[TVXQ Fic] Ampere and My Revolver -16-

posted on 03 Aug 2014 17:54 by dakki in AmpereAndMyRevolver
TVXQ FanFiction
 
Title: Ampere and My Revolver -16-
Author: Dakki
Category: Action/Romance/Comedy
Pairing: Yunho/Jaejoong, Yoochun/Junsu
Rating: PG-13 (This part)
Summary: กลางดึกคืนวันส่งท้ายปีเก่าขึ้นปีใหม่ ชางมินและทงเฮพบชายคนหนึ่งนอนหมดสติอยู่ริมถนนด้วยเลือดท่วมตัว ในขณะเดียวกัน ชายหนุ่มอีกคนถูกพบในบ้านเช่าของนักศึกษามหา'ลัย ไร้รอยขีดข่วนโดยสิ้นเชิง
...ทว่า...สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันก็คือ ทั้งคู่จดจำอะไรไม่ได้แม้แต่ชื่อของตัวเอง...
"นี่ยุนโฮ...ถ้าหากอีกครั้งที่เราตื่นขึ้นมา เราจำเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น...แม้แต่ชื่อหน้าของกันและกันไม่ได้...จะทำยังไง?..."
 

 
[TVXQ Fic] Ampere and My Revolver -16-

 
 
 
“ยูชอน วันนี้ว่างหรือเปล่า?”

เช้าวันเสาร์อันสดใสของพ่อลูกเจี๊ยบถูกรบกวนด้วยคำทักทายที่ทำเอาเขาขนตั้งชูชันไปทั้งตัวอย่างระวังภัย (ยูชอน: กุไม่ใช่หมา! -*-) เขาละมือจากถ้วยข้าวต้ม เงยหน้ามองบุคคลที่ทักทายเขาซึ่งเดี๋ยวนี้จะมาเป็นแพคเกจกับคนร่างบางอีกคนที่น่ารักชิบหายในสายตาของยูชอน...เซีย...

...แต่ถึงจะน่ารักยังไง อันตรายแบบนี้เขาก็อยากจะอยู่ห่างๆไว้เป็นดี...

...ทว่าพระเจ้าคงจะเกลียดคนอย่างเขาจนเข้ากระดูกดำสินะ...

“วันนี้ฉันต้องออกไปข้างนอกหน่อย...” แจจุงเริ่ม...ช่วงนี้แจจุงขลุกอยู่กับบ้านกับเซียมา 4-5 วันแล้ว ท่าทางจะไม่อยากให้อีกฝ่ายคลาดสายตาจึงต้องทำแบบนั้น แต่วันนี้นี่...

...มันจะนำความซวยมาให้กุใช่มะเนี่ย!!!??

“...ฉันฝากเซียไว้กับนายจะได้ไหม? ไว้ตอนบ่ายๆจะกลับมา” แจจุงต่อประโยคให้จบ

...เอิ่ม...-*-

...แล้วทำไมมันต้องเป็นภาระกุด้วยละวะ!!!??

“เอ่อ...แจจุงจะไปไหนเหรอ?” ยูชอนลองถาม

“มีธุระนิดหน่อยน่ะ แต่ฉันให้เซียไปด้วยไม่ได้ และฉันก็ไม่อยากให้เขาออกไปจากบ้านด้วย” เขาหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋า...อะไรบางอย่างที่สีดำสนิท... “ฉันจะให้ไอ้นี่นายไว้...ไม่ต้องกลัวหรอก ถ้านายยิงเซียเขาจะแค่สลบไปเท่านั้น มันเหมือนกับเป็นยาสลบสำหรับเขา...” คนร่างบางอธิบาย “แต่อย่าเอาไปยิงโดนคนอื่นเชียว มันเป็นกระสุนไฟฟ้า พวกนายอาจจะถูกไฟดูดตายได้...”

“เฮ้มันจะดีเหรอ!?” ยูชอนเริ่มโวยวาย เขาไม่ยอมรับปืนกระบอกนั้นมาถือไว้ “อาวุธที่ฆ่าคนได้เชียวนะ...ฉัน...ฉัน...ไม่กล้า...” จริงๆแล้วต่อมขี้ขลาดของเขามันกำเริบ ก็ถ้าหากเขาเกิดโง่(ซึ่งก็มักจะเป็นอยู่บ่อยๆ -*-)ยิงโดนตัวเองขึ้นมาล๊า!!!??

แจจุงทำตาปริบๆ “นายก็แค่อย่าหันปากกระบอกปืนมาทางตัวเองหรือเพื่อนคนอื่นๆ แค่นั้นเอง” ตอบเหมือนอ่านใจได้ เขาดันร่างของเซียที่ยืนนิ่งอยู่นานให้ถลันเข้ามาในห้องทานอาหารที่ยูชอนอยู่ ตอนนั้นเองที่ยูชอนเพิ่งจะเห็นว่ามือทั้งสองของเซียถูกมัดไพล่หลังเหมือนตอนนั้น “เดี๋ยวฉันจะจับมันนั่งพิงผนังแล้วผูกขามันไว้ด้วย จับมันล่ามกับอะไรสักอย่างก็คงดี นายก็แค่มีหน้าที่ต้องจับตาดูมันไม่ให้มันขยับไปไหนเท่านั้น...นะ ยูชอน ฉันฝากด้วย นายจะยิงมันเมื่อไหร่ก็ได้ หมอนี่จะแค่หมดสติไปเท่านั้น และอีกประมาณชั่วโมงครึ่งมันจะฟื้นขึ้นมาใหม่...”

...ทำไมต้องเป็นกู๊ววว!!!?? แล้วไอ้เพื่อนตัวอื่นมันหายไปไหนกันหม๊ดดด!? ยูชอนโวยวายในใจแต่ก็ไม่กล้าแข็งข้อกับคนตัวเล็กที่เป็นบุคคลอันตรายคนนี้...

“ได้ไหมยูชอน?” มีการมาถามย้ำอีกพร้อมส่งรอยยิ้มพิฆาต

“ดะ...ได้สิ...” ก็ถ้ากุตอบไม่ได้ เมิงจะหันปืนมายิงกุป่ะล้า!?

สุดท้ายเซียก็ถูกทิ้งไว้กับยูชอนโดยที่แจจุงไม่บอกสักคำว่าตัวเองหายหัวไปไหน เขาถูกจับนั่งบนเก้าอี้ มือสองข้างถูกมัดไพล่หลัง ขาสองข้างเองก็ถูกผูกติดกันด้วยเงื่อนตาย หนำซ้ำร่างทั้งร่างยังถูกผูกติดกับตัวเก้าอี้เสียอีก เห็นแค่นี้ถ้าเป็นคนธรรมดาอย่างเขายูชอนก็ว่าคงไม่มีปัญญาหนีได้แล้ว

...แต่ในเมื่อเป็นเซีย เขาก็เชื่อว่าอีกคนทำได้...

...ไม่อย่างนั้นแจจุงจะยัดปืน 2 กระบอกนี้เข้ามาในมือที่สั่นเป็นเจ้าเข้าของเขาเรอะ!?...

หน้าตาของเซียบูดบึ้งอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก แต่เขากลับนั่งนิ่งไม่ได้คิดจะแก้มัดตัวเองเสียด้วยซ้ำ ยูชอนนั่งอยู่บนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามไกลสุดมุมห้องและก็ไม่อยากจะกระเถิบตัวเข้าไปใกล้อีกฝ่ายกว่านี้อีกแม้แต่มิลลิเมตรเดียว

เขาแอบลอบมองเซีย แต่อีกฝ่ายดูเหมือนจะสนใจอย่างอื่นมากกว่าเขา...

...แม้จะกลัวอีกฝ่ายจับขั้วหัวใจก็เถอะ แต่ยูชอนก็ปฏิเสธไม่ได้...

...ว่าใจของเขาเต้นแรงชิบหายยามได้อยู่ใกล้อีกคน...

////////////////////////////

เสียงออดที่ประตูอพาร์ทเมนต์ของชางมินและทงเฮดังขึ้น ยุนโฮสะดุ้งโหยง กระเด้งตัวจากโซฟาวิ่งไปส่องดูตาแมวว่าใครมา ในวินาทีถัดมาอาการดีใจอย่างเห็นได้ชัดก็แสดงออกทางสีหน้าของเขา

เมื่อเปิดประตูแล้วสิ่งที่เขาทำเป็นอย่างแรกก็ทำให้แจจุงตกใจจนตัวชา

และสาบานได้ว่ายุนโฮเองก็ช็อคกับการกระทำที่ไม่ได้ตั้งใจ(เรอะ!?)ของตนเองเช่นกัน น่าเสียดายที่กว่าเขาจะตั้งสติได้...

...ริมฝีปากของเขาก็ประกบริมฝีปากของแจจุงไปแล้ว...

แจจุงยืนนิ่งค้างอยู่หน้าประตู ดวงตาสีนิลคู่สวยเบิกโพลง เขาลืมหายใจไปชั่วขณะ สมองราวกับถูกล้างความทรงจำไปอีกรอบ ริมฝีปากหนาของยุนโฮอุ่นและชื้น ยิ่งผสานกับลมหายใจร้อนของอีกคนที่รินรนเขาและไออุ่นจากร่างที่ผวาเข้ามากอดเขาในจังหวะเดียวกันนั้นด้วยแล้วก็ยิ่งทำให้แจจุงสะท้านได้โดยไม่รู้ตัว...

...ความรู้สึกนี้นี่มันอะไร? สัมผัสแบบนี้หมายความว่าอย่างไร? แล้วสติของเขาหายไปไหน? ทำไมถึงไม่ขัดขืน?...

...แล้วทำไมเขาถึงรู้สึกเหมือนตัวเองคุ้นเคยกับสัมผัสอย่างนี้?...

...หรือจริงๆแล้วนี่ก็คือสิ่งที่เขาต้องการเหมือนกัน เพียงแต่ไม่ยอมรับความจริงกับตัวเองเท่านั้น?...

...กับรสจูบที่ลึกซึ้งและอ่อนโยนอย่างนี้...

ผ่านไปพักเมื่อต่างคนต่างตั้งสติได้ ยุนโฮก็ค่อยๆละริมฝีปากออกมา ใบหน้าของเขาแดงด้วยความร้อน หายใจหนักกว่าเดิม แต่อ้อมแขนแกร่งยังไม่ยอมปล่อยจากกายคนร่างบาง แจจุงก้มหน้างุด ยกหลังมือขึ้นเช็ดริมฝีปาก ไม่ยอมสบตา

“แจจุง! คุณหายไปไหนมา!?”

ยิงคำถามแรกใส่ร่างบาง แต่แจจุงเอาแต่มองพื้นเลิ่กลั่ก ความรู้สึกเขินอายยังไม่หายไปไหน เขาพูดไม่ถูก “เข้ามาก่อนเถอะ นี่หายไปไหนมาตั้งหลายวัน!? ผมเป็นห่วงคุณจะตายอยู่แล้ว!” หายใจเข้าก็คุณอยู่ไหน หายใจออกก็คุณจะเป็นอะไรไหม รู้บ้างมั้ยว่าสุดหล่อคนนี้จะคลั่งตายเพราะคุณอยู่รอมร่อแล้ว!?

ยุนโฮโอบแจจุงเดินเข้ามาในห้อง พามาหย่อนตัวนั่งลงบนโซฟากลางห้องนั่งเล่น

“นี่ชางมินกับทงเฮไม่อยู่เหรอ?” แจจุงเสกวาดตามองไปรอบๆห้อง ไม่กล้ามองยุนโฮตรงๆ อีกฝ่ายเองก็ยังโอบเขาไว้ไม่ปล่อยเลย

“ออกไปซื้อของกันน่ะ ว่าแต่...คุณเป็นอะไรหรือเปล่า?” มองคนร่างบางตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างจะหาข้อผิดสังเกต มือใหญ่ลูบต้นแขนเนียนนิ่มของอีกฝ่ายไปมาราวกับจะปลอบประโลม อ้อมกอดของยุนโฮกระชับร่างเล็กของเขาเอาไว้จนแจจุงรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด...เหมือนเด็กน้อยที่รู้สึกว่าตนเองถูกปกป้องอย่างปลอดภัยอยู่ใต้เกราะป้องกันแข็งแกร่งนี้ และอันตรายใดๆก็มาแผ้วพานเขาไม่ได้...

...รู้สึกดีเหลือเกิน...

...นั่งเขินเงียบๆอยู่พักแจจุงก็เหมือนจะตั้งสติได้...

“ยุนโฮ...ฉันมีเรื่องจะคุยกับนาย...” พูดเสียงเบา

“เรื่องอะไรครับ?” คนร่างสูงขมวดคิ้วมุ่น

“ออกไปเดินเล่นแล้วค่อยคุยกันดีไหม?...” แจจุงเสนอ “...ไม่ต้องห่วงเรื่องเซีย ฉันกักตัวเขาเอาไว้แล้ว นายจะต้องปลอดภัยแน่”

“ใครคือเซีย?” คิ้วของยุนโฮพันกันวุ่นหนักกว่าเดิม… ‘เซีย’…คนอะไรทำไมชื่อประหลาดงี้?

“คนที่ตามล่าพวกเราเมื่อวันนั้น...” แจจุงอธิบาย เขาลุกขึ้นจากโซฟา จับมือใหญ่ของยุนโฮดึงให้อีกฝ่ายลุกตามขึ้นมาด้วยแล้วก็กระชับเอาไว้อย่างนั้นไม่ยอมปล่อย...

...เพราะไออุ่นจากร่างหนาของอีกฝ่ายทำให้เขารู้สึกปลอดภัยจนแจจุงไม่อยากปล่อยมันไป...

“...มาสิ...ฉันจะเล่าให้นายฟัง...”

/////////////////////////////

“เอ่อ...”

ยูชอนนั่งเฝ้าเซียตามคำสั่งของแจจุงอยู่อย่างนั้นนานจนขาชักจะเป็นเหน็บ เขาเบื่อมากและก็เซ็งโคตรพ่อโคตรแม่พี่ป้าน้าอาปู่ย่าตายาย นี่มันวันเสาร์นะ! ไม่มีอะไรอย่างอื่นสนุกๆให้คนหล่อๆอย่างเขาทำบ้างหรือยังไงกัน!?

และตอนนี้เขาก็กำลังพยายามจะเริ่มบทสนทนากับคนน่ารักตรงหน้า...เป็นอย่างเดียวที่เขาพอจะทำได้หากยังต้องนั่งอยู่ตรงนี้ต่อไปน่ะนะ...

“เอ่อ...นาย...”

เซียหันมามองเขา ดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้นไร้แววความรู้สึกใดๆ...มันว่างเปล่าจนน่ากลัว...ยูชอนนึก แต่ถึงกระนั้น...

...เขาก็ยังอยากทำความรู้จักคนน่ารักตรงหน้านี่อยู่ดี...

“นาย...เป็นเพื่อนกับแจจุงเหรอ?” เขาถามออกไป

“เคยเป็น” เซียตอบอย่างเย็นชาแล้วเบือนหน้าไปทางอื่น ยูชอนกระพริบตาปริบๆอย่างงุนงง นี่เขาไปถามจี้ประเด็นอะไรหรือเปล่านี่? แต่ถึงกระนั้นอยู่ดีๆต่อมสาระแนของเขาก็มีอำนาจมากกว่าความกลัวขึ้นมาเสียเฉยๆ

“ขอถามได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น?” ลองถามต่อ เซียยักไหล่

“ก็เขาจำฉันไม่ได้แล้วนี่ แล้วแบบนี้จะเรียกว่ายังเป็นเพื่อนกันได้ยังไง? ไม่ว่าจะอะไรเรื่องไหนเขาก็จำไม่ได้ทั้งนั้น” น้ำเสียงเย็นชานั่นแฝงแววน้อยใจเอาไว้อย่างประหลาด

“ที่แจจุงลืมไปนี่คืออะไรบ้างงั้นเหรอ?” แม้จะหวาดๆแต่ยูชอนก็ลองหยอดคำถาม จะได้หรือไม่ได้คำตอบเขาไม่รู้หรอก แค่ได้คุยได้ยินเสียงเซียเขาก็กำไรหลายแหล่แล้ว!

“ทุกอย่างนั่นแหละ” เซียตอบอย่างไม่ใยดี “แต่ก็ดีแล้วที่มันจำไม่ได้ หากความทรงจำของมันยังอยู่ ฉันคงต้องใช้ไม้แข็งกว่านี้”

...ไม้แข็งกว่านี้เหรอ? ยังไงวะ!? ใช้โซ่แส้กุญแจมืออย่างงั้นเลยหรือเปล่าน้องสาว?

“เห็นแจจุงบอกว่านายอยากพาเขากลับไปที่สถาบัน...?”

“ก็มันหนีมาจากที่นั่น” เซียขัดขึ้น “นายก็น่าจะเห็นได้ไม่ยากว่ามันไม่เหมาะกับโลกภายนอกนี่เท่าไหร่” ประโยคหลังเสียงเขาอ่อนลง

พูดอีกก็ถูกอีกครับคนสวย ยูชอนคิดในใจ

“งั้นนาย...” แม้จะไม่อยากรู้คำตอบของคำถามนี้นัก แต่เขาก็อดจะเอ่ยมันออกมาไม่ได้ “...นายเองก็เป็นเหมือนแจจุงงั้นเหรอ?”

ความเงียบปกคลุมอยู่เพียงครู่ ก่อนที่เซียจะหัวเราะลั่นออกมา

“ทายยากนักเหรอ?” ร่างบางเอ่ยถามอย่างแดกดันกลั้วหัวเราะ “นายดูฉันไม่ออกหรือไง?”

คราวนี้ความกลัวแล่นเข้าจับขั้วหัวใจยูชอนจริงๆ...แม่งไอ้ปากสวะ ไม่น่าถามอะไรพล่อยๆออกไปเลย!

ไม่มีใครพูดอะไร

แต่ยูชอนรู้ดีว่าความเงียบนั้นคือสิ่งอันตราย

“นายชอบอ่านหนังสือไหม? ถ้านั่งเบื่อๆจะอ่านหนังสือก็ได้นะ” รีบเปลี่ยนเรื่องทันที

“ไม่ละขอบใจ” เซียตอบเรียบๆ

“ถ้าอย่างนั้นกินอะไรหน่อยไหม? น้ำล่ะ? คอแห้งหรือเปล่า?”

“ฉันกินอะไรไม่ได้ เหมือนกับแจจุงนั่นแหละ” ตอบเสียงแข็งกว่าเก่า และนั่นก็ทำเอาหัวใจของยูชอนหล่นวูบลงไปอีก

...นั่นสิ...เขาลืมสัจธรรมข้อนี้ไปได้อย่างไร!?

... ‘ไซบอร์ก’ ไม่กินอาหารนี่...อ้างอิงตามที่พวกมันบอกน่ะนะ

“เอ้อ...งั้นเราจะทำอะไรกันดีล่ะ? คือ...”

“ขอโทษด้วยที่ต้องมาทำให้นายลำบาก คือ...ฉันเองก็รู้ว่ามันไม่ใช่หน้าที่นายอ่ะนะที่ต้องมาทำตามคำสั่งของแจจุง และนายก็คงกลัวฉันไม่น้อยเลยใช่ไหมละ?”

...อันนั้นจริงแค่ครึ่งเดียวต่างหาก...พ่อลูกเจี๊ยบนึกในใจ...

“แต่ถ้าฉันปล่อยนายไป มันจะเป็นเรื่องยุ่งใช่ไหม?” ยูชอนว่า

“อืม...ก็คงงั้น...” เซียยักไหล่ “...โดนขังอยู่ในบ้านพวกนาย 4-5 วันมานี่ฉันได้เห็นอะไรหลายๆอย่างเลย...”

“หืม? อย่างเช่นอะไรหรือ?” เป็นครั้งแรกที่อีกฝ่ายเริ่มหัวข้อขึ้นมาเอง ยูชอนมีทีท่าสนอกสนใจขึ้นมาทันที

“วิถีชีวิตของมนุษย์ที่ฉันไม่เคยเห็น...” เขาว่า “...แม้จะเคยอ่านในตำรามาบ้างก็เถอะ แต่มันช่างไม่เหมือนกันเสียเลย...”

“จริงเหรอ? งั้นนายอยากรู้อะไรเป็นพิเศษไหม?” ท่าทีกระตือรือร้นนั่นแทบจะปิดไม่มิด เซียมีสีหน้าครุ่นคิดอยู่พักหนึ่ง

“ไอ้โถสีขาวๆที่อยู่ในห้องน้ำมีไว้ทำอะไรเหรอ?”

เป็นคำถามที่ช่างเหมือนเด็กอนุบาลถามแม่เสียเหลือเกิน ยูชอนมองอีกคนด้วยดวงตาปริบๆอย่างอึ้งๆ

...นี่เอาจริงหรือนี่?

“โถนั่นมีไว้...เอ้อ...สำหรับรองรับของเสียจากร่างกายน่ะ ซึ่งนายคงไม่มี” ยูชอนรีบเสริม

“เหรอ? แล้วของเสียนั่นมาจากไหน?” แววตาอยากรู้ของเซียฉายประกายแรงกล้า อยู่ๆยูชอนก็ใจเต้นแรงขึ้นมาเสียเฉยๆ...ไม่ใช่เพราะอีคำถาม ‘ของเสีย’ อะไรนั่นหรอกนะ!...ถ้าชอบเขาคงต้องไปหาหมอโรคจิตจริงๆแน่ แต่เป็นเพราะดวงตาขี้สงสัยเหมือนเด็กนั่นต่างหาก...

...ที่ทำเอาหัวใจเขากระตุกวูบไปเลย...

“ก็...พอเรากินอาหารเข้าไป มันก็จะผ่านกระบวนการย่อย ดูดซึมสารอาหาร เมื่อเสร็จสิ่งที่เหลือซึ่งก็คือกากก็จะออกมาทาง...เอ้อ...ตูด...เป็นของเสียน่ะ” พยายามอธิบายโดยใช้คำพูดที่สุภาพที่สุดเท่าที่จะคิดได้(แล้วเรอะ!?) แหม...กุก็ไม่ได้เอกชีวะซะด้วย...

“อ๋อๆๆ ฉันเคยอ่านจำได้แล้ว ที่ว่าร่างกายมนุษย์จะดูดซับสารอาหารที่กินเข้าไป ส่วนที่เหลือก็จะถ่ายออกมาใช่ไหม?” ดวงตาของเซียเป็นประกายวาวเหมือนเด็กน้อยที่เพิ่งได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ แต่หากจะมองหน้ายูชอนซักนิดก็จะรู้ว่าฝ่ายนั้นทำหน้าเหยเกสุดๆ

...นี่กุพยายามจะสร้างบทสนทนาสุดแสนจะน่าประทับใจกับเขาอยู่ไม่ใช่เหรอ? แต่หัวข้อมันกลับกลายเป็นเรื่อง ‘ขี้’ ได้ยังไงวะ!?

“มีอีกคำถาม” เซียทำหน้าตื่นเต้นเมื่อนึกอะไรขึ้นได้ “ฉันเห็นในทีวีเมื่อวาน ที่ผู้ชายกับผู้หญิงเขาทำอะไรกันบนเตียงน่ะคืออะไร?”

ยูชอนอ้าปากค้าง...

...เจอคำถามแบบนี้เข้าไปยูชอนถึงกับพูดไม่ออกเลยทีเดียว...

////////////////////////////

ร่างเล็กเดินเคียงกับร่างสูงใหญ่ของยุนโฮไปช้าๆบนฟุตบาทริมถนน สายลมหนาวที่พัดผ่านมาแม้จะเป็นในช่วงก็กลางวันก็ทำให้ยุนโฮสะท้านได้ ผิดกับแจจุงที่ไม่มีความรู้สึกอะไรเลยสักนิด

แม้จะเดินข้างกันอยู่อย่างนี้ แต่ร่างสูงก็สังเกตว่าแจจุงเอาแต่เงียบตั้งแต่ออกมาจากห้องพักของชางมินแล้ว

“แจจุง คุณเป็นอะไรหรือเปล่า?”

“หืม?” ย้อนถามด้วยดวงตาเหม่อลอย ยุนโฮเห็นได้ชัดถึงความไม่สบายใจของอีกคน

“ไอ้นักฆ่าคนนั้นมันทำอะไรคุณหรือเปล่า?” ชักเป็นห่วงสวัสดิภาพของร่างบาง ร่างกายคงไม่เป็นอะไรเห็นๆอยู่ แต่สติสตังมันยังอยู่ดีหรือเปล่าเนี๊ย!?

“เปล่า...มันทำอะไรฉันไม่ได้หรอก...” ตอบอย่างเหนือกว่า แต่ดวงตาของแจจุงยังเหม่อลอยเหมือนกำลังหลงอยู่ในห้วงความคิดของตัวเอง “...หาที่นั่งกันเถอะ...เก้าอี้ตัวนั้นเป็นไง?” ชี้ไปที่เก้าอี้ยาวริมสวน ยุนโฮพยักหน้าตกลงช้าๆ...มีอะไรกวนใจแจจุง...อะไรที่ไม่ดีแน่ๆ...

...เขาชักจะหวั่นใจเสียแล้ว...

ยุนโฮนั่งลง แจจุงนั่งลงตาม แจจุงเงียบ ยุนโฮก็เงียบ...

...สายลมหนาวพัดผ่านเขาไปหอบใหญ่ทำเอาคนร่างสูงที่แม้จะไขมันเยอะสะท้านไปทั้งร่าง...

“ยุนโฮ...”

“หืม?”

“นายคิดยังไงกับการที่นายความจำเสื่อม?...” คนร่างบางหันมาสบตา สายตาสงบนิ่งนั้นแทงทะลุเข้าไปถึงหัวใจของยุนโฮเลยทีเดียว...

“...รู้สึก...ว่างเปล่าหน่อยๆที่จำอดีตของตัวเองไม่ได้...” เขายิ้มเศร้าๆ

“แค่หน่อยเดียวเองเหรอ?” แจจุงหัวเราะหึ แกล้งถามทีเล่นทีจริง

“จริงๆแล้วก็มากเลยเหละ...” ร่างสูงหันมามองหน้าอีกคน “...ถามทำไมหรือ?”

“นายคิดว่าทำไมนายถึงความจำเสื่อม?” ไม่ยอมตอบคำถาม แต่แจจุงกลับย้อนถามเสียเอง

“ก็...” เขาลองนึก “...คงศีรษะถูกกระแทกละมั้ง...”

“โดยอุบัติเหตุ?” ร่างบางลองถาม

“ตอนที่ผมฟื้นขึ้นมาโดยจำอะไรไม่ได้ ผมมีแผลเต็มตัวรวมทั้งที่ศีรษะด้วย...คงเป็นเพราะโดนใครตีหัวละมั้งเลยเป็นแบบนี้...” เขาหัวเราะแหะๆ

“...งั้นเหรอ?” แจจุงลากเสียง “...ถ้างั้นตามความคิดนายมันก็เกิดขึ้นโดยอุบัติเหตุ...” เงียบไปอีก “...นายไม่คิดบ้างเหรอ? ว่ามีใครจงใจจะลบความทรงจำของนายน่ะ?” ดวงตาสีนิลจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของร่างสูง

“หา?” ยุนโฮทำหน้างง ไม่เข้าใจอะไรทั้งนั้น “ทำไมล่ะครับ?”

“เพราะนายทำอะไรบางอย่างผิดอย่างรุนแรง” น้ำเสียงของร่างบางหนักแน่นเด็ดขาด

“แจจุง นี่คุณรู้อะไรมางั้นเหรอ? บอกผมสิ! เลิกเล่นเกมแมวจับหนูเสียที!” รู้สึกใจเขาร้อนรนไปหมด

“นายกับฉัน...เราทำอะไรบางอย่างผิดอย่างรุนแรง...พวกเราถึงโดนลบความทรงจำยังไงล่ะ...” ร่างบางเฉลยด้วยเสียงเรียบๆ

“ ‘เรา’ งั้นเหรอ? งั้นผมกับคุณ...” หัวของยุนโฮหมุนไปหมดแม้ว่าจะเตรียมใจเรื่องนี้มาแล้วบ้างก็ตาม ถ้าอย่างนั้น... “...เราทำผิดอะไร?” เขาถาม

แจจุงเงยหน้าขึ้นสบตากับยุนโฮ...สีดำสนิทนั้นราวกับผืนน้ำที่ลึกสุดหยั่ง...เรียบ...นิ่ง...ใสเหมือนแผ่นกระจก แต่อ่านความคิดอะไรไม่ได้เลยแม้แต่น้อย...

“นายกับฉัน ถูกลบความทรงจำเพราะเหตุผลง่ายๆ...” สายตาหนักแน่นคู่นั้นแทงเข้าไปถึงหัวใจของยุนโฮ...

… “...เพราะเรารักกันยังไงล่ะ...” …




 
 
To be continued

edit @ 3 Aug 2014 18:58:04 by dakki

Comment

Comment:

Tweet