Harry Potter Fan Fiction

Title: Paris*Moonlight: Special -1-: A Midwinter’s Night Dream
By : Dakki
Pairing : Harry Potter/Draco Malfoy
Style : Yaoi
Category : Romance/Mystery
Rate : PG-13 (This Part)
Disclaimer : ตัวละครทุกตัวที่ปรากฏในฟิคเรื่องนี้นำมาจากเรื่อง Harry Potter ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์ของ J.K.Rowling
Summary : แฮร์รี่ที่มาสืบราชการลับให้กับกระทรวงเวทมนตร์อังกฤษในฐานะมือปราบมาร พบกับมัลฟอยโดยบังเอิญที่นครปารีส แฮร์รี่สงสัยว่ามัลฟอยมาทำอะไรที่นี่ แต่ในขณะเดียวกันก็ดีใจที่ได้พบเพื่อน(ศัตรู)เก่า ในเวลาต่อมาพวกเขาพบกันบ่อยขึ้นเรื่อยๆทั้งโดยบังเอิญและโดยตั้งใจ และนั่น...ก็ทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งคู่ค่อยๆเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง... 
 
 
 
 
 

 
[Fic HP] Paris*Moonlight: Special -1-
A Midwinter’s Night Dream


 
 
แสงอาทิตย์สีส้มเพียงรางๆสาดส่องต้องท้องฟ้ายามรุ่งสางของนครปารีสที่ตอนนี้ค่อยๆแปรเปลี่ยนจากสีกรมท่า กลายเป็นเทา และก็คงจะเปลี่ยนเป็นสีฟ้ากระจ่างในไม่ช้า ดวงดาราสีขาวสว่างจุดเล็กๆที่พร่างพรายอยู่เต็มฟ้าเมื่อครู่บัดนี้กลับค่อยๆเลือนหายเมื่อผู้ยิ่งใหญ่กว่าโผล่พ้นขอบฟ้าทางทิศตะวันออกขึ้นมาและส่งลำแสงอันทรงพลานุภาพไปทั่วนภากาศ พระจันทร์เกือบเต็มดวงที่ยังคงลอยเคว้งอยู่ทางทิศตะวันตกก็ค่อยๆถูกแสงสว่างของสุริยันบดบังจนแทบจะกลืนไปกับห้วงอวกาศเบื้องหลังเช่นกัน ตึกรามบ้านช่องต่างๆในตัวนครต่างเริ่มดับไฟฟ้าที่เปิดสว่างจ้ามาตลอดทั้งคืน เพราะตอนนี้แสงสว่างตามธรรมชาติกลับมาทวงสิทธิ์นั้นของมันคืนแล้ว

ตึกสูงระฟ้าในเขต 3rd Arrondissement ที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของหอไอเฟลบดบังทัศนียภาพทำให้มองเห็นพระอาทิตย์ที่กำลังโผล่พ้นเส้นขอบฟ้าขึ้นมาได้ไม่เต็มดวง แต่ถึงกระนั้นมันก็ทำให้ภาพนี้สวยไปอีกแบบ อาคารใดที่ตั้งขวางทางลำแสงของดวงอาทิตย์ ลำแสงนั้นก็จะสะท้อนกระจกหน้าต่างบนตึกทำให้ดูเหมือนมันฉาบไปด้วยสีส้มทั้งตัวอาคาร

มัลฟอยหยีตาเมื่อลำแสงสีส้มทองส่องเข้ามาในหอไอเฟลและแยงตาเขา แฮร์รี่ที่ยืนอยู่ข้างๆยื่นมือมาบังตาให้

“ย้ายที่ไหม? ยืนตรงนี้แสงแยงตาหรือเปล่า?” คนร่างสูงเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง ดวงตาสีเขียวมรกตฉายประกายอบอุ่นอ่อนโยน

“ไม่เอา ถ้าจะยืนดูพระอาทิตย์ขึ้นก็ต้องยืนตรงนี้ ย้ายไปตรงอื่นก็ไม่เห็นสิ” เดรโกทำหน้ายู่ พยายามลืมตาสู้แสงแดดที่ดูเหมือนจะสว่างจ้าขึ้นเรื่อยๆในทุกวินาทีที่ผ่านไป

“เออตามใจ ก็ยืนให้แดดมันส่องไปแล้วกัน หยีตาแบบนั้นเห็นพระอาทิตย์ขึ้นชัดตายเลย” แฮร์รี่แกล้งประชด แต่ก็ยังคงไม่เอามือที่ใช้บังแดดให้เดรโกอยู่ออกไป

คนร่างบางทำตาขวาง “เออ ถ้าไม่พอใจนักก็ย้ายที่ไปสิ มายืนอยู่ตรงนี้ทำไมล่ะ!?” เดรโกชักโมโห ปัดมือใหญ่ของแฮร์รี่ที่เกะกะใบหน้าเขาอยู่ออกไปอย่างหงุดหงิด

“อ่าวโกรธอีก?” คนร่างสูงฉีกยิ้มร่า แล้วแทนที่จะยกมือมาบังแดดให้เดรโกเหมือนเดิม แฮร์รี่ก็ฉวยโอกาสโอบเอาคนที่ตัวเล็กกว่ามาอยู่ในอ้อมกอดเสียเลย

“อะไรเนี่ย!? ปล่อยฉัน!” มัลฟอยดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่มผมดำอย่างไม่จริงจังนัก มือทั้งสองข้างยกขึ้นมารั้งแขนของแฮร์รี่ให้ออกไปจากตัว แต่ไม่ได้ผล

จุ๊บ!

แล้วแฮร์รี่ก็ฉวยโอกาสต่อโดยการยื่นหน้าเข้ามาขโมยหอมแก้มนิ่มของเดรโกไปเสียทีหนึ่งอย่างรวดเร็ว มัลฟอยทำหน้าเหวอ

“กลิ่นนํ้าหอมหอมจังเลย” แฮร์รี่ฉีกยิ้มร่าหนักกว่าเก่าเมื่อได้ทำตามใจตัวเองซํ้าแล้วซํ้าเล่าโดยมัลฟอยไม่อาจขัดขืน...ไอ้ขัดขืนมันก็อยากขัดขืนอยู่หรอก แต่ใครจะไปสู้ไอ้แรงมหาศาลของเจ้านักฉวยโอกาสมือปลาหมึกนี่ได้กันเล่า!?

เดรโกแกล้งยกมือขึ้นปาดแก้มตัวเองข้างที่โดนหอมด้วยท่าทีรังเกียจ “ชิ ขยะแขยง” แกล้งพึมพำให้แฮร์รี่ได้ยิน

แฮร์รี่ทำตาขวางบ้าง “อือ...ผมก็อยากหอมแก้มคุณตายเลย ก็เห็นว่าเอาแต่ทำหน้าหงิก นึกว่าถ้าหอมแก้มไปสักทีเดรโกจะยิ้มขึ้นมาหน่อย แต่ถ้าไม่ชอบก็ช่วยไม่ได้ งั้นก็ทำหน้าหงิกต่อไปละกัน” แกล้งพูดเสียงเย็นชาแต่ยังไม่ยอมปล่อยมือออกจากเอวบางของเดรโก

“เหอะ อยากหอมแก้มฉันก็บอกมาตรงๆเหอะน่า ไม่ต้องมาอ้างนู่นอ้างนี่!” ชายหนุ่มผมทองว่าพลางหันไปบีบจมูกแฮร์รี่เป็นการลงโทษ คนร่างสูงต้องอ้าปากเพื่อจะช่วยหายใจ

“คายอ้าง?” ทั้งๆที่เสียงตัวเองอู้อี้ก็ยังจะเถียง

“นายนั่นแหละ!” เดรโกขึ้นเสียง ทีนี้ไม่บีบจมูกเปล่าแต่ออกแรงบิดมันอีกด้วย

“อ๊ากกกกก!!! เจบนะ!!!” คนร่างสูงแกล้งร้องลั่น แต่การกระทำที่ขัดกับคำพูดที่ออกมาก็คือการกระชับอ้อมกอดทำให้ลำตัวของคนร่างบางเข้ามาชิดกับลำตัวของเขามากขึ้นน่ะสิ!

“แล้วก็ปล่อยฉันได้แล้ว!” เดรโกทำเป็นออกคำสั่งเหมือนเป็นผู้มีอำนาจเหนือกว่า ใช้มืออีกข้างที่ว่างอยู่พยายามดันแขนของแฮร์รี่ให้ออกไปจากตัว แต่ไม่สำเร็จ

“เน่ๆ มัวแต่เล่นแบบเน้จะได้ดูพระอาทีดขึ้นหมาย?” ถามเสียงอู้อี้ แขนและมือก็ยังไม่ละจากตำแหน่งเดิม

เหมือนคำพูดของแฮร์รี่จะทำให้เดรโกนึกได้ คนร่างบางหันไปมองทางด้านทิศตะวันออก...ผ่านกระจกพาโนรามาบนความสูง 274 เมตรบน platform ชั้นที่ 3 ของหอไอเฟล ตอนนี้ดวงอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้าขึ้นมาเกือบจะเต็มดวงแล้ว และกำลังสาดลำแสงสีส้มทองไปทั่วท้องฟ้าและตึกรามต่างๆของนครปารีส...

...ได้ดูพระอาทิตย์ขึ้นด้วยกันบนหอไอเฟล...

...ไม่น่าเชื่อเลยว่าสิ่งนี้จะเป็นจริงขึ้นมาได้...

...นครปารีสยามคํ่าคืนทั้งสวยงาม...มีเสน่ห์...เหมือนที่ใครต่อใครกล่าวขวัญว่าปารีสเป็นเมืองที่โรแมนติคที่สุดในโลก...แต่ปารีสยามกลางวัน...ยามที่มีพระอาทิตย์ทอแสงทองต้องอยู่เช่นนี้ ก็ดูสวยงามมีเสน่ห์ไปอีกแบบ...

...ไม่เหมือนยามกลางคืน แต่ก็ยังคงความเป็นเมืองที่โรแมนติคที่สุดในโลกไว้ได้เช่นเดิม...

“สวยไหม?” แฮร์รี่ได้โอกาสจึงดึงมือนิ่มของเดรโกที่บีบจมูกตัวเองอยู่มากุมไว้เสียเอง ก่อนจะเลื่อนมาที่ปากของเขาแล้วจุมพิตเบาๆลงบนนิ้วของคนร่างบาง

“อืม...เคยเห็นแต่วิวของปารีสตอนกลางคืน ตอนกลางวันแบบนี้ก็สวยไปอีกแบบเหมือนกัน” เดรโกพูดตอบไม่ละสายตาไปจากภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจเบื้องหน้า...ภาพของนครปารีสใต้แสงอาทิตย์...

“ระหว่างแสงจันทร์กับแสงอาทิตย์ มันก็ต้องให้ความรู้สึกต่างกันอยู่แล้ว” คนร่างสูงเอ่ยบ้าง เขายังคงจับมือของเดรโกไว้ไม่ปล่อยพลางเกลี่ยมันไปมาบนริมฝีปากของเขา และก็ดูเหมือนเดรโกจะไม่ว่าอะไร

“แฮร์รี่...หลังจากนี้แล้ว เราขับรถไปดูพระราชวังแวร์ซายส์กันได้ไหม?” คนร่างบางเอ่ยถาม แฮร์รี่ยิ้ม

“ทำไม? อยากไปเหรอ?”

“อื้อ...ฉันไม่เคยไปเลย อยู่ที่ปารีสมาตั้งหลายเดือนแล้ว แต่ก็ได้แค่ออกมาตอนกลางคืน ในเมื่อตอนนี้ฉันอยู่ใต้แสงอาทิตย์ได้แล้วก็อยากไปเห็นพระราชวังที่สวยที่สุดในโลกชัดๆอยู่แล้ว” ชายหนุ่มผมทองพูดเหมือนปรารภกับตัวเอง

“ฮ่าๆๆ ได้สิครับ งั้นเดี๋ยวเราไปกันก็แล้วกัน” คนร่างสูงตกลง ก่อนจะจุ๊บนิ้วเรียวนิ่มของมัลฟอยไปอีกทีหนึ่งอย่างหวงแหน

////////////////////////////////////////////

รถเบนซ์สีเทาของแฮร์รี่ขับไปจอดที่ลานจอดรถสำหรับนักท่องเที่ยว เวลาเก้าโมงเช้าแบบนี้จำนวนคนมาเยี่ยมชมพระราชวังแวร์ซายส์ยังไม่เยอะเท่าที่ควร คณะทัวร์ราวๆ 7-8 กลุ่มเท่านั้นที่มาถึงเรียบร้อย แต่ยิ่งสายจำนวนนักท่องเที่ยวก็จะยิ่งมากขึ้นอีก

หลังจากทานอาหารเช้าในร้านกาแฟเล็กๆเรียบร้อย แฮร์รี่ก็บขับรถออกจากปารีสไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้มาสู่เมืองแวร์ซายส์ เมื่อจอดรถเสร็จทั้งแฮร์รี่และเดรโกจึงพากันเดินไปติดต่อเรื่องตั๋ว ก่อนจะเข้าไปในตัวพระราชวัง

“ทุกอย่างดูเป็นสีทองไปหมดเลย” มัลฟอยแหงนหน้าขึ้นดูเพดานที่ตกแต่งด้วยศิลปะแบบบารอค ก่อนจะเบนสายตามาที่ผนัง พื้น เสา บันได และอื่นๆ

“เพราะศิลปะแบบบารอคเน้นทองคำไง” แฮร์รี่บอก สาดสายตาสีเขียวมรกตของเขาไปทั่วทุกสารทิศอย่างชื่นชมในความงามของมัน

“อะไรๆเวลาอยู่ใต้แสงอาทิตย์นี่ก็ดูสวยไปหมดเลยนะ” เดรโกว่า “เวลาทองคำต้องแสงจันทร์คงจะไม่เห็นเป็นประกายอย่างนี้หรอก”

แฮร์รี่ยิ้ม เขาหันมาหาคนข้างกาย มองมาที่เดรโกด้วยแววตาที่มีความหมาย “จริงด้วย...อะไรๆเวลาอยู่ใต้แสงอาทิตย์ก็ดูสวยไปหมดเลย” เขาทวนคำพูดของเดรโก

ชายหนุ่มผมทองหันมามองพลางเลิกคิ้ว แต่แล้วเมื่อเห็นสายตาของชายหนุ่มร่างสูงเขาก็ถึงบางอ้อ

แล้วเดรโกก็สะบัดหน้าหนี “แปลว่าเวลาอยู่ใต้แสงจันทร์ไม่สวย?” ถามเสียงเย็น

ชายหนุ่มผมดำเลิกคิ้ว “ยังไม่ได้พูดอย่างงั้นเลย ทำไมตีความแบบนั้นซะละครับ?”

“ก็พูดแบบนี้จะให้ตีความว่ายังไง? มันก็ตีความได้อย่างเดียว!” เสหน้าไปทางอื่นพลางกระแทกเสียงเย็นชาหนักกว่าเดิม

“ฮ่าๆๆ” คนร่างสูงรีบเข้าไปโอบปลอบเพราะกลัวว่าเดรโกจะงอนเสียก่อน มือทั้งสองข้างของเขาถือวิสาสะโอบเอวเล็กอย่างจะออดอ้อน “โธ่ ก็บอกแล้วไงครับว่ามันสวยคนละแบบ อยู่ใต้แสงจันทร์ก็สวยแบบนึง อยู่ใต้แสงอาทิตย์ก็สวยแบบนึง”

“แต่เมื่อกี๊นายไม่ได้พูดอย่างนั้น!” แหวทันควัน

“แต่ก่อนหน้าผมพูดแบบนี้นี่ ไม่ใช่หรือไง? ‘แสงจันทร์กับแสงอาทิตย์ มันต้องให้ความรู้สึกต่างกันอยู่แล้ว’ เดรโกก็คิดอย่างนั้นไม่ใช่หรือครับ?” เอาคางวางเกยไว้บนไหล่เล็กหวังจะง้อ

เดรโกสะบัดไหล่หวังจะให้คางของแฮร์รี่หลุดออกไป แต่แฮร์รี่ก็ทำคางหนักวางเกยไว้แบบนั้น “ต่างยังไง!? อธิบายมาซิ! แล้วพูดให้มันดีๆนะ!” เตรียมพร้อมจะแหวอีกรอบหากคำอธิบายของแฮร์รี่ไม่ถูกใจ

“ก็...” ชายหนุ่มผมดำทำท่าคิด “...ตอนอยู่ใต้แสงจันทร์ก็สวยอยู่แล้ว พอมาอยู่ใต้แสงอาทิตย์...ได้เห็นหน้าชัดๆแบบนี้ยิ่งสวยกว่า” พูดจบก็ฉีกยิ้มร่าเลย

“...อืมเหรอ?...แต่รู้ไหมฉันคิดว่ายังไงเกี่ยวกับนาย...ความแตกต่างของนายเวลาอยู่ใต้แสงอาทิตย์กับแสงจันทร์?” เดรโกเลิกคิ้วถามกลับบ้าง

“ว่าไงอ่ะ?” แฮร์รี่มีท่าทีสนใจ

“ก็...” เดรโกเลียนแบบท่าคิดของแฮร์รี่ “...ฉันว่าตอนกลางคืนนายก็ดูหล่อดีอยู่หรอกนะ แต่พอมาเห็นหน้าชัดๆเวลากลางวันแบบนี้...ยิ่งดูก็ยิ่งทุเรศลูกตา มองแบบมืดๆเบลอๆตามปกติน่ะดีแล้ว” ตอบแบบลอยหน้าลอยตา

“เดรโก เดี๋ยวคืนนี้จะโดนมิใช่น้อย” แฮร์รี่แยกเขี้ยวขู่ทันที และเดรโกก็แลบลิ้นกลับอย่างเยาะเย้ย

“ทำได้ก็ลองดู” น๊า...ท้าอีกด้วย

“เหอะ ได้อยู่แล้ว อย่ามาท้านะไม่งั้นไม่ได้นอนทั้งคืนแน่!” กระชับอ้อมกอดของเขาให้แน่นขึ้น “ถ้าชอบผมตอนกลางคืนมากกว่าละก็ คืนนี้ก็นอนดูผมทั้งคืนห้ามหลับจนกว่าจะสว่าง” ชายหนุ่มดวงตาสีเขียวมรกตออกคำสั่ง

“จะให้นอนดูนายทั้งคืน? พอหลับฉันต้องฝันร้ายนอนละเมอแน่ๆ” ทำหน้าเหม็นเขียว

“ฮ่าๆๆๆ ถ้าละเมอมากอดผมละก็โอเคล่ะ” แฮร์รี่หัวเราะ ขยับไปยืนซ้อนอยู่ด้านหลังแผ่นหลังบางแล้วโอบคนตัวเล็กจากด้านหลังแบบนั้นไม่ยอมปล่อย “เดินต่อไปได้แล้ว จะเอ้อระเหยอยู่ตรงนี้ไปถึงเมื่อไหร่ครับ? เดี๋ยววันนี้ก็ดูไม่หมดกันพอดี”

“นายก็ปล่อยสิ ไม่งั้นจะเดินได้ไง?” มัลฟอยพยายามจะดึงมือของแฮร์รี่ออกไป

“ทำไมจะเดินไม่ได้? ไอ้ที่เอาไว้เดินน่ะคือขา ผมกอดตัวเดรโกแล้วมันเกี่ยวอะไรกับขาด้วย?” ยังถามหน้าตาเฉย