[TVXQ SF] HIV (Heart Immunodeficiency Virus)
posted on 09 Jun 2008 03:12 by dakki in ShortFictions
Title: HIV (Heart Immunodeficiency Virus)
Author: Dakki
Style: Yaoi
Pairings: Yunho/Jaejoong (Feat. Yoochun/Junsu)
Category: Comedy, Action, Romance
Rate: PG-15
[TVXQ SF] HIV (Heart Immunodeficiency Virus)
...ผมพบกับนางฟ้าคนนั้นที่ผับเมื่อวันก่อน...
...เธอเป็นสิ่งที่สวยงามที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็น...สวย...จนไม่อาจเรียกว่า ‘มนุษย์’ ได้เต็มปาก...
...ดังนั้นผมจึงเรียกเธอว่า ‘นางฟ้า’…
...ผมมาที่ผับกับเพื่อน และพบเธอนั่งอยู่คนเดียว แววตาเศร้าพิกล ผมจึงเข้าไปคุยกับเธอ...
...เธอสวยจริงๆ คุยสนุก ดูเป็นคนร่าเริงแม้จะมีดวงตาแสนเศร้า ตกดึก...ผมเมา เธอก็เมา...
...ผมบอกเธอว่า ‘วันนี้เป็นวันเกิดผม...ช่วยอยู่กับผมทั้งคืนจะได้ไหม?’...
...เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบว่า...
... ‘ได้’…
…ตีสาม...ผมพาเธอกลับไปที่คอนโดท่ามกลางเสียงแซวของเพื่อนๆ...ผมอยู่กับเธอจนถึงเช้า มีความสุขแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน...ผิวเธอนุ่ม...กลิ่นเธอหอม...เธอสวยมาก ทำเอาผมแทบคลั่ง คืนนั้น...ผมมีอะไรกับนางฟ้า...
...ก่อนจะหลับไปตอนรุ่งสาง...พร้อมกับความสุขที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนในชีวิต...
...ผมฝันเห็นเธอ รู้ตัวว่าตกหลุมรักเธอเข้าแล้ว...จะว่าผมบ้าก็ได้ มันเป็นรักแรกพบ...ตั้งแต่ผมเห็นเธอนั่งอยู่ที่เคาน์เตอร์ในผับคนเดียว...
...แววตาแสนเศร้านั้นจับใจผมเหลือเกิน...ชวนให้ค้นหา...ชวนให้หลงใหล...ชวนให้จมดิ่งลึกลงไป...
...ผมตื่นขึ้นมาตอนสาย พลิกตัวไปทางที่เธอนอนอยู่ก่อนที่ผมจะผล็อยหลับไป...
...แต่เธอหายไปแล้ว...
...เธอไปแล้ว...
...ไม่ได้ทิ้งโน้ตอะไรไว้...ไม่มีคำลา...
...ทำไมผมถึงโง่อย่างนี้? ทำไมผมถึงไม่ขอเบอร์โทรเธอไว้? ทำไมถึงไม่ถามที่อยู่? ทำไมถึงไม่ถามว่า ‘แล้วเราจะได้เจอกันอีกเมื่อไหร่?’…
..............ทำไมผมถึงไม่คิดแม้แต่จะถามชื่อเธอ?................
/////////////////////////////////////
“เฮ้ยไอ้ยุน น้องรัก…” คนสวย(ของคนอื่น ที่ไม่ใช่ของผม) ร้องเรียกเมื่อเห็นว่าผมเริ่มกวาดสายตาไปทั่วผับไม่หยุดอีกแล้ว ผมหันกลับมามองหน้าอีกฝ่ายเลิกคิ้วเป็นเชิงว่ามีอะไร
ฮีชอลกำลังกระดกขวดเบียร์ที่หมดแล้วไปมาเหมือนตุ๊กตาล้มลุก หน้าตาเมาได้ที่ ผมมองไปที่ขวดเบียร์เปล่าอีก 4 ขวดที่วางอยู่ข้างๆ แล้วก็ตระหนักแน่แก่ใจว่า...คืนนี้ยังอีกไกล...
“เอาอีกขวด?” ผมถามอย่างรู้ดี ไม่ต้องรอให้พี่ฮีชอลตอบด้วยซ้ำ ผมก็กวักมือเรียกพนักงานแล้วสั่งเบียร์ช้างอีกขวดไปให้พี่เขาเรียบร้อย
“นี่แกท่าจะบ้านะเนี่ย...” พี่ฮีชอลเริ่มอีกแล้ว “...มานั่งบ้าดักรอผู้ชายอย่างงี้อยู่ได้ทุกวี่ทุกวัน งานการไม่มีทำไง๊? นี่ผ่านไปตั้ง 5 วันแล้ว ไม่เห็นแม่นางฟ้าอะไรนั่นของนายจะโผล่ก้นงอนๆมาให้เห็นเลย”
“ช่างผมเหอะน่าพี่” ผมตอบไปปัดๆ รู้ว่าพี่ฮีชอลเริ่มเมาแล้วก็เลยไม่ค่อยสนใจคำพูดอะไรของพี่นัก
“ช่างป๊าอะไร? แล้วใครต้องมานั่งรอเป็นเพื่อนแก? ก็ฉัน! แล้วงี้จะให้ช่างได้ไงว๊า~?”
“ใครชั่งอะไรไม่ได้ ไม่มีตาชั่งเหรอ? ฉันมีนะ จะเอาแบบเป็นกิโลฯ เป็นปอนด์ หรือเป็นหาบล่ะ? มีหมด” บุคคลที่ไม่ได้รับเชิญอีกคนสลอนหน้าเข้ามาในวง
“เฮ้ยไอ้ยู~ มุขแป้กนี่โผล่มาก่อนปากห้อยๆของแกอีกนะ” พี่ฮีชอลทักแบบไม่มีอะไรดีเลยทีเดียว ยูชอนเพื่อนรักของผมทำปากห้อยหนักกว่าเดิม ก่อนจะเดินมานั่งกระแซะพี่ฮีชอลอย่างออดอ้อน
“แหมพี่ก็ เอาเหอะ มุขแป้กก่อน แล้วค่อยปาก หลังจากสองอย่างนี้แล้วพี่ก็จะเห็นความหล่อของผมแล้วล่ะ ได้เวลาหลงเสน่ห์ผมแล้วครับพี่!” ไอ้ยูชอนมันทำท่าจริงจังกับคำพูดนั้นจริงๆครับท่านผู้อ่าน
“ใครหลงเสน่ห์เมิงก็คงหลงทางแล้วล่ะ” ตอบเสียงเรียบแบบไม่มีเยื่อใย
“มิคกี้ ยูชอน กรุณากระเถิบออกไปจากเมียผมด้วย” มีคนโผล่มาอีกแล้วครับ ไม่รู้จะมาทำไมกันหนักกันหนาคนอุตส่าห์อยากนั่งคิดอะไรอยู่เงียบๆ ฮีชอลมีสีหน้ากระดี๊กระด๊าทันทีที่ได้ยินเสียงผู้มาใหม่ ในขณะที่ไอ้มิคกี้ก็รีบกระเด้งตัวเองออกมาจากพี่เขาทันที
“ไอ้ว๊อนนนนนน~ โผล่หัวมาจนได้นะดาร์ลิ๊งค์” อย่าแปลกใจ พี่เขาเป็นคนแบบนี้ละครับ แม้แต่กับสาระมีตัวเองยังพูดจาไม่มีสกุลใส่เลย แต่เอาเหอะ ซีวอนมันรักของมันครับ
“เมาแล้วล่ะสิเนี่ย?” ซีวอนทำหน้าเอือมระอาก่อนจะหย่อนก้นลงนั่งใกล้ๆสุดที่รัก
“ป่าวมาว~~” พี่ฮีชอลยืนยัน
“ไม่เมาอะไร? นี่กินไปกี่ขวดแล้ว?” นับขวดบนโต๊ะดู
“นิดเดียวเอง แต่ฉันไม่ได้อยากกินสักหน่อย ต้องมานั่งถ่างตารอเป็นเพื่อนไอ้ยุนมันก็เลยต้องกิน จะให้นั่งอ่านหนังสือวิชาปรัชญาในนี้มันก็ไม่ได้นี่ จริงไหม?” พี่ฮีชอลโบ้ยความผิดมาให้ผมครับ
“แล้วทำไมต้องมานั่งทุกวี่ทุกวัน ใครจ้างให้มาไง๊?” ซีวอนว่า
คราวนี้พี่ฮีชอลรีบตวัดนิ้วเรียวมาที่ผมเลยครับ “มันไง!” เขาประกาศ “มันจ้างฉัน!”
ซีวอนกับยูชอนทำหน้าทึ่ง “นี่นายจ้างพี่เขาด้วยอะไรวะ?” ยูชอนถาม
“อ๋อ ฉันบอกจะเลี้ยงเหล้าเขาทั้งคืนถ้าเขามานั่งเป็นเพื่อนฉันน่ะ” อยากรู้ผมก็ตอบสิครับ ไอ้ซีวอนหันขวับไปมองเมียเลย
“ไหนบอกไม่ได้อยากกินไงฮีชอล?” เสียงเย็นเชียว พี่ฮีชอลเลยได้แต่หัวเราะ
“แหะๆๆๆ”
“ฮัลโหลยูชอน” คนหน้าหวานส่งเสียงใสขณะเดินมาถึงโต๊ะที่พวกผมนั่งพร้อมกับถาดเครื่องดื่มในมือ ไอ้ยูชอนฉีกยิ้มหน้าบานเชียวครับ
“ฮัลโหลจุนซู” ทักกลับไปพร้อมกับสายตาแบบที่เรียกได้ว่าเป็น sexual harassment จุนซูหัวเราะคิกคัก
“มองฉันแบบนั้นมันแปลว่าอะไรหืมม์ยูชอน?” จุนซูมันยั่วครับ ไอ้เพื่อนผมนี่น้ำลายแทบหกกันเลยทีเดียว “ว่าแต่จะสั่งอะไรเพิ่มไหม? ซีวอน?” ไม่ถามยูชอนแต่หันไปถามซีวอนซะงั้น ยูชอนชักเคือง
“อ่าวๆ ไปถามเด็กตัวเองสิไอ้จุน มายุ่งกับเด็กกรุทำไมวะ?” พี่ฮีชอลเกิดอาการหวงสาระมีขึ้นมาทันใด จุนซูทำลอยหน้าลอยตา
“อะไร? ฉันเป็นพนักงานก็ต้องถามตามหน้าที่อยู่แล้ว ตกลงเอาเบียร์คนละขวดละกันนะ ลีโอ, ช้าง, สิงห์, ไฮเนเก้น หรืออะไรดี? รู้แล้วเอาโคโรน่าดีกว่าเพราะแพงสุด ว่าแต่...ยุนโฮเป็นอะไรไป? ทำหน้าเหมือนคนติดเอดส์มา 120 ชั่วโมงแล้ว”
ยูชอนรีบก้มหัวนับนิ้วทันที...5 วันมันก็ 120 ชั่วโมงพอดิบพอดี โอ้วววว! เด็กกรุมันได้ท็อปคณิตศาสตร์ระดับประเทศตอนเอนท์หรืออย่างไรถึงคำนวณได้ไวปานเน้!?
“ฮ่าๆๆๆ ไอ้จุนพูดได้ถูกใจฉัน...ว่าแต่เอดส์นี่มันเชื้อไวรัสอะไรนะคุ้นๆ? HID หรือเปล่า?” พี่ฮีชอลนึก
“นั่นมัน ‘หิด’ แล้ว อีโง่!” ซีวอนเขกมะเหงกฮีชอลไปหนึ่งที
พี่ฮีชอลตาเขียวปั๊ด “นี่! ฉันเป็นพี่แกนะ! ด่าน่ะด่าได้แต่กรุณาเติมศักดิ์ลงไปด้วย เป็นผัวกรุก็จริงแต่ห้ามปีนเกลียวโว๊ย!!!”
“นั่นมัน ‘หิด’ แล้ว อีพี่โง่!” ซีวอนทำตามกติกาทุกประการแถมประเคนมะเหงกไปให้อีกหนึ่งที
“เฮ้ยไอ้วอน! เมิงเห็นหัวกรุเป็นประตูไง๊!? เคาะอยู่ได้!” แว้ดลั่นเลยครับ จุนซูกับยูชอนหัวเราะคิกคักกับความประสาทของคู่เพี้ยนคู่นี้
“ว่าแต่ HIV นี่ย่อมาจากอะไรนะ?” ยูชอนถามขึ้น
“Human Immunodeficiency Virus ไง หมายถึงไวรัสที่ทำลายภูมิคุ้นกันของมนุษย์ ทำให้ร่างกายอ่อนแอเป็นโรคง่าย” จุนซูเป็นคนตอบ เล่นเอายูชอนอึ้งรอบสอง...จุนซูครับ ถ้าเก่งวิชาการขนาดนี้มาเป็นเด็กเสิร์ฟทำไมครับจุนซู?
“ฮ่าๆๆ งั้นเรอะ? ถ้างั้นฉันว่าไอ้ยุนมันก็มีเชื้อ HIV ล่ะ แต่เป็น Heart Immunodeficiency Virus นะ...เชื้อไวรัสทำลายภูมิคุ้มกันหัวใจ...เมื่อหัวใจไม่มีภูมิต้านทาน ฮ่าๆๆๆ” พี่ฮีชอลพูดเองขำเองเอิ๊กอ๊าก ผมเหล่ตามองแบบปลงๆ แต่เอาเหอะ มุขนี้นับถือ คิดได้ไงพี่!?
“ตกลงยุนโฮเป็นอะไรอ่ะ?” จุนซูไม่เลิก(เจือก)
“อ๋ออออคือ...ไอ้ยุนมันกำลังตกหลุมรักน่ะ” คำตอบของยูชอนทำให้จุนซูร้องอ๋อออกมาได้
“ตกหลุมรัก...หรืออกหักกันแน่? ถึงได้ทำท่าเหมือนเป็นเอดส์แบบนี้” อ่าวจุนซู...พูดจาวอนตีนแล้วไม๊ล่ะคนสวย?
“แหม...คนตกหลุมรักเค้าก็มีอาการแบบนี้กันนั่นแหละ จากนิตยสารรีดเดอร์ ไดเจสต์ ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2007 หน้า 11 (ไม่เชื่อไปลองเปิดดูนะครับ)
ภาพแสกนสมองของคนที่กำลังตกอยู่ในห้วงรัก แสดงให้เห็นว่าเวลาเราทุรนทุรายเพราะความรักสภาพของสมองจะใกล้เคียงกับตอนที่ร่างกายกำลังทรมาน เพราะแรงขับตามธรรมชาติทั้งหลาย เช่น ความหิว กระหายน้ำ หรืออยากยาเสพติด และนำไปสู่อาการที่ไม่ต่างไปจากผู้ป่วยโรคจิต ไล่ตั้งแต่กลัวอย่างไร้เหตุผล ความจำเสื่อม และการย้ำคิดย้ำทำ” ซีวอนมันพูดเหมือนท่องมาเลยครับ เล่นเอาทั้งโต๊ะอึ้งกันไปเป็นแถบ เจ้าตัวจึงได้แต่ยักไหล่ พร้อมกับนั่งทำหน้าหล่อต่อไป
“อืมมม...แต่ไอ้ยุนมันก็มีอาการเหมือนผู้ป่วยโรคจิตจริงๆนั่นแหละ มานั่งบ้าอยู่ที่ผับนี้ตั้งแต่ 2 ทุ่มจนถึงตี 2 ทุกวัน นี่คงเป็นอาการเวลาหัวใจถูกทำลายภูมิต้านทานละมั้ง อิยะฮะฮะฮ่า~” พี่ฮีชอลหัวเราะเอิ๊กอ๊ากกับมุขตัวเองอีกตามเคย คงเมาซะแล้วทั้งๆที่เพิ่งกินเบียร์ไปได้ 4 ขวดเท่านั้นเอง แต่ทันใดนั้นเด็กเสิร์ฟอีกคนก็เดินมาพร้อมกับเบียร์ช้างที่พี่เขาสั่งไป พี่ฮีชอลจึงรีบคว้ามันมาเปิดก่อนจะถูกซีวอนริบ
“ให้กินอีกขวดเดียวนะ” ซีวอนหรี่ตา
“จ้า~” ยิงฟันใส่ซีวอนพร้อมกับทำตาหยีอย่างออดอ้อน...ตอแหลได้ที่เลยนะเพ่!
ตีสองครึ่ง และผับก็เริ่มเก็บร้าน ผมนั่งอยู่กับยูชอนแค่สองคน พี่ฮีชอลโดนซีวอนลากกลับไปตั้งแต่ราวๆเที่ยงคืนแล้วเพราะเมาแอ๋และเจ๊แกก็เริ่มอาละวาด...
ปล่อยให้ซีวอนเป็นคนจัดการก็แล้วกัน รายนั้นคงทำให้พี่คนสวยของผมสงบลงได้เอง
จุนซูเปลี่ยนเครื่องแบบเป็นเสื้อผ้าธรรมดาแล้วขณะเดินมาหายูชอนที่โต๊ะ ผมทำเป็นฟุบหน้าลงทั้งๆที่ไม่ได้ทั้งง่วงหรือเมา...แค่ไม่อยากเห็นคนรักกันเขาออดอ้อนกันมากไปกว่านี้เท่านั้น วันนี้เป็นอีกวันแล้วที่ผมคว้าน้ำเหลว มานั่งอยู่ที่นี่ตั้งแต่หัวค่ำยันผับปิด แต่ก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของแม่นางฟ้าคนสวยของผมเลย...
“ยุนโฮ เป็นอะไรหรือเปล่า?” จุนซูถามน้ำเสียงเป็นห่วง ผมเงยหน้าขึ้นก็เห็นคนหน้าหวานกำลังนั่งซ้อนอยู่บนตักของไอ้ยูชอนอีกทั้งยังกอดคอมันด้วย ไอ้เพื่อนตัวดีของผมนี่น้ำลายหกเลยเชียว
“เปล่าหรอก...พวกนายจะไปกันหรือยัง?” แกล้งทำเสียงง่วง
“อือ งั้นก็ไปกันเถอะ” ยูชอนลุกขึ้นพลางโอบเอวจุนซูไปด้วย แล้วพวกผมก็พากันออกจากร้าน
“ร้านปิดแล้วครับ...” ชางมิน บาร์เทนเดอร์สุดหล่อที่กำลังเช็ดแก้วอยู่ตรงบาร์พูดขึ้นเมื่อมีคนเดินมานั่งที่เคาน์เตอร์ แต่เมื่อเงยหน้าขึ้น เขาก็ร้องอย่างแปลกใจ
“อ้าว นายนั่นเอง! หายหน้าไปนานเชียวนะ ลมอะไรหอบมาเสียดึกดื่นขนาดนี้?”
“พายุไต้ฝุ่นเลยล่ะ” ผู้มาใหม่ตอบกวนๆ “ขอยินโทนิคแก้วสิ สั่งตอนนี้ยังทันไหม?” เอียงคอถาม ชางมินยิ้ม
“สำหรับคุณเมื่อไหร่ก็ได้เสมอครับ...ฮีโร่คนสวย...”
ค็อกเทลที่ชางมินชงสดๆร้อนๆไม่มีทางที่จะไม่อร่อย ฮีโร่ยกแก้วขึ้นจิบเนือยๆ กวาดสายตามองไปรอบร้านที่ตอนนี้พนักงานกำลังช่วยกันทำความสะอาด ลูกค้าคนอื่นออกไปหมดแล้วแต่ไม่มีใครคิดจะไล่เขา เพราะเขาเป็นลูกค้า VIP ของที่นี่...
ชางมินเดินมาพลางวางเศษกระดาษชิ้นเล็กๆให้บนโต๊ะ ฮีโร่หยิบขึ้นมาโดยไม่เอ่ยปากถาม คลี่ดู แล้วเก็บมันลงกระเป๋าไป...
//////////////////////////////////
วันนี้วันที่ 12 กุมภาพันธ์ครับ
6 วันมาแล้วนับจากวันเกิดผมซึ่งเป็นวันที่ผมได้พบกับนางฟ้าคนนั้น...ของขวัญวันเกิดที่วิเศษสุดเท่าที่ผมเคยได้รับมาตลอดอายุ 21 ปี แต่...ของขวัญชิ้นนั้นมันยิ่งกว่าความฝันอีกครับ ช่วงเวลาที่ผมได้ครอบครองและเชยชมนั้น ผมแทบไม่มีสติเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ และเมื่อผมสร่างเมาในตอนเช้า...ของขวัญสุดวิเศษชิ้นนั้นก็ลอยหายไปแล้ว...
...บางเบาในความทรงจำราวกับเป็นเพียงเศษปีกผีเสื้อ แต่กลับตราตรึงแน่นในประสาทสัมผัสของผมราวกับเป็นรอยเขี้ยวของอสรพิษก็ไม่ปาน...
...ลบล้างอย่างไรก็ไม่หาย คมเขี้ยวนั้นมันปล่อยพิษทำลายภูมิคุ้มกันของหัวใจผมเสียแล้วล่ะครับท่านผู้อ่าน...
“วันนี้ยุนโฮก็มาอีกเหรอ?” จุนซูเอียงคอถามอย่างแปลกใจเมื่อเห็นผมนั่งหัวโด่อยู่ที่เดิมเวลาเดิมพร้อมกับแอลกอฮอล์คู่ใจ ผมชักจะเป็นแอลกอฮอล์ลิซึ่มแล้วนะครับ เล่นกินมันทุกวันแบบนี้ ผ่านอาทิตย์นี้ไปผมได้เป็นโรคติดเหล้าแหงๆ
“มันก็มาทุกวันแหละจุนซู” ยูชอนที่มานั่งเป็นเพื่อนผมวันนี้เป็นคนตอบให้ วันนี้พี่ฮีชอลไม่มาครับ เจ๊แกไปเดทกับซีวอน บอกผมว่าน้องกับเหล้าก็สำคัญ แต่สาระมีสำคัญกว่าครับ
“งานการไม่มีทำหรือไง?” นั่น...จุนซูถามผมเหมือนที่พี่ฮีชอลถามเลย
“ตอนนี้มันเป็น HIV จุนซูจำไม่ได้เหรอ? มันไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไรหรอก” เพื่อนผมตอบ จุนซูเลิกคิ้ว
“แล้วไม่ไปหาเค้าล่ะ? มานั่งอยู่ตรงนี้มันได้อะไรขึ้นมา”
“แล้วจุนซูคิดว่าฉันมาทำอะไรที่นี่ล่ะ?” คราวนี้ผมเป็นคนตอบเองครับ จุนซูทำหน้าเหมือนเพิ่งเข้าใจ...เพิ่งจะฉลาดหรือจุนซู?
“หรือว่ามาดักรอเค้า?” สีหน้าจุนซูดูตื่นเต้น “คนไหนล่ะ? ทำไมไม่บอกฉันเผื่อจะได้ช่วยหา” เอ้อออออ...นั่นสิครับ? ทำไมผมไม่บอกจุนซูนะ? จุนซูทำงานที่นี่ทุกวันก็ต้องมีโอกาสเจอมากกว่าผมอยู่แล้ว ผมนี่โง่จริงๆเลย!
“เค้า...” ผมพยายามคิดหาคำที่จะอธิบายรูปร่างลักษณะของนางฟ้าที่ผมเจอ แต่คิดอย่างไรก็คิดไม่ออก
...ขนาดหน้าผมยังจำไม่ค่อยได้เลย ขอสารภาพเถอะเพราะผมเมา แต่ถ้าจะให้พูดก็คงมีแต่ความรู้สึก...ว่าเธอสวยมาก...เธอคุยสนุก แต่ก็มีดวงตาแสนเศร้า ร้อนแรงจนทำเอาผมเกือบละลาย...เธอน่าหลงใหล เธอน่าค้นหา เธอทำเอาผมคลั่ง!
“ว่าไงล่ะ?” จุนซูเร่งเร้า
“เค้า...เป็นคนสวย...” ผมนึกออกแค่นี้จริงๆครับท่านผู้อ่าน จุนซูถลึงตา
“โจทย์ง่ายเนอะยุนโฮ แต่ฉันก็ตอบง่ายๆได้เหมือนกัน คนสวยในผับนี้ก็คงมีฉันคนเดียวนี่แหละ” นั่น...ทั้งผัวทั้งเมียหลงตัวเองเหมือนกันเลยครับ “เขาชื่ออะไรล่ะ?”
“ไม่รู้ดิ” ผมว่า
“ข้อสังเกตมีเพียงแค่ ‘เขาเป็นคนสวย’ เนี่ยนะ!?”
“ผิวขาวมากและเด้งเหมือนใช้โดฟ ผมยาวระต้นคอสีดำใช้แชมพูขจัดรังแคยี่ห้อเฮดแอนด์โชเดอร์สูตรผมดำเงางาม ตาโตสีดำใส่บิ๊กอายแต่แฝงแววเศร้า สูงประมาณ 175 เซนติเมตรแต่ไม่ถึง 180 ใส่เสื้อคอกว้างเห็นไหปลาร้า ลีลาบนเตียงได้เต็มสิบ เด็ดและร้อนแรง…อ้อ แล้วเป็นผู้ชายนะ”
“นี่มีอะไรกับเขาแล้วแต่ไม่รู้ชื่อเขาเรอะ!?” จุนซูแว้ด
“เอาน่าอย่าถาม” ผมปัด
“เออ เท่าที่นายพูดมาฉันยังนึกไม่ออกเลย แต่เอาเถอะ จะลองช่วยหาก็แล้วกัน” แล้วคนหน้าหวานก็เดินไป
เที่ยงคืนแล้ว ผมกำลังนั่งเล่นฝาเบียร์อยู่ดีๆ จู่ๆสายตาก็พลันไปพบกับใครบางคนเข้า
.......................นั่น!!!!!!
ผมทะลึ่งพรวดขึ้นจากเก้าอี้ ยูชอนเงยหน้าขึ้นมอง และเมื่อมองตามสายตาของผมไป ไอ้ยูชอนก็ทะลึ่งพรวดขึ้นมาเหมือนกัน
“โอ้วแม่เจ้า! คนนั้นเรอะ!?” น้ำเสียงมันฟังดูดีใจเป็นล้นพ้น คงดีใจที่จะไม่ต้องมานั่งเป็นเพื่อนผมอีกแล้วน่ะครับ
ผมพุ่งทะลวงฝ่าฝูงชนไปโดยไม่สนใจใครทั้งนั้นครับ ไอ้ยูชอนวิ่งตามมาติดๆ สถานบันเทิงแห่งนี้ยามดึกดื่นก็คลาคล่ำไปด้วยผู้คนเป็นที่นิยมไม่แพ้ที่อื่นๆ ผมแทรกร่างอ้วนๆของผมผ่านไปจนถึงหน้าเคาน์เตอร์...จุดที่ผมเห็นนางฟ้าของผมนั่งอยู่...ที่เดียวกับในคืนวันนั้นเลย แต่แล้วผมก็ต้องชะงักเท้า...
...เพราะนางฟ้าไม่ได้อยู่คนเดียว...
ยูชอนที่ตามมาติดๆชนแผ่นหลังผมเข้าอย่างจัง มันชะโงกหน้ามองข้ามไหล่ผมไปยังนางฟ้าเช่นกัน นางฟ้ากำลังนั่งคุยอยู่กับผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่ง ท่าทางหัวร่อต่อกระซิกและยิ้มแย้มแจ่มใสนั้นเหมือนกับตอนที่คุยกับผมไม่มีผิด ผมรู้สึกเจ็บแปลบแปลกๆในอก อยากจะเดินเข้าไปทักเธอเหลือเกิน แต่ก็ลังเลใจ ผ่านไปครู่เดียว นางฟ้าของผมกับผู้ชายคนนั้นก็ลุกขึ้น ผู้ชายคนนั้นวางเงินจำนวนหนึ่งเป็นค่าเหล้าไว้บนโต๊ะ ก่อนจะเดินกุมมือนางฟ้าพากันเดินออกไป พวกเขาเดินผ่านหน้าผมด้วยซ้ำ แต่นางฟ้าก็ไม่แม้แต่จะชายตา...ไม่มีทีท่าว่าจะจำผมได้...
...ผมแทบจะทรุดลงไปกองอยู่ตรงนั้น...
จนเมื่อพวกเขาเดินผ่านผมออกจากร้านไปนานแล้ว ผมก็ยังยืนตัวแข็งอยู่กับที่ ยูชอนเอื้อมมือมาตบไหล่ผมเบาๆเป็นเชิงให้กำลังใจ
“กรุว่า...เมิงตัดใจเสียแต่ตอนนี้เถอะ อย่างน้อยก็เป็น HIV แบบขำๆ เดี๋ยว HIV ของจริงถามหาจะไม่ขำนะเว้ย”
แต่คำพูดนั้นของไอ้ยูชอนพุ่งทะลุจากหูซ้ายออกไปสู่หูขวาของผมเรียบร้อย จบประโยคผมรีบวิ่งออกไปจากร้าน ยูชอนตะโกนแล้ววิ่งตามหลังผมมาติดๆ
มันเป็นแค่ความหวังลมๆแล้งๆว่านางฟ้าของผมอาจจะยังยืนอยู่หน้าร้านหรือแถวๆนั้นไม่ไปไหน...และมันก็เป็นแค่ความหวังลมๆแล้งๆจริงๆ ผมกวาดสายตาไปทั่วฟุตบาทริมถนน ก้าวขาจะวิ่งไปทางซ้าย แต่แล้วก็เปลี่ยนใจไปทางขวา วิ่งไปเรื่อยๆมองหาใครคนนั้นที่ผมเฝ้าฝันหามาทั้งอาทิตย์...
จนในที่สุดผมก็เหนื่อย...ผมหาเธอไม่เจอ ผมหยุดวิ่ง ก้มลงหอบหายใจ ความคิดฟุ้งซ่านตีกันในหัว...เธอเป็นใคร? การออกไปกับผู้ชายที่ไม่รู้จักเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเธองั้นเหรอ? ถ้างั้นเธอก็เป็นพวกชอบ One night stand แต่ผมไม่ใช่! ผมไม่เคยฟันใครแล้วทิ้ง การที่ผมมีอะไรกับเธอ เป็นเพราะผมตกหลุมรักเธอจริงๆแล้วเท่านั้น!
…จนบัดนี้ผมก็ยังพูดแบบนั้นได้เต็มปาก...
แล้วเธอล่ะ?...นางฟ้าคนนั้น...เธอไม่มีทีท่าว่าจะจำผมได้ด้วยซ้ำ...
...ผมก็คงจะเป็นเหมือนผู้ชายทั่วไปที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปสำหรับเธอ...
/////////////////////////////////////
วันนี้เป็นวันที่ 13 กุมภาพันธ์ครับ พรุ่งนี้เป็นวันวาเลนไทน์
คุณๆเดาถูกครับ ตอนนี้ผมอยู่ที่เดิม...ที่ผับแห่งนี้นั่นแหละ ยัง ผมยังไม่ล้มเลิกความตั้งใจหรอกครับ สปิริตผมมันแรงกล้านะจะบอก เมื่อวานผมแค่ตกใจเลยปล่อยให้นางฟ้าหลุดมือไปได้ แต่วันนี้ไม่แล้วครับ ผมเปลี่ยนยุทธวิธีใหม่แล้ว วันนี้ไม่ว่าจะเจอะกับอะไร ผมจะต้องเข้าไปคุยกับเธอให้ได้ครับ
ไอ้ยูชอนตกที่นั่งต้องมาเป็นเพื่อนผมอีกตามเคย แต่ถึงจะบ่นอิดๆออดๆมันก็บ่นไปงั้นแหละครับ พอบอกว่าผมจะเลี้ยงเหล้ามันทั้งคืนก็กระดิกหางระริกระรี้รีบมาทันทีเชียว ได้กำไรขนาดนี้ใครล่ะจะปล่อยให้พลาด? เหล้าก็ได้กินฟรี ได้นั่งดูจุนซูทำงาน อีกทั้งยังได้สาวๆ(และหนุ่มๆ)เป็นอาหารตาแถมอีกด้วย เป็นแบบนี้กันทุกคนแหละครับ
“เฮ้ยนั่น!” ไอ้ยูชอนเป็นคนเห็นนางฟ้าครับคืนนี้ เวรแล้วครับมาตรงเวลาจริงๆให้ตาย ผมใจเต้นไม่เป็นส่ำขณะลุกขึ้นยืน ไอ้ยูชอนเอื้อมมือมาตบบ่าผมให้กำลังใจอีกครั้ง
ผมเดินตรงดิ่งเข้าไปหาเธอเลยครับ เป็นตายร้ายดียังไงก็ให้มันรู้กันไป วันนี้เธอนั่งจิบค็อกเทลอยู่ที่เคาน์เตอร์คนเดียวเหมือนวันนั้น ผมนั่งลงบนเก้าอี้ว่างข้างๆเธอ
“หวัดดีครับ” ผมกลั้นใจทัก...ต้องใช้ความกล้ามากๆเลยนะครับท่านผู้อ่าน
นางฟ้าของผมหันมา “หวัดดีครับ” ฉีกยิ้มชวนเคลิ้มส่งมาให้ ใจผมแทบจะกระดอนออกมาอยู่นอกอก หรือว่าเธอจะจำผมได้? ผมจำไม่ได้ว่าผมเคยบอกชื่อเธอไปหรือเปล่า แต่อย่างน้อยก็ช่วยจำได้หน่อยเถอะ...เรื่องคืนนั้น...
...เพราะผมไม่อยากคิดเสียว่าฝันไป...
...แต่แววตาแสนเศร้าของเธอไม่ได้บอกว่าอย่างนั้นเลย...
“มาคนเดียวเหรอครับ?” เธอเริ่มก่อนเมื่อเห็นผมอึกอัก
“เปล่าครับ...มากับเพื่อน คุณล่ะครับ?” ผมรีบถามกลับทันที
“ผมมาคนเดียวครับ” นางฟ้าตอบพลางยิ้มบางๆอีกครั้ง...สวยมาก...สวยจริงๆให้ตาย ผมยอมตายตรงนี้จริงๆ หากเพียงจะได้สัมผัสเธออีกสักครั้ง... “งั้นดื่มหน่อยแล้วกัน” นางฟ้าชูแก้วค็อกเทลขึ้นชวนให้ชน ผมจึงยกขวดเบียร์ที่ถือติดมือมากระทบกับแก้วเล็กใบนั้น “สุดซอยนะ?” ก่อนจะกระดกแก้วดื่มรวดเดียวหมด
...เธอจำผมไม่ได้จริงๆ...
ความปวดร้าวแล่นเข้าจับขั้วหัวใจของผม รู้สึกว่าน้ำสีทองที่ล่วงผ่านลำคอลงไปมันขมและร้อนกว่าเดิมจนรู้สึกแปลก เมื่อผมดื่มจนหยดสุดท้ายและละขวดเปล่าลง ก็พบนางฟ้าที่ดื่มหมดไปนานแล้วนั่งยิ้มอยู่ข้างหน้า...
...อย่ายิ้มแบบนั้นจะได้ไหม? รู้ตัวไหมว่ารอยยิ้มนั้นมันใช้ฆ่าคนได้?...
...มันเป็นเชื้อไวรัสทำลายภูมิคุ้มกันหัวใจของผมเลยนะครับคนดี...
“ให้ผมเลี้ยงเหล้าคุณอีกแก้วนะ? เอาอะไรดี?” ผมรีบทำตัวมีมารยาททันที นางฟ้ายิ้ม
“ขอมาร์ตินี่”
ผมจัดแจงสั่งเหล้ากับบาร์เทนเดอร์และจ่ายเงินให้ แล้วผมก็กลั้นใจอีกครั้งเพื่อจะถาม
“เอ้อ...คุณชื่ออะไรครับ?”
นางฟ้าหัวเราะคิก ทำท่าครุ่นคิดก่อนตอบ “ปกติฉันไม่บอกชื่อจริงกับคนแปลกหน้าหรอกนะ...เรียนฉันว่า ‘ฮีโร่’ ก็แล้วกัน”
...ฮีโร่...
...ทำไมชื่อมันแมนงี้ฟระ!? (T,T)
“ทำไมถึงบอกชื่อจริงไม่ได้ละครับ?” หรือว่าชื่อจริงมันจะแมนกว่านี้? T^T
“อย่าเลย...มันอันตรายน่ะ” ฮีโร่ตอบพลางยิ้มกับมาร์ตินี่แก้วใหม่ อันตราย? อันตรายยังไงอ้ะ?
“ผมชื่อยุนโฮนะครับ” ผมรีบบอกนางฟ้าทันทีทั้งๆที่อีกฝ่ายไม่ได้ถาม แต่ผมจะบอกซะอย่างน่ะจะทำไม? ฮีโร่มองผมนิ่ง ก่อนจะยิ้มให้แล้วพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้
“พรุ่งนี้วันวาเลนไทน์ ฮีโร่ไปไหนหรือเปล่าครับ?” ผมเข้าประเด็นทันที นางฟ้าหัวเราะ
“มีธุระน่ะ” แต่ตอนตอบนี่เสียงเบาเชียว ผมชักใจแป้ว...หรือเธอจะมีใครแล้ว?... “…แต่คืนนี้ฉันว่าง...”
...คำตอบนั้นไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นเท่าไหร่ เธอเชื้อเชิญผมก็จริงอยู่ แต่ถ้าผมรับคำเชิญ...มันก็จะกลับมาอีหรอบเดิม...ผมจะเป็นแค่ผู้ชาย One night stand ของเธอ มีค่าแค่ชั่วข้ามคืน พอเช้า...เธอก็จากไป...จำหน้าหรือจำชื่อผมไม่ได้ด้วยซ้ำ...เธอทำแบบนี้กับผู้ชายมากี่คนแล้ว? ทุกคืนเลยหรือเปล่า?
ผมไม่อาจรู้ได้และไม่อยากจะรู้ด้วย ผมคิดว่าเธอคงเห็นผมเป็นของเล่น...ผู้ชายทุกคนในผับนี้ที่ออกไปกับเธอนั่นแหละที่เป็นของเล่น และผมไม่อยากจะเป็นอย่างนั้น!
คืนนี้ผมจะไม่พาเธอไปค้างที่ห้อง ผมจะไม่ทำอะไรเธอ แต่ผมอาจจะพาเธอขับรถเล่นทั่วกรุงโซล ไปดูพระจันทร์เต็มดวงที่ริมน้ำ ผมจะทำให้เห็นว่าผมแตกต่างกับผู้ชายคนอื่นๆที่เข้ามาในชีวิตเธอ และหวังว่าเธอจะเห็นว่าผมต่างด้วย...
...ผมอยากรู้ว่าเธอเคยคิดจริงจังกับใครไหม? ไม่ใช่ทำตัวเป็นคาสโนวี่แบบนี้ร่ำไป ผมอยากรู้ว่าเธอมองเซ็กส์เป็นแค่การสนองตัณหาเท่านั้นใช่ไหม? ไม่ใช่เป็นการแสดงออกของความรักอย่างที่ผมทำ...
...ถ้าผมอยากรักเธอ...เธอจะอนุญาตไหม?...
เรานั่งคุยกันจนผับปิด เธอชวนผมออกไปข้างนอก ผมก็ไปท่ามกลางสายตาเป็นห่วงของยูชอนและจุนซู ผมกำลังพาเธอเดินไปจนจะถึงรถอยู่แล้ว เมื่อเสียงใครโหวกเหวกตะโกนมา
“มันอยู่นั่นไง!!!”
ผมหันไปมองตามเสียงร้อง แล้วก็ตกใจเมื่อเห็นคนกลุ่มหนึ่งแต่งตัวเหมือนพวกมาเฟีย...ใส่สูทดำ แว่นดำ วิ่งตรงเข้ามาหาพวกเรา ในขณะที่ผมได้แต่ตกตะลึง ฮีโร่ก็คว้าแขนผมเหวี่ยงเข้าไปในรถสปอร์ตเปิดประทุนของผม เจ้าตัวกระโดดรวดเดียวไปนั่งปุลงบนที่นั่งข้างคนขับ ตอนนี้ผมยังตะลึงอยู่ แต่ไม่ได้ตะลึงกับพวกมาเฟียพวกนั้นหรอก ผมตะลึงในท่าเหวี่ยงตัวของนางฟ้าของผมต่างหาก
“ขับไปซี่!!!” ฮีโร่ตะโกนลั่น นั่นล่ะผมถึงได้สติ ไขกุญแจสตาร์ทรถและเหยียบคันเร่งออกไป เสียงโหวกเหวกโวยวายตะโกนตามมาข้างหลัง ผมมองกระจกส่องหลังและเห็นรถสปอร์ตสีดำมะเมื่อม 2-3 คันพุ่งตัวตามมาข้างหลัง ผมขับรถหลบหลีกรถคันอื่นๆบนท้องถนน ทันใดนั้นเสียงปืนดังขึ้น
“เฮ้ย!!!” ผมร้องลั่นเมื่อกระสุนเหมือนจะกระทบโดนกันชนรถทางด้านหลัง และยิ่งตาเบิกโพลงมากขึ้นไปอีกเมื่อนางฟ้าคนสวยของผมหยิบ short gun ออกมาจากเข็มขัดใต้เสื้อ
“Shit! ไม่คิดเลยว่าจะมาเจอพวกนี้เอาเวลานี้ ไม่งั้นจะเอาปืนกลมาด้วยแล้ว!” ฮีโร่สบถพร้อมกับยิงชอทกันเล็งไปที่รถคันข้างหลัง มันโดนกระจกหน้า แต่กระจกนั้นกันกระสุน
...เดี๋ยวก่อน...ปืนกลเรอะ!!!!!??? ฮีโร่ คุณเป็นใครกันแน่!!!!????
เสียงปืนดังสนั่นกว่าเก่าหลังจากฮีโร่ยิงสวนไป ผมรีบเหยียบคันเร่งเสียจมมิดตะบึงหนีไอ้พวกบ้าข้างหลัง ต่อให้ฮีโร่ไม่ต้องตะโกนบอกว่า ‘ขับไปเร็วๆซี(โว๊ยยยยย)!!!’ ผมก็รู้หรอกน่าว่าเมื่ออยู่ในสถานการณ์แบบนี้ควรจะทำยังไง!
“นี่เราจะไปไหนกัน!?” ผมก็ถามไปงั้นแหละครับ ไม่คิดว่าจะได้คำตอบหรอก
“ไม่รู้ แต่ถ้านายไม่เหยียบให้มิดล่ะก็นายกับฉันได้ไปนรกแน่!”
โอยยยย ดุจริงเลย...แต่หน้าอย่างคุณหรือครับจะไปนรก? สวยเหมือนนางฟ้าแบบนี้ยมบาลไม่ต้อนรับหรอก!
ไม่รู้เหมือนกันว่าทำยังไง แต่เล่นแมวจับหนูไปซักพักผมก็สลัดรถสามคันที่ขับตามมาไปได้...โหยยยย ฝีมือขับรถของผมก็ใช่เล่นนะเนี่ย แบบนี้น่าจะไปแข่งแกรนด์แสลม (มันเกี่ยวยังไง?) ผมค่อยๆชะลอรถเก๋งคันงามจอดลงริมแม่น้ำ...คืนนี้พระจันทร์เต็มดวงเสียด้วย โรแมนติคจริงจริ๊ง!
นางฟ้าของผมกำลังเช็คกระสุนและลำกล้องปืนอยู่ ผมมองเธออย่างเอ็นดู....................เอ็นดูป๊าน่ะสิครับท่านผู้อ่าน! เวลาคุณเห็นคนสวยถือปืนสิ่งที่คุณรู้สึกคือเอ็นดูงั้นเรอะ!!!!???
“ฮีโร่ครับ...พวกนั้นเป็นใคร?” คราวนี้หวังว่าจะได้คำตอบดีไหมนะ? ก็ขอหวังนิดเหอะนะ ไหนๆก็ตกกระไดพลอยโจนมาด้วยขนาดนี้แล้วก็ขอผมเสือกหน่อยเห๊ออออ!
“แก๊งค์มาเฟีย” นางฟ้าของผมยังคงเห็นปืนสำคัญกว่าหน้าหล่อๆของผม
“แล้วมันไล่ตามเราทำไมอ้ะ?” นั่น...ผมใช้คำว่า ‘เรา’ ครับ...Why did they chase us?... ‘us’ ครับ ‘us’ ขอผมมีส่วนร่วมหน่อยเห๊อะะะะะะะะ!
“เพราะฉันไปขโมยของพวกมันมา” ฮีโร่คนสวยของผมตอบหน้าตาย
ผมอ้าปากค้างเลยครับ...โอ้วววววววว เด็กผมแร๊งงงงงงง (เด็กแกเมื่อ?) ขโมยของใครไม่ขโมยไปขโมยของมาเฟีย มันคิดอะไรอยู่เนี๊ย!!!??
“กลับกันเถอะ” ฮีโร่ตัดบทเมื่อสำรวจความเรียบร้อยของ short gun แล้ว เธอเงยหน้ามองผม สายตาสีนิลนั่นทำเอาผมใจสั่น ผมกลืนน้ำลายเอื๊อก
“จะ...ให้ผมไปส่งที่ไหน...ครับ?” ถามตะกุกตะกัก ขณะที่ใจมันเต้นกะตึกกะตัก
“ห้องนายไง” นางฟ้าพูดหน้าตาเฉย
เอ้อ...เล่นงี้ไม่ขำนะครับฮีโร่ ตอนนี้ใจผมชักเต้นเป็นเสียงกะฉึ่กกะฉั่กเหมือนรถไฟแล้วครับ
“คุณ...ไม่กลับห้องคุณหรือครับ?” ผมลองถามดู แต่ฮีโร่กลับหัวเราะ คงขำหน้าตาเหวอๆของผม
“ฉันไม่มีที่อยู่เป็นหลักเป็นแหล่งหรอก อันตรายนะถ้าทำงานแบบนี้แล้วมีบ้าน”
“งานอะไรหรือครับ?” ผมทำตาโต สาบานได้ว่าผมยังไม่เก็ตจริงๆนะครับ ไม่ได้แกล้งโง่ แต่โง่จริงเลยครับ!
“นักปล้นไง” นางฟ้าของผมเฉลยให้ “นายไม่ควรรู้อะไรมากหรอก ไม่เป็นผลดีกับตัวเองแน่ เอาเป็นว่าคืนนี้ฉันจะนอนห้องนายโอเคไหม? และจะยอมทำทุกอย่างที่นายต้องการเลย...” เธอมองผมด้วยสายตายั่วๆ เล่นเอาผมต้องรีบเก็บน้ำลายอีกครั้งก่อนที่มันจะหกออกมาเผย DNA ให้ใครต่อใครเอาไปพิสูจน์
พอฟังคำพูดของฮีโร่ผมก็พอเข้าใจอะไรขึ้นมาแล้ว นั่นเป็นเหตุผลหรือเปล่าว่าทำไมเธอถึงต้องออกไปกับใครสักคนทุกคืน?
“แต่ปัญหาคือรถนาย...” นางฟ้าว่าต่อ “...เอามันเข้าอู่ให้หายไปจากท้องถนนสัก 2-3 อาทิตย์ก็ดีนะ ไม่งั้นถ้าไอ้พวกนั้นจำป้ายทะเบียนได้จะซวย”
“คุณไปขโมยอะไรมา?”
ฮีโร่หรี่ตา “มันไม่ใช่เรื่องที่นายจะต้องรู้หรอก...ฉันแค่ทำตามคำสั่งจากเบื้องบน ส่งของ แล้วรับเงิน ก็แค่นั้น” ผมอ้าปากจะถามต่อ แต่เธอก็ดักคอ “เลิกถามอะไรมากได้แล้ว เสียเวลาเปล่า แล้วนี่ก็ตีสามกว่าแล้ว ฉันง่วงจัง…”
ผมพาเธอกลับมาที่คอนโดของผม คิดในใจว่าพรุ่งนี้จะทำตามคำแนะนำของเธอที่ให้เอารถไปเข้าอู่ เมื่อถึงห้อง เธอก็หรี่ตากวาดสายตาไปรอบๆ
“ฉันเคยมาที่นี่หรือเปล่า?”
“ครับ” ผมตอบ รู้สึกใจแป้วเล็กๆทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าเธอไม่มีทางจำผมได้ ก็แน่ละ...ผมมันเป็นแค่หนึ่งในบรรดาผู้ชายไร้ค่าทั้งหลายที่เธออาศัยนอนด้วยเป็นค่าที่พัก...ก็แค่นั้น
ฮีโร่หันกลับมามองผม “เราเคยรู้จักกันหรือ?”
ผมกลั้นใจ “เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว…”
สายตาของเธอมีแววเสียใจ “ขอโทษที แต่ฉันจำไม่ได้” เธอก้าวขึ้นไปบนเตียง คุกเข่า ทำท่าจะถอดเสื้อ “อยากทำแบบคืนนั้นหรือเปล่าล่ะ?”
“ทำไมคุณถึงต้องนอนกับผู้ชายทุกคนที่คุณไปค้างด้วยล่ะ?” ผมถามขึ้นมาอย่างเหลืออด ฮีโร่จ้องมองผมงงๆ ผ่านไปครู่เธอก็ติดกระดุมเสื้อเม็ดที่เธอปลดออกมาแล้วกลับไปใหม่
“เทรดดิ้งไง…” เธอว่า “...พวกเขาให้ที่พักฉัน ฉันก็ให้ร่างกายกับเขา...”
“มันไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นรู้ไหม? ทำไมไม่ไปค้างโรงแรม คุณมีเงินไม่ใช่เหรอ?”
ฮีโร่ยักไหล่ “ฉันอาจจะขี้เหงาก็ได้...” เธอเอนหลังลงบนเตียงนิ่มของผม กลิ้งไปมา “...คนขี้เหงาที่มีคนรักไม่ได้...ไม่รู้นายจะเข้าใจไหม? ฉันแค่อยากให้มีใครกอดฉันทุกคืน ตื่นมายามเช้าก็ไม่รู้สึกว่าเดียวดาย...แต่คนแบบฉันมีชีวิตแบบนั้นไม่ได้ มันอันตรายเกินไป...แม้แต่ชื่อจริงๆของฉัน ฉันยังบอกใครไม่ได้เลย ดังนั้นฉันจึงไม่อยากจดจำใคร ผู้ชายทุกคนของฉันนั้นผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ฉันผูกพันกับใครไม่ได้ เพราะมันจะเป็นการทำร้ายเราทั้งคู่...ไม่ใช่ไม่อยากแต่ไม่ได้จริงๆ...”
ผมยืนนิ่ง
...นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้คุณมีแววตาแสนเศร้านั้นหรือเปล่าฮีโร่?...แววตาแสนเศร้าที่ทำให้ผมหลงใหล...แค่อยากมีชีวิตเหมือนคนธรรมดา แต่ก็มีไม่ได้...
แค่อยากมีคนรักเหมือนคนอื่นๆ แต่ก็รักใครไม่ได้...
...มันทำให้นางฟ้าคนหนึ่งมีแววตาที่เศร้าได้ขนาดนั้นเชียวหรือ?
“งั้นคืนนี้ผมจะนอนกอดคุณเอง” ผมเอ่ย ฮีโร่ลุกขึ้นนั่ง สีหน้าไม่ประหลาดใจเท่าใด เธอเริ่มถอดเสื้อ “คุณไม่ต้องถอดเสื้อหรอก” ผมรีบเบรก “ถ้าอยากอาบน้ำก็เชิญได้ตามสบาย แต่คืนนี้ผมจะนอนกอดคุณเฉยๆ ไม่ทำอะไรทั้งนั้น”
คราวนี้นางฟ้าทำหน้าประหลาดใจ แต่ก็ไม่ได้เอ่ยถามอะไร เธอรับคำเชิญด้วยการเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำ ปล่อยผมให้นั่งอยู่ที่เตียงคนเดียว
...ใช่...ผมจะไม่ทำอะไรหรอก...ไม่ถ้าหากเธอไม่ได้รักผม บอกแล้วใช่ไหมว่าการที่ผมมีเซ็กส์กับใครสักคนมันเป็นการแสดงออกของความรัก ถ้าหากเธอจะทำเพราะมันเป็นแค่ ‘เรื่องที่ต้องทำ’ สิ่งที่ผมทำลงไปก็คงไม่มีความหมายสำหรับเธอ และเธอก็คงไม่มีวันเข้าใจ...
ฮีโร่ออกมาจากห้องน้ำ ผมมองร่างเพรียวระหงในชุดคลุมอาบน้ำ(ของผม)ที่กำลังเช็ดผมที่เปียกปอนบนศีรษะด้วยผ้าขนหนูผืนเล็ก(ของผม) ผมเคยเห็นร่างนั้นในสภาพเปลือยเปล่ามาแล้ว และมันก็ทำให้ผมคลั่งได้จริงๆ แต่น่าแปลกที่คืนนี้ผมไม่รู้สึกอยากมีอะไรกับเธอ...แค่อยากจะโอบกอดเธอเอาไว้ในอ้อมแขน...ปลอบประโลมเธอ อย่างน้อยเธอจะได้ไม่เหงา และพบว่ามีใครคนหนึ่งอยู่ข้างๆเธอเสมอ เมื่อตื่นมาในยามเช้า...
...เธอจะไม่รู้สึกว่าเธอเดียวดาย...
“ฮีโร่...” ผมเรียกเธอขณะที่เธอซุกอยู่ในอ้อมแขนผม
“หืมม์?”
“ถ้าอยากได้คนนอนกอด มาหาผมก็ได้นะ ไม่ต้องไปนั่งคอยใครต่อใครอยู่ตามผับหรอก ที่ห้องๆนี้...มีที่ให้สำหรับคุณเสมอ...”
ฮีโร่เงียบไป
“คงไม่ได้หรอกยุนโฮ...เราจะผูกพันกันนะ” เสียงเธอแผ่วเบา
“จะกลัวทำไม?”
“ชีวิตนายจะเป็นอันตราย...”
“ผมไม่สน” ผมขัดขึ้น “ผมไม่สนหรอกว่าคุณเป็นใคร ว่าคุณทำงานอะไร ผมแค่อยากจะรักคุณ และก็ไม่สนด้วยว่าคุณจะอนุญาตหรือไม่!”
“ยุนโฮ...เรารักกันไม่ได้!” ถึงจะเบาแต่เสียงเธอก็แข็งกว่าเดิม
“ผมขอเบอร์โทรศัพท์คุณได้ไหม?” นับว่าผมตัดสินใจแน่วแน่พอดูที่ขอออกไปแบบนี้ ฮีโร่นิ่งเงียบ
“ไม่ได้...”
“หรืออย่างน้อยคุณก็เอาเบอร์ผมไว้ แค่เผื่อเฉยๆก็ได้”
คราวนี้ฮีโร่ไม่ตอบจริงๆ
ผมจึงถือว่าความเงียบคือคำอนุญาต เธอวางโทรศัพท์ไว้ที่หัวเตียงก่อนนอน ผมจึงคว้ามันมาถือไว้
“ฉันจัดการเอง!” นางฟ้าไม่ยอมให้ผมแตะเลยครับ เธอคว้ามันไปจากมือผม กดปลดล็อคซึ่งคงต้องใช้พินอะไรซักอย่าง ผมกระซิบบอกหมายเลขโทรศัพท์ของผมให้ที่ข้างหูของเธอ เธอกดอะไรยิกๆ ไม่ได้เห็นจังๆว่าเธอกดเบอร์ผมจริงหรือเปล่า แต่ก็หวังว่าคงจะเป็นเช่นนั้น...
เช้าวันต่อมาเมื่อผมตื่นขึ้น...เช่นเดิม...เธอหายไปแล้ว...
///////////////////////////////
วันนี้วันวาเลนไทน์ครับ
ให้ทายว่าผมอยู่ที่ไหน..........................ปิ๊งป่อง! ถูกอีกแล้วครับ ในชอทฟิคเรื่องนี้มันจะมีที่ไหนให้ผมสิงเล่าครับนอกจากผับเจ้าเก่าแห่งนี้? อะไรนะครับ? คุณถามว่าผมไม่เบื่อบ้างเหรอ? ตอบตามตรงผมก็เบื่อนะครับ แต่ให้ทำไงได้ล่ะครับ ก็มันเป็นที่เดียวที่ผมจะได้เจอนางฟ้านี่
วันนี้ผมมาคนเดียวครับ คนอื่นๆไปไหนน่ะเหรอ? ไอ้พวกมีคู่มันก็ไปฉลองวาเลนไทน์กันน่ะสิครับ! พี่ฮีชอลไปกับซีวอน ส่วนยูชอนก็หายไปกับจุนซู โทรหาใครไม่มีใครรับสักคน คงจะกก...เอ๊ย! เดทกันอยู่ละมังครับ เอาเถอะ ผมก็ไม่อยากจะกวนพวกมันสักเท่าไหร่หรอก วันนี้วันแห่งความรักนี่ครับ ก็ปล่อยให้พวกเขาฉลองกันไปเถิด ส่วนผมน่ะเหรอ? ก็ปล่อยผมไว้ตรงนี้เถอะครับ คนมีคู่คงไม่รู้หรอก...
ในผับวันนี้คนก็ไม่ได้น้อยเลยนะครับ บรรดาคนไม่มีคู่ทั้งหลายต่างก็ยกโขยงมาฉลองกันเป็นกลุ่มๆ ผมมองใครต่อใครที่เริ่มเมาแล้วก็ใจชื้นครับ ออกจะขำไปกับเขาด้วยเวลามีใครเมาแล้วเล่นตลกให้ดู
ห้าทุ่ม โทรศัพท์มือถือผมก็ดังขึ้น ตอนแรกคิดว่าจะเป็นพี่ฮีชอลหรือไม่ก็ไอ้ยูชอน แต่เมื่อมองเบอร์ที่ขึ้นอยู่บนหน้าจอ...เอ...เบอร์ไม่คุ้นเลยแฮะ
“ฮัลโหล”
“ฮัลโหล”
โอ้วววววว คำภาวนาของผมเป็นจริงแล้วครับ ผมแทบจะกระโดดทันทีที่ได้ยินเสียงจากปลายสายที่ตอบกลับมา...เสียงของนางฟ้า!
“ฮีโร่ คุณอยู่ไหน?”
“แล้วนายอยู่ไหนล่ะยุนโฮ?”
“ที่ผับครับ”
“เหรอ?...” เขาเงียบไป
“ฮีโร่จะมาไหม?” ผมกลั้นใจ
“นายไม่ได้ฉลองวาเลนไทน์กับใครอยู่งั้นเหรอ?” ปลายสายถามเสียงเล็ก
“ไม่เลยครับ ผมอยู่คนเดียว”
“งั้นเหรอ?” เงียบไปอีก
“เบอร์นี้เบอร์ของฮีโร่ใช่ไหม? ผมเมมไว้นะ” ผมหมายถึงเบอร์ที่ปรากฏบนหน้าจอตอนโทรเข้ามา
“อือ...ตามใจ”
คำตอบของนางฟ้า...แค่กระโดดคงไม่พอ ต้องออกไปเต้นท่าชูศรีเลิฟเวอร์โชว์หน้าผับแล้วล่ะครับงานนี้!
“ฮีโร่จะมาเมื่อไหร่ครับ?”
“...อีกครึ่งชั่วโมงคงถึงมั้ง”
“...นี่ฮีโร่...”
“หืมม์?”
“ชื่อจริงของคุณคืออะไรหรือครับ?”
นางฟ้าเงียบไปนาน จนผมคิดว่าเธอคงไม่ตอบ แต่กระนั้นปลายสายก็ยังคงไม่ตัดไป เสียงอึกทึกครึกโครมของดนตรีในผับที่ดังสนั่นอาจจะทำให้ใครต่อใครต้องตะเบ็งเสียงคุยกันกว่าจะได้ยิน แต่เชื่อเถอะ ผมได้ยินคำตอบที่ตอบกลับมานั่น...ชัดเต็มสองหูเลยทีเดียว...
“แจจุง.........คิม แจจุง...........”
...ใครบางคนบอกผมว่า(ได้ข่าวว่าพี่ฮีชอล) อาการตกหลุมรักเป็นเชื้อไวรัสชื่อ Heart Immunodeficiency Virus ที่จะทำลายภูมิคุ้มกันหัวใจของผม ทำให้ผมจิตใจอ่อนแอ และใครบางคนก็บอกผมว่า(ได้ข่าวว่าซีวอน) ภาพแสกนสมองของคนที่กำลังตกอยู่ในห้วงรัก ไม่ต่างไปจากภาพของสมองตอนที่ร่างกายกำลังทรมานเพราะแรงขับตามธรรมชาติทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น ความหิว กระหายน้ำ หรืออยากยาเสพติด และนำไปสู่อาการที่ไม่ต่างไปจากผู้ป่วยโรคจิต ตั้งแต่กลัวอย่างไร้เหตุผล ความจำเสื่อม และการย้ำคิดย้ำทำ…
…คงไม่ได้มีแค่ผมคนเดียวหรอกที่มีอาการแบบนี้ ใช่ไหมครับ?...อาการทุรนทุรายเพราะความหิว กระหายน้ำ หรืออยากยาเสพติด ย่อมต้องได้รับการตอบสนองเพื่อให้มันหายไป อาการตกหลุมรักก็เช่นเดียวกัน...
...ผมไม่สนหรอกว่าการได้รักคุณจะเป็นเรื่องอันตรายกับชีวิตตัวเองแค่ไหน ในชีวิตนี้คุณอาจไม่เคยคิดจริงจังกับใคร แต่ลองเปิดใจรับผมเข้าไปหน่อยได้ไหม?
จอง ยุนโฮคนนี้พร้อมจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอ คุณไม่จำเป็นจะต้องหาผู้ชายหน้าใหม่ไปแก้เหงาทุกวัน เพราะผมจะอยู่ตรงนี้เสมอหากคุณต้องการ...
...ผมถือว่าบทสนทนาเมื่อครู่เป็นคำอนุญาตจากคุณจะได้ไหม?...คำอนุญาตที่จะให้ผมรักคุณได้ ผมไม่รู้หรอกนะว่าวันนี้ทั้งวันคุณไปไหนหรือทำอะไรมา แต่นี่ก็ยังไม่หมดวันนี่นา...อีกหนึ่งชั่วโมงถึงจะเที่ยงคืน วันนี้ยังเป็นวันวาเลนไทน์อยู่นะครับ...
...สุขสันต์วันแห่งความรักนะครับแจจุง...
The End
Talk
มันลงฟิครวดเลยทีเดียวหลังจากหายหัวไปนานถึง...ครึ่งปี!!! T^T ตกใจเหมือนกันเมื่อเปิดมาแล้วเห็นว่าบลอกอัพเดทครั้งสุดท้ายเมื่อเดือนมกรา...6 เดือนเลยหรือนี่? จริงๆฟิคเราก็แต่งเรื่อยๆนะ (เรอะ?) แต่ละตอนอาจจะคลอดช้านิดนึง (ไม่นิดล่ะ) แต่หลังๆมานี่ exteen มีปัญหา รำคาญมากแก้ธีมก็ไม่ได้ ก็เลยปล่อยมันร้างงั้นซะเลย (ขอโทษด้วยนะค๊าถ้ามีใครเข้ามาแล้วไม่มีการอัพเดทอะไรเลยค่ะ ฮือๆ T^T เจ้าของบลอกอยากแก้ธีมใจจะขาดแต่มันแก้ไม่ได้ง่ะ ไม่อยากย้ายซะด้วย)
ช่วงนี้เราไม่ได้แต่งฟิคดงบังเลยอ่ะ กะว่าจะแต่งฟิค SJ ให้จบซักเรื่อง แต่ก็ดูเหมือนจะใช้เวลานาน (มาก) ก็เลยเอาฟิคสั้นดงบังมาลงให้จักหน่อยเปลี่ยนบรรยากาศ ความจริงเรื่องนี้ (HIV) เราแต่งไว้นานแล้ว บางคนคงเคยอ่าน เขียนลงในโปรเจค Rally Valent ที่เป็นรวมเล่มฟิค Valentine ของดงบังจากนักเขียนหลายๆคน เราไม่เคยเอาลงบอร์ดหรือบลอกที่ไหนเลย ก็ถือโอกาสเอาลงตอนนี้ไปเลยละกันเนาะถึงจะไม่ใช่เทศกาลวาเลนไทน์ก็ตาม
ใครที่หลงเข้ามาในบลอกเรา อ่านฟิคเรื่องไหนไปก็เมนต์กันหน่อยนะค๊า~ ถ้าเป็นฟิคยาวก็เมนต์รวมๆก็ได้ไม่ว่ากันค่ะ แสดงตัวให้รู้ว่าบลอกเรามันไม่ร้างขนาดนั้นสักหน่อยละกันเนอะ (หรือมันจะร้างจริง? อีเจ้าของยังไม่สนใจเลย 555+)
ยังไงก็อ่านฟิคให้สนุกนะคะ
edit @ 17 Jun 2008 04:30:19 by Dakki

กุชอบเีรื่องนี้นะ
เป็นเรื่องสั้นที่จบแบบไม่สั้น 5555555
อารมณ์ว่า "เฮ้ย จบแล้วหรอวะ" "จบง่ายๆงี้เลย ????"
เรื่องธีม
ฉันว่าลองส่งถามหาเว็บมาสเตอร์อีกคนดีกว่า
#1 By Luscinia on 2008-06-10 07:15