[TVXQ SF] Closed the Virgin's Door

posted on 03 Aug 2014 18:39 by dakki in ShortFictions
TVXQ FanFiction
 
 
Title: Closed the Virgin’s Door
Author: Dakki
Category: Romance/Comedy
Pairing: Yunho/Jaejoong
Rating: PG-13



 
 
[TVXQ SF] Closed the Virgin’s Door
 
 
 
 
“ห๊าวววว...”

แจจุงอ้าปากกว้างหาวอย่างไม่เกรงใจใครขณะนั่งเท้าคางเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างห้องเลคเชอร์ อากาศยามเช้าของวันนี้ช่างน่านอนเสียจริง เด็กหนุ่มหน้าสวยตาปรือ ถ้าไม่ติดว่าวิชานี้จะสอบอาทิตย์หน้าเชื่อได้เลยว่าเด็กเกๆอย่างเขาจะต้องโดดเรียนเป็นแน่แท้

ไอ้เรื่องการศึกษามันก็สำคัญอยู่หรอก ท่านพ่อกับเสด็จแม่เฝ้ากรอกหูเขาตั้งแต่เล็กจนโตปากเปียกปากแฉะ แต่เผอิ๊ญเผอิญว่าคนสวยๆอย่างเขาแมลงหวี่แมลงวันมารุมตอมเสียเยอะแยะ (เอิ่ม...ไม่ใช่ขี้! -*-) เขาก็เลยต้องจัดคิวดีๆเพื่อจะได้แบ่งเวลาให้ทุกคนได้อย่างเท่าเทียมกันนั่นอย่างไร!

และเวลาที่ว่านั่นบางทีก็ต้องเจียดเวลาเรียนไปบ้าง...เอาน่า! ก็บอกแล้วว่าแมลงหวี่แมลงวันมันตอมเยอะ แค่หลังเลิกเรียนกับเสาร์อาทิตย์มันจะไปพอได้อย่างไร!?

พูดก็พูดเถอะ แมลงหวี่แมลงวันหลายต่อหลายตัวที่ตอมเขาอยู่นั้นก็มีแต่หล่อๆรวยๆทั้งนั้น...

“เฮ้ยไอ้แจจุง จะหาวก็ปิดปากหน่อย แมลงวันบินเข้าไปได้ทั้งฝูงหมดราคากันเลยนะเมิง!” จุนซู ไอ้เพื่อนร่วมก๊วนตัวแสบของเขาร้องทักมาแต่ไกล เมื่อเดินมาถึงโต๊ะเลคเชอร์ว่างๆข้างๆแจจุงมันก็โยนกระเป๋าสะพายลงโต๊ะเสียงดังโครม

...แหม...เมิงมีสกุลรุนชาติสุดๆไปเลยคุณเพื่อน...

“เสาร์อาทิตย์ไปเดทกับน้องคิบอมมาเป็นไงมั่ง?” หย่อนก้นงามๆนั่งลงได้ก็ชะเง้อหน้ามากระซิบเสียใกล้ แจจุงผงะถอยแทบไม่ทัน

“เมิงไม่ต้องยื่นหน้ามาซะใกล้ขนาดนั้นก็ได้ไอ้จุนซู! กะจะจูบกุเลยรึไง!? กุยังไม่อยากตีฉิ่ง!” ทำหน้าขยะแขยงพลางใช้มือยันหน้าอีกฝ่ายออกไปให้ห่างๆ

“วู้ยยย! หลงตัวเองซะไม่มีละนะเมิง! กุเนี่ยนะอยากจะตีฉิ่งกับเมิง!? ขอประทานโทษทีเหอะนะ! กุก็เลือกเว้ย!!!”

“ไอ้ยูชอนของเมิงน่ะเหรอที่เมิงเลือกแล้ว?” แจจุงยังทำหน้าเหยียดหยามได้น่าหมั่นไส้สุดๆ จุนซูแยกเขี้ยว อยากจะเถียงต่ออยู่เหมือนกันแต่ก็รู้ดีว่าไม่ว่าอย่างไรก็คงไม่มีทางเถียงชนะไอ้เพื่อนปากจัดตำแหน่งดาวคณะควบหมาคณะคนนี้ไปได้

“ตกลงว่ายังไง? กุยังถามเรื่องน้องคิบอมอยู่เลย!” โลมาน้อยวกกลับมาเรื่องเดิม “มันรวยล้นฟ้าอย่างที่ใครๆเขาเมาท์กันหรือเปล่าวะ!?” ดวงตาเป็นประกายอย่างอยากรู้อยากเห็น

“ก็งั้นๆแหละ” แจจุงยักไหล่ ทำทีเป็นหยิบสมุดเลคเชอร์ขึ้นมาวางบนโต๊ะ อีกไม่กี่นาทีอาจารย์ก็คงจะเข้ามาแล้ว “เสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมามันพากุไปบ้านพักตากอากาศขนาด 2 ไร่ครึ่งที่เกาะเจจู หาดทรายสีทองในบริเวณนั้นเป็นของมันทั้งหาด มันมีเจทสกีและเรือยอร์ชส่วนตัว เราไปล่องเรือยอร์ชเล่นในทะเลจีนตะวันออก แล้วมันยังจัดดินเนอร์บนเรือใต้แสงจันทร์พร้อมไวน์ราคาขวดละ 1 ล้านวอนให้กุด้วย”

“ไอ้เย็ดแม่แจจุง! จับเลยเหอะคนนี้น่ะ!” จุนซูเชียร์สุดใจขาดดิ้น ยิ่งฟังเรื่องที่แจจุงเล่าตาเขาก็เกิดร้อนวูบวาบเพราะไฟอิจฉา “รวยแล้วก็อย่าลืมคิดถึงเพื่อนตาดำๆอย่างกุด้วย”

“เหอะ กุไม่ชอบ” แจจุงทำหน้าตึง “เมิงอยากได้ก็เอาไปเหอะ”

“ทำไมละวะ!? เมิงอย่ามาเรื่องมากน่า! น้องเค้าออกจะหล่อล่ำรวย สาวๆรุมตอมเสียให้หึ่ง ที่สำคัญยังเด็ก กระดูกแบบนี้เคี้ยวแล้วดังกรุบๆเลยนะเว้ย! มีอะไรไม่ดีตรงไหนวะ!?”

“มันคุณชายเกินไป” แจจุงติ “หยิ่งยโสโอหัง ถามคำตอบคำ อยู่กับมันแล้วกุไม่รู้จะพูดอะไร บรรยากาศอึดอัดเพราะเล่นเงียบเป็นเป่าสาก กุบอกให้มันพูดซะบ้างเดี๋ยวน้ำลายจะเน่ากลิ่นเหมือนหมาตาย มันก็พูดนะ ยิงมุขลาวๆมากุก็พยายามรับแล้วนะ แต่ตกพื้นดังแป้กทุกอันเลยว่ะ” ด่าเสียสาดเสียเทเสีย จุนซูกุมขมับ

“เมิงนี่! เดี๋ยวนี้เขาดูที่หน้าตาฐานะและชาติตระกูลกัน และไอ้น้องคิบอมสุดเอ๊าะนี่ก็มีครบนะเว้ย! เมิงจะเอาอะไรอีก!? ใครๆเขาก็อยากได้ผัวรวยแต่โง่กันทั้งนั้นแหละ!”

“คิบอมไม่โง่ เพียงแต่มนุษยสัมพันธ์และทักษะการเข้าสังคมยังพัฒนาไม่พอ” แจจุงวิจารณ์ อาจารย์เดินเข้าห้องเลคเชอร์มาแล้ว “กุดูออกว่าเขาไม่ได้โง่ เขาคิดอะไรหลายๆอย่างอยู่ในใจในคราวเดียวกันเสียด้วยซ้ำ เพียงแต่บรรยายออกมาเป็นคำพูดไม่เก่ง” พวกพูดไม่เก่งแต่รักหมดใจนั่นล่ะ “สรุปก็คือ...กุไม่ชอบคนแบบนี้”

“...วันนี้เราจะมาเรียนเรื่องการเคลื่อนย้ายทุนระหว่างประเทศและผลกระทบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจเกาหลี ซึ่งเป็นเรื่องสุดท้ายที่เราจะใช้สอบอาทิตย์หน้า...” อาจารย์เริ่มสอนแล้ว แต่ดูเหมือนจุนซูจะยังสาระแนเรื่องเพื่อนสาว(?)คนสวยคนนี้ไม่เลิก

“นี่เมิงหักอกใครเขามากี่คนแล้ววะ!? ช่วงนี้ดูเหมือนจะเปลี่ยนคู่ควงอาทิตย์ละครั้งเลยนะไอ้เพื่อนตัวแสบ! อาทิตย์ก่อนก็คังอิน แล้วอาทิตย์ก่อนหน้านั้นก็ซีวอนใช่ไหม?” ถามไปมือก็เปิดสมุดเลคเชอร์ไปเตรียมจด

“คังอินนั่นหน้าม่อกินไป กุรำคาญเวลามันป้อยอกุด้วยคำพูดหวานๆ ฟังแล้วจะอ้วก แม้ว่ามันจะพากุไปดิสนีย์แลนด์ที่ญี่ปุ่น ยอมเล่นเครื่องเล่นที่กุชอบทุกอย่างแถมยังมีคนใช้เดินตามมาช่วยถือของรางวัลที่กุได้แล้วยังของแบรนด์เนมที่กุซื้อแต่มันจ่ายอีกต่างหาก ส่วนซีวอนก็เป็นเด็กขี้อ้อนเกินไป ช่างประจบเอาใจจนกุคงจะเป็นง่อยสักวันเพราะมันทำให้ทุกอย่าง แม้มันจะพากุไปดินเนอร์ที่ร้านอาหารที่แพงที่สุดในเกาหลี แล้วยังสั่งจานที่แพงที่สุดพร้อมไวน์ราคาหลายล้าน แถมด้วยสร้อยข้อมือทองคำขาวของ Cartier เป็นของขวัญสำหรับการได้รู้ว่านางฟ้ามีจริงอีกก็ตาม...”

“ที่เมิงพูดมาทั้งหมดนี่ชักจะทำให้กุอยากฆ่าเมิงขึ้นมาตะหงิดๆแล้วนะ” จุนซูขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน

“ก็ขอบอกตรงนี้เลยว่ากุไม่ชอบสักคนที่กุเพิ่งเอ่ยชื่อมา...”

“...สถานการณ์และแนวโน้มการเคลื่อนย้ายทุนระหว่างประเทศ คาดว่าในอนาคตไม่เกิน 10-15 ปีข้างหน้า ทุนระหว่างประเทศจะก้าวเข้าสู่ระบบทุนนิยมเต็มรูปแบบ…”

จุนซูถอนหายใจ “เลือกมากอย่างนี้ มิน่าล่ะเมิงถึงยังไม่เสียพรหมจรรย์สักที!”

ประโยคนั้นแทงใจดำแจจุงเข้าอย่างจัง คนหน้าสวยหันขวับมามองหน้าไอ้เพื่อนตัวดีอย่างเอาเรื่อง

“เมิงว่าไงนะ!?”

“ก็อย่างที่เมิงได้ยินน่ะแหละ...” จุนซูยักไหล่อย่างไม่แยแส “...เรื่องมากอย่างเมิงชาตินี้จะหาแฟนได้ยังไง? กุกับเมิงรู้จักกันมาตั้งเกือบสิบปี ไม่เห็นเมิงจะเคยคบใครจริงจัง กุก็เข้าใจอ่ะนะว่าเมิงมันสวยเลือกได้ ถึงเมิงจะปฏิเสธใครไปก็จะมีคนใหม่เข้ามาให้เมิงเลือกได้ไม่ขาด แต่พูดจริงๆนะ ถ้าเมิงไม่เลือกใครสักคน พอถึงอายุ 40 เมิงก็ยังจะเวอร์จิ้นอยู่อย่างงี้แหละวะ!” ภาพหนังเรื่อง The 40-Year-Old Virgin ลอยช้าๆมาเข้าหัวเขาพร้อมกับประโยคสุดท้ายของจุนซูส่งเสียงเอ็คโค่อยู่ในสมอง

“ทำไม? เวอร์จิ้นแล้วมันผิดตรงไหน!? เมิงไม่เคยได้ยินหรือไงเค้าว่าห้ามชิงสุกก่อนห่าม? ไม่รักนวลสงวนตัวแล้วยังจะมีหน้ามาประจานตัวเอง!” เถียงข้างๆคูๆ

“โอ๊ยยย! เมิงอ่ะนะเป็นกุลสตรีที่รักนวลสสงวนตัว!? ดูหน้าตัวเองก่อนพูดหน่อยเหอะว่ะ! กุก็ไม่ได้อะไรนะ ก็แค่เป็นห่วงเพื่อนรักกุมันจะขึ้นคาน!”

...ไอ้เย็ดแม่เอ๊ย!!! กุก็รู้อ่ะนะแต่ขอร้องเมิงช่วยอย่ามาตอกย้ำกันจะได้ม๊าย!!!??

///////////////////////////

แจจุงเดินเรื่อยเปื่อยอยู่คนเดียวริมถนนปากก็ดูดนมเปรี้ยวรสส้มจนหมดกล่อง เสียงหลอดดูดอากาศดังซื้ดๆแต่คนสวยก็ยังไม่ยอมหยุดดูด ความคิดของเขาเหม่อลอยไปกับคำพูดที่จุนซูบอกเขาเมื่อเช้า ปฎิเสธไม่ได้ว่ามันทำให้เขากลัวเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน...

...ผู้ชายหน้าสวยที่สุดในคณะจนแม้แต่พวกผู้หญิงยังยอมแพ้ยกให้เขาเป็นดาว แต่คนสวยคนนี้กลับไม่เคยมีแฟนเลยตลอดเวลา 20 ปีทั้งชีวิตของเขา ใช่ว่าจะไม่มีใครหน้าไหนเข้ามาจีบเขา แต่มันมีมากเสียจนเขาไม่อยากเลือกที่จะลงเอยกับใครคนใดคนหนึ่งสักคน...

...เพราะในสายตาของแจจุง ไม่มีใครเพอร์เฟคพอจะคู่ควรกับเขาเลย...

แจจุงเดินข้ามถนน ตั้งใจจะเข้าไปเดินเล่นในสวนสาธารณะ แต่ด้วยความใจลอยเขาจึงไม่ทันมองทาง

เอี๊ยด!!!!!!!

เสียงเหยียบเบรคดังสนั่นปลุกแจจุงให้ตื่นจากภวังค์ แล้วก็ต้องสะดุ้งโหยงเมื่อรถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งพุ่งมาทางเขา แรงเบรคนั่นทำให้ตัวรถหักหลบร่างที่ยืนแข็งทื่อของแจจุงไปได้เส้นยาแดงผ่าแปด รถมอเตอร์ไซค์พุ่งไปถึงฟุตบาทล้มคว่ำคะมำหงาย เสียงกรีดร้องตกใจของคนเดินถนนรอบข้างดังระงม แต่แจจุงยังคงยืนอึ้งอยู่กับที่

“เป็นอะไรมากหรือเปล่าคะคุณ!?” เสียงหญิงคนหนึ่งดังขึ้นแทรกเสียงกรีดร้องอย่างตกอกตกใจ นั่นแหละแจจุงจึงได้สติ เขาหันขวับไปทางที่รถมอเตอร์ไซค์คันนั้นพลิกคว่ำอยู่ ชายหนุ่มคนหนึ่งนอนนิ่งอยู่ข้างๆ เขายังขยับตัวได้อยู่

...เขายังไม่ตาย!

แจจุงถลาเข้าไปหา เขาพอจะมีความรู้เรื่องการปฐมพยาบาลอยู่บ้าง

“อย่าเพิ่งลุกนะครับ!” แจจุงร้อง เขาไล่จับดูตามข้อต่างๆของนักซิ่งผู้เคราะห์ร้ายเพื่อตรวจว่ามีอะไรหักหรือเปล่า เหมือนโชคเข้าข้างที่อีกฝ่ายดูท่าจะไม่ได้เป็นอะไรมาก

“ต้องเรียกรถพยาบาลหรือเปล่าเนี่ย?” ใครคนหนึ่งถามขึ้นอย่างตื่นตระหนก

“ไม่เป็นไรครับ ผมไม่เป็นอะไรมาก” หลังจากตั้งสติอยู่นานหนุ่มนักซิ่งก็ยันตัวลุกขึ้นได้ เขามีแค่แผลถลอกนิดๆหน่อยๆที่ศอกขวา นอกนั้นก็ดูเหมือนจะไม่เป็นอะไร ชายหนุ่มคนนั้นถอดหมวกกันน็อคออก...

...ก็หน้าตางั้นๆแหละว้า...

เป็นคำพูดที่แจจุงบอกตัวเองในใจ เขาเจอคนหล่อมาก็เยอะ แค่นี้ยังนับว่าธรรมดา แต่ถึงกระนั้นร่างบางก็ปฏิเสธตัวเองไม่ได้...ว่าคนตรงหน้าเขานี่หน้าตาดีไม่ใช่เล่นจริงๆ

...แต่แม่งดันขี่มอเตอร์ไซค์เนี่ยเซ่!!!

“แน่ใจเหรอว่าไม่เป็นอะไร? ไปให้หมอเช็คหน่อยก็ดีนะหนู” เสียงใครบางคนพูดขึ้นมา

“ไม่เป็นไรจริงๆครับ ขอบคุณที่เป็นห่วง ผมคงดวงดีน่ะเลยมีแค่แผลถลอก” ชายหนุ่มคนนั้นส่งยิ้มให้เหล่าคนเดินถนนผู้หวังดี เมื่อเห็นท่าว่าไม่มีอะไรแล้วแจจุงจึงตั้งท่าจะเดินจากไป

“งั้นถ้านายไม่เป็นไร...ฉันก็ขอตัวก่อนนะ” แต่ก่อนที่เขาจะทันได้หันตัวกลับ มือแกร่งก็คว้าข้อมือบางเอาไว้เสียก่อน

“เดี๋ยวสิครับคุณน่ะ...” น้ำเสียงนั่นแฝงเลศนัยอย่างไรพิกล แจจุงรู้สึกทะแม่งๆ เขามองมือหนาที่ยึดข้อมือเขาไว้แน่น ดวงตาสีนิลหรี่ลงมองอย่างคลางแคลง “...คิดจะชนแล้วหนีเหรอคุณ?”

“อะไร? ฉันไม่ได้ชนอะไรสักหน่อย ฉันเดินอยู่ดีๆนายเองนั่นแหละที่ขี่มอเตอร์ไซค์พุ่งมาหาฉัน!” ปัดความผิดกันซึ่งๆหน้าทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่าตัวเองนั่นแหละผิดที่เอาแต่เดินเหม่อ “แล้วนายเองก็ไม่ได้เป็นอะไรมากมายสักหน่อยนี่!? ยังจะให้ฉันอยู่อีกทำไม!?”

“ผมไม่ได้เป็นอะไร แต่มอเตอร์ไซค์ผมนี่สิเป็น!” อีกฝ่ายยิ้มกริ่ม “ท่าจะเสียค่าซ่อมบานเชียวล่ะถลอกแบบนี้”

“โหยอะไร!? แค่มอเตอร์ไซค์ราคาไม่กี่แสนวอน ฉันซื้อคันใหม่ให้ยังได้!” แจจุงทำซ่าขึ้นมาทันที แหงละบ้านเขาก็ไม่ได้จะจน เงินน่ะใช่ว่าจะไม่มีเสียเมื่อไหร่

“เหรอ? งั้นรู้หรือเปล่าว่ามอเตอร์ไซค์คันนี้ราคาเท่าไหร่?”

แจจุงอ้าปากจะตอบกลับว่าอย่างมากก็ไม่เกินหนึ่งล้านวอนแน่ แต่พลันที่สายตาของเขาพาลไปสบกับมอเตอร์ไซค์ที่นอนแอ้งแม้งอยู่ริมฟุตบาทคันนั้น ปากของเขาก็อ้าค้างอยู่อย่างนั้นหุบไม่ลง

...นั่นมัน Harley Davidson…มอเตอร์ไซค์ราคาเหยียบยี่สิบล้านวอนนี่นา!!!