Black Fanclub ((4))
posted on 25 Nov 2006 00:01 by dakki in BlackFanclubxTBCxHarry Potter Fan Fiction
By : Dakki
Pairing : Sirius Black/Remus Lupin
Style : Yaoi
Category : Romance/Angst
Rate : PG-13(This Part)
Disclaimer : ตัวละครทุกตัวที่ปรากฏในฟิคเรื่องนี้นำมาจากเรื่อง Harry Potter ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์ของ J.K.Rowling
Summary: เมื่อซีเรียส แบล็ค เด็กหนุ่มกริฟฟินดอร์สุดแสนจะป๊อปปูล่าร์และเจ้าชู้บัดซบที่มีแฟนคลับประมาณครึ่งโรงเรียนฮอกวอตส์ ถูกเพื่อนรักของตัวเองหลงรักเข้าให้อย่างจัง...
...และก็ไปอ่านต่อกันเอาเอง เหอๆ
Black Fanclub ((4))
เจมส์ พอตเตอร์กำลังเดินเรื่อยเปื่อยอย่างสุดเซ็งมาตามระเบียงทางเดินชั้นสอง บรรยากาศยามบ่ายที่แสนอุดอู้แบบนี้ช่วยสร้างความง่วงให้กับเขาได้ไม่ยากโดยเฉพาะเมื่อเพิ่งจะทานอาหารกลางวันอิ่มๆมาหมาดๆแบบนี้ เวลานี้นักเรียนส่วนใหญ่กำลังเข้าเรียนคลาสแรกของช่วงบ่ายอยู่ ดังนั้นปราสาทจึงค่อนข้างเงียบ นานๆทีจึงจะได้ยินเสียงศาสตราจารย์แก่ๆคนไหนซักคนดุว่าเด็กนักเรียนลอยมาตามระเบียงทางเดิน
แต่สำหรับเจมส์ เวลานี้เป็นเวลาว่างสำหรับเขาเนื่องจากเขาไม่มีเรียนจนกว่าอีกคลาสหนึ่งจะเริ่มตอนบ่ายสองโมงครึ่งนู่น แต่แทนที่มันจะเป็นช่วงเวลาทำตัวร่าเริงของเขา เจมส์กลับรู้สึกเบื่อเอามากๆ เพราะเพื่อนแก๊งค์ตัวกวนของเขาทุกคนมีเรียนกันหมด และคนที่เขาอยากเจอตัวมากที่สุดก็ดันหายหัวไปไหนไม่รู้ซะนี่...
...นายอยู่ไหนนะ สนิฟเวลลัส?...
เจมส์เดินต่อไปตามระเบียงอันเงียบเหงาและว่างเปล่า เขาหาวออกมาหวอดหนึ่งก่อนจะขยี้หัวตัวเองแรงๆทำให้ผมสีดำสนิทที่มันยุ่งอยู่แล้วยิ่งยุ่งขึ้นไปอีก เมื่อคิดเรื่องที่จะทำไม่ออกตอนนี้เขาจึงตั้งใจจะกลับไปงีบที่หอนอนสักพัก แล้วค่อยออกมาใหม่ตอนบ่ายสองโมงครึ่ง
เด็กหนุ่มผมยุ่งเดินไปถึงบันไดกลางระเบียงทางเดิน เขาจึงหักเลี้ยวจะเดินขึ้นมันไปเพราะต้องขึ้นไปอีก 2 ชั้นกว่าจะถึงที่ตั้งของหอกริฟฟินดอร์ ในทันใดนั้นก็มีใครบางคนเดินอย่างรีบเร่งสวนลงมาจนแทบจะพุ่งลงมาชนตัวเขาบนบันได
เจมส์ชะงักเท้าทันทีก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองว่าใครกันที่มันวิ่งไม่ดูตาม้าตาเรือขนาดนี้พร้อมกับอ้าปากเตรียมพร้อมจะด่า แต่แล้วคำพูดที่เขาตั้งใจไว้ว่าจะเอ่ยออกมาก็ถูกกลืนกลับไปในลำคอ ดวงตาสีน้ำตาลของเขาหรี่เล็กลงพร้อมกับแววตาที่มองไปยังบุคคลตรงหน้านั้นก็มีประกายแปลกประหลาดขึ้นมาทันที
อ้าว...สนิฟเวลลัส จะรีบไปไหนล่ะนี่?
สเนปที่แทบจะเรียกได้ว่า พุ่ง ลงบันไดลงมาเมื่อกี๊หยุดกึกทันทีที่เห็นว่าเขาเกือบจะชนใครเข้า...จะใครที่ไหน? ก็เจ้าตัวแสบเจมส์ พอตเตอร์...คนที่เขาไม่อยากจะเจอมากที่สุดในโลกน่ะสิ!
...คนกำลังรีบๆ แม่งโผล่หัวมาขัดตอนนี้ทำไมวะ!?
ฉันจะไปไหนมันก็เรื่องของฉัน! สเนปส่งเสียงแข็งกลับไปให้ทันทีโดยทำทีไม่สนใจสายตายียวนกวนประสาทของฝ่ายตรงข้าม เขายกข้อมือขึ้นดูนาฬิกา...บ่ายโมงสิบห้าแล้ว เขาเลทคลาสแรกของช่วงบ่ายมาตั้ง 15 นาทีแล้วแบบนี้จะไม่ให้เขารีบได้ยังไงกัน!?
จะไปไหนล่ะ!? เจมส์ดูจะไม่สนใจคำพูดประโยคเมื่อครู่ของคนตัวเล็กกว่าที่มีความหมายประมาณว่า อย่ามาจุ้นไม่เข้าเรื่อง! เอาเสียเลย เด็กหนุ่มผมยุ่งเริ่มยืนด้วยท่าทางสบายขึ้น...ในแบบที่ไม่ได้เป็นท่าของคนที่กำลังจะเดินขึ้นบันไดแต่เป็นในแบบของคนที่กำลังปักหลักยืนคุยเสียมากกว่า สองมือของเจมส์ล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อคลุมอย่างสบายใจ แต่กิริยานั้นก็ทำให้สเนปเข้าใจผิดได้ว่าเจมส์อาจจะล้วงมือเข้าไปหยิบไม้กายสิทธิ์ ดังนั้นคนตัวเล็กจึงผงะอย่างระวังภัยทันทีพร้อมกับควักไม้กายสิทธิ์ของตัวเองออกมาถือไว้
เจมส์หัวเราะพรืด ฮ่าๆๆๆ อะไรกันสนิฟเวลลัส? วันนี้ฉันอุตส่าห์จะชวนคุยดีๆนะนี่ แล้วทำไมจะต้องทำท่าเตรียมหาเรื่องฉันก่อนแบบนั้นด้วยล่ะ? พร็องส์พยักพเยิดไปที่ไม้กายสิทธิ์ในมือสเนปอย่างขำๆ
ถอยไปพอตเตอร์! ฉันไม่อยากทะเลาะกับนายตอนนี้ ฉันเข้าเรียนสายแล้ว สเนปพูดด้วยน้ำเสียงกระด้าง
อ๋อ...นายมีเรียนตอนนี้ด้วยเหรอ? สายไปสิบห้านาทีแล้วนะ เจมส์เหลือบสายตามองนาฬิกาข้อมือตัวเอง ไม่ต้องเข้าคลาสแล้ว
ยุ่งอะไรด้วย!? สเนปขู่ฟ่ออย่างเกรี้ยวกราด เขาเดินลงบันไดมาเร็วๆและตั้งใจจะสวนเจมส์ลงไปข้างล่างโดยไม่สนใจว่าอีกฝ่ายที่ยืนหัวโด่อยู่จะทัดทานอย่างไร
แล้วก็แน่ล่ะ...ในเมื่อก่อนหน้านี้เจมส์กำลังเบื่อแสนเบื่อ พอตอนนี้ไอ้คนที่เขาอยากเจอหน้าที่สุดโผล่หัวมาแล้ว...เพื่อเป็นของเล่นมีชีวิตให้เขา...เขาจะปล่อยให้มันหลุดมือไปได้อย่างไร?...
...ไม่ใช่เรื่องยากเลยที่เจมส์จะยื่นมือออกไปคว้าข้อมือของสเนปเอาไว้ไม่ให้อีกฝ่ายเดินต่อไปได้
จะรีบไปไหนเล่าเจ้าหัวเมือก!? อยู่เป็นเพื่อนฉันก่อนไม่ได้หรือไง? ตอนนี้ฉันไม่มีเรียนน่ะ เจมส์ถามกวนๆ
เฮ้ยปล่อย! สเนปโวยวายขึ้นมาทันที พยายามบิดข้อมือตัวเองให้หลุดในขณะที่มืออีกข้างก็ยังคงถือไม้กายสิทธิ์เอาไว้อยู่
ไม่ปล่อย! เจมส์ตอบกลับดื้อๆก่อนจะยิ้มกวนประสาทแบบที่สเนปเห็นแล้วรู้สึกสยองกับสิ่งที่จะตามมานัก
ฉันจะไปเรียน! คนร่างบางทำเสียงกระด้าง ก่อนจะเบ้หน้าเพราะรู้สึกเจ็บจากการถูกเจมส์บีบข้อมือแรงๆและการที่เขาพยายามบิดข้อมือตัวเองให้หลุด
ไม่ให้ไป! เจมส์ยังคงตอบแบบไม่รู้ไม่ชี้ เขาบีบข้อมือสเนปแรงขึ้นก่อนจะกระชากร่างบางให้เซถลามาทางเขาอย่างแรง สเนปที่ไม่ทันได้ตั้งตัวแทบจะสะดุดบันไดล้มคะมำไปทันที
พะ...พอตเตอร์!!!
เมื่อตั้งสติและทรงตัวได้ สเนปก็ทำตาโตและส่งเสียงกราดเกรี้ยว ดวงตาสีดำสนิทของเขาจ้องมองเจมส์เขม็งอย่างโมโห ในขณะที่คนตัวสูงก็จ้องตอบด้วยสายตากวนตีนกลับไป
หึหึ ไม่แกล้งแล้วก็ได้ ในวินาทีที่สเนปคิดจะใช้ไม้กายสิทธิ์ขู่ฝ่ายตรงข้าม จู่ๆเจมส์ก็เปลี่ยนใจ เขาปล่อยข้อมือของสเนปออก และคนตัวเล็กก็รีบถอยตัวออกไปให้ห่างจากเจมส์ที่สุดเท่าที่จะทำได้ทันที
นะ...นายมันโรคจิต!!! สเนปด่าอย่างโมโห คลำข้อมือที่โดนบีบจนเป็นรอยของตัวเองป้อยๆก่อนจะรีบพุ่งลงบันไดหายลับไปอย่างรวดเร็ว
เจมส์จ้องมองตามแผ่นหลังเล็กที่พุ่งหายลับมุมตึกไปไวๆพลางหัวเราะหึหึ เขายกมือข้างที่ใช้ยึดข้อมือของสเนปขึ้นมาขยับนิ้วดูเพราะเมื่อกี๊เขาออกแรงบีบจนมันเกร็งไปหมด เจมส์จ้องมองมือของตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันหลังแล้วเดินขึ้นบันไดต่อไปพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้า
...ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม...แต่บรรยากาศยามบ่ายตอนนี้ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกเบื่อและง่วงอีกแล้ว...
/////////////////////////////////////
ซีเรียส นายช่วยเขยิบไปนั่งห่างๆฉันหน่อยได้ไหม!?
น้ำเสียงหงุดหงิดของรีมัสดังขึ้นทำให้คนที่โดนดุทำหน้างอ ซีเรียส แบล็คที่จงใจนั่งเบียดอีกคนอยู่บนเก้าอี้ไม้ความยาวขนาดสองคนนั่งได้สบายๆจึงต้องเขยิบตัวห่างออกไปอย่างเสียไม่ได้...แต่ก็เพียงนิดเดียวเท่านั้นแหละ และก็คงจะครู่เดียวด้วย เพราะอีกเดี๋ยวเขาก็จะทำตัวออดอ้อนออเซาะเหมือนลูกหมาเข้ามาเกาะแกะมูนนี่ได้เหมือนเดิม
เมื่อซีเรียสยอมถอยห่างออกไปแล้ว รีมัส ลูปินก็ขยับตัวนั่งให้สบายขึ้น มีอย่างที่ไหน? เก้าอี้ก็ออกจะกว้างแบบที่นั่งเรียนกันสองคนได้สบายๆ แต่ทำไมเจ้าตัวดีนั่นจะต้องมานั่งเบียดเขาแล้วเบียดเขาอีกจนเขาแทบจะตกเก้าอี้แบบนี้อยู่ได้!? ถ้าเป็นเพราะอากาศหนาวและต้องการไออุ่นละก็เขาจะไม่ว่าเลย แต่นี่อากาศก็ทั้งร้อนทั้งอุดอู้(ทั้งๆที่เป็นฤดูใบไม้ผลิ) อีกอย่างวิชาอักษรรูนโบราณนี่เขายิ่งเรียนไม่ค่อยรู้เรื่องอยู่ พอมีคนมากระเงาะกระแงะอยู่ข้างๆแบบนี้...โดยเฉพาะเป็นซีเรียสเสียด้วย...แล้วเขาจะไปขุดเอาสมาธิมาจากไหนกันเล่า!?
รีมัสนั่งตั้งใจเรียนฟังอาจารย์พูดอยู่ได้ไม่ถึงสิบนาที เขาก็รู้สึกว่าเจ้าตัวกวนข้างๆชักจะเขยิบเข้ามาใกล้อีกแล้ว คนร่างบางขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ...ปกติซีเรียสไม่ได้ขี้อ้อนแบบไม่รู้เวล่ำเวลาแบบนี้นี่ แล้ววันนี้ทำไม...?
ก็อยากนั่งใกล้ๆนี่! เด็กหนุ่มร่างสูงพูดขึ้นราวกับอ่านคำถามจากแววตาของมูนนี่ที่มองมาได้โดยไม่ต้องให้เจ้าตัวเอ่ยออกมาเป็นคำพูดด้วยซ้ำ หรือนายไม่อยากนั่งใกล้ๆฉัน? ประโยคหลังเหมือนจะตัดพ้อ
เอ้อ...เปล่า... รีมัสตะกุกตะกัก ...ก็แค่สงสัยว่าปกตินายเป็นคนขี้ร้อนไม่ใช่เหรอ? มานั่งเบียดฉันอยู่แบบนี้ไม่ร้อนหรือไง?
แต่อยากนั่งใกล้ๆ! ซีเรียสเบี่ยงไม่ตอบคำถามนั่นแต่กลับใช้คำพูดดื้อดึงเอาแต่ใจตัวเองแบบสุดๆ
เอ้อ... มูนนี่เถียงไม่ออก แต่ตอนนี้เขาก็ไม่คิดจะเถียงอีกแล้ว...ในเมื่อเขาก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่ชอบให้ซีเรียสนั่งเบียดอยู่แบบนี้นี่นา เด็กหนุ่มร่างบางเบนสายตากลับไปมองกระดานดำ ทำทีเป็นสนใจบทเรียนและไม่สนใจคนที่นั่งข้างๆอีก ทั้งๆที่ตอนนี้หัวใจของเขามันเต้นแรงและหน้าก็คงแดงเป็นลูกตำลึงไปแล้ว...
...ซีเรียสเองก็ทำทีเป็นหันไปสนใจกระดานดำเหมือนกัน แต่เขาก็ไม่วายเหลือบมามองมูนนี่ทางหางตา และเมื่อเห็นว่าใบหน้าของคนร่างบางเหมือนจะเรื่อแดงขึ้น แพ็ดฟุตก็อดที่จะอมยิ้มไม่ได้...
...นั่นนายเขินใช่ไหมมูนนี่?...
ซีเรียส ตรงนี้ทำยังไง? รีมัสเอ่ยถามขึ้นเมื่อศาสตราจารย์สั่งให้นักเรียนลองทำตัวอย่างของกฎไวยากรณ์ข้อนี้ดู และรีมัสก็ไม่เข้าใจอีกแล้ว
นี่ไง... คนร่างสูงชะโงกหน้าเข้ามาหามองไปยังตัวอย่างในหนังสือของมูนนี่ ...นายต้องดูตรงนี้เป็นหลักนะ ประโยคถัดมาเป็นประโยครองเพราะฉะนั้นไม่ต้องไปสนใจมันก็ได้ และนี่ก็คือตัวเชื่อม เห็นไหมว่ากิริยาของประโยคแรกมันเกิดขึ้นในอดีต... ซีเรียสอธิบายปาวๆยืดยาว ก่อนจะปิดท้ายด้วยประโยคคำถาม เข้าใจไหมมูนนี่?
อือออ... รีมัสคิ้วขมวดเป็นปม วิชาอักษรรูนโบราณนี่เป็นวิชาที่เขาเกลียดเหลือเกิน เรียนให้ตายยังไงก็ไม่เข้าใจซักที ...เกือบละ เขาตอบตามตรง
ฮ่าๆๆ ใจเย็นๆ ค่อยๆทำไปเดี๋ยวก็เข้าใจเองล่ะ แพ็ดฟุตหัวเราะ เขายื่นมือออกมาข้างหน้า...
...ตอนแรกรีมัสคิดว่าซีเรียสคงจะขยี้หัวเขาเล่นเหมือนที่หมอนั่นชอบทำ ดังนั้นจึงรีบเตรียมก้มหัวหลบโดยอัตโนมัติ...
...แต่ซีเรียสไม่ได้ทำอย่างนั้น...
...โอเคล่ะ แพ็ดฟุตยื่นมือมายุ่งกับผมของเขา แต่มันไม่ใช่การขยี้หัวเขาอย่างเอ็นดูอย่างที่ควรจะเป็น...
...ซีเรียสกลับจับปอยผมปอยหนึ่งของเขาที่ปรกลงมาแยงตา แล้วก็จับมันทัดหูเขาให้เบาๆ...
รีมัสทำตาโต เขานั่งตัวแข็งทื่อ และก่อนที่จะได้ทำอะไรมากกว่านั้นคนร่างบางก็รู้สึกว่ามือของซีเรียสขยับอีกครั้ง มันเลื่อนลงมาที่จมูกของเขาก่อนที่มืออุ่นนั่นจะบีบจมูกเล็กของเขาอย่างมันเขี้ยวแรงๆทีหนึ่ง...
มูนนี่ทำตาโตขึ้นกว่าเดิม หัวใจเต้นระรัว เขาหันไปมองซีเรียสแวบหนึ่ง...ทั้งๆที่รู้ว่าคนร่างสูงจะต้องจ้องมองเขาอยู่ก่อนแล้วแน่ ก่อนจะรีบหลุบตาลงอย่างรวดเร็ว...
...ใช่...ซีเรียสจ้องมองเขาอยู่ก่อนแล้ว และที่รีมัสต้องรีบหลบสายตาแทบไม่ทัน ก็เพราะว่าเขารู้สึกว่ามันมีอะไรแปลกๆ...
...ถึงแม้การกระทำเมื่อกี๊ของซีเรียสจะเรียกได้ว่าเป็นอะไรที่ปกติธรรมดาอย่างหนึ่งที่เขามักจะทำกับรีมัสก็เถอะ แต่จุดที่มันผิดปกติไป ก็คงจะเป็นตรงที่...มันมีประกายอะไรบางอย่างอยู่ในดวงตาสีน้ำเงินคู่นั้น...
...ดวงตาที่ปกติจะมีแววสนุกสนานซุกซน แต่เมื่อครู่นี้...มันมีแววสนุกสนานซุกซนอยู่ในนั้นก็จริงอยู่ แต่รีมัสก็รู้ได้ทันทีว่ามันมีประกายอย่างอื่นแอบแฝงอยู่ในนั้นด้วย...
...ประกายที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนเลยจริงๆ...
ซีเรียสไม่ได้พูดอะไร เขาค่อยๆละมือออกไปจากบริเวณใบหน้าของรีมัสช้าๆ แล้วหันกลับไปสนใจบทเรียนของตัวเองต่อ รีมัสนั่งนิ่ง พยายามควบคุมหัวใจของตัวเองให้เต้นเป็นปกติและหายใจให้ทั่วท้อง เขาเหลือบมองซีเรียสทางหางตาอีกครั้ง...
...ถึงแม้จะเป็นการมองทางด้านข้าง และนั่นก็ทำให้ไม่อาจเห็นสีหน้าของคนร่างสูงชัดๆได้ แต่มูนนี่ก็ยังสังเกตเห็น ว่ามีรอยยิ้มจางๆปรากฎอยู่บนมุมปากของซีเรียส...
...และนั่นก็ทำให้หัวใจของมูนนี่เต้นแรงขึ้นมาได้อีกครั้งจริงๆ...
...รอยยิ้มแบบนั้นมันหมายความว่ายังไงซีเรียส?...สายตาแบบนั้นมันหมายความว่ายังไง?...
...มันแปลว่านาย รู้ แล้วใช่ไหม?...
///////////////////////////////////////
วิชาปรุงยาเป็นวิชาสุดท้ายของวันนี้ และเป็นวิชาที่เจมส์ ซีเรียสและรีมัสเรียนด้วยกันสามคน ศาสตราจารย์ซลักฮอร์นสอนสูตรปรุงยาตัวใหม่และสั่งให้นักเรียนทุกคนทำงานเดี่ยวมาส่งตอนท้ายคาบ
นักเรียนทุกคนในคลาสกระจายกันออกไปตามโต๊ะต่างๆ นำหม้อใหญ่ของตนขึ้นตั้งแล้วเริ่มตั้งน้ำให้เดือด นักเรียนหลายคนค่อยๆทยอยกันเดินไปหยิบส่วนผสมแปลกประหลาดต่างๆมาจากตู้เก็บของ ทั้งหูค้างคาว, ขนหางนกฟินิกส์, เกล็ดมังกรพันธุ์จีนลูกไฟ ฯลฯ ก่อนจะเดินกลับมาประจำที่ของตน อ่านสูตรปรุงยาจากในสมุดของตนหรือไม่ก็จากกระดานดำดีๆก่อนจะเริ่มลงมือปรุงน้ำยาตัวนี้
นี่สนิฟเวลลัส... เสียงเรียกดังขึ้นข้างๆตัวเจ้าของชื่อทำเอาสเนปสะดุ้งเพราะกำลังเพ่งสมาธิอยู่กับการเลือกหัวมันฝรั่งพันธุ์ German Butterball แล้วคนตัวเล็กก็ต้องทำหน้าบึ้งด้วยความไม่พอใจทันทีเพราะรู้ได้ว่าใครคือคนที่เสนอหน้ามาจุ้นจ้านกับเขาโดยที่ไม่ต้องหันไปมองด้วยซ้ำ สเนปไม่สนใจเสียงนกเสียงกานั่น เขาคว้ามันฝรั่งสีเหลืองทองไป 3 หัวแล้วรีบหันหลังจะกลับไปที่โต๊ะของตัวเอง
เฮ้! จะรีบไปไหนเล่า!? ตามคาด เจ้าหัวยุ่งนั่นยังไม่ยอมเลิกตื๊อง่ายๆ เจมส์คว้าต้นแขนของสเนปเอาไว้ทันที
อะไรเล่า!? ปล่อยฉัน! เด็กหนุ่มสลิธีรีนส่งเสียงกราดเกรี้ยว กระชากแขนตัวเองให้หลุดไปพลาง
ทำไม? ฉันก็แค่จะมาทักทาย แค่นี้ก็ไม่ได้หรือไง? น้ำเสียงเจมส์ไม่พอใจเมื่อเห็นว่าสเนปทำท่าเหมือนไม่อยากเจอหน้าเขา
นี่มันเวลาเรียน และฉันก็ไม่มีเวลามาเล่นกับนาย! สเนปเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันตอบ แต่คนฟังกลับรู้สึกเหมือนกับว่าประโยคนั้นเป็นข้อแก้ตัวนิดๆสำหรับการที่สเนปไม่อาจให้ความสนใจกับคนตรงหน้าได้
อ่อ...งั้นแสดงว่าถ้าไม่ใช่เวลาเรียนก็ เล่น กับฉันได้ใช่ไหม? เด็กหนุ่มกริฟฟินดอร์ยิ้มร่า และเมื่อเห็นสายตาของสเนปที่มองกลับมาอย่างอาฆาตหน่อยๆเขาก็หัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี ฮ่าๆๆๆ โอเคๆ ไม่แกล้งแล้วก็ได้ ไปปรุงน้ำยาเหม็นๆของนายต่อเถอะไป! ไม่วายกัดส่งท้ายก่อนที่เจมส์จะปล่อยต้นแขนเล็กๆของคนร่างบางไปอย่างเสียดาย
สเนปรีบพุ่งกลับไปที่โต๊ะของตัวเองทันทีโดยไม่หันกลับมามองเจมส์ซ้ำสอง โต๊ะของเขาอยู่ในโซนของเด็กสลิธีรีนซึ่งก็ไกลจากโต๊ะของเจมส์มากโขอยู่ เด็กหนุ่มผมยุ่งมองตามแผ่นหลังเล็กนั่นอย่างหงุดหงิดหน่อยๆทำไมต้องรีบหนีเขาขนาดนั้นด้วยวะ? จะอยู่ตรงนี้ให้เขามองหน้าใกล้ๆนานกว่านี้อีกหน่อย...ไม่ได้หรือไงกัน!?
เป็นยังไงบ้าง?
ซีเรียสชะโงกหน้าจากโต๊ะของตัวเองที่อยู่ข้างๆมาดูสสารภายในหม้อของรีมัสที่ตอนนี้ชักจะออกเป็นสีแดงๆแล้ว
ก็น่าจะถูกนะ คนตัวเล็กตอบพลางมือก็คนของเหลวสีแดงในหม้อใหญ่ทวนเข็มนาฬิกาอย่างช้าๆเป็นรอบที่ 13 ครึ่ง ส่วนสายตาก็ก้มลงอ่านวิธีทำซึ่งตอนนี้เขาอยู่ในขั้นตอนที่ 7 แล้ว นายทำถึงไหนแล้วซีเรียส? ถามอีกคนบ้าง
ก็...ข้อ 5 เอง... ซีเรียสตอบเสียงอ่อย ฉันไม่รู้จะทำยังไงกับไอ้นี่น่ะ เขาชูต้นหอมสเปนที่มีฤทธิ์ทำให้เมากำใหญ่ในมือขึ้นมา
นายก็หั่นมันสิ คนตัวเล็กตอบพลางขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจว่ามันยากตรงไหน
หั่นไงอ่ะ? แพ็ดฟุตทำหน้างงพลางมองไปยังต้นหอมเหล่านั้นราวกับมันจะให้คำตอบแก่เขาได้
ก็...หั่นน่ะ รีมัสไม่รู้จะอธิบายอย่างไร นายหั่นต้นหอมไม่เป็นเหรอ?
เหอะ ใบมันก็มีแค่นี้ จะให้หั่นไงอีกอ่ะ? ใส่ลงไปในหม้อทั้งอันเลยไม่ได้เหรอ?
ไม่ได้! รีมัสร้อง เขาหยุดคนของเหลวในหม้อเพราะมันครบรอบที่ 17 พอดี ใส่ลงไปทั้งต้นแบบนั้นมันก็ผิดสูตรน่ะสิ นายต้องหั่นเป็นฝอยเล็กๆ
งั้น...มูนนี่มาสอนฉันหั่นหน่อยสิ
ซีเรียสเอ่ยขึ้นพลางยิ้มกว้างเหมือนเด็กๆ รีมัสมองต้นหอมในมือของคนร่างสูง ก่อนจะหันไปมองของเหลวในหม้อเขาที่เป็นสีแดงแจ๋ไปแล้วอย่างลังเลอยู่ครู่หนึ่ง...ตามสูตรบอกให้ทิ้งไว้ 8 นาทีหลังจากเคี่ยวเสร็จแล้ว งั้นถ้าเขาจะทิ้งมันไว้อย่างงี้ก็คงไม่เป็นไร...
อืมมาสิ คนตัวเล็กตกลง
มาทำที่โต๊ะฉัน ซีเรียสพูดอย่างอารมณ์ดีก่อนจะกระโดดกลับไปที่โต๊ะตัวเอง วางต้นหอมกำใหญ่ลงบนเขียงที่เขาใช้หั่นมันฝรั่งพันธุ์ German Butterball มาแล้ว ก่อนจะหยิบมีดขึ้นมาถือไว้ อ่ะ หั่นยังไง? เขาถาม
เอามีดมาสิ เดี๋ยวจะหั่นให้ดูเป็นตัวอย่าง มูนนี่บอกพลางจะคว้ามีดจากมือของซีเรียสมาถือไว้เอง
ไม่เอา ฉันอยากหั่นเอง!
คำตอบนั่นของแพ็ดฟุตทำเอารีมัสงงไปชั่วครู่ เขาเลิกคิ้ว อ้าว ก็นายหั่นไม่เป็นไม่ใช่เรอะ!? ถ้าจะหั่นเองแล้วฉันจะสอนยังไง?
มูนนี่นี่เข้าใจอะไรยากจัง เด็กหนุ่มดวงตาสีน้ำเงินทำปากยู่ ก็ทำอย่างงี้ไง...
ทันทีที่พูดจบ ซีเรียสก็คว้ามือนิ่มของมูนนี่มาวางทาบบนหลังมือขวาของเขาที่จับมีดอยู่ ทีนี้ก็สอนฉันหั่นสิ
มูนนี่อ้าปากค้าง เขาจะชักมือกลับตามสัญชาตญาณ แต่มือซ้ายของซีเรียสก็ทาบทับมือของเขาอยู่...ในขณะที่ข้างที่จับมีดก็วางอยู่ข้างใต้...ประกบกันเหมือนกับมือของเขาเป็นแฮมที่โดนขนมปังนิ่ม(??)ประกบกลายเป็นแซนด์วิชยังไงยังงั้น
รีมัสเริ่มหัวใจเต้นไม่เป็นส่ำ...ก็ไอ้การได้สัมผัสมือกับซีเรียสนี่มันเป็นเรื่องปกติเสียเมื่อไหร่ล่ะ!? ถึงแม้ปกติพวกเขาจะเล่นกันแบบถึงเนื้อถึงตัวอยู่แล้ว มีทั้งเล่นหัว แตะหน้า หรือกอดรัดฟัดเหวี่ยง แต่มาตอนนี้...เมื่อรีมัสรู้สึกว่ามันมีอะไรบางอย่างแปลกไประหว่างเขาทั้งสองคน การแตะเนื้อต้องตัวแบบนี้มันจึงไม่ใช่เรื่องปกติอีกต่อไป...
...อีกอย่าง เขาก็ไม่เคยได้จับมือซีเรียสแบบจริงๆจังๆอย่างนี้เลยซักครั้ง...
...ไม่เคยรู้เลยว่ามือของหมอนั่นมันอุ่นขนาดนี้...
เร็วเข้า ซีเรียสเร่งพลางเอื้อมไปดึงแขนของรีมัสให้เขยิบเข้ามาใกล้เขามากขึ้นจนพวกเขาทั้งคู่ต้องยืนเบียดกัน สอนฉันหั่นหน่อยสิ
มูนนี่กลืนน้ำลาย ความที่เขาตัวเล็กกว่าทำให้เขาเข้าไปยืนซ้อนทางด้านหลังของซีเรียสไม่ได้ รีมัสจึงต้องเบียดเข้าไปใกล้คนร่างสูงอีกเพื่อจะได้จับมือของแพ็ดฟุตให้หั่นต้นหอมได้ถนัด และจะได้มองถนัดขึ้นด้วย
ก็...อย่างนี้... รีมัสกระชับมือของเขาลงบนมือของซีเรียสอย่างไม่แน่ใจ แล้วเขาก็ต้องลังเลอีกครั้ง ก่อนจะตัดสินใจใช้มือซ้าย...เอื้อมลอดใต้แขนขวาของแพ็ดฟุตไปหยิบต้นหอมมาวางบนเขียงในลักษณะที่จะหั่นให้เป็นฝอยเล็กๆตามที่เขาต้องการได้
ถนัดไหมเนี่ย? คนร่างสูงหัวเราะหึหึเมื่อเห็นการพันกันไปพันกันมาอันพิลึกพิลั่นของแขนเขาและแขนมูนนี่ เปลี่ยนเป็นท่านี้ดีกว่า
และด้วยการพูดเองเออเองของซีเรียส เด็กหนุ่มร่างบางก็ถูกดึงให้มายืนซ้อนอยู่ข้างหน้าคนร่างสูงอย่างรวดเร็ว...อย่างงงๆเสียด้วย ก่อนที่แพ็ดฟุตจะเอื้อมมือขวามาจับมีดเหมือนเดิม และใช้มือซ้ายอ้อมด้านหน้าลำตัวของรีมัสมาจับมือนิ่มของคนร่างบางให้มาวางทับลงบนมือขวาของเขาเหมือนเดิม
แบบนี้ค่อยถนัดขึ้นหน่อย ซีเรียสพูดยิ้มๆ
...มูนนี่รู้สึกเหมือนติดกับ ตอนนี้เขายืนอยู่ในอ้อมแขนของซีเรียสเต็มๆ ทั้งมือซ้ายและมือขวาของซีเรียสตอนนี้กุมมือขวาของเขาไว้อยู่ และมันก็อ้อมร่างเล็กๆของเขาเป็นวงกลมโดยมีลำตัวของซีเรียสเป็นอีกครึ่งวงกลมที่เหลือ กักให้เขาอยู่ตรงกลาง...
ทีนี้นายก็สอนฉันได้ถนัดๆแล้ว แพ็ดฟุตบรรยายสรรพคุณการกระทำของเขาต่อพลางละมือซ้ายของเขาออกไปให้มันอยู่ในที่ที่ควรอยู่อย่างเสียดาย
...ถนัดสิ...ถนัดมากๆเลยไอ้บ้า! รีมัสคิดในใจหลังจากยืนอึ้งมาเป็นครู่ และเพื่อบรรเทาความเขิน คนร่างบางก็รีบหยิบต้นหอมมาวางและลงมือหั่นอย่างรวดเร็ว
ดูแบบนี้แล้วพอเข้าใจไหมเนี่ย? มูนนี่ถามโดยไม่ยอมละสายตาจากต้นหอมที่ตอนนี้โดนหั่นเป็นฝอยเล็กๆเอาเลย
อืมมม...ก็แค่วางต้นหอมแบบนี้ใช่ไหมล่ะ? ซีเรียสถามพลางเอื้อมมือซ้ายออกมาหยิบต้นหอมต้นใหม่มาวางและลงมือหั่นเองโดยยังคงมีมือของรีมัสวางอยู่ข้างบน
ต้องให้มันชิ้นเล็กกว่านี้ นั่นยังใหญ่ไป รีมัสบอกขณะมองซีเรียสทดลองหั่นหอมอย่างเก้ๆกังๆ สูตรบอกว่าให้หั่นให้เป็นฝอยเล็กๆมากๆ ไม่งั้นมันจะผสมเข้ากับอย่างอื่นยากเพราะต้นหอมสเปนมีกากเยอะ
งั้นเหรอ? แพ็ดฟุตถามพลางลองลดขนาดของต้นหอมแต่ละชิ้นลง แบบนี้เริ่มโอเคไหม?
อืมได้แล้ว คนร่างบางพยักหน้า นายทำได้แล้วฉันก็ไปละนะ ต้องไปดูหม้อฉันต่อ เขาปล่อยมือจากมือของซีเรียสและทำท่าจะผละออกไป
ยังไม่ครบ 8 นาทีหรอกน่า...อย่าเพิ่งไปสิ จู่ๆซีเรียสก็ส่งเสียงอ้อน ความที่รีมัสยังยืนอยู่ในอ้อมแขนของเขาทำให้คนตัวเล็กไม่อาจออกไปจากพื้นที่ตรงนี้ได้อยู่แล้วถ้าหากซีเรียสไม่อนุญาต...และคนร่างสูงก็ไม่อนุญาตเสียด้วย ยิ่งกว่านั้น อยู่ๆซีเรียสก็เอาคางของตัวเองมาวางเกยบนไหล่เล็กจากทางด้านหลัง...เป็นการยืนยันคำพูดที่ว่า อย่าเพิ่งไป
หัวใจของรีมัสกระตุกวูบ...ท่าทางของซีเรียสตอนนี้มันดูขี้อ้อนเอามากๆ เขายืนแข็งทื่อ ขยับร่างกายไม่ออกไปชั่วขณะ
มะ...มันจะครบ 8 นาทีแล้ว! พักใหญ่กว่ามูนนี่จะคิดหาคำพูดได้ เขาขยับกายดันซีเรียสให้เขยิบออกไป แต่คนร่างสูงที่แรงเยอะกว่าก็ยังคงไม่ยอมขยับ กลับปักหลักจมดินอยู่ตรงนั้น
ยังน่า... แพ็ดฟุตกระซิบเสียงนุ่มปนออดอ้อนหน่อยๆ ...ขออีกนาทีแล้วกัน...
หมายความว่าไงที่ว่า ขออีกนาที!? รีมัสโวยวายอย่างสับสนอยู่ในใจ...แต่ก่อนที่เขาจะได้คิดอะไรมากไปกว่านั้น เขาก็รู้สึกว่าซีเรียสที่วางคางเกยอยู่บนไหล่เขา...หันหน้ามาทางใบหน้าเขาแล้วใช้จมูกซุกไซร้ปลายผมสีน้ำตาลอ่อนของคนร่างบางเบาๆ...
...หอมจังเลย... ซีเรียสกระซิบ
ใบหน้าของมูนนี่ร้อนวูบขึ้นมา ร่างของเขาแข็งทื่อหนักกว่าเดิม เมื่อได้สติคนร่างบางจึงออกแรงผลักร่างสูงของคนข้างหลังออกไป ซีเรียสที่ไม่ทันได้ตั้งตัวจึงผงะนิดหนึ่งทันที
พะ...พอแล้ว มูนนี่ก้มหน้างุดพูดงึมงำๆ ไม่ยอมสบตากับซีเรียส แต่ถึงกระนั้นเขาก็รู้ว่าตอนนี้ริมฝีปากของเด็กหนุ่มผมดำกำลังพยายามซ่อนยิ้มอย่างห้ามไม่อยู่
อื้อ...ครบ 8 นาทีพอดีเลยล่ะ ซีเรียสเออออหลังจากยกนาฬิกาข้อมือของตนขึ้นดูเรียบร้อย งั้นเดี๋ยวฉันทำของฉันต่อเองก็ได้ นายไปดูหม้อของนายเถอะมูนนี่
มันก็ต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้วล่ะ! รีมัสโวยในใจ เขาหันหลังกลับแล้วพุ่งไปที่โต๊ะของตัวเองทันทีโดยไม่หันกลับไปมองซีเรียสแม้แต่นิด
หลังจากทิ้งไว้ 8 นาทีส่วนผสมทุกอย่างในหม้อก็ดูจะลงตัวดีแล้ว เพราะตอนนี้น้ำยาของเขามันเปลี่ยนเป็นสีม่วงเข้มแทนที่จะเป็นสีแดงแจ๋เหมือนเมื่อครู่ รีมัสก้มลงอ่านขั้นตอนการปรุงยาข้อต่อไปพลางพยายามทำให้ใจของตัวเองเต้นเป็นปกติเท่าที่จะทำได้ ท่องไว้ เขาต้องมีสมาธิๆๆๆๆๆ...
ขั้นตอนต่อไปบอกให้ใส่เกล็ดมังกรพันธุ์จีนลูกไฟลงไป 22 เกล็ด มันเป็นขั้นตอนสุดท้าย รีมัสจึงก้มหน้าก้มตาเริ่มนับเกล็ดมังกรสีแดงอย่างเอาจริงเอาจัง
78รีมัสนับเลขอยู่ในใจพลางสมองของเขาก็ประหวัดคิดไปถึงเหตุการณ์เมื่อครู่...910เมื่อกี๊ซีเรียสต้องการอะไรหรือเปล่าถึงได้อ้อนเขามากกว่าปกติแบบนี้?...1112เขาแน่ใจว่าเขาเห็นประกายตาแปลกๆของหมอนั่นเวลาที่จ้องมองมา...
...แน่ใจ...หลังจากที่ผ่านมาทั้งวัน...ว่ามันมีอะไรบางอย่างแปลกไป...
...นายจะคิด...เหมือนที่ฉันคิดหรือเปล่าซีเรียส?...
...แล้วทำไมตอนนี้เขาต้องยิ้มไม่หุบแบบนี้ด้วยนะ?...
รีมัสสูดลมหายใจลึกเข้าปอด เขาเงยหน้าขึ้นยิ้มให้กับเพดานคุกใต้ดิน พยายามบังคับหัวสมองไม่ให้คิดฟุ้งซ่าน ก่อนจะก้มกลับลงมามองเกล็ดมังกรบนโต๊ะพลางพยายามหุบยิ้มแบบสุดๆ...
...แล้วนี่เขานับเกล็ดมังกรถึงไหนแล้วนะ?...
//////////////////////////////////////////////
วิชาปรุงยาซึ่งเป็นวิชาสุดท้ายของวันนี้เลิกคลาสตอน 4 โมงเย็น เมื่อนักเรียนชั้นปี 6 ทยอยกันไปส่งน้ำยาสีม่วงลาเวนเดอร์ที่โต๊ะศาสตราจารย์ซลักฮอร์นเรียบร้อยต่างก็เดินออกจากคุกใต้ดินไป เพื่อนรักทั้งสามกำลังเดินคุยกันอย่างออกรสสนุกสนานขึ้นมาจากทางเดินชั้นใต้ดิน เมื่อเด็กหนุ่มที่หล่อที่สุดในกลุ่มยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูก่อนจะเอ่ยขึ้น
เอ้อ...พวกนายกลับหอไปก่อนแล้วกันนะ...เดี๋ยวฉันตามไป... ซีเรียสเอ่ยขึ้น...เขาเหลือบมองสีหน้าของรีมัสที่เดินอยู่ข้างๆแวบหนึ่ง ก่อนจะเบนสายตาไปอย่างรวดเร็ว
จะไปหา...เอ้อ...สาว...เหรอ? ตอนแรกเจมส์กะจะแซว แต่แล้วก็เกิดสะดุดคำพูดขึ้นมาเฉยๆพลางเหลือบไปมองหน้าเพื่อนตัวเล็กเหมือนกันอย่างไม่แน่ใจ
อืมมม... แพ็ดฟุตรับคำอย่างไม่เต็มใจเท่าไหร่ เขาเกรงใจมูนนี่...ถ้าหากเรื่องมันเป็นอย่างที่เจมส์บอกมาจริงๆละก็นะ ถึงแม้เวลาปกติเขาจะพูดเรื่องนี้ออกมาได้อย่างหน้าตาเฉย แต่ตอนนี้...สถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้ว...
...ในเมื่อเขารู้ว่ามูนนี่คิดยังไงกับเขา เขาก็ไม่อยากทำให้หมอนั่นเจ็บปวดหรือเสียใจ...
...แต่ถึงยังไง เวลานี้...ตอนนี้...เขาก็ต้องไปหาทริช่าที่หลังปราสาทอยู่ดี...
เมื่อเห็นรีมัสนิ่งเงียบไม่พูดอะไร แพ็ดฟุตจึงรีบเอ่ยขึ้น เอ้อ...งั้นฉันไปก่อนนะ เขาพูดเสียงไม่ดังนักก่อนจะรีบหันหลังเดินแยกไปอีกทาง
...ปล่อยเจมส์กับรีมัสให้ยืนอยู่กันตามลำพัง...
เอ้อ... พร็องส์อึกๆอักๆอย่างไม่แน่ใจว่าควรจะพูดอะไรดีในสถานการณ์แบบนี้ แต่แล้วรีมัสก็เป็นคนพูดขึ้นมาขัดบรรยากาศอึดอัดนี่เสียเอง
กลับหอกริฟฟินดอร์กันเถอะ คนตัวเล็กพูดก่อนจะเดินไปในทิศทางตรงกันข้ามกับทางที่ซีเรียสเดินไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เจมส์จึงรีบเดินตามไปและไม่กล้าพูดอะไรต่อจากนั้น...
...เมื่อกี๊ก็เห็นอ่อยรีมัสจะเป็นจะตายนี่นะ! เด็กหนุ่มผมยุ่งคิดในใจขณะที่เดินเคียงคู่เด็กหนุ่มผมน้ำตาลกลับหอของพวกเขา เจมส์เหลือบมองไปทางมูนนี่แวบหนึ่ง ก็เห็นคนร่างบางมีสีหน้าเฉยชาแบบที่ไม่แสดงออกถึงความรู้สึกใดๆ...นายจะไปให้ความหวังมูนนี่ทำไมในเมื่อยังคงทำตัวเจ้าชู้แบบนี้อยู่? หรือมันเป็นเรื่องปกติของนาย...เป็นนิสัยของนาย...ที่จะต้องให้ความหวังใครก็ตามที่เข้ามาชอบนายแบบนี้ ทั้งผู้หญิงคนอื่นๆของนาย...และไม่เว้นแม้แต่รีมัส...
...เมื่อชั่วโมงที่ผ่านมานายกอดมูนนี่อยู่...และชั่วโมงต่อมานายก็เผ่นไปหาผู้หญิงคนอื่น...แบบนี้น่ะนะ!?
...ซีเรียส...นายนี่มัน...!!!
To Be Con.