RAD Project Fiction :: Dakki


Title: Ampere and My Revolver #1#
Author: Dakki
Category: Action, Comedy, Romance
Pairing: Yun/Jae Feat. Mic/Xiah
Rate: PG-13 (This part)

 

Author’s Note: อันยอง~ รู้สึกตัวเองหายไปจากวงการฟิคยุนแจนานเหลือเกิน เป็นปีแน่ะ พอกลับมาก็โดนลากเข้าโปรเจคเลยแหะ

อันนี้เป็นตัวอย่างฟิคตอนแรกของ Ampere and My Revolver 1 ใน 3 ฟิคของ RAD Project ถ้าใครยังไม่รู้ว่า RAD Project คืออะไร? ก็ที่นี่เลยค่า

http://radproject.exteen.com/20081122/welcome-to-rad-project

และ

http://radproject.exteen.com/20081201/rad-project-vol-1

เอารูปปกและรูปบลอกมาแปะให้

อันแรก ปก R: Ratafia de Paris แต่งโดย Aommie Ryorichan เจ้าแม่ความหื่นที่คราวนี้จะเจาะลึกกันเข้าไปในเมืองสุดโรแมนติกอย่างปารีส

ปก A: Ampere and My Revolver โดย Dakki ฟิคโหด มันส์ ฮา ดิบ เถื่อน ที่ทุกท่านสามารถอ่านตัวอย่างกันได้ข้างล่างนี้

และสุดท้าย ปก D: Devil Touch the Sky โดย Redsun ผลงานแนวใหม่ที่เต็มไปด้วยเสียงดนตรี เพลงร็อค ความฝัน ปีศาจ เซ็กส์ นางฟ้า (อะไรของมัน?) และความแรด...ของตัวละคร

 

รูปบลอกนะคะ

ต่อไปนี้จะเป็นตัวอย่างของ Ampere and My Revolver นะคะ

เราจะลงตอนแรกเป็นตัวอย่างเพียงตอนเดียวเท่านั้น ชอบไม่ชอบยังไงก็ลองเมนต์กันมาได้น้า ส่วนเรื่องเต็มต้องติดตามในรวมเล่มของ RAD Project จ้า

ไปอ่านกันเลย

 

 


[TVXQ Fic] Ampere and My Revolver #1#

 

 

 

“ไอ้เชี่ยยูชอน!...” เสียงโหวกเหวกของคังอินแว่วมาตามสาย เขาต้องโก่งคอตะโกนออกไปเพราะแบคกราวน์ซึ่งเป็นเสียงเพลงดังสนั่นในผับแทบจะกลบเสียงหล่อสำนวนไพเราะของเขาไปหมด “...เมื่อไหร่เมิงจะย้ายตูดกลมๆของเมิงมาที่นี่สักที!?”

“ใจเย็นดิวะ กุกำลังไปน่า!” ยูชอนตอบพลางจัดแจงเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างเร่งด่วนให้เหมาะกับการไปเที่ยวไนต์คลับ

“เมิงว่าอะไรนะ!?” คังอินตะโกนถามกลับมา เสียงเพลงในผับดูเหมือนจะดังขึ้นอีก

“กุบอกว่า กุกำลังจะไป!” ยูชอนตะเบ็งเสียงใส่โทรศัพท์มือถือ “อีกสิบนาทีถึงเว้ยไอ้หูหนวก!”

“เออๆ” คังอินว่าและไม่ลืมกำชับเพื่อน “อย่าลืมล็อคประตูบ้านด้วยนะโว้ย! เมิงน่ะชอบลืมประจำ ดีที่ขโมยมันไม่เข้ามายกเค้าบ้านเราไปแล้ว!”

“เออกุรู้น่า! ไม่ลืมๆ” ยูชอนตอบปัดๆขณะใช้เจลแต่งผมตัวเองไปด้วย

“เออ งั้นแค่นี้นะ มาเร็วๆล่ะเดี๋ยวสาวๆแถวนี้โดนกุสอยไปหมด ไม่เหลือให้เมิงนะเว้ย!” ยูชอนอ้าปากจะเถียงกลับ แต่คังอินกลับวางหูใส่เขาเสียดื้อๆ เด็กหนุ่มยักไหล่พลางจัดแจงเซตทรงผมตัวเองต่อ ดูๆไป...วันนี้เขาหล่อกว่าปกตินะเนี่ย!


“ไอ้เชี่ยยูชอนมันว่าไงว้าฮ๊า~?” ฮีชอลล็อกคอคังอิน ตะเบ็งเสียงถามด้วยน้ำเสียงเริ่มเมานิดๆเมื่อคังอินวางโทรศัพท์ไปแล้ว แม้เสียงเพลงจะดังแสบแก้วหูไปหมด แต่เสียงร้องแรกแหกกระเฌอของฮีชอลเล่นเอากระดูกค้อนทั่งโกลนของคังอินพร้อมใจกันเต้นระบำเป็นจังหวะฮี๊เหาะ

“มันบอกอีกสิบนาทีถึง และเมิงไม่ต้องตะโกนใส่รูหูกุก็ได้ กุได้ยินว้อย!”

“มันจะทำงานอะไรกันนักกันหนาว๊า? วันนี้วันส่งท้ายปีเก่านะเฟร้ย” ฮีชอลออกความเห็นพลางยกแก้วเหล้าของตัวเองขึ้นจิบทั้งๆยืนโยกไปเยกมา

“โปรเจคมันส่งวันที่ 9 นี้นี่ อาจารย์แม่งก็โหดจริง กะไม่ให้เด็กเที่ยวเลยรึไงปีใหม่ทั้งที”

“ถึงงั้นก็เหอะ ไอ้เชี่ยยูชอนมันจะขยันไปทำไมว๊าฮ๊า? ทำไปคะแนนก็ไม่ดีขึ้นหรอก!” ฮีชอลแหวก่อนจะจิบเหล้าจนหมดแก้ว


“ฮัดเช้ย!” ยูชอนจามเสียงดัง มือซ้ายยกขึ้นขยี้จมูกพลางสูดน้ำมูกฟุดฟิด...ไอ้พวกนั้นมันต้องนินทากุแน่นอน ไม่ไอ้คังอินก็อีเจ๊ฮีชอล...รายหลังนี่ตัวดีนัก ชอบกัดชาวบ้านเขาไปทั่ว พนันกันก็ได้ว่าเจ๊จะต้องพูดถึงเขาประมาณว่า ‘มันจะอยู่ที่แล็บดึกดื่นทำไมให้เสียเวลากินเหล้า?’ หรือ ‘ขยันไปก็เท่านั้น คะแนนก็เท่าเดิมอยู่ดี’…

…พูดก็พูดเถอะ เขาต้องยอมรับว่าคำพูดของฮีชอลมันถูกทุกทีสิน่า! T^T

ยูชอนเดินออกจากบ้าน กระชับผ้าพันคอผืนนุ่มป้องกันอากาศหนาววันสิ้นเดือนธันวาคมและไม่ลืมล็อคประตูบ้านตามที่คังอินกำชับมา...
//////////////////////////////////

“ชางมินกับทงเฮ ฝากปิดร้านด้วยนะไอ้น้อง”

ชินดงตะโกนมาจากทางด้านหน้าร้านอาหาร เกือบตีหนึ่งแล้ว เหลือชางมินกับทงเฮทำความสะอาดร้านกันอยู่สองคน วันนี้ร้านปิดดึกกว่าทุกวันเพราะเป็นวันสิ้นปี แขกเหรื่อจึงเพิ่งทยอยกันออกไปเมื่อหลังเที่ยงคืนไปแล้วนั่นแหละ ยังดีที่ส่วนครัวถูกทำความสะอาดไว้ล่วงหน้าเพราะอาหารเลิกเสิร์ฟไปตั้งแต่ห้าทุ่มแล้ว ที่เหลือจึงมีเพียงล้างถ้วยชาม เช็ดโต๊ะและกวาดพื้นเท่านั้น

“คร๊าบบบ” ชางมินส่งเสียงกลับไป ความจริงก็เหลืองานเพียงไม่มาก เขากับทงเฮทำกันสองคนสัก 15 นาทีก็เสร็จ พวกพี่ๆคนอื่นๆคงอยากรีบไปเที่ยวกลางคืนกันเต็มแก่ ถ้าดึกกว่านี้คงกลัวจะเมาไม่ทันชาวบ้าน

“ทำงานเสร็จไปสำราญร้านไหนกันดี?” ทงเฮเอ่ยถาม นี่ก็อีกคนท่าทางจะอยากเที่ยวเนื้อตัวสั่น ติดอยู่ที่ว่ามันกับเขาเป็นเด็กหน้าใหม่ต้องอยู่จนปิดร้านทุกทีกระดิกไปไหนไม่ได้

“เพื่อนฉันอยู่ร้าน Jet กัน จะไปด้วยกันไหมล่ะ?” ชางมินเสนอ ทงเฮหน้าระรื่นขึ้นมาทันที ท่าทางส่ายตูดยืนเกาะไม้ถูพื้นนั่นอย่างกับลูกหมาอ้อนตีน

“ไปดิไป” ส่งเสียงแบบที่คิดว่าน่ารักน่าเตะ ชางมินพยักพเยิดไปที่ไม้ในมืออีกคน

“ถูพื้นให้เสร็จก่อนเถอะน่ะนายน่ะ!”


15 นาทีผ่านไปไวเหมือนโกหก งานทำความสะอาดของชางมินกับทงเฮก็...ยังไม่เสร็จT^T ดูเหมือนมันจะเยอะกว่าที่ทั้งสองคิดไว้เล็กน้อยโดยเฉพาะเมื่อทงเฮเอาแต่แด๊ดไปแด๊ดมา ถูพื้นก็ทำอย่างกับกำลังเต้น ล้างแก้วก็ทำอย่างกับกำลังดริ๊งค์เสียเองอย่างนี้...แต่เอาน่า อีกไม่เกิน 15 นาทีก็น่าจะเสร็จ...ชางมินปลอบใจตัวเอง

“อยากไปเที่ยวโว้ย!!!” ทงเฮร้องออกมา ชางมินได้แต่ถอนหายใจ

“นายก็ทำงานเหมือนกำลังอยู่ในดิสโก้เทคอยู่แล้วนี่ แล้วทำแบบนี้เมื่อไหร่มันจะเสร็จล่ะวะห๊ะ!?”

ผ่านไปอีก 15 นาทีทุกอย่างก็ดูเหมือนจะเรียบร้อย ทงเฮที่ดูร่าเริงยิ่งกว่าเดิมรีบเปลี่ยนเสื้อผ้า กระโดดเกาะแขนชางมิน

“ไปเที่ยวๆๆๆๆ แต่งตัวเร็วๆสินาย เดี๋ยวเมาไม่ทันคนอื่นนะเว้ย!” ปลาน้อยเร่ง

“เออๆๆ” ชางมินรับคำส่งๆ กวาดตามองความเรียบร้อยรอบร้านอีกครั้ง ก่อนจะคว้ากุญแจแล้วเดินออกไปพร้อมกับทงเฮ

“เฮ้ย!”

ทงเฮอุทานออกมาอย่างประหลาดใจปนตกใจ ชางมินมองตามสายตาของปลาน้อยแล้วก็แสดงทีท่าไม่สนใจ

“แค่คนเมาน่ะ อย่าไปยุ่งเลย” มองจากสภาพเด็กหนุ่มที่เหมือนกำลังหลับทั้งๆที่นั่งพิงผนังหน้าร้านอยู่บนฟุตบาทชื้นแฉะ ชางมินก็ตัดสินได้ว่าคงเป็นเด็กวัยรุ่นขี้เมาสักคนทันที เด็กหนุ่มร่างสูงปิดประตูร้านอาหารชื่อดังก่อนจะล็อกกุญแจ ทงเฮผละจากการเกาะแขนเขาแล้วเดินไปด้อมๆมองๆผู้ชายที่นั่งคอพับหลับเป็นตายคนนั้น “ทงเฮ อย่าไปยุ่งเลยน่า! เดี๋ยวมันก็ตื่นมาจี้นายหรอก” ชางมินขู่

“ชางมิน...” ทงเฮร้องเรียกเบาๆ ชางมินสังเกตได้ว่ามีแววหวาดกลัวอยู่ในน้ำเสียงนั้น เขาจับได้ถึงความผิดปกติทันที

“มีอะไรทงเฮ?” ก้าวยาวๆไปหา แต่เสียงของทงเฮมาเร็วกว่า

“เขาเลือดออกด้วยล่ะ...”

ชางมินเดินไปถึงและเห็นเหมือนที่ทงเฮเห็น...เด็กหนุ่มคนนั้นเลือดออกโซ่ก เหมือนจะมีแผลที่ศีรษะด้วย ชางมินตกใจ นั่งลงพลางควานหาชีพจรที่ข้อมือของชายคนนั้น

“ชางมิน...เขาตายหรือยัง?” ทงเฮเอ่ยถามเสียงแหบแห้ง แววหวาดกลัวปรากฏชัดบนใบหน้าหวาน ชางมินไม่ตอบ เอาแต่ควานหาชีพจรง่วนอยู่ “...ชางมิน...”

“ทงเฮ โทรเรียกรถพยาบาลเร็ว!” คนร่างสูงร้องอย่างร้อนรน “เร็วเข้าทงเฮ เขายังไม่ตาย!”
/////////////////////////////////////

“เอ้ามาชนกันอีกสักรอบซิ ชนๆ แฮปปี้นิวเยียร์!!!”

ฮีชอลชูแก้วเหล้าของตัวเองไล่ชนกับชาวบ้านเขาไปทั่ว

“เมาแล้วเหรอเมิง?” ยูชอนเอ่ยถาม ความจริงก็เห็นตั้งแต่เพิ่งมาถึงร้านแล้วล่ะว่าท่าทางมันจะนำหน้าเขาไปหลายกิโลฯ แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะไปไกลยิ่งกว่า

“เมาบ้าเมาบออะราย? คนอย่างคอลฮีชิมเนี่ยนะจะเมา? ดูถูกกันไปป่าวว๊าฮ๊าไอ้หนูผี?” พูดไปก็เอาศอกกระทุ้งอีกคนไป “มาๆมาจิบเหล้ากัน” ว่าแล้วก็ยกซด นั่นแหละ ‘จิบ’ ของคอลฮีชิมเค้าล่ะ เมาไม่เมาไม่รู้แต่เรียกชื่อตัวเองยังไม่ถูกเลย

“อ้าอร่อย~” จิบเสร็จก็หันไปถามลีทึกที่อยู่ข้างๆ “ไอ้ลีทึก นี่มันกี่โมงแล้วว๊า?”

“ตีสองเองอีเพื่อน” ลีทึกตอบเมาๆ

“เฮ้ยจริงอ่ะ? กุต้องไปล่ะ” อยู่ๆฮีชอลก็เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้

“หา? ไปไหนวะ?” ยูชอนถามงงๆ

“กลับบ้าน วันนี้อยู่ดึกไม่ได้ พรุ่งนี้มีประชุมงานกลุ่มตอนเช้า” เหมือนบังคับได้ บทจะสร่างเมาก็สร่างเมาทันที

“อ่าวเชี่ยนี่! กลับด้วยกันดิวะ บ้านเมิงก็บ้านกุนั่นแหละจะแยกกันกลับทำไม?” เพราะบ้านหลังนั้นยูชอนเช่าอยู่กับฮีชอล คังอิน และยังมีลีทึกอีกคน

“พวกเมิงไม่กลับกันเร็วๆนี้แน่กุรู้ จะอยู่กันยันตะวันโด่งล่ะไม่ว่า”

“ถ้าใช่แล้วไงวะ? เมิงก็ไม่ต้องนอนสิ พอเช้าค่อยไปประชุม” ยูชอนเสนอ

“แล้วกุจะประชุมเป็นภาษาคนกับเขารู้เรื่องไหมไอ้หนูผี!? ไม่เอาล่ะกุจะกลับบ้าน”

“แล้วเมิงกลับเองได้เหรอเนี่ย?”

“เออกุไม่ได้เมาหรอกน่า!”


ด้วยแท็กซี่ตีนผีที่ขับอย่างกับจะรีบไปส่งเมียคลอดลูก ใช้เวลาเพียงสิบนาทีฮีชอลก็ถึงบ้าน จะบอกว่าไม่เมาเลยก็ไม่ถูกนักเพราะเขาก็รู้สึกมึนเล็กน้อยถึงปานกลางและมากที่สุด ฮีชอลตะกายลงจากรถ เดินเซแถ่ดๆเหมือนนกปีกหักที่ไม่สามารถบังคับตัวเองให้เดินตรงได้ไปถึงประตูบ้าน ก่อนจะใช้เวลาเนิ่นนานควานหากุญแจในกระเป๋า

“อยู่ไหนของแม่งวะ!?” สบถเล็กๆกับตัวเอง เมื่อหามันเจอในที่สุดฮีชอลก็บรรจงเสียบกุญแจเข้าไปในรู...การณ์นี้ต้องใช้ความพยายามมากกว่าการเดินมาถึงบ้านเพราะสมองของเขามองเห็นรูกุญแจมี 3 รู เมื่อเสียบได้ในที่สุดฮีชอลก็บิดมัน

...ไม่มีเสียงคลิ๊กตามที่เขาคาด...

ไอ้ชิบหายประตูไม่ได้ล็อค!!!

เป็นความคิดแรกที่แวบเข้ามาในหัวฮีชอล วันนี้ไอ้ยูชอนมันออกจากบ้านเป็นคนสุดท้าย แล้วถึงแม้จะกำชับนักกำชับหนา หลายครั้งหลายคราแล้วที่มันลืมล็อคประตูบ้าน...ไอ้ควายนี่!!! ฮีชอลนึกด่ามันในใจ มือเรียวจัดการหมุนที่จับประตูช้าๆ ใจระส่ำเป็นตีกลองว่างวดนี้จะเฮงโดนขโมยขโจรขึ้นบ้านหรือไม่ ไฟที่หัวบันไดเปิดอยู่ หวังว่าคงไม่มีใครคิดจะเข้ามาหรอกนะ...

ฮีชอลก้าวเข้าไปในบ้าน

และไม่ต้องมองหาให้นานเลย เขาก็เจอสิ่งแปลกปลอม

“เฮ้ย!”

อุทานอย่างประหลาดใจ ที่เขาคาดว่าจะเจอโจรขโมยใส่ไอ้โม่งดำดักตีหัวสวยๆของเขานั้นผิดถนัด...ที่นั่งพิงผนังอยู่บนพื้นข้างประตู คือเด็กหนุ่มหน้าตาสะสวยน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับเขา ใบหน้าเนียนนั้นหลับสนิทมีผมเส้นละเอียดสีดำระหน้าผาก สิ่งผิดปกติอย่างเดียวในตัวชายหนุ่มคนนั้นก็คือเสื้อผ้าที่ดูเหมือนจะผ่านสมรภูมิมามิใช่น้อย

...นี่เราเมาจนเห็น the beast เป็น beauty หรือป่าววะ?

เพราะเรื่องนี้มันประหลาดสิ้นดี! มีชายหนุ่มหน้าตาสวยเข้ามาในบ้านเขา ขโมยของอะไรก็ไม่ขโมย แล้วยังจะมานั่งหลับอยู่ตรงนี้เนี่ยนะ!?

ฮีชอลขยี้ตา เด็กหนุ่มคนนั้นก็ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม

ฮีชอลนั่งยองๆ ใช้นิ้วเรียวจิ้มต้นแขนของอีกคน เด็กหนุ่มคนนั้นก็ยังคงไม่ขยับ

เขามั่นใจว่าสิ่งที่เขาเห็นไม่ใช่ภาพหลอน

“เฮ้ยนาย!” ฮีชอลเรียก ไม่มีเสียงตอบรับ

แวบหนึ่งฮีชอลคิดขึ้นมาว่ามันตายหรือยัง

ความคิดนี้ทำให้เขาผวา อยากจะโทรเรียกใครสักคนให้มันรีบกลับมา เพราะถ้ามีคนตายอยู่ในบ้านเขาคงไม่รู้สึกพิศวาสอยากจะอยู่กับศพคนเดียวเป็นแน่ ลังเลอยู่พักใหญ่ ฮีชอลก็ตัดสินใจจะลองเช็คชีพจรคนตรงหน้าดู

เมื่อพลิกแขนขึ้นมาก็ต้องประหลาดใจยิ่งกว่าเดิม

‘J-2601’ เป็นรอยสักสีดำสนิทเห็นเด่นชัดบนข้อมือขาวเนียน ฮีชอลขมวดคิ้วมุ่น เขม้นมองราวกับจะเข้าใจมันได้หากมองให้ทะลุ นี่มันอะไรกันว๊าฮ๊า!? เด็กหนุ่มหน้าสวยที่จู่ๆก็โผล่มากับตัวเลขบ้าบอบนข้อมือ...!?

ทันใดเด็กหนุ่มคนนั้นก็ขยับ

ฮีชอลสะดุ้งเกือบจะหลุดกรี๊ดออกมาเป็นภาษาฝรั่งเศส ร่างบางรีบปล่อยมืออีกฝ่ายถอยกรูดไปติดผนังอีกด้าน ดวงตาสีนิลที่เมาค้างอยู่เมื่อครู่ลืมโพลง อาการมึนหายเป็นปลิดทิ้งเมื่อสบเข้ากับดวงตาสีดำสนิทอีกคู่ที่ค่อยๆลืมขึ้นมาอย่างงุนงง

“คะ...คุณเป็นใคร?” เป็นคำถามแรกที่หลุดออกมาจากปากคนแปลกหน้า...กุน่าจะเป็นคนถามคำถามนั้นมากกว่าไอ้โจรหน้าสวย...ฮีชอลคิดในใจ...แต่คงไม่ผู้ดีขนาดเรียกเมิงว่า ‘คุณ’ หรอกนะ ฮีชอลขยับปากจะตอบ แต่ไม่ทันคำถามอื่นที่ยิงมาเร็วราวลูกกระสุน

“ที่นี่ที่ไหน?...” ถามมาได้ก็เมิงเปิดประตูเข้ามาเองอ่ะ ชายหนุ่มมองรอบตัวด้วยท่าทีตื่นๆ ก่อนจะเอ่ยคำถามสุดท้ายออกมา...คำถามที่เล่นเอาฮีชอลอึ้งกิมกี่...

“...แล้วฉันเป็นใคร?”

...ชิบหายแล้วไหมล่ะกุงานนี้!!!

 

 


To Be Continued

 

 

 

Talk:

มันก็...ประมาณนี้แหละ อิอิ

สำหรับเรื่องเต็ม ติดตามรายละเอียดการจองได้ที่

http://radproject.exteen.com/20081212/rad

เปิดโอนเงินแล้วนะคะ

แล้วเจอกันใหม่ค่า~

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เฮ้ออออ


หายไปนานเลยนะค่ะ


คิดถึงนะเนี่ยยยย


อยากอ่านฟิกของ DAKKI มากๆๆๆๆ


ชอบมากๆๆเลยอ่ะค่ะ

โดยเฉพาะฟิกแฮรี่อ่ะค่ะ


แต่งเก่งแล้วก็สุดยอดมากกกก


เมื่อไหร่จะแต่งฟิกแฮรี่อีกอ่ะค่ะ


ยุนแจก็อยากกอ่าน

555+ออกแนวโลภ


อยากได้ฟิกกกที่ทำเป็นแรดโปรเจ็ค


แต่จองไม่ทันนน


เสียดายยยย


#2 By arakanji (125.27.44.251) on 2009-01-15 21:09

อ่ะ สวัสดีค่ะ
แบบว่าอยากเมนท์ให้มากมายหลังจากที่อ่านฟิคจบไปแล้วสองเรื่อง

มัน....
.................
......................
.........................สุดยอดมาก!!!

สนุกสุดๆไปเลยล่ะค่ะ
เราขอพูดถึง My revolver ก่อนนะคะ เพราะว่าอ่านเป็นเล่มแรกเลย อิอิ
เรื่องนี้เราชอบตรงมี่พล็อตเรื่องแปลกดีน่ะค่ะ แจจ๋าของเราเป็ฯไซบอรืกด้วย อ่านดูแล้วในทั้งตื่นเต้น และลึกลับ(?) ตามความคิดของเราน่ะค่ะ แหะๆ
แต่เราชอบที่แจจุงเข้มแข็งและแข็งแรงแบบนี้น่ะค่ะ กรี๊ดๆ
ยิ่งฉากที่ต่อสู้กับจุนซูของเรา(เรอะ?) ยิ่งกว่าดูหนังจีนกำลังภายในอีกคร่า (เวอร์ได้อีก-*-...จริงๆน้า~~) แล้วตัวละครอย่างอีทึก พี่ฮี คังอิน และยูชอนน่ะ รั่วได้ใจเรมากมายเลย ฮ่าๆ ถึงจะปอดแหกไปนิสสส ...แต่ว่าก็ไม่ได้เลวร้าย อิอิ แต่ว่าเราว่าไม่ค่อยมีสวีทยูซูเลยอ่ะ แอบน้อยใจนิดๆ แหะๆ แต่ไม่เป็ฯไรค่ะ คิดไว้ว่าเรื่องหน้าต้องมีอย่างแน่นอน (มัดมือชกไปแล้ว ฮ่าๆ )

เอาล่ะ มาถึงเรื่อง ปารีส ...อ่านแล้วทำให้เราต้องกลับไปดูดีวีดีปารีสอีกรอบ ฮ่าๆ แบบว่าอินค่ะอิน ...ชอบตอนที่บรรยายว่าแจจุงแต่งตัวเหมือนตุ๊กตาอ่ะ...มันแบบว่าไม่ไหวแล้ว...น่าร้ากกกกกกกกก confused smile
แต่อ่านไปอ่านมาเริ่มสงสารยุนโฮอ่ะ ทุกข์ใจคนเดียวเลย แจจ๋าของเราน่ะ เข้มแข็งกว่าที่คิดนะ อยากให้บอกแจจ๋าบ้างว่าเกิดอะไรขึ้น ความคิดนี้มักจะแล่นเข้ามาในหัวบ่อยๆ ตอนที่ยุนไม่ยอมบอกซักที แล้วแจก็เอาแต่งอน เฮ้อ...งี้แหละน้า ความรัก (ฮ่าๆๆ) แต่ว่าอ่านแล้วเหมือนได้ไปอยู่ปารีสจริงๆนะ ความรู้สึกแบบที่...โรแมนติกๆน่ะ มันอบอวลอยู่ทั้งเรื่องเลย...ชอบตรงนี้จัง

ส่วนอีกเรื่องนึงของเรดซัน เดี๋ยวอ่านจบมาเมนท์ให้ฟังนะคะ (ขอโทดทีค่ะ แหะๆ อย่าโกรธกันเน้อออ...)sad smile

#3 By ::Aozora:: on 2009-03-02 12:12

จะอ่านฟิคร่ม!

#4 By ☆ KimYoonBe [KYB] ★ on 2009-03-27 17:40

ยังมีThe Five Secretsเหลือบ้างไหมอะคะ
อยากได้คะ ดีเลย์สุดๆๆๆ

นี่เมล์นะคะ
takamisawa_st@thaimail.com

#5 By takamisawa (58.8.136.154) on 2009-04-18 00:33

คิดถึงท่านdakkiกับparis moonlightก็เลยมาเยี่ยมค่า^______^

ไม่อัพนานเหมือนกันนะเนี่ย แฟนบล็อกคิดถึงแย่เลย5555

#6 By Giwi on 2009-04-22 22:45





ควรจะอัพฟิคร่มได้แล้ว....

#7 By ☆ KimYoonBe [KYB] ★ on 2009-04-23 17:57