[TVXQ Fic] Ampere and My Revolver -17-

posted on 03 Aug 2014 17:55 by dakki in AmpereAndMyRevolver
TVXQ FanFiction
 
Title: Ampere and My Revolver -17-
Author: Dakki
Category: Action/Romance/Comedy
Pairing: Yunho/Jaejoong, Yoochun/Junsu
Rating: PG-13 (This part)
Summary: กลางดึกคืนวันส่งท้ายปีเก่าขึ้นปีใหม่ ชางมินและทงเฮพบชายคนหนึ่งนอนหมดสติอยู่ริมถนนด้วยเลือดท่วมตัว ในขณะเดียวกัน ชายหนุ่มอีกคนถูกพบในบ้านเช่าของนักศึกษามหา'ลัย ไร้รอยขีดข่วนโดยสิ้นเชิง
...ทว่า...สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันก็คือ ทั้งคู่จดจำอะไรไม่ได้แม้แต่ชื่อของตัวเอง...
"นี่ยุนโฮ...ถ้าหากอีกครั้งที่เราตื่นขึ้นมา เราจำเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น...แม้แต่ชื่อหน้าของกันและกันไม่ได้...จะทำยังไง?..."
 
 
 
 
 

 
[TVXQ Fic] Ampere and My Revolver -17-
 
 
 
 
แจจุงวิ่งเต็มเหยียดออกไปถึงระเบียงทางเดิน แน่นอนหากเขาใส่เกียร์หมาเต็มพิกัดแบบนี้ไม่ว่ามนุษย์หน้าไหน...หรือแม้แต่ไซบอร์กตัวไหนก็ตามทีเถอะ อย่าว่าเขาหลงตัวเองเลยเพราะมันจริง...ไม่มีทางกวดเขาทันแน่ เมื่อพุ่งออกไปจากห้องได้ร่างบางก็ปะเข้ากับรปภ.กลุ่มหนึ่งที่กำลังวิ่งมาทางนี้พอดี

“เฮ้ย!!!” พวกนั้นร้องลั่น

แจจุงศอกใส่ท้องรปภ.คนหนึ่งแล้วคว้ากระบอกปืนในมือเขามาได้ ชายคนนั้นล้มลงร้องครวญครางกับพื้นเพราะความเจ็บปวดจากแรงศอกนั่นทำเอากระเพาะเขาแทบพัง ใครบางคนยิงแจจุงไปหนึ่งนัด แต่แน่นอนเขาไม่สะทกสะท้าน คนร่างบางตวัดมือไปยังทิศทางของปืนแล้วกระชากปืนกระบอกนั้นออกมาจากมือผู้ยิงได้ รปภ.คนนั้นถอยกรูด

...ไม่มีใครกล้าบุกเข้ามาอีกเมื่อแจจุงถือปืนสองกระบอกไว้ในมือ...

“แจจุง!!!”

เสียงคุ้นหูตะโกนเรียกมาจากที่ไม่ไกล ยุนโฮยืนอยู่ตรงบันไดชั้นบน เมื่อเห็นแจจุงเขาก็พุ่งลงมาด้วยความเร็วกว่าเดิม แจจุงหันปากกระบอกปืนไปทางฝูงรปภ. ก่อนจะกึ่งวิ่งถอยหลังไปปะกับยุนโฮที่พุ่งลงมาจากชั้นบนพอดี

“วิ่ง!!!” ยุนโฮตะคอกเสียงเบา

ทั้งสองวิ่งลงบันไดไปด้วยกัน แจจุงโยนปืนให้ยุนโฮกระบอกหนึ่ง เมื่อมีใครยิงมาพวกเขาก็ยิงสวนกลับ วิ่งไปจนถึงประตูหน้าตึก รปภ.ประจำตำแหน่งตรงนั้นยิงปืนมานัดหนึ่ง เฉี่ยวแขนเสื้อแจจุงขาดวิ่นเป็นรู

กระสุนที่เฉี่ยวแจจุงพุ่งชนเครื่องจักรบางอย่างข้างหลังเขา กระแสไฟแล่นผ่านเครื่องยนต์เป็นสีฟ้าแลบแปลบปลาบ ก่อนที่เครื่องจะกระตุกช็อตรุนแรง

แล้วไฟฟ้าในโซนนี้ของตึกก็ดับวูบลง

เสียงกรีดร้องตกใจระงมไปทั่วตึก มีไฟฉุกเฉินเพียงรางๆแต่ส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ในห้องทดลองไม่ใช่ตามทางเดิน รปภ.และพวกผู้คุมร้องตะโกนออกคำสั่งกันและกันให้ตามหาผู้หลบหนีมนุษย์ 1 ไซบอร์ก 1 และเมื่อพบว่าประตูหน้าตึกถูกเปิดค้างอยู่เพราะไฟฟ้าหยุดทำงาน ก็รู้ความจริงได้เลยว่าทั้งสองวิ่งออกไปแล้ว

“เมื่อกี๊มันปืนอะไรวะ!?” ยุนโฮโวยวายขณะวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่ขากะเผลกของเขาจะทำได้ผ่านสวนของสถาบันฯ “เห็นกระแสไฟนั่นแล้ว...ขนลุกชะมัด!” พูดไปก็หอบไป

“ปืนกระสุนไฟฟ้า” แจจุงบอก “เดาเอาจากผลลัพธ์นะ และถ้าฉันคิดไม่ผิด กระสุนไฟฟ้านั่นจะหยุดไซบอร์กอย่างฉันได้”

“ไม่เห็นรู้มาก่อนเลยว่ามีอาวุธน่ากลัวแบบนั้นด้วย” ยุนโฮอุทาน

“มันไม่เหมาะกับการใช้ในตัวสถาบันฯ เห็นๆกันอยู่ว่าถ้ายิงพลาดไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้น...” เสียงของแจจุงขาดหายไป เขาหลับตาปี๋ ศีรษะของเขากำลังร้องระงมว่ามันเจ็บปวดเกินจะทนได้ ยุนโฮเห็นอาการนั้นแล้วใจเสีย

“พวกมันทำอะไรกับคุณกันแน่?” ร่างสูงถามเบาๆอย่างหวาดๆ มือหนากุมมือเล็กของร่างบางไว้ “ทำใจดีๆไว้ เราจะต้องหาทางออกไปจากที่นี่ให้ได้”

เสียงฝีเท้าและเสียงตะโกนโหวกเหวกของฝูงคนไล่หลังพวกเขามา ทั้งสองจึงต้องเร่งฝีเท้าขึ้นอีก...ทางสถาบันฯคงส่งหน่วยผู้คุมสถานการณ์ฉุกเฉินออกมาไล่ล่าเขาแล้ว พวกเขาวิ่งลุยสวน ทะลุออกไปยังเขตที่พักอาศัยของนักวิจัยแล้วพุ่งไปถึงริมรั้ว

“เราปีนออกไปทางนี้ได้” ยุนโฮกระซิบ มีรั้วจุดหนึ่งที่อิฐพังลงมาแต่มีพุ่มไม้บังเอาไว้จึงไม่ค่อยมีใครเห็น แต่ยุนโฮซึ่งอาศัยอยู่แถวนี้รู้หนทางรอบๆนี้ดี

เขากับแจจุงปีนออกจากเขตสถาบันฯไป

ศีรษะของแจจุงปวดระบมมากขึ้นอีก ในขณะที่ยุนโฮก็รู้สึกเหมือนจะหมดสติให้ได้ในวินาทีใดวินาทีหนึ่งข้างหน้า คนร่างสูงกึ่งจูงกึ่งลากร่างบางวิ่งไปตามถนนที่มีรถราขวักไขว่ ฟ้ามืดลงแล้วและผู้คนก็แต่งตัวออกมาเฮฮาปาร์ตี้กันเสียงดังสนั่น...จริงสิ วันนี้วันส่งท้ายปีเก่าจะขึ้นปีใหม่นี่นา...

...ในขณะที่ทุกคนกำลังสนุกสนาน เขากลับต้องมาหนีตายอยู่ที่นี่...

เสียงปืนดังไล่หลังเขามาอีกนัด ตามด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวแสนสาหัส ยุนโฮร้องลั่น เมื่อรวมกับความไร้เรี่ยวแรงจนเกือบจะทรงตัวไม่อยู่ของเขาแล้ว แรงกระแทกนั่นก็ทำเอายุนโฮเซถลาไปข้างหน้าจนเกือบคะมำ

“ยุนโฮ!!!” แจจุงกรีดเสียง พุ่งตัวไปพยุงร่างหนาของอีกคนไว้ได้ ไม่ต้องให้อธิบายอะไรคนร่างบางก็รู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้น เลือดสีสดที่ทะลักออกมาทำเอาเขาใจเสีย “ยุนโฮทำใจดีๆเอาไว้นะ!!!”

กระสุนเจาะเข้าที่ไหล่ขวาของยุนโฮเข้าอย่างจัง ความปวดรุนแรงกว่าครั้งที่โดนกระสุนเฉี่ยวขานัก

...ก็ยังดวงดีที่เป็นไหล่ ไม่ใช่หัวหรือกลางลำตัว...

“โอ๊ย!!!!!” ร่างสูงร้องครวญคราง ทรงตัวยืนได้แล้วและเขาก็กำลังกดแผลเพื่อให้เลือดทะลักออกมาน้อยที่สุด

“เจ็บมากไหม?” แจจุงร้องอย่างเป็นห่วง แต่พวกเขาหยุดวิ่งไม่ได้...ไม่คิดเลยว่าพวกผู้คุมจะตามมาเร็วขนาดนี้ แจจุงได้ยินเสียงโหวกเหวกข้างหลังเขา แต่ไม่ได้หันไปมอง เสียงปังดังขึ้นอีกนัด คราวนี้กระสุนโดนกลางหลังแจจุง ซึ่งเขาเพียงแค่ถลาไปข้างหน้าตามแรงกระแทกแต่ไม่เป็นไร...ไซบอร์กอย่างเขายิงไม่เข้าอยู่แล้ว...ร่างบางคว้ายุนโฮวิ่งเข้าไปในตรอกที่มีคนพลุกพล่าน หวังจะกลืนหายไปกับฝูงคน

“ยุนโฮ...นายไหวใช่ไหม?” เฝ้าถามไถ่อีกคนทั้งที่ตัวเองก็ใกล้หมดสติอยู่รอมร่อ ความเจ็บปวดที่ศีรษะทวีมากขึ้นตลอดเวลาและเขาเองก็เริ่มจะเบลอๆแล้ว ตอนแรกแจจุงคิดว่าจะทำตัวให้ชินกับความเจ็บปวดได้แต่การณ์กลับไม่เป็นเช่นนั้น
และเรื่องยิ่งผิดคาดขึ้นไปอีกเมื่อพวกเขาทะลุออกมาจากตรอก...

ขวดเหล้าสองขวดฟาดเข้ามาที่ศีรษะของทั้งสองในเวลาเดียวกัน ยุนโฮทรุดฮวบลงกับพื้นแต่แจจุงเซไปอีกทาง ฝูงคนแตกฮือเพราะคิดว่าเกิดการทะเลาะวิวาท แจจุงเห็นพวกผู้คุมจากสถาบันฯกรูกันเข้าไปหายุนโฮที่นอนกองหมดสติอยู่กับพื้น ร่างบางชักปืนออกมาแล้วยิงเปรี้ยงไปสองนัด

...แม่นอย่างกับจับวาง...

เสียงร้องดังระงมเมื่อเกิดการนองเลือดคนถึงขั้นมีคนตายโดยไม่คาดฝัน ยิ่งมีอาวุธอันตรายอย่างปืนอีกด้วยแล้ว แต่แจจุงไม่สนใจ เขาพุ่งไปคว้าร่างยุนโฮที่หมดสติขึ้นมาพาดบ่า...ถึงจะตัวเล็กกว่าแต่เรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหา เขาเป็นไซบอร์กย่อมแข็งแรงกว่ามนุษย์ธรรมดาอยู่แล้ว มือข้างหนึ่งกำปืนไว้แน่น ฝูงคนแหวกทางให้เขาไม่มีใครกล้าเข้ามาขวาง เอาจริงๆถ้าตอนนี้มีใครมายืนขวางเขาไว้ร่างบางก็คงจะยิงไม่ยั้งแน่ๆ

ฝีเท้าของแจจุงก้าวเร็วขึ้นไปตามตรอกซอกซอยอันลดเลี้ยวของกรุงโซล เขาเพิ่งเคยออกมาจากสถาบันฯเป็นครั้งแรก แต่นี่ไม่ใช่เวลาจะมาตื่นสภาพแวดล้อมใหม่ๆ หน่วยผู้คุมยังไล่ล่าเขาไม่ลดละ แต่แจจุงไม่ใช่มือใหม่อยู่แล้วเรื่องฝีมือการหลบกระสุน เขายิงสวนไปหลายนัด และไม่ใช่นัดเดียวที่เข้าเป้าเพราะผลการทดสอบเองก็บอกอยู่แล้วว่าฝีมือการยิงปืนของเขาเข้าเป้าถึง 99.97%...

อยู่ๆเขาก็โผล่มาถึงซอกซอยที่คนซาลง แจจุงวางร่างของยุนโฮลงกับพื้น สังเกตเห็นรอยแผลที่ศีรษะของเขา...เลือดออกเยอะอยู่แต่แผลไม่ใหญ่อย่างที่เขาคิดไว้ คนร่างบางจับชีพจร และเมื่อพบว่าเขายังไม่ตายก็พยายามปลุกให้เขาตื่น

“ยุนโฮ...ตื่นเถอะ ได้ยินไหม? ฟื้นสิ! นายจะมัวมาหลับไม่ได้นะ!”

ผ่านไปสักพัก เสียงตะโกนและแรงตบของแจจุงก็ทำเอายุนโฮลืมตาขึ้นมาได้ สติของเขาเลือนรางเต็มทน

“แจจุง...”

“ยุนโฮ...ไม่เป็นอะไรมากใช่ไหม? ลุกขึ้นเถอะ เราต้องไปต่อ...” คนร่างเล็กฉุดคนที่ตัวใหญ่กว่าให้ลุกขึ้นจนได้ เขาเอาแขนของยุนโฮพาดไหล่ช่วยพยุง เสียงโหวกเหวกดังตามมาข้างหลังแล้ว

“แจจุง...ฟังนะ...เราต้องแยกกันหนี...” ยุนโฮกระซิบ

“ว่าไงนะ?”

“เราสู้มันไม่ได้แน่ จำนวนคนมันเยอะกว่า ต่อให้เราหนีไปจนถึงสุดเขตกรุงโซล มันก็ยังไล่ล่าเราได้...”

“ถึงเราแยกกันมันก็ตามเราได้อยู่ดี!” แจจุงเถียง

“แจจุง...ผม...” สติของยุนโฮใกล้จะดับวูบลงไปอีก “...ฟังนะ...พวกมันฉีดยาอะไรให้ผมก็ไม่รู้ ยานั่นทำให้สมองของของผมเบาโหวง ผมคิดว่าผมคงมีสติอยู่ได้อีกไม่นาน...”

“ยาอะไร? มันทำอะไรนาย?” แจจุงร้อง “มันเอาฉัน...” อยู่ดีๆแจจุงก็เงียบเสียงไป...น่าประหลาดจริง! ทั้งๆที่คำพูดมันติดอยู่ตรงปากเขาแท้ๆ แต่ทำไมเขาถึงจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขาก่อนหน้าที่เขาจะต้องมาวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนแบบนี้ล่ะ!?

...ทำไมเขาถึงจำอะไรไม่ได้เลย?

แววตระหนกสุดขีดฉายชัดบนใบหน้าของแจจุง “...ยุนโฮ...ถ้าหากมันทำอะไรกับสมองของพวกเรา...ถ้าหากเราตื่นขึ้นมาอีกครั้งแล้วจำเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น...แม้แต่ชื่อหรือหน้าของกันและกันไม่ได้เลยล่ะ...จะทำยังไง?”

“ผมจะหาคุณเจอ...ไม่ต้องห่วง...” ยุนโฮเอ่ยอย่างเป็นคำมั่นสัญญา ทั้งๆที่ยังคิดไม่ออกเลยว่าจะทำแบบนั้นได้อย่างไรหากสมองของเขาถูกกระทบกระเทือนด้วยยานั่นจนจำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง...

“มันอยู่นั่น!!!” เสียงใครบางคนตะโกนขึ้นข้างหลัง แจจุงหันขวับ กราดปืนยิงไปยังผู้คุม 2-3 คนที่เพิ่งวิ่งออกมาจากตรอก เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังระงม ก่อนที่คนร่างบางจะหันและจ้ำอ้าวโดยลากยุนโฮไปด้วย

...เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองคิดจะทำแบบนี้ไปจนถึงเมื่อไหร่ แต่กระนั้นสังขารเขาก็ไม่สนับสนุนอีกต่อไป อาการปวดพุ่งขึ้นถึงขีดสุด แจจุงหน้ามืด วูบล้มคว่ำลงกับพื้น

“แจจุง!!!” ยุนโฮร้องลั่น แม้เขาเองจะอาการแย่แล้วแต่ก็ตะเกียกตะกายดึงแจจุงให้ยืนขึ้นจนได้ “แจจุง...เราสองคนไปด้วยกันไม่รอดแน่ เราต้องแยกกันหนี...” เขาเอ่ยเสียงหอบ มือใหญ่พยุงใบหน้าแจจุงเอาไว้ให้ประจันกับเขา “คุณเข้าใจใช่ไหมแจจุง?”

“แต่...ฉันเป็นห่วง...นาย...” เสียงของแจจุงขาดห้วง

“ไม่ต้องห่วงผมหรอก ผมจะไม่เป็นอะไร...จำไม่ได้เหรอที่คุณสอนผมให้ยิงปืน ให้หลบกระสุนน่ะ ไม่อย่างนั้นคุณจะสอนผมทำไมกัน?” คนร่างใหญ่เอ่ยอย่างแข็งขัน ทว่าแววตากลับฉายแววเศร้าสร้อยเหลือคณา น่าแปลกที่หลังจากพูดประโยคนั้นออกไปแล้วเขาก็ย้อนมาดูตัวเอง และกลับพบว่า...

...ในสมองเขาไม่มีข้อมูลอะไรเลยสักอย่างเกี่ยวกับเรื่องยิงปืนหรือหลบกระสุนอะไรนั่น...

...ช่างเถอะ ตอนนี้ต้องตั้งสติไว้ก่อนยุนโฮ...

“แต่...” แจจุงพูดได้ไม่ทันจบประโยค ริมฝีปากของเขาก็ถูกประกบปิดด้วยริมฝีปากของยุนโฮ...

แจจุงเบิกตาโพลงอย่างตะลึง

...เป็นจูบที่ละมุนเหลือเกิน...เต็มไปด้วยความอ่อนโยน...อ่อนหวาน...รสชาติของราคะที่ตามปกติมักจะมีในรสจูบของยุนโฮ...คราวนี้ไม่มีแม้เพียงนิดเจือปนอยู่...

แต่อ้อยอิ่งอยู่อย่างนั้นไม่ได้นาน...เวลาเหลือน้อยเต็มทนแล้ว...ยุนโฮละริมฝีปากออก ดวงตาคมประสานเข้ากับดวงตาใสของแจจุง รอยยิ้มอบอุ่นกระจายจางๆที่มุมปาก

“ผมรักคุณนะ...”

“ยิงมัน!!!”

เสียงกระสุนดังแหวกอากาศพุ่งตรงมาทางพวกเขา ยุนโฮผลักแจจุงกระเด็นหงายหลังในขณะที่เขาก็อาศัยแรงถีบนั่นส่งตัวเองพุ่งถอยหลังไปเช่นกัน กระสุนจึงวิ่งผ่ากลางระหว่างเขาทั้งสองไป ไม่โดนใครเลย

“ไป!!!”

ยุนโฮตะโกน เขาเห็นแววลังเลวูบหนึ่งในสายตาหวานของแจจุง ก่อนที่คนร่างเล็กจะหันหลัง ตะเกียกตะกายวิ่งฝ่าความมืดของตรอกฝั่งตรงข้ามลับหายไป

...เขาเองก็ต้องไปเช่นกัน...ยุนโฮนึกขณะก้าวถอยหลังไปเรื่อยๆ...รอไม่ได้เสียด้วย ตั้งสติได้ดังนั้นก็รวบรวมกำลังทั้งหมดวิ่งออกไปด้วยพละกำลังทั้งหมดในชีวิตที่หลงเหลืออยู่

...ซึ่งก็มีไม่มากแล้ว...

“มันแยกกันแล้ว! เราต้องแบ่งกำลังตาม!”

“ไอ้ไซบอร์กไปทางไหน?”

“ตัวไหนเป็นไซบอร์กวะ!? มันก็หน้าตาเป็นคนเหมือนกันน่ะแหละ!!!”

“โธ่เว้ยไอ้โง่เอ๊ย!!!”

ยุนโฮได้ยินเสียงเหล่านั้นไล่หลังเขา แต่สติของเขาตอนนี้ใกล้จะวูบแล้ว แผลที่ศีรษะปวดตุบๆ เช่นเดียวกับแผลถูกยิงตรงไหล่ขวาที่ตอนนี้เลือดไหลโชกแขนเสื้อเขาจนชุ่ม ยุนโฮตั้งใจจะวิ่งไปให้ได้ไกลที่สุดเท่าที่สังขารเขาจะทำได้ พยายามประคองตัวเองให้มีสติไว้ได้นานที่สุด วิ่งทะลุซอยนั้นออกซอยนี้ ซุกตัวหลบตามเงามืดของตึก ยุนโฮไม่รู้เลยว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ราวกับเขาทำแบบนี้มาตลอดทั้งชีวิต...วิ่งหนีอะไรบางอย่างหัวซุกหัวซุน ไม่มีแม้แต่จุดหมาย เขาหนีอะไร? เขาตอบไม่ได้ เขาจะวิ่งไปถึงไหน? เขาก็ตอบไม่ได้เช่นเดียวกัน...

...ดูเหมือนเขากำลังสูญเสียความเป็นตัวตนไปอย่างช้าๆ และยุนโฮก็ไม่รู้วิธีที่จะหยุดมัน...

อากาศหนาวขึ้นเรื่อยๆ...จับขั้วหัวใจเลยทีเดียว เขาวิ่งมาจนถึงหน้าตึกหลังหนึ่งในซอยเงียบๆ รู้สึกว่าร่างกายของตัวเองไม่ไหวอีกต่อไป คนร่างสูงจึงหยุดวิ่ง หันหลังพิงตัวตึก ก่อนที่ขาของเขาจะหมดแรงจนพยุงร่างของเขาไว้ไม่ได้อีกแล้ว...

...แจจุง...คำๆนั้นแวบขึ้นมาในสมองเขา ราวกับเป็นสิ่งที่สมองของเขาพยายามร้องเตือนด้วยพละกำลังเฮือกสุดท้ายที่มันมี ‘แจจุง’ งั้นหรือ?...

...มันคืออะไรหรือใครกัน?...

...ร่างใหญ่ของยุนโฮไถลลงมานั่งกองกับพื้นในขณะที่สติของเขาดับวูบไป...




 
To be continued

edit @ 3 Aug 2014 18:57:49 by dakki

Comment

Comment:

Tweet