[TVXQ Fic] Closed the Heaven’s Door [1]
posted on 21 Apr 2007 04:14 by dakki in ClosedTheHeavensDoorxENDx
และแล้ว...มันก็โผล่หัวมาจนได้หลังจากหายไปชาติกว่า กรั่กๆ เอาฟิคเรื่องใหม่มาปล่อยแล้วคร่า~ >///<
ฟิคเรื่องนี้อาจจะคนละแนวกับ The Five Secrets นะคะ ไม่ใช่แนวกุ๊กกิ๊กมหาลัยและไม่รั่วเท่าที่ควร ดังนั้นถ้าใครคาดว่าจะได้อ่านฟิคแนวนั้นก็ขอโทษด้วย อาจจะผิดหวังเล็กน้อยถึงปานกลางและมากที่สุด
ส่วนฟิคเรื่องนี้จะเป็นแนวไหนนั้น...ลองอ่านกันดูเองดีกว่า เพราะคนแต่งมันยังระบุไม่ถูกเล๊ย -*-
TVXQ FanFiction
Title: Closed The Heaven's Door [1]
Author: Dakki
Style: Yaoi
Pairing: Yun/Jae, Mic/Xiah
Category: Mystery/Romance/??/??/???????????
[TVXQ Fic] Closed the Heaven's Door [1]
...แจจุงลืมตาตื่น...
แสงสีขาวสว่างจ้าที่ส่องลอดเข้ามาทางหน้าต่างทำให้เขาต้องหยีตาเล็กน้อย แต่เพียงครู่เดียวแจจุงก็ปรับสายตาให้ชินกับความสว่างได้ เสียงนกร้องดังจิ๊บๆลอยลอดเข้ามาบ่งบอกเวลาเช้าทำให้เขายิ้มกว้าง แจจุงหาวหวอดใหญ่ ลุกขึ้นยืนบิดขี้เกียจ ก่อนจะขยี้หัวหูที่ฟูกระเซิงและยิ้มรับวันใหม่ที่คงจะเหมือนกับทุกๆวัน
ชายหนุ่มผิวขาวร่างบางไว้ผมสีดำสนิทล้างหน้าแปรงฟันก่อนจะทำอาหารเช้าอย่างง่ายๆคือทอดไข่ดาวกินกับขนมปังทาแยม พอชักมีแรงและหายขี้เกียจก็เข้ามาพับผ้าห่มจัดเตียงให้เรียบร้อย เดินออกไปรดน้ำต้นไม้ที่ระเบียงหลังบ้านและทักทายครอบครัวนกกระจาบที่ทำรังอยู่ใกล้ๆซึ่งเป็นครอบครัวเดียวกับที่ส่งเสียงปลุกเขาให้ตื่นอยู่ทุกวี่ทุกวันนั่นแหละ เสร็จกิจวัตรประจำวันเหล่านี้ แจจุงก็เปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมออกไปจากบ้านเพราะเขานัดกับเพื่อนคนหนึ่งเอาไว้...
เสื้อยืดสีขาวตัวเก่งพร้อมกับกางเกงขายาว แค่นั้นก็พอจะทำให้คนร่างแบบบางอย่างเขาดูดีและก็พร้อมจะก้าวออกจากบ้าน แจจุงปิดประบ้านเอาไว้ ไม่จำเป็นต้องลงกลอนใดๆเพราะไม่มีใครคิดจะเข้าไปในบ้านเขาหรอก และถึงจะมีคนเข้ามาก็ไม่เป็นไรอยู่ดี
"อรุณสวัสดิ์จ้ะแจจุง" เสียงทักทายดังขึ้นไม่ไกล แจจุงหันไปตามเสียงเรียกก็พบคุณป้าหน้าตาใจดีที่อยู่ถัดจากบ้านเขาไป 3 หลังกำลังขี่จักรยานผ่านมา
"สวัสดีครับคุณป้า จะไปตลาดหรือครับ?" มองจากจักรยานที่มีตะกร้าจ่ายตลาดติดอยู่ข้างหน้าก็พอจะเดาได้ คุณป้าชะลอรถจอดข้างๆเขา ยิ้มอย่างมีไมตรี
"ใช่จ้ะ ที่บ้านผักหมดแล้วว่าจะไปซื้อเสียหน่อย จะไปดูเต้าหู้ด้วย ไปกับป้าไหมล่ะ?" ผู้สูงวัยเอ่ยถาม
"อ่า คุณป้าจะซื้อของเยอะไหมล่ะครับ? ถ้าเยอะผมจะได้ไปช่วยถือ"
"โอ๊ยยย ไม่หรอกจ้ะ ไม่ได้จะเอาไปใช้งานเสียหน่อย ป้ามีตะกร้าไว้ใส่ของอยู่แล้วนี่จ้ะ เห็นไหม?" คุณป้าตบๆไปที่ตะกร้าหน้ารถ "ที่ป้าชวนน่ะแค่นึกว่าแจจุงออกมาเดินเล่นคนเดียว จะได้ชวนไปเที่ยวตลาดไง"
"อ้อครับ แต่ผมต้องขอโทษจริงๆ พอดีผมนัดเพื่อนไว้แล้วน่ะครับ" โค้งตัวลงอย่างขอโทษขอโพยที่ไปตามคำชวนอย่างมีน้ำใจของคุณป้าไม่ได้
"โอ๊ยยย มาขอโทษขอโพยอะไรกัน? ไม่เป็นไรๆ ไปไม่ได้ก็ไม่เป็นไรนี่จ๊ะ นัดของหนูสำคัญกว่าอยู่แล้ว แล้วนี่นัดเพื่อนไว้กี่โมงล่ะ? ไม่รีบไปเดี๋ยวจะสายนะ"
"อ่ะครับ" แจจุงมองนาฬิกาข้อมือ เก้าโมงกว่าแล้ว "ผมนัดเพื่อนไว้เก้าโมงครึ่งน่ะครับ ถ้างั้นคงต้องขอตัว"
"อ่ะจ้ะ เที่ยวให้สนุกนะ" คุณป้าโบกมือให้ ก่อนจะขี่จักรยานจากไป
แจจุงเดินเรื่อยๆไปตามทางเดินโรยกรวด เวลาเช้าแบบนี้อากาศสดชื่นนัก ได้ยินเสียงนกร้องดังอยู่ตลอดสองข้างทางผสานไปกับเสียงกรวดกระทบกรวดที่เท้าของตัวเองทำขึ้น นานๆทีจึงจะมีผู้คนเดินหรือขี่จักรยานผ่านไป และทุกๆครั้งที่มีใครสวนทาง แจจุงก็จะทักทายพวกเขาเพราะล้วนเป็นคนคุ้นหน้าคุ้นตาที่รู้จักกันดี
บ้านหลังเล็กๆสีขาวสะอาดที่เรียงรายอยู่สองฟากข้างถนนให้ความรู้สึกสบายตา อีกทั้งเสื้อผ้าของทุกคนในเมืองที่เป็นสีขาวอีก แจจุงเงยหน้ามองท้องฟ้า ไม่เห็นดวงอาทิตย์แต่แสงสีขาวของมันก็สว่างจ้าจนทำให้เมืองทั้งเมืองสดใส แจจุงยิ้มให้กับตัวเอง และเมื่อเบนหน้ากลับมามองทางก็พบเข้ากับคนที่เดินสวนมา รอยยิ้มบางยังค้างอยู่ที่ริมฝีปาก และเมื่อผู้สวนทางเห็นก็ส่งยิ้มกว้างตอบกลับมาให้เขาเช่นกัน
แจจุงเดินไปถึงหัวมุมถนน และก็พบกับบุคคลที่เขานัดเอาไว้
"ไงยูชอน รอนานไหม?" ทักทายเพื่อนสนิทพลางยิ้มแย้มให้ ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งไว้ผมสีน้ำตาลยิ้มกลับ
"ไม่นานหรอก แต่ฉันเมื่อย ไปหาที่นั่งริมทะเลสาบในสวนนั่นกันดีกว่า" ยูชอนชี้ไปที่สวนขนาดใหญ่ไม่ไกลที่มักจะมีคนไปนั่งพักผ่อนหย่อนใจกันเสมอ แจจุงพยักหน้า ถ้าวันไหนแดดไม่แรง ยามเช้าแบบนี้อาจจะได้ไปนั่งแช่ในหมอกกลางทุ่งหญ้าเล่นก็เป็นได้
แจจุงกับยูชอนพากันเข้าไปในสวน ซื้อกาแฟร้อนแก้วเล็กคนละแก้วแล้วได้ที่เหมาะเจาะตรงตลิ่งริมทะเลสาบ หงส์คู่รักสองตัวดำผุดดำว่ายเล่นอยู่ในพงหญ้าในน้ำใกล้ๆ พวกเขาจึงนั่งมองมันกันเสียเพลินตา
"เมื่อวาน ฉันได้ยินข่าว..." อยู่ๆยูชอนก็พูดขึ้นทำลายความเงียบงันอันสุนทรีของธรรมชาติ แจจุงหันไปมองเพื่อน ก็เห็นยูชอนก้มหน้ามองกาแฟในแก้วของตัวเองพลางอังมือกับแก้วร้อนเพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกาย "...ประตูบานนั้นเปิดอีกแล้ว"
"นายไปแถวนั้นมาเหรอ?" แจจุงขยับตัวอย่างสนอกสนใจ ยูชอนเลิกคิ้วมองเพื่อน
"กรูบอกว่า 'ได้ยินข่าว' อยู่หยกๆ เมิงหูตึงหรือไง!?" จบประโยค แจจุงก็แทบจะแพ่นกบาลไอ้เพื่อนตัวดีตกน้ำ "ก็คนแค่ตื่นเต้นเฉยๆน่ะ! ถามดีๆก็ตอบดีๆก็ได้นี่ฝร่า!"
"เออ แล้วไงต่ออ่ะ อย่าปล่อยให้ค้าง" แจจุงเร่ง
"ก็จะไง? เหมือนเดิมนั่นแหละ มีคนถูกพาเข้ามา เป็นผู้หญิงผมยาว"
".............."
".............."
"แค่เนี๊ย!?"
"เออ" ยูชอนซดกาแฟไปอึกใหญ่
"ไอ้ฟราย แล้วทำพูดเหมือนมีอะไรน่าตื่นเต้น ล่อให้กรูอยากแล้วก็จากไป" แจจุงบ่นอุบหันไปดื่มกาแฟพลางมองไอ้หงส์สองตัวข้างหน้ากำลังพลอดรักกันต่อ
"ก็แค่จะบอกว่ามีคนเข้ามาอยู่ในเมืองเพิ่มอีกคนแล้ว" ยูชอนว่า
"เธอชื่ออะไร?"
"จะไปรู้ได้ไง"
"โว๊ยยยยยย ถ้าไม่มีอะไรจะอัพเดทมากกว่านี้ก็หุบปากห้อยๆของแกไปเถ๊อะ!" แจจุงแว้ด
"เฮ้ยยยยย! อ๊ากกกกกกกกกก!!!" จู่ๆบทสนทนาอันดุเด็ดเผ็ดมันส์ของสองเพื่อนรักก็มีเสียงที่ดุเด็ดเผ็ดมันส์มากกว่าดังแทรกขึ้นมา วินาทีที่ทั้งสองหันไปตามเสียงร้อง เสียงของหนักๆตกลงไปในน้ำพร้อมกับเสียงของเหลวแตกกระจายก็ดังขึ้น support อาการโวยวายนั่นได้เป็นอย่างดี
"เฮ้ย คนตกน้ำ!" ยูชอนร้อง ไม่รู้จะบอกทำไมเพราะก็เห็นๆกันอยู่ แจจุงกับยูชอนเป็นเพียงคนสองคนที่นั่งอยู่ในบริเวณนั้น ในขณะที่สิ่งมีชีวิตอื่นๆรอบๆตัวมีแต่บรรดาสิงสาราสัตว์ที่คงจะไม่มีปัญญาไปลากใครเขาขึ้นมาจากน้ำได้ พอยูชอนลุกจากที่นั่งวิ่งไปทางจุดเกิดเหตุ แจจุงจึงได้แต่กลอกตาอย่างเซ็งๆแล้วลุกตามเพื่อนไป
สิ่งมีชีวิตผมสีน้ำตาลตัวหนึ่งโผล่ขึ้นมาจากน้ำตื้นๆใกล้ตลิ่งพลางยกมือลูบหยดน้ำบนใบหน้า น้ำในทะเลสาบริมฝั่งแบบนี้ตื้นแค่เอว ดังนั้นจึงไม่มีทางมีปัญหาเรื่องคนจมน้ำ ยูชอนเข้าไปให้ชิดริมฝั่งที่สุด ยื่นมือออกไปหวังจะช่วยฉุดคนที่เปียกม่อล่อกม่อแลกขึ้นมา
"ยื่นมือมาสิ" เขาบอก
ชายหนุ่มที่หัวหูเปียกจนผมลู่ขมวดคิ้วมองมือที่ยื่นมาทางเขาด้วยสายตาเต็มไปด้วยคำถาม
"ฉันบอกให้ยื่นมือมา!" ยูชอนย้ำคำเดิม
"เรารู้จักกันเหรอ?" น้ำเสียงมีแววไม่ไว้วางใจ
ฉึก!
"พูดแบบนี้หมายความว่าไงวะ!?" ยูชอนเกรี้ยวขึ้นมาทันที
"เฮ้ย อะไรกันวะ!? คนอุตส่าห์จะช่วย...ไม่รู้จักกันก็แล้วไง? ก็เห็นอยู่ดีๆเดินเซ่อซ่าตกน้ำ คนนั่งอยู่ใกล้ๆจะไม่ลุกมาดูหน่อยเดี๋ยวก็หาว่าไร้น้ำใจอีกใช่ไหม? แต่ลุกมาดูแล้วดันพูดจาแบบนี้ใส่ กรูไม่ญาติดีด้วยแล้วเว้ย!!!"
"โหยอะไร ถามประโยคเดียวมาเป็นชุด อ่ะ ฉันชื่อจุนซู" ชายหนุ่มยื่นมือมาทางยูชอน แต่อีกฝ่ายกลับทำหน้าไม่อยากจะมีไมตรีด้วย "นี่ ยื่นมือมาให้จับสิ ฉันญาติดีด้วยแล้วไง ฉันโหมดนี้หาดูยากนะเนี่ยน่าจะดีใจไว้" กรูเชื่อ
"หืมมม ว่าไงนะ? ฉันอยากให้นายทำตัวมีมนุษยสัมพันธ์ด้วยตาย! ไม่อยากรู้จักกันก็ไม่ต้องรู้จัก ไม่มีใครจ้าง!" ยูชอนยังคงไม่สบอารมณ์
"เฮ้ อะไรกันเล่า? เร็วๆยื่นมือมาหน่อย จะช่วยฉุดฉันขึ้นไปไม่ใช่เหรอ? ตลิ่งตรงนี้มันลื่น ช่วยจับหน่อยเดี๋ยวฉันล้มเสื้อเปื้อน" ว่าพลางจัดเสื้อของตัวเองที่เปียกแนบเนื้อจนเห็นไปถึงไหนต่อไหนให้ดีๆ ยูชอนถลึงตา
"เสื้อเปื้อน!? เปียกเป็นลูกหมาตกน้ำแบบนี้จะเป็นหวัดหรือเปล่าก็ไม่รู้ดันมากลัวเสื้อเปื้อน!!!?? มันจะคุณชายไปหน่อยแล้วนะนาย! ขึ้นมาเองเว้ย!" ยูชอนทำเสียงหมั่นไส้ ไม่มีอารมณ์จะช่วยแล้วล่ะคนอะไรไร้มารยาทสิ้นดี แจจุงหันไปมองหน้าเพื่อนตัวเองที ก่อนจะหันไปทำญาติดีกับไอ้เด็กผมน้ำตาล
"อ่ะ ขึ้นมาสิ ระวังลื่นนะ" แจจุงยื่นมือไปให้ จุนซูก็ยิ้มร่าจับมือที่จะช่วยพยุงตัวเองทันที ยูชอนยังคงทำตาขวางอย่างหมั่นไส้
"...น่าจะล้มให้เสื้อเปื้อนไปให้รู้แล้วรู้รอด" พึมพำขมุบขมิบ แต่อีกสองคนก็ได้ยิน
"ถ้าเปื้อนจะเอาไปซักให้ไหมล่ะ?" จุนซูไม่วายกวนพระบาท แจจุงจึงต้องรีบห้ามทัพ
"เฮ้ย พอๆเลยทั้งสองคน อะไรเนี่ยเพิ่งจะรู้จักกันจริงหรือเปล่า? คุยกันประโยคแรกก็ทะเลาะกันซะแล้ว"
"ก็มันกวนตีนฉันก่อนนี่...แล้วนายลงไปทำอะไรในนั้น คิดว่าจะเดินบนน้ำได้หรือไง?" ยูชอนมองจุนซูด้วยหางตา ชายหนุ่มผมน้ำตาลยักไหล่ขณะบิดน้ำออกจากเสื้อเชิ้ตผ้าเนื้อบางของตัวเอง พูดเสียงเบา
"ลงไปจับปลาสวายมั้ง ถามมาได้..."
ยูชอนถลึงตาเป็นรอบที่สอง อ้าปากค้างอย่างคิดคำด่าไม่ออก "ไอ้..."
"เออน่า ฉันล้อเล่น แค่นี้ทำโกรธไปได้ ฉันทำของตกน้ำน่ะ เลยก้มเก็บ แล้วก็เป็นอย่างที่นายเห็นเนี่ยแหละ"
"เซ่อซะไม่มี" ยูชอนพูดกับตัวเอง จุนซูหรี่ตามอง
"ฉันได้ยินนะนาย"
"ก็ไม่ได้พูดให้ไม่ได้ยิน" ยูชอนลอยหน้าลอยตา
"เฮ้ย สต๊อป!" แจจุงยืดแขนทั้งสองข้างมาดักหน้าทั้งสองคนเพราะชักจะทนกันบทสนทนานี้ไม่ไหวแล้ว ถ้าไม่ห้ามมันอาจจะกัดกันไปจนถึงพรุ่งนี้เช้าได้ "จุนซู นายไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนดีว่าไหม? อากาศหนาวแบบนี้เดี๋ยวก็เป็นหวัดหรอก บ้านอยู่ไหนล่ะ? เดี๋ยวพวกฉันไปส่ง" ถามอย่างใจดี ยูชอนขัดขึ้นมาทันที
"ไม่ต้องไปทำเป็นพูดดีกับมันหรอก เสนออะไรมีน้ำใจไปให้เดี๋ยวก็บอกปัดแบบไร้มนุษยสัมพันธ์อีก" แต่จุนซูทำเหมือนไม่ได้ยินคำพูดของยูชอน
"อยู่ไม่ไกลจากนี้หรอก ขอบใจนายมากนะ ไปนั่งเล่นที่บ้านฉันก่อนก็ได้แล้วเดี๋ยวให้ฉันเลี้ยงข้าวเที่ยงพวกนายเอาไหม? ว่าแต่...ฉันยังไม่รู้จักชื่อพวกนายเลย..." คนตัวเล็กเอียงคอ
"อ้อ ฉันชื่อแจจุง ส่วนนี่ยูชอน" บุ้ยใบ้ไปทางอีกคนที่ยังไม่เลิกทำหน้าบูด และเอาแต่พึมพำว่า "จะญาติดีกับมันทำไมวะ?"
"ยินดีที่ได้รู้จัก" จุนซูฉีกยิ้มน่ารักที่ยูชอนคิดว่ามันช่างเป็นยิ้มที่กวนประสาทสุดๆ คนร่างบางจัดเสื้อตัวเองให้เรียบร้อยอีกครั้งก่อนจะเดินแทรกกลางเพื่อนรักทั้งสองนำทางไป ยูชอนเบะปากเมื่อแจจุงหันหลังจะเดินตามเพื่อนใหม่
"ฉันรออยู่ตรงนี้ได้ไหม?" ถามเสียงเซ็งไปอย่างงั้นทั้งๆที่รู้ว่าไม่มีหวัง แจจุงทำหน้าเอือมระอา คว้าหมับเข้าให้ที่ข้อมือเพื่อนแล้วลากยูชอนให้เดินตามจุนซูไปอย่างถูลู่ถูกัง
///////////////////////////////////////
บ้านของจุนซูเป็นบ้านหลังเล็กสีขาวหน้าตาไม่ต่างไปจากบ้านหลังอื่นๆในละแวกนี้นัก ระเบียงไม้ที่ยื่นออกไปรับแสงแดดด้านหน้าตัวบ้านประดับประดาไปด้วยกระถางไม้ดอกและเสาสำหรับให้ไม้เลื้อยนานาพันธุ์เกาะเกี่ยว แจจุงกับยูชอนถูกทิ้งไว้ที่ห้องรับแขกที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์กระจุ๋มกระจิ๋มแต่ดูทันสมัยกับน้ำส้มคนละแก้ว ในขณะที่เจ้าของบ้านเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่
จุนซูเดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมเช็ดผ้าขนหนูสีขาวกับศีรษะแรงๆหวังจะให้ผมแห้ง แจจุงมองตามพลางเอ่ยถาม
"จุนซู นายมาอยู่ที่เมืองนี้ได้นานเท่าไหร่แล้ว?"
จุนซูขมวดคิ้วผ่านผ้าขนหนูผืนเล็ก "ถามทำไม?"
"เปล่า ฉันแค่เห็นว่าบ้านยังใหม่อยู่เลย" ดูจากทั้งเฟอร์นิเจอร์และการตกแต่งที่ดูไม่รกรุงรังเหมือนบ้านเก่าๆ รวมทั้งกลิ่นใหม่ของตัวบ้านที่โชยมากระทบจมูกของเขาด้วย
"หืม? ไม่รู้สิ ฉันไม่เคยนับวันเวลา" คนร่างบางยักไหล่ตอบอย่างไม่ใส่ใจ เขาเดินมานั่งปุอย่างสบายอารมณ์บนโซฟาตัวใหญ่ที่ยูชอนนั่งอยู่ และในขณะที่คนร่างสูงกำลังขมวดคิ้วกับการกระทำของร่างเล็ก จุนซูก็ยกแก้วน้ำส้มที่ยูชอนเพิ่งจะดื่มไปได้ไม่ถึงครึ่งขึ้นมาซดจนเกือบหมด
ยูชอนถลึงตา ในขณะที่จุนซูละแก้วน้ำส้มจากริมฝีปาก แล้วยกแก้วให้อยู่ในระดับสายตา
"อืม ก็อร่อยดีนี่ เห็นนายดื่มไปนิดเดียวในขณะที่แจจุงกินหมดแก้วแล้ว เลยนึกว่าแก้วนี้มันจะรสชาติไม่ดีเสียอีก"
"ฉันคงจะกินหมดแน่ ถ้าหากนายไม่แย่งไปซดหมดเสียก่อนน่ะ! มีอย่างที่ไหนมาแย่งน้ำแขกดื่ม!? หิวน้ำแล้วขี้เกียจไปเทใหม่น่ะสิไม่ว่า กรุรู้หรอกโว๊ยไม่ต้องมาทำเป็นอ้างหรอก!!!"
"ทิ้งไว้นานมันก็หายเย็นหมดสิ" จุนซูยักไหล่พลางยกแก้วดื่มน้ำส้มที่เหลือจนเกลี้ยง ก่อนจะหันมาทำหน้ากวนประสาทใส่ยูชอนจนอีกฝ่ายแทบอยากจะล้มโต๊ะเดี๋ยวนั้น "แล้วพวกนายอยู่ที่เมืองนี้กันมานานแล้วเหรอ?" หันไปถามแจจุงที่นั่งอยู่อีกฟากของโต๊ะ
"หืม? เอ้อ...ไม่รู้สิ...ไม่รู้เหมือนกัน" แจจุงอึกอักขณะพยายามคิดหาคำตอบของคำถามนั้น ขมวดคิ้วมุ่นกับความทรงจำที่เลอะเลือนของตัวเอง...นั่นสิ ทำไมเขาถึงจำไม่ได้ว่าเขาเข้ามาอาศัยอยู่ที่เมืองนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ หรือใช้ชีวิตแบบนี้มานานแค่ไหนแล้ว?...
...เป็นเพราะวันเวลาที่เมืองนี้เหมือนๆกันอยู่ทุกวัน นั่นเลยทำให้เขาลืมที่จะนับมันไป...อย่างนั้นหรือเปล่า?...
"อืมเหรอ?" จุนซูดูจะไม่แปลกใจกับคำตอบนั้นเท่าไหร่ เขาลุกขึ้นยืนพลางบิดขี้เกียจให้หายเมื่อยล้า ก่อนจะเอ่ยปากชวนเพื่อนใหม่ทั้งสอง "เราออกไปข้างนอกกันไหม? อากาศดีแบบนี้มาอยู่ในบ้านมันอุดอู้จะตาย แล้วเมื่อกี๊พวกนายจะไปไหนหรือมีธุระอะไรกันหรือเปล่า? หวังว่าฉันคงไม่ได้ขัดจังหวะอะไรหรอกนะ"
"เปล่าหรอก เราก็มาเดินเล่นกันเฉยๆนั่นแหละ" แจจุงลุกขึ้นบ้าง จุนซูฉีกยิ้ม
"ขอบใจพวกนายมากนะที่ช่วยฉัน ไปกันเถอะให้ฉันเลี้ยงข้าวนายดีกว่า"
//////////////////////////////////
เส้นทางโรยกรวดที่ชายหนุ่มทั้งสามคนเดินไปร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้ยืนต้นสูงตระหง่านที่แทบจะบดบังไม่ให้แสงแดดส่องลอดลงมาตกกระทบเม็ดกรวดได้ จุนซูที่หลังจากรู้จักแล้วก็นับว่าเป็นคนมนุษยสัมพันธ์ดีคนหนึ่งกำลังชวนแจจุงคุยเรื่องสัพเพเหระเจื้อยแจ้วโดยทิ้งอีกคนที่แทบไม่มีตัวตนในบทสนทนาไว้ข้างหลัง ยูชอนทำหน้าเบ้ แกล้งทำปากขมุบขมิบล้อเลียนเพื่อนใหม่ผมน้ำตาลที่เขาก็ไม่อยากจะนับเป็นเพื่อนเท่าไหร่เป็นระยะๆ ยิ่งเห็นจุนซูทำตีซี้แจจุงแล้วเมินเขาแบบนี้ก็ยิ่งหมั่นไส้คนตัวเล็กขึ้นมาตะหงิดๆ
ทางเดินหักเลี้ยวไปทางซ้ายเนื่องจากจุนซูบอกเอาไว้แต่แรกแล้วว่าต้องเดินไกลหน่อยกว่าจะถึงร้านอาหารที่เขาจะพาไปทาน กว่าจะเดินชมนกชมไม้ไปถึงกันก็คงจะหิวพอดีนั่นแหละ ทันทีที่พ้นหัวมุม จุนซูที่เอาแต่คุยจุ๊กจิ๊กหัวร่อต่อกระซิกมาตลอดทางก็ตะโกนขึ้น
"ยุนโฮ!!!"
ชายหนุ่มร่างสูงหน้าตาหล่อเหลาคนหนึ่งนั่งยองๆอยู่บนพื้นพลางส่งลูกโป่งใบใหญ่สีแดงสวยให้เด็กหญิงตัวน้อยที่ทำท่าเหมือนจะร้องไห้ เด็กน้อยคงทำลูกโป่งหลุดมือไปและคิดว่ามันคงจะลอยไปตามสายลมเป็นแน่ถ้าหากไม่ได้พี่ชายคนนี้เก็บมาให้ ชายหนุ่มที่จุนซูเรียกชื่อว่า 'ยุนโฮ' ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หันมาส่งยิ้มทักทายเพื่อนตัวเล็ก...ยิ้มที่ทำให้แจจุงแทบจะหยุดหายใจ...
"ว่าไงจุนซู?"
To Be Continued
Talk:
งงไหม? ถ้างงก็ไม่ต้องแปลกใจไปนะคะ เราตั้งใจแต่งให้มันงงเอง ไว้ตอนต่อๆไปจะเริ่มเข้าใจเอง (เหรอ?)
อีกอย่าง มันสั้น? 555+ มันสั้นจริงแหละค่ะถ้าเทียบกับการแต่งฟิคเรื่องก่อนๆของเรา แต่สต็อป อย่าเพิ่งบ่นเน้ อยากให้มันยาวๆหรอกนะแต่มันมีเหตุผลบางอย่างที่ทำให้แต่งยาวไม่ได้ ไม่งั้นเรื่องมันจะเดินเร็วมากๆเพราะพลอตมันบังคับ ชอบไม่ชอบยังไงก็เมนต์กันหน่อยนะค๊า~~~
แล้วจะมาต่อตอนที่สองอย่างด่วนค่ะ เมนต์กันด้วยน๊า~
edit @ 9 Nov 2008 16:03:14 by Dakki