นี่เหรอที่บอกว่าไม่เยอะ...?” ซีวอนพึมพำขมุบขมิบขณะย่อตัวก้มลงใช้กระดาษทิชชู่เช็ดรอยเปื้อนบนเสื้อให้ฮันกยอง น้ำเปล่าสำหรับดื่มถูกซีวอนนำมาซับ

ใส่ทิชชู่เพื่อช่วยให้เช็ดคราบง่ายขึ้น “ดีขึ้นแล้วเห็นไหม?”

เอ่ยขึ้นอย่างภูมิใจเมื่อใช้ฝีมือกำจัดคราบอาหารออกไปได้จนเกือบจะหมดจด ใบหน้าหล่อเหลาเงยขึ้นทันควัน ดวงตาลึกล้ำเป็นประกายสบเข้ากับดวงตาของ

ฮันกยองที่ก็มองเพลินอยู่ก่อนแล้ว...ในชั่ววินาทีนั้น ลมหายใจของฮันกยองสะดุดกึกและขาดห้วงไป...

...ดวงตาใสรีบหลบจากการจ้องมองของอีกฝ่ายในทันใด...ใบหน้าของซีวอนช่างอยู่ใกล้...ใกล้แบบที่เขาไม่เคยใกล้กับใครขนาดนี้มาก่อน...และตลอดเวลา

ที่ผ่านมาทั้งชีวิตฮันกยองก็เพิ่งรับรู้ ณ บัดนี้ว่าอาการที่คนอื่นเรียกว่า ‘หัวใจเต้นแรงจนแทบจะกระดอนออกมานอกอก’ มันเป็นอย่างไร...

...เหมือนซีวอนจะจงใจอ้อยอิ่งอยู่ในอิริยาบทนี้นานๆทั้งๆที่ฮันกยองกลับสวดนะโมสามจบหวังจะไล่อีกฝ่ายให้ไปที่ชอบๆเสียที...ไม่รู้เหมือนกันว่าคิดไปเอง

หรือเปล่า แต่ฮันกยองกลับรู้สึกได้ว่าดวงตาเป็นประกายสนุกสนานของซีวอนกำลังจับจ้องใบหน้าของเขาอยู่ราวกับจะสำรวจทุกรายละเอียดในทุกซอกทุกมุม...

ซีวอนขยับกายนิดหนึ่ง ในชั่วความคิดแรกฮันกยองโล่งใจเพราะคิดว่าอีกฝ่ายกำลังจะผละไป...ซีวอนก็กำลังจะทำอย่างนั้นจริงๆนั่นแหละ เพียงแต่ว่า...

...สันจมูกคม...กลับเฉี่ยวเข้ามาที่แก้มนิ่มของฮันกยอง ทิ้งค้างในท่านั้นเป็นช่วงเวลาหนึ่งวินาทีเต็ม ก่อนที่เจ้าตัวจะผละออกไป...

“เดี๋ยวผมไปขอตะเกียบใหม่ให้นะครับ”

น้ำเสียงร่าเริงนั่นดังมาจากปากไอ้คนหล่อที่ทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น โดยหารู้ไม่...หรือจริงๆแล้วมันอาจจะรู้...ว่าทำให้หัวใจของคนที่เพิ่งโดนกลั่นแกล้ง

อย่างจงใจเมื่อครู่เต้นได้แรงขนาดไหน...

...และลมหายใจอุ่นๆของซีวอนที่รินรดในช่วงหนึ่งวินาทีที่ราวกับเวลาหยุดนิ่งไปนั้น...ก็ยังตรึงอยู่ที่แก้มเขา...สมจริงและชัดเจนที่สุดในชีวิตกว่าทุกสิ่งที่ฮัน

กยองเคยสัมผัสมา...

/////////////////////////////////////////


“มาแข่งกัน”

มาถึงตอนนี้ ทุกครั้งที่คิบอมได้ยินคำพูดนี้...โดยไม่จำเป็นต้องหันไปมองเด็กหนุ่มก็รู้ว่าเจ้าของเสียงเป็นใคร...หรืออีกที อาจจะเป็นเพราะเสียงๆนี้มันชินติดหู

เขาไปแล้วก็เป็นได้...

“Which game do u want?”

เอ่ยถามกลับเป็นภาษาอังกฤษโดยไม่คิดจะหันไปมองหน้าอีกฝ่ายจริงๆ ทงเฮหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ว่างข้างๆคิบอม เตรียมพร้อมเต็มที่
“เกมที่นายกำลังเล่นอยู่ก็ได้...แต่วันนี้...”

ทงเฮพูดทิ้งท้ายไว้ คราวนี้คิบอมจึงต้องหันไปมอง

“What?”

“ฉันแค่ตั้งข้อแม้ให้ตัวเอง ว่าถ้าวันนี้ฉันชนะนายไม่ได้...ฉันจะยอมแพ้และเลิกดวลกับนายอีกต่อไป...พอใจป่าว?” หันมามองอีกฝ่าย สีหน้าของคิบอมมีแวว

ประหลาดใจ แต่เจ้าตัวก็ไม่ได้ตอบอะไรมากไปกว่า...

“Up to u”


...วันนี้ฮยอกแจไม่มาด้วย และทงเฮก็เบื่อที่จะบังคับจิตใจเพื่อนรักอีกต่อไป รู้ตัวดีว่าเขาเองก็หมกมุ่นกับเกมและการต่อสู้แห่งศักดิ์ศรีนี่มากเกินไป ดังนั้นเขา

จึงตัดสินใจว่าวันนี้จะเป็นวันสุดท้าย...หากเขาไม่สามารถเอาชนะไอ้เด็กนอกคิม คิบอมนี่ได้...เขาจะเลิกท้ามันแข่ง เลิกเล่นเกม ทำตัวเป็นเด็กดีของพ่อแม่

เอาเงินค่าขนมทั้งหมดที่ปกติใช้เล่นเกมไปทำบุญบ้านเด็กกำพร้า  และไอ้เรื่องร่มก็ช่างหัวแม่งมันไป...

...แต่นั่นก็ในกรณีที่เขาแพ้คิม คิบอมทุกแมทช์น่ะนะ...

...ไม่ว่าความหวังจะดูช่างริบหรี่สักเพียงไหน...แต่ในเมื่อยังไม่หมดวันก็ถือว่าเขายังไม่แพ้โว๊ยยยย!!!

วันนี้เหล่าผู้ชมที่มาดูพวกเขาแข่งกันมีจำนวนน้อยกว่าที่เคย อาจจะเป็นเพราะมันน่าเบื่อในเมื่อไม่ว่าอย่างไรก็รู้อยู่แล้วว่าใครจะชนะใครจะแพ้...เวลาล่วงเลย

ไปจนถึงสามทุ่ม และคนในเกมเซ็นเตอร์ก็ดูบางตาลงไปมาก ถึงจะยังไม่อยากกลับบ้าน แต่เงินค่าขนมของทงเฮกำลังจะหมด ทั้งๆที่เขายอมอดข้าวกลางวัน

เพื่อที่จะได้แข่งเกมกับคิบอมได้มากที่สุด แต่ครั้งนี้เขาคงต้องยอมเสียที...

“เกมนี้จะเป็นตาสุดท้าย...” ทงเฮพูดขึ้น เขาชูเหรียญเงินเหรียญสุดท้ายที่เขามีให้คิบอมดู ก่อนจะหยอดมันลงตู้เกมที่เขาเลือกไป คิบอมยักไหล่ก่อนจะหยอด

เหรียญของตัวเองบ้าง

“ทำให้ best ที่สุดแล้วกัน” เขาเอ่ยอวยพรทงเฮ

ทงเฮเล่นอย่างดีที่สุดจริงๆ เมื่อคิดซะว่าศักดิ์ศรีของการเป็นนักเล่นเกมมือหนึ่งในละแวกนี้ของเขาทั้งหมดเดิมพันอยู่กับเกมตานี้...ถึงเขาจะเป็นคนกำหนด

มันขึ้นมาเองก็เถอะ...ทงเฮก็ใส่ความสามารถทั้งหมดที่เขามีลงไปไม่ยั้ง เกมตานี้จึงดูยาวนานกว่าที่ควรเป็นสำหรับคนทั้งสอง อีกทั้งยังดุเดือดกว่าทุกๆเกมที่

ผ่านมา...

...แล้วมันก็เกิดขึ้น...

...ในโค้งสุดท้ายก่อนจะถึงเส้นชัย ยานอวกาศของทงเฮเฉี่ยวไปกระแทกกับวัตถุบางอย่างที่กลับไม่ทำอันตรายยานของเขา มันกระเด้งต่อไปกระแทกยาน

อวกาศของคิบอมจนเฉออกนอกทางไป และในวินาทีนั้น ยานของทงเฮก็พุ่งเข้าเส้นชัย...

...ทงเฮอ้าปากค้าง...

หน้าจอตู้เกมส่งเสียงแห่งชัยชนะ และยานของทงเฮก็ขึ้นมาเป็น ‘Winner’…ปลาน้อยยังคงไม่เชื่อสายตาตัวเอง จนหน้าจอปรากฏคะแนนรวมที่ยานอวกาศ

ทั้งสองลำทำได้ และยานของทงเฮก็มีคะแนนนำชนะยานของคิบอมไปเพียงไม่กี่สิบคะแนนเนื่องจากแต้มของการเข้าเส้นชัยเป็นอันดับหนึ่ง...

...นี่แปลว่าเขา ‘ชนะ’ ใช่ไหม?...นี่หมายความว่าไอ้คิบอมเล่นเกม ‘แพ้’ เขาใช่ไหม???

ทงเฮค่อยๆหันมามองคู่ปรับที่ยังคงนั่งอยู่ข้างๆด้วยสเต็ปการหมุนคอราวกับหุ่นยนต์กระป๋อง คิบอมละมือจากแท่นควบคุม มองตอบทงเฮด้วยสายตาประมาณว่า

‘ก็กุแพ้...ทำไงได้?’

“เมื่อกี๊ฉันชนะใช่ไหม?” ทงเฮเอ่ยความคิดตัวเองออกมาด้วยเสียงอันดัง จำต้องถามคิบอมเพราะ ณ เวลานี้เขาไม่เชื่อสายตาตัวเองจริงๆ ความอยากเอาชนะ

ของเขามันอาจจะมากเกินจนบดบังความเป็นจริงอันโหดร้ายและทำให้เขาคิดไปเองได้ว่าเขาชนะการดวล ทั้งๆที่ความจริงแล้วมันไม่ใช่...

“นาย win” คิบอมย้ำ เด็กหนุ่มจากอเมริกาลุกขึ้นยืน ยื่นมือมาให้ทงเฮพร้อมจะเชคแฮนด์ด้วย ทงเฮมองมือนั่นอย่างงงๆในตอนแรก แต่แล้วก็นึกได้ว่าคน

อเมริกันเขาทำกันยังไง “พรุ่งนี้ไว้ challenge กันใหม่” คิบอมว่าพลางกระชับมือนิ่มของทงเฮขณะเชคแฮนด์

“หะ...หา!? พรุ่งนี้!?” ทงเฮที่ยังไม่ได้สติดีกล่าวอย่างงงๆ “อืมใช่ ฉันบอกว่าถ้าฉันแพ้นายทุกแมทช์ฉันก็จะเลิกท้านายแข่งนี่เนอะ แต่นี่ฉันชนะ ก็แปลว่า

เรายังต้องแข่งกันต่อวันพรุ่งนี้ ใช่ๆ” พูดเองก็เหมือนจะงงเอง ณ เวลานี้ดูเหมือนทงเฮจะลืมเลือนเรื่องทุกอย่างไปเสียสิ้น การแข่งขันระหว่างเขากับคิบอมเป็น

เรื่องของศักดิ์ศรี และในเมื่อเขาชนะวันนี้ ก็แปลว่าในวันพรุ่งนี้เขาอาจจะเอาชนะได้อีก...

...เขาจะต้องกู้ความเป็นมือหนึ่งของเขาคืนมาให้ได้!...

“งั้น...ก็เจอกันพรุ่งนี้...” ทงเฮกล่าวลาคิบอมอย่างล่องลอย เด็กหนุ่มคว้ากระเป๋าสะพายแล้วหมุนตัวจะเดินออกจากเกมเซ็นเตอร์ไปอย่างสติหลุด จนคิบอ

มต้องร้องเรียก

“ทงเฮ”

“หืม?” หันกลับมามองด้วยดวงตาล่องลอย

“นาย forgot umbrella ของนาย” เด็กหนุ่มหน้ากลมส่งร่มสีน้ำเงินลายทางที่ทงเฮวางทิ้งไว้คืนให้ ปลาน้อยรับมันไปถืออย่างไม่สนใจ
“อืมๆขอบใจ” ก่อนจะเดินออกไปจากเกมเซ็นเตอร์จริงๆ

คิบอมทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้หน้าตู้เกมเดิมที่เขาเล่นกับทงเฮ คะแนนของทั้งสองยังคงขึ้นหราอยู่บนหน้าจอ เด็กหนุ่มจ้องมองมันอย่างนิ่งงันเพียงครู่ก่อนจะลอบ

ยิ้มกับตัวเอง...

“นายล้มมวย”

ชินดงเดินเข้ามาหาคิบอมพร้อมกับประโยคกระแทกใจ คิบอมถามกลับ

“นาย watch อยู่เหรอ?”

“ใช่ ตอนโค้งสุดท้าย นายหลบวัตถุนั่นได้...ฉันเคยเห็นนายทำ...”

“แล้วไง?” คิบอมยักไหล่อย่างไม่เห็นเป็นเรื่อง

“ทำไม?” ชินดงเอ่ยถามอย่างข้องใจ

“ฉันมี reason ของฉัน” คิบอมตอบอย่างแน่วแน่ เขาลุกขึ้นยืน คว้ากระเป๋าสะพายพลางหยิบร่มคู่ใจออกมาถือไว้เตรียมพร้อมกับสายฝนที่เขารู้ดีว่ากำลัง

สาดกระหน่ำอยู่ด้านนอก...ร่มคันเก่าของทงเฮ...

“และนายก็ไม่ได้คืนร่มหมอนั่นด้วย” ชินดงย้ำอีกรอบ

“Yes, แล้วไง? Ready ที่จะกลับบ้านกันแล้วหรือยัง?”

/////////////////////////////////////


มันเป็นเช้าวันใหม่ที่ยังคงหมองหม่นด้วยสายฝนเช่นหลายๆวันที่ผ่านมา เรียวอุคมาถึงโรงเรียนแต่เช้าตามนิสัย...แน่นอนอยู่แล้วที่เยซองยังไม่มา...รายนั้น

มักจะโผล่มาก่อนเวลาเข้าเรียนเพียงไม่กี่นาที ไม่ก็สายเสมอ เรียวอุคเดินเข้ามาทางหลังห้องเรียน กวาดตามองแถวๆโต๊ะของเยซองไม่พบร่มของเขาวางอยู่

แต่ก็ไม่แปลกใจเท่าใดนักเมื่อเดินไปถึงโต๊ะของตัวเองแล้วเห็นมันถูกวางทิ้งอยู่บนเก้าอี้...

เรียวอุคถอนหายใจ...

...คิดว่าทำแบบนี้แล้วเขาจะล้มเลิกความตั้งใจหรือไงเยซอง? ขอบอกว่าเป็นความคิดที่ผิดมหันต์ ถ้าคิดว่าทำแบบนี้แล้วคิม เรียวอุคคนนี้จะยอมแพ้ ยอมเลิก

ตื๊อนายแล้วละก็...ขอบอกไว้ต่อหน้าท้องฟ้าและสายฝนตรงนี้เลยว่า...

...ไม่มีวัน...

 


To be continued

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ไม่ต่อแล้วเหรอคะ หนุกดีอ่ะ คู่บอมหมวยน่ารักมากมายอ่ะ รออยู่น้า ต่อไวไวนะคะ surprised smile

#1 By Light (125.27.35.36) on 2008-06-23 15:45

ขอเมนท์รวบยอดเลยนะคะ แบบว่าหนุกมากๆอ่ะ อ่านไปอมยิ้มไปตลอดเลย ปรกติไม่เคยอ่านคู่ฮันวอน แต่เรื่องนี้
ชอบคู่นี้จัง ฮันเอ๋อได้น่ารักมากอ่ะ พูดเกาหลีแต่ละทีเล่นเอาหลุดขำเลยทีเดียว คู่รองก็น่ารักทุกคู่เลย ทั้งคิเฮ
เยอุ๊คที่เรื่องนี้น้องอุ๊คแรงได้อีก ชอบๆเคะเป็นฝ่ายรุกเนี่ย ว่าแต่คยูมินจะคู่กันมั้ยน้อ หรือจะให้คู่กะซินงั้นเหรอ?
สุดท้ายคังทึกสุดที่รัก ชอบอีกแล้วอ่ะ ทะเลาะกันได้ทะเลาะกันดี เสร็จแล้วก็มารักกันน้า surprised smile

#2 By kawaii max (124.120.21.42) on 2008-06-24 00:55

อ่านรวดเดียว ก็เลยขอเม้นไว้ที่เดียวเลยละกันนะคะ
สนุกดีค่ะ เป็นเรื่องที่แปลกใหม่เลยทีเดียวที่ความสัมพันธ์
ของแต่ละคู่เกิดได้ด้วยร่มคันเดียวของแต่ละคน งงมั้ยเนี่ย
มาต่อไวๆละกันนะคะ จะมาติดตามอ่านเรื่อยๆและเป็นกำลังใจให้ค่ะ

#3 By kyu (124.121.41.195) on 2008-07-30 02:57

สนุกมากกกกกกกกก อ่านไปก็ฮากันไป

ชอบการเล่าเรื่องแบบนี้อ่ะ แปลกดี ได้ลุ้นไปด้วยอีก
"ร่ม"แต่ละอันนี่ไม่ธรรมดานะ มันแอบแฝงอะไรบางอย่างของแต่ละคนอยู่
แต่ละคู่ก็เฮ้อ! น่ารักน่าลุ้นอ่ะ ซีฮันน่าลุ้นมากกกกก
เพราะป๋ามันเอ๋อซะ วอนก็เข้าใจตะล่อมเนอะ
คิเฮก็เริ่มๆแระ คังทึกกำลังจะมา เยอุคนี่น้องก็หยอดเองทุกวัน คยูมินรึปล่าว? เจ๊ซินกะฮยอคเหรอ อันนี้ก็เดาอยู่

#4 By wow (117.47.118.253) on 2008-08-02 21:41


แวะเข้ามาเป็นครั้งแรกเลยอ่ะ แบบว่าชอบมาเลยอ่ะปกติก็อ่านซีฮันตลอด พอมาอ่านเรื่องนี้ยิ่งรักซีฮันเข้าไปอีก มาต่อเร็ว ๆ น่ะค่ะ
เนื่อเรื่องแปลกดีน่ะ ล้ะนด้วยหล่ะว่าต่อไปจะเป็นยังไง

#5 By NAT (202.57.156.98) on 2008-08-06 15:46