[SF HP] Yes, Like Yesterday [Lucius Malfoy/Sirius Black]
posted on 27 Feb 2006 00:38 by dakki in ShortFictions
Harry Potter Fan Fiction
Title: Yes, Like Yesterday
By : Dakki
Pairing : Lucius Malfoy/Sirius Black
Style : Yaoi/Lolicon
Category : Romance/Angst
Rating : PG-13
Disclaimer : ตัวละครทุกตัวที่ปรากฏในฟิคเรื่องนี้นำมาจากเรื่อง Harry Potter ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์ของ J.K.Rowling
[SF HP] Yes, Like Yesterday
“ซีเรียส ถ้านายซนนักฉันจะฟ้องคุณน้า!”
น้ำเสียงเข้มดุแฝงแววเคร่งเครียดดังมาจากปากของเด็กหนุ่มผมสีทองสลวยในเสื้อคลุมสลิธีรีน เด็กหนุ่มปี 6 กำลังพาร่างสูงโปร่งก้าวเร็วๆไปตามระเบียงทางเดินที่มีแสงสว่างจากคบไฟเพียงวอมแวมประดับอยู่เป็นระยะๆ เงายาวของเขาทาบทับไปบนพื้นหินเย็นเฉียบเห็นเด่นชัด ระเบียงทางเดินร้างผู้คนเนื่องจากเป็นเวลาใกล้สี่ทุ่มแล้ว เขาผูกปลายผมไว้เป็นหางม้าสีทองเล็กๆและมันกำลังสะบัดไกวไปตามแรงเดินของเขาเช่นเดียวกับเสื้อคลุม
“โฮ่ย! อย่าบ่นนักเลยน่า! ทำไมจะต้องมาทำตัวเป็นผู้ปกครองของฉันอยู่ได้!? บ่นเหมือนคนแก่นักเดี๋ยวหน้าก็แก่เร็วหรอก!”
เสียงโวยดังมาจากเด็กกริฟฟินดอร์ปี 1 ที่ถูกลากถูลู่ถูกังตามมาข้างหลัง เส้นผมสีดำสนิทยาวประบ่าของเขาปลิวไสวไปตามแรงเดิน นัยน์ตาสีดำเป็นประกายตอนนี้กำลังส่อแววขุ่นเคือง ปากยู่อย่างไม่พอใจ แต่ถึงจะทำหน้าตาหงุดหงิดขนาดนั้นความคมเข้มของคิ้วเรียวและองค์ประกอบอื่นๆในใบหน้าก็ยังไม่หายไปไหนส่อแววให้เห็นว่าจะต้องหล่อเหลาเอาการเมื่อโตขึ้น ขาเล็กๆของเขาต้องรีบจ้ำตามเท้าของคนข้างหน้าจนแทบจะต้องก้าวเป็นสองเท่าต่อหนึ่งก้าวของเด็กหนุ่มปี 6 เพราะตามไม่ทัน และคนข้างหน้าเขาก็ยึดมือเขาเอาไว้เสียแน่นจนสะบัดอย่างไรก็ไม่หลุด
“ก็คุณน้าฝากฉันให้มาคุมความประพฤติของนาย เพราะรู้ว่านายจะหาเรื่องให้โดนทำโทษไม่เว้นแต่ละวันอย่างนี้น่ะสิ!” น้ำเสียงของลูเซียส มัลฟอยยังคงขุ่นเคือง เขาพูดโดยไม่หันมามองหน้าเด็กน้อยที่อยู่ข้างหลังซึ่งตอนนี้กำลังทำหน้ามุ่ยหนักเข้าไปอีก
“ฉันก็แค่แกล้งไอ้พวกมอร์ริสหน่อยเดียวเอง แค่ตกน้ำแค่นั้นไม่เห็นจะเจ็บอะไรตรงไหนซักหน่อย สำออยกันไปได้!” ซีเรียส แบล็คเถียงอย่างขุ่นเคือง ตอนนี้เขาเดินเร็วจนแทบจะเป็นวิ่งเพราะก้าวยาวๆของลูเซียส “นี่ลูเซียส เดินให้มันช้าๆหน่อยได้หรือเปล่า!? จะรีบไปไหนกันนักห๊ะ!?” โวยวายพลางสะบัดมือจะให้หลุดจากการเกาะกุม
เมื่อซีเรียสร้องโวยอย่างนั้นก็ดูเหมือนจะทำให้เด็กหนุ่มสลิธีรีนได้สติ ลูเซียส มัลฟอยค่อยๆเดินช้าลงจนหยุด เขาหันมามองเด็กกริฟฟินดอร์ตัวเล็ก...สูงแค่หน้าอกของเขาเท่านั้น...แววตายังคงไม่หายเข้มงวดดุดัน...
“...แล้วก็ปล่อยมือด้วย จับแรงจนเจ็บจะแย่!” เสียงเล็กโวยขึ้นมาอีกพลางสะบัดมือของตนที่อยู่ในอุ้งมือใหญ่ของเด็กหนุ่มสลิธีรีน สายตาขุ่นเคืองไม่แพ้กัน
แต่คราวนี้ลูเซียสไม่ทำตามคำสั่ง เขาบีบมือเล็กนั่นแน่นขึ้นเหมือนจะแกล้งกัน
“โอ๊ยยยย!!! ทำอะไรน่ะเจ็บนะ!!!” ซีเรียสโวยวายลั่นทันทีเป็นปฏิกิริยาสะท้อนกลับ คิ้วขมวดมุ่นอย่างเจ็บปวดและไม่พอใจ ลูเซียสเห็นปฏิกิริยาอย่างนั้นก็อดยิ้มขำไม่ได้ เขาคลายมือออกจนเป็นเพียงการจับหลวมๆ แต่ก็ยังแน่นพอที่จะไม่ให้ซีเรียสสะบัดหลุดออกไปได้ “ขำอะไรห๊ะ!?” เจ้าตัวยุ่งยังคงโวยวาย
“หึหึ เปล่า...ไม่ต้องพยายามสะบัดหรอกซีเรียส ฉันไม่ปล่อยนายง่ายๆแน่ ไม่รู้ว่าปล่อยไปแล้วภายในสิบนาทีนายจะไปก่อเรื่องอะไรให้ฉันปวดหัวอีก!” เขาพูดเมื่อเห็นว่าซีเรียสยังคงพยายามจะสลัดมือเล็กๆของตัวเองให้หลุดออกมาให้ได้
ซีเรียสทำหน้ายู่ “ไม่ต้องมาทำเป็นเข้มงวดนักหรอกน่ะ! นายไม่ได้เป็นญาติโกโหติกาอะไรของฉันซะหน่อย มาสั่งอยู่ได้!” เขามองลูเซียสอย่างไม่พอใจเท่าไหร่ซึ่งเด็กหนุ่มปี 6 ก็เพียงแต่ทำหน้าดุกลับ
“ก็คุณแม่นายฝากฉันให้มาดูแล ไหนๆคุณพ่อคุณแม่เราก็เป็นเพื่อนกัน แล้วนายคิดว่าฉันอยากจะมาดูแลเด็กซนๆอย่างนายนักเรอะห๊ะ!? แค่อยู่ปี 1 ก็แสบขนาดนี้แล้วพอโตขึ้นจะขนาดไหนกัน!? ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆให้ตายสิ! หาเรื่องปวดหัวมาให้ไม่เว้นแต่ละวันเลย!” ลูเซียสโวยวายบ้าง
“นายก็ไม่ต้องมายุ่งกับฉันสิ! ไม่ต้องมาทำเป็นเชื่อฟังคำสั่งแม่ฉันหน่อยเลย!” เสียงเล็กๆของซีเรียสสวนกลับ
“อ๋องั้นเหรอ!? งั้นนายคิดว่าใครจะเป็นคนรับหน้าคุณน้าถ้าหากท่านมาเยี่ยมแล้วเจอหน้านายที่เลอะเทอะไปด้วยควันระเบิดลูกเหม็น เสื้อคลุมกระจุยเพราะลงไปกลิ้งคลุกฝุ่นฟัดกับพวกเด็กเรเวนคลอมา แล้วก็กำลังโดนกักบริเวณอยู่ในห้องมักกอนนากัลล่ะหา!?” ลูเซียสโวยกลับ แต่น้ำเสียงของเขาไม่ได้เข้มอย่างที่ควรจะเป็น ความจริงเขาไม่ได้โกรธอะไรซีเรียสหนักหนาหรอก ถึงจะซนยิ่งกว่าลิงแต่เจ้าตัวยุ่งนี่ก็...น่าเอ็นดูไม่น้อยเลยเหมือนกัน...
“ฉันรับหน้าเองได้ไม่ต้องการความช่วยเหลือจากนาย ฉันพูดกับแม่เป็นน่ะ!” ซีเรียสยังไม่ยอมแพ้ ทั้งเรื่องเถียงและก็เรื่องสะบัดมือให้หลุด
“เหรอครับพ่อคนเก่ง? จะโดนคุณน้าฟาดล่ะสิไม่ว่า แล้วฉันก็จะเสียเครดิตด้วย เป็นถึงพรีเฟ็คแล้วท่านก็อุตส่าห์ไว้ใจฝากฝังให้ฉันดูแล กลับปล่อยนายให้ไปฟัดกับไอ้พวกเลือดสีโคลนได้...”
“อ๋อ ถ้าฟัดกับพวกเลือดบริสุทธิ์ก็ไม่เป็นไรงั้นสิ? งั้นนายก็บอกแม่ไปละกันว่าฉันฟัดกับพวกเลือดบริสุทธิ์แม่จะได้ไม่ว่า ไอ้พวกมอร์ริสเมื่อกี๊ก็เลือดบริสุทธิ์เหมือนกัน!”
ลูเซียสชักปวดหัว “ฉันแค่เปรียบเทียบเฟร้ย! นายโดนจับเข้าบ้านกริฟฟินดอร์ไม่ใช่สลิธีรีนท่านก็ปวดหัวจะแย่แล้ว เลิกหาเรื่องเจ็บตัวซักทีเถอะ!”
“จะเจ็บอะไรยังไงมันก็เรื่องของฉัน! ไปหามาดามพรอมฟรีย์แป๊บเดียวก็หายแล้วไม่เหลือแผลให้แม่เห็นหรอกน่า!”
น้ำเสียงของลูเซียสอ่อนลง “ฉันไม่ได้หมายความว่ามันจะเหลือแผลให้คุณน้าเห็น แต่ฉันเป็นห่วงนายนะ...”
ซีเรียสชะงักปากที่จะเถียงสวนทันควัน สายตางงๆ “...นายเนี่ยนะเป็นห่วงฉัน? จะมาไม้ไหนอีกล่ะลูเซียส!?...แล้วเราจะยืนคุยกันตรงนี้ไปถึงเมื่อไหร่? ปล่อยมือฉันซักทีน่า!” เขาสะบัดแขนแรงๆโวยวายต่อ
“เออๆ ก็ฉันจะพานายไปส่งหออยู่นี่ไง ขืนปล่อยไปเองได้แวบไปแกล้งฟิลช์อีกล่ะสิ ไว้ใจไม่ได้” ลูเซียสว่าก่อนจะหันหลังออกเดินต่อ
“โอ๊ย! ไม่หรอกกกกกกก!” น้ำเสียงของซีเรียสแสดงว่า ‘ไม่’ เสียเหลือเกิน เขาอมยิ้มนิดหนึ่งเมื่อเห็นว่าลูเซียสรู้ทันก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง “แล้วนายรู้จักทางไปหอกริฟฟินดอร์หรือไงห๊ะ!?”
ลูเซียสยักไหล่โดยไม่หันกลับมา “ฉันเป็นพรีเฟ็คนะ ฉันรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับปราสาทนี้นั่นแหละ”
ซีเรียสแอบแลบลิ้นใส่แผ่นหลังกว้าง หมั่นไส้กับท่าทางอวดดีของรุ่นพี่สลิธีรีน “ชิ...ทำอวดเก่งนักนะ ฉันจะบอกอะไรให้เอาบุญ บันไดเมื่อกี๊ที่เราขึ้นมามันเปลี่ยนตำแหน่งนะ นี่มันปราสาทปีกเหนือแล้ว นายกำลังเดินอ้อมหอกริฟฟินดอร์ไกลโข! นี่น่ะเหรอที่บอกว่ารู้ทาง!?” เจ้าตัวยุ่งเกทับ
“ไม่ต้องมาทำเป็นรู้ดีกว่าฉันหรอกน่าตัวยุ่ง ฉันอยู่ที่นี่มา 6 ปีแล้วนะส่วนนายอยู่แค่ปีเดียว จะมาเทียบรุ่นกันรึ?” ลูเซียสถามด้วยน้ำเสียงสบายๆ เดินนำอย่างมั่นใจต่อไปโดยไม่หันกลับมา ซีเรียสทำหน้ายู่
“ฉันอยู่ปีเดียวแล้วยังไง? จะบอกให้ฉันวิ่งสำรวจมาทั่วปราสาทแล้วนะ รู้ด้วยซ้ำว่าหอสลิธีรีนอยู่ตรงไหน ก็ถ้าฉันจะเทียบรุ่นแล้วมันจะยังไงล่ะ!?”
ทันใดนั้นมีคนเดินพ้นหัวมุมมา เด็กหนุ่มสลิธีรีนส่งเสียงชู่ว์ “ชู่ว์ซีเรียส เงียบๆหน่อย”
แสงไฟจากคบที่ตามอยู่ริมผนังเผยให้เห็นร่างเหี่ยวๆงอๆของผู้ชายคนหนึ่งเดินตรงมาทางพวกเขา ที่เท้าของชายคนนั้นมีสิ่งมีชีวิตตัวไม่ใหญ่นักตามต้อยๆมาด้วย นัยน์ตาสีเหลืองทองของมันสะท้อนแสงไฟเป็นประกายจัดจ้า มันร้องทันทีที่เห็นว่ามีคนเดินสวนมา
“เมี๊ยววววว”
“เหะๆ เด็กนักเรียนอยู่นอกหอๆ นี่สี่ทุ่มแล้ว หอปิดแล้วนะ มาเดินทำอะไรกันอยู่ดึกๆดื่นๆ”
เสียงแหบโหยของอาร์กัส ฟิลช์ดังขึ้นขณะที่พวกเขาเดินเข้ามาใกล้กันเรื่อยๆ ลูเซียสเดินเชิดหน้าอย่างหยิ่งยโสตามแบบฉบับตระกูลมัลฟอย ในขณะที่ซีเรียสส่งรอยยิ้มแสยะอย่างชั่วร้ายไปให้ทั้งฟิลช์และคุณนายนอร์ริส
“โอ้...เด็กสลิธีรีนกับกริฟฟินดอร์ด้วย...ทางนี้ไม่ใช่ทางไปหอไหนทั้งนั้นนี่ มาทำอะไรกันตรงนี้?” น้ำเสียงของฟิลช์คาดคั้น สายตาหลุกหลิกมองสำรวจไปทั่วร่างของคนทั้งคู่เพื่อหาสิ่งผิดกฎโรงเรียน
“ฉันเป็นพรีเฟ็ค จะพาเจ้าเด็กนี่ไปส่งหอ” ลูเซียสตอบด้วยน้ำเสียงยโส ทีท่าโอหัง เขาทำท่าจะเดินผ่านฟิลช์ไป
“เดี๋ยวก่อน จะไปไหน? นี่ไปไหนกันมาไม่ทราบ?” ฟิลช์ยังคงไม่เลิกรังควาน คุณนายนอร์ริสจ้องตาเขม็งมาที่พวกเขา ลูเซียสทำหน้าเอือมระอาแต่ก็ยังคงท่าทียโสไว้ได้
“เด็กนี่โดนกักบริเวณมา” เขาตอบน้ำเสียงเฉยชา มองด้วยหางตามายังฟิลช์อย่างดูถูก ซีเรียสรู้สึกได้ว่าหางตานั่นอ่านออกได้ว่า ‘เจ้าสควิบ!’ แต่ลูเซียสไม่ได้พูดออกมา
“อ๋อเหรอ? ไอ้เด็กเวรนี่ไปก่อเรื่องอะไรไว้อีกล่ะ?” น้ำเสียงของฟิลช์ฟังดูเหยียดหยาม เขามองมายัง ‘ไอ้เด็กเวร’ ด้วยสายตาดูถูกพลางแสยะยิ้มชั่วร้าย ซีเรียสจ้องตอบไปพลางแยกเขี้ยวขู่อย่างไม่พอใจ
โดยไม่มีใครคาดคิด ลูเซียสตอบคำถามนั้นด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบน่าขนลุก “ขอโทษนะ กรุณาเรียกน้องฉันด้วยสรรพนามดีๆด้วย!”
ซีเรียสหันไปมองเด็กหนุ่มร่างสูงด้วยสีหน้างงๆ แต่ขณะนี้ลูเซียสกำลังจ้องมองฟิลช์อย่างเอาเรื่อง ฟิลช์เบนสายตาจากซีเรียสไปจ้องกลับอย่างท้าทาย
“ฉันจะเรียกเด็กคนไหนอย่างไรมันเรื่องของฉัน แล้วก็รีบๆกลับหอเข้าล่ะ ถ้าเจอออกมาเตร็ดเตร่นอกหอแบบนี้อีกอย่าหาว่าไม่เตือนนะ ไปกันมิสซิสนอร์ริส” ไม่วายขู่สำทับก่อนจะหันไปเรียกหวานใจให้เดินไปด้วย สีหน้าของคุณชายตระกูลมัลฟอยดูโกรธหนักเข้าไปอีก
“เฮ้ยเจ้าสควิบสถุล! กลับมาขอโทษซีเรียสเดี๋ยวนี้นะ!”
น้ำเสียงโมโหของลูเซียสทำเอาซีเรียสสะดุ้ง ฟิลช์ชะงักเท้าที่กำลังก้าว ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบเป็นเวลาชั่วครู่ แม้แต่คุณนายนอร์ริสยังไม่กล้าแกว่งหาง แล้วในที่สุดภารโรงหน้าเหี้ยมก็ค่อยๆหมุนตัวกลับมา...
“เมื่อกี๊แกว่าไงนะ ไอ้เด็กเวร!?” ฟิลช์ส่งเสียงแหบน่าขนลุกกลับมา ท่าทางเขาโกรธจัด
ลูเซียสแสยะยิ้ม แกล้งทำลอยหน้าลอยตาทั้งๆที่อารมณ์ยังคงกรุ่น “จะให้พูดอีกกี่ครั้งก็ได้นะ...’เจ้าสควิบสถุล...กลับมาขอโทษซีเรียสดีๆเดี๋ยวนี้!’”
“แก!!!”
ขาดคำลูเซียส ฟิลช์ก็พุ่งเข้ามา เด็กหนุ่มร่างสูงล้วงมือเข้าไปควักไม้กายสิทธิ์ในวินาทีเดียวกัน แต่ก่อนที่ใครจะได้ทำอะไรทุกคนก็ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นปังใหญ่!
ควันสีดำโขมงลอยคลุ้ง ลูเซียสมองเห็นพื้นตรงที่ฟิลช์ยืนอยู่มีสารสีเขียวอื๋อเป็นเมือกเละเทะไปทั่ว พร้อมกันนั้นเสียงร้องโหวกเหวกโวยวายของฟิลช์ด้วยอารามตกใจกับเสียงร้องของคุณนายนอร์ริสก็ปนกันมั่วไปหมด
“ไปเหอะ!” เสียงซีเรียสดังขึ้นก่อนที่เด็กหนุ่มสลิธีรีนจะรู้สึกถึงแรงดึงที่มือ เขาหันหลังวิ่งตามร่างเล็กๆของเจ้าตัวยุ่งไปจนถึงหัวมุมโดยไม่หันกลับมามองผลงานข้างหลังเลย
“นั่นอะไรน่ะ?” ลูเซียสร้องถามเจ้าตัวดีในขณะที่ซีเรียสยังคงฉุดมือเขาให้วิ่งต่อไม่หยุด
“อย่าเพิ่งหยุดสิ! เสียงร้องแบบนั้นต้องมีอาจารย์โผล่มาแน่ ฉันยังไม่อยากโดนกักบริเวณเพิ่มตอนนี้นะ!” ซีเรียสร้อง ลูเซียสยิ้มขำ
“อะไรกัน? นี่กลัวโดนกักบริเวณด้วยเหรอเนี่ย? ทั้งๆที่ตัวเองเป็นคนหาเรื่องไม่เว้นแต่ละวันเนี่ยนะ!?”
ซีเรียสหันมาทำสายตาเคืองๆใส่ “อะไรวะ? คนเขาอุตส่าห์ช่วย ตอบแทนกันโดยการมาแขวะกันอย่างงี้เนี่ยนะ!?” เสียงเล็กๆของซีเรียสร้องโวยวาย เขาพยายามสลัดมือให้หลุดจากมือของลูเซียสอีกอย่างไม่พอใจ ลูเซียสรีบกระชับมือแน่นขึ้นทันควัน
“ฮ่าๆๆ โอเคๆไม่ว่าก็ได้ ว่าแต่เมื่อกี๊อะไรน่ะ?”
“ระเบิดขี้มูก” เจ้าตัวยุ่งตอบหน้าตาเฉย
ลูเซียสรู้สึกว่าความสะอิดสะเอียนวิ่งขึ้นมาจุกที่คอหอย “หะ...ว่าไงนะ!? นั่นมันผิดกฎโรงเรียนนะ นายไปเอามาจากไหน!?”
ซีเรียสหันมาแลบลิ้นใส่ “เรื่องอะไรฉันต้องบอกพรีเฟ็คอย่างนาย? อย่างน้อยก็ช่วยให้นายไม่ต้องทำผิดกฎโดยการเสกคาถาประหลาดๆใส่ฟิลช์ละกันน่ะ ทำเป็นลืมๆมันไปซะเหอะน่าลูเซียส!” เขาชะลอฝีเท้าลงจนกลายเป็นเดินช้าๆ ตอนนี้พวกเขาวิ่งห่างออกมาจากที่เกิดเหตุไกลโขแล้ว ทั้งสองคนเดินจับมือกัน หอบเหนื่อย “...ไกลขนาดนี้อาจารย์คงตามตัวไม่เจอหรอกมั้ง...”
“นายมีไอ้นั่นอยู่ในกระเป๋าอีกเท่าไหร่ซีเรียส?” ลูเซียสถามน้ำเสียงจริงจัง ซีเรียสทำหน้ามุ่ย
“เอาน่าลูเซียส ทำเป็นลืมๆมันไปหน่อยไม่ได้เรอะ!? ทำไมต้องเข้มงวดกับฉันจังห๊ะ!?” เขาทำปากยื่นใส่ลูเซียส และทันใดนั้นเด็กหนุ่มร่างสูงก็อมยิ้มขำขึ้นมาทันควัน
เจ้าตัวดีทำหน้างง “ขำอะไรของนาย?”
“หึหึ เปล่า...” เด็กหนุ่มสลิธีรีนปฏิเสธพลางเสหน้ามองไปทางอื่น แล้วซีเรียสเองก็ไม่ได้สนใจ
“นี่ จะถึงหอกริฟฟินดอร์แล้ว เห็นไหมฉันบอกแล้วว่านายพาเดินอ้อมไปตั้งไกล! มีอย่างที่ไหนเดินจากห้องทำงานมักกอนนากัลมาถึงนี่ตั้ง 15 นาที! มั่วจริงๆเลย!” เขาโวยวายใส่ลูเซียส เด็กหนุ่มร่างสูงเหล่มองเด็กน้อยนิดหนึ่งแต่ไม่ได้ว่าอะไร
พวกเขาเดินมาถึงทางห้องโถงเล็กๆแห่งหนึ่ง ข้างหน้าเป็นบันไดขึ้นไปอีกชั้นที่จะนำไปสู่หอกริฟฟินดอร์ได้ ราวบันไดแกะสลักด้วยไม้มะฮอกกานีเคลือบสีทองสลับลายสวยงาม ด้านหลังตรงชานพักบันไดมีรูปภาพรูปใหญ่ใส่กรอบเงินลายใบไม้เลื้อยเป็นรูปหญิงสาวในชุดยุควิคตอเรียน ซีเรียสเดินนำขึ้นไปบนขั้นบันไดที่นั่น
“นายส่งฉันแค่นี้ก็ได้ ฉันได้แกล้งฟิลช์ก่อนนอนไปแล้ว คงไม่ไปแกล้งใครแล้วล่ะ แค่นี้ก็หลับสบายแล้ว...ห๊าวววว” เจ้าตัวยุ่งตอบกวนๆก่อนจะหาวหวอดด้วยความง่วง ลูเซียสหัวเราะ ใบหน้าเปื้อนยิ้มไม่หลงเหลือเค้าความหยิ่งยโสเมื่อครู่ จ้องมองอากัปกิริยาของเด็กในปกครองของเขาตรงหน้าอย่างเอ็นดู
“ซนนักนะเด็กดื้อ” เขาพูดเบาๆ
ซีเรียสหุบปากกว้างที่เพิ่งจะปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ออกไปหมาดๆ “ว่าไงนะ?”
“เปล๊า” ลูเซียสปฏิเสธ เขาเขยิบเข้าไปใกล้ซีเรียสที่ยืนอยู่บนขั้นบันไดเหนือกว่าเขาขั้นหนึ่ง ชะโงกหน้าไปจูบหน้าผากเล็กๆขาวเนียนของซีเรียสเบาๆ “...งั้นก็...ฝันดีนะ...”
ซีเรียสมองตอบรุ่นพี่ที่ถูกมอบหมายให้มาดูแลความประพฤติของเขาหลังจากลูเซียสชะโงกหน้ากลับไปแล้ว เจ้าตัวดีทำปากยู่ ขมวดคิ้วอย่างครุ่นคิด
ลูเซียสขมวดคิ้วตาม “มีอะไร?”
ซีเรียสมีทีท่าไม่แน่ใจว่าจะพูดดีหรือไม่พูดดี เขาอึกอัก
“มีอะไรก็พูดมาเถอะ ฉันไม่กัดหรอกน่า” ลูเซียสกวน เขาอมยิ้มกับท่าทางน่าเอ็นดูของเด็กน้อยกริฟฟินดอร์
“เอ้อ...ลูเซียส...นายเคยจูบไหม?” ซีเรียสถามขึ้นมาในที่สุด นัยน์ตาสีดำไร้เดียงสา(เรอะ!?)จ้องมองเด็กหนุ่มร่างสูงตรงหน้าอย่างอยากรู้ เด็กหนุ่มร่างสูงขมวดคิ้ว
“ถามทำไม?”
“ก็อยากรู้เฉยๆน่ะ ถามไม่ได้เหรอ?” สายตาเจ้าตัวยุ่งยังคงสบสายตาของรุ่นพี่อย่างสนอกสนใจรอฟังคำตอบ ลูเซียสแทบจะกลั้นยิ้มเอาไว้ไม่อยู่ แต่เขาก็แกล้งตีหน้าขึงขัง
“ฉันก็จูบหน้าผากนายก่อนนอนอยู่ทุกคืนนี่ไง” เขาตอบหน้าตาย
ซีเรียสทำหน้าไม่ได้ดั่งใจ “ไม่ใช่ ฉันรู้นะว่านายเข้าใจความหมาย! ฉันหมายถึง...จูบน่ะ...ที่เป็นปากต่อปากน่ะ!”
ลูเซียสเลิกคิ้ว “เป็นเด็กเป็นเล็กถามอะไรแบบนั้น?...แล้วฉันก็อยู่ปี 6 แล้วนะ...” ...แล้วเขาก็ไม่พูดต่อ
‘เด็กดื้อ’ ของลูเซียสชะโงกหน้าเข้ามาใกล้ เลิกคิ้วสูงทำหน้าคาดคั้นให้เขาพูดต่อ “แล้ว...?”
เด็กหนุ่มร่างสูงหัวเราะ “ฮ่าๆๆ ก็ฉันอยู่ปี 6 แล้วไง...มันก็ต้องเคยบ้างล่ะน่า...”
สีหน้าซีเรียสดูสนอกสนใจ “จริงเหรอ? มันเป็นไงบ้าง ความรู้สึกน่ะ?” เขาถามอย่างกระตือรือร้น
“นี่...” ลูเซียสขำ “...ไปนอนได้แล้วน่า เมื่อกี๊หาวออกหวอดเบ้อเร่อไม่ใช่เรอะ?” เขาไล่
“ไม่อาว...บอกฉันก่อนสิ รสชาติมันเป็นยังไง?”
“ไม่ใช่เรื่องของเด็กน่ะ”
“บอกหน่อยน่า...” ซีเรียสอ้อนวอน
เด็กหนุ่มสลิธีรีนถอนหายใจ เขาสบตากับซีเรียส...ยังไงเด็กก็เป็นเด็กอยู่วันยังค่ำ...
...ไม่เคยรับรู้เสียเลยว่าทำแบบนี้แล้วเขารู้สึกยังไง...
“อยากรู้นักหรือไง?”
“อืออยากรู้” ซีเรียสพยักหน้า ส่งสายตาอ้อนวอนมาให้เหมือนลูกหมาน้อย...
โดยไม่ทันตั้งตัว ใบหน้าของลูเซียสที่ยืนอยู่บนขั้นบันไดต่ำกว่าเขาขั้นหนึ่งก็ชะโงกเข้ามาจนใกล้...มาก...
...แล้วริมฝีปากอุ่นๆของเด็กหนุ่มสลิธีรีนก็ประกบเข้ากับริมฝีปากนิ่มของ ‘เด็กดื้อ’ อย่างแผ่วเบา...
ซีเรียสทำตาโตเพราะไม่ทันได้คาดคิด ร่างของเขาแข็งทื่อ ลมหายใจสะดุดขาดห้วง สัมผัสที่ริมฝีปากตอนแรกก็เพียงแผ่วเบา...ก่อนจะถูกบดเบียดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ความอบอุ่นนุ่มนวลแผ่ซ่านจากริมฝีปากไปสู่ทุกอณูของร่างกาย และพร้อมๆกันนั้นซีเรียสก็ค่อยๆหลับตาลง...
มือทั้งสองข้างของลูเซียสยึดไว้กับราวบันไดทั้งสองข้างเพื่อช่วยพยุงตัว มันไม่ได้จับร่างของซีเรียสไว้ เพราะฉะนั้นเด็กน้อยจะสามารถผละออกไปจากจูบนั่นได้ทุกเมื่อที่เขาต้องการ...แต่ซีเรียสก็ไม่ทำ เมื่อรสจูบหวานปร่าแปร่งนั่นดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ก็เป็นเขาเสียเองที่ยกมือขึ้นยึดร่างของลูเซียสไว้อย่างต้องการที่พึ่งพิง...
...เนิ่นนาน...กว่าที่ทั้งคู่จะรู้สึกดื่มด่ำเต็มอิ่มกับรสสัมผัสนั่น และค่อยๆผละออกจากกันพร้อมๆกันช้าๆ แต่กระนั้นใบหน้าของลูเซียสก็ยังคงคลอเคลียอยู่ใกล้ๆไม่ไปไหน ลมหายใจหอบของเขารินรดอยู่บนใบหน้าของซีเรียสที่ตอนนี้ร้อนฉ่าอย่างห้ามไม่อยู่ เขาเองก็หายใจหอบเหมือนกัน...
“...เป็นไง...รู้หรือยังว่ารสจูบเป็นยังไง?”
ซีเรียสหลบสายตา เขาไม่กล้ามองหน้าลูเซียสตรงๆ เด็กหนุ่มสลิธีรีนอมยิ้มกับอาการเขินของเจ้าตัวยุ่ง เขาเลื่อนใบหน้าขึ้นไปจุมพิตที่หน้าผากของซีเรียสเบาๆทีหนึ่ง...จูบราตรีสวัสดิ์แบบที่เขาทำทุกคืนก่อนจะปล่อยเด็กดื้อไปนอน...ก่อนจะพูดขึ้น
“งั้นก็...กู๊ดไนท์จริงๆนะคราวนี้...อย่าซนนักนะคนดี พรุ่งนี้เจอกัน...”
ลูเซียสผละมาโดยที่ซีเรียสยังคงยืนเขินไม่ยอมมองหน้าเขาอยู่ตรงนั้น เขาเดินห่างออกมาครู่เดียว เมื่อหันกลับไปร่างเล็กๆที่สูงเพียงแค่หน้าอกของเขาก็หายวับไปเสียแล้ว เด็กหนุ่มร่างสูงอมยิ้ม เขาถอนหายใจพลางยกมือขึ้นจับริมฝีปากของตัวเองที่ยังอุ่นๆอยู่เลย...
...พรุ่งนี้เขาจะมองหน้าเจ้าตัวยุ่งติดหรือเปล่านะ? หวังว่าหมอนั่นคงไม่โกรธเขาที่ฉวยโอกาสเสียโจ่งแจ้งอย่างนั้น ก็แค่จะสาธิตเท่านั้นเองแหละน่าว่ารสจูบมันเป็นยังไง...ก็เห็นอยากรู้เรื่องของผู้ใหญ่เขาดีนักนี่นา แต่ถ้าพรุ่งนี้ยังเข้าหน้ากันไม่ติดก็ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวเขาก็กล่อมเจ้าเด็กดื้อนั่นได้เอง อีกอย่างวันนี้เขาก็ได้อยู่กับหมอนั่นตั้งนาน...
...เจ้าตัวยุ่งนั่นจะรู้หรือเปล่านะ? เรื่องที่เขาพาเดินจากห้องทำงานของมักกอนนากัลมาถึงหอกริฟฟินดอร์โดยใช้เวลาตั้ง 15 นาที...เขาไม่ได้หลงหรอก...ก็บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าเขาอยู่ตั้งปี 6 แล้วแล้วก็รู้จักปราสาทนี้ดีกว่าบ้านตัวเองเสียอีก ที่เขาพาเดินอ้อมน่ะก็เพราะว่า...
...เขาอยากอยู่กับเจ้าตัวยุ่งนั่นนานๆต่างหาก...
//////////////////////////////////////////
...ทันใดนั้นประตูเปิดผลัวะออก คนห้าคนวิ่งลงมาในห้อง...ซีเรียส ลูปิน มู้ดดี้ ท็องส์ และคิงสลีย์...
ลูเซียสหันขวับไป เขาชะงักนิดหนึ่งเมื่อเห็นซีเรียสเข้ามา สายตาของพวกเขาประสานกันแวบหนึ่ง...แวบเดียวเท่านั้น...ก่อนที่พวกเขาจะพร้อมใจกันเบนสายตาไปทางอื่น ลูเซียสยกไม้กายสิทธิ์ในมือขึ้น แต่ทันใดนั้นท็องส์ก็ส่งคาถาสะกดนิ่งลงมาที่เขา
“สตูเปฟาย!!!”
ลูเซียสเอี้ยวตัวหลบในวินาทีสุดท้าย ลำแสงแฉลบเสื้อคลุมสีดำสนิทที่พลิ้วไหวของเขาไปฉิวเฉียด เขาเห็นเป้าหมายของเขากระโจนลงจากเวทีหลบหนีไปได้ ลูเซียสกัดฟันด้วยความโกรธ เขาขยับกายอย่างรวดเร็วจะติดตามไป แต่ทันใดนั้น...ซีเรียสที่มาจากทิศไหนก็ไม่รู้ก็โผล่มาขวางหน้าเขา
ชายหนุ่มผมทองชะงัก ไม้กายสิทธิ์กำแน่นอยู่ในมือ สายตาสีฟ้าของเขาประสานเข้ากับนัยน์ตาสีดำสนิทของซีเรียส...แน่วแน่...มั่นคง...และโหยหา...ราวกับไม่ได้สบสายตากันแบบนี้มานานแสนนานแล้ว...
“ถอยไปซีเรียส”
น้ำเสียงของลูเซียสมั่นคงถึงแม้เขาจะกลั้นใจพูดให้มันฟังดูแข็งกร้าว เขาเหลือบเห็นเป้าหมายของเขาอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนักในท่ามกลางความโกลาหลวุ่นวายของการต่อสู้ที่มีลำแสงคาถาบินแฉลบไปมา โดนเป้าบ้างไม่โดนบ้าง เสียงแห่งความอลหม่านดังลั่นจนแทบจะฟังไม่ได้ศัพท์ว่าใครตะโกนว่าอะไร
“ไม่ ปล่อยเด็กไปลูเซียส”
เสียงของซีเรียสฟังเรียบเฉยและมั่นคงไม่แพ้กัน ไม้กายสิทธิ์อยู่ในมือของเขาเตรียมพร้อมทุกเมื่อ ลูเซียสแสยะยิ้ม
“นี่ทำหน้าที่พ่อทูนหัวที่ดีหรือไง?” เขาแดกดัน
“สมาชิกของภาคีมีหน้าที่ต้องรักษาชีวิตของแฮร์รี่เหมือนกัน” ซีเรียสตอบน้ำเสียงเย็นชา เขาจ้องหน้าลูเซียสเขม็ง
“อ๋อเหรอ? ผู้เสพความตายก็มีหน้าที่ต้องทำตามคำสั่งของดาร์คลอร์ดเหมือนกัน และตอนนี้คำสั่งนั่นก็คือให้เอาลูกแก้วพยากรณ์มาให้ได้ จะบอกให้เอาบุญว่าตอนนี้ลูกแก้วนั่นมันอยู่กับเจ้าเด็กนั่น” ลูเซียสพูดอย่างเย็นชา
เขาเห็นซีเรียสกัดริมฝีปากอย่างเจ็บแค้นและต้องการสะกดกลั้นอารมณ์ ลูเซียสเสหน้ามองไปทางอื่น ก่อนจะกลั้นใจพูด
“...หลีกไปเถอะซีเรียส...นายไม่ควรมายืนอยู่ตรงนี้...หนทางของเรามันเป็นเส้นขนานและไม่ควรจะมาบรรจบกันอีกแล้ว...”
ซีเรียสสูดลมหายใจลึก เขาหันไปมองรอบๆตัว ความโกลาหลอลหม่านยังคงดำเนินต่อไป เสียงเอะอะโวยวายดังสนั่น ไม่มีใครสนใจพวกเขาสองคน ซีเรียสยกมือทั้งสองข้างขึ้นราวกับจะเผยให้ลูเซียสเห็นที่นี่อย่างกระจ่างแจ้งและเต็มตา...
“หึ...ก็นี่ไง...หลังจากสิบกว่าปีผ่านไป ทางของเราก็มาบรรจบกันอีก...ที่กองปริศนานี่...” เขามองไปรอบๆพลางผ่อนลมหายใจช้าๆ “...หวังว่ามันจะเป็นครั้งสุดท้าย...”
ลูเซียสกัดริมฝีปากตัวเองจนเจ็บ “หึ งั้นก็ดี...ถ้างั้นในฐานะที่เป็นครั้งสุดท้าย...ก็ขอให้นายโชคดีก็แล้วกัน...แล้วก็ขอให้ทางของเราอย่ามาบรรจบกัน...อีกเลย...”
ซีเรียสยืนตัวแข็ง เขาไม่อาจขยับเขยื้อน...ไม่ว่าจะเพื่อกันลูเซียสไปจากแฮร์รี่...หรือเพื่อทำตามเสียงเรียกร้องของหัวใจตัวเอง...ในวินาทีที่ลูเซียสเดินผ่านหน้าเขาไปโดยไม่แม้แต่จะชำเลืองมองเขาเลยนั้น เขาหลุดปากออกไป...แผ่วเบา...ว่างเปล่า...
...“...นายยังรักฉันอยู่ไหม?...”...
ลูเซียสชะงักนิดหนึ่ง...เพียงเสี้ยววินาที...ก่อนจะก้าวเท้าต่อไป...ไม่ตอบคำ...
...หัวใจของเขาโหวงเหวงว่างเปล่า...
ชายหนุ่มผมทองกัดริมฝีปากแน่น สะกดกลั้นความรู้สึก ท็องส์ตะโกนโหวกเหวกก่อนจะชี้ไม้กายสิทธิ์มาทางลูเซียส ลำแสงสีเขียวสว่างจ้าพุ่งมาทางเขา ลูเซียสหลบ เขาสวนคาถาสะกดนิ่งไปที่เธอ เธอหลบได้ การต่อสู้อันดุเดือดเริ่มขึ้นอีกครั้ง...
...แต่ในหัวของเขากลับมีแต่คำพูดเมื่อครู่ของซีเรียส...
...’...นายยังรักฉันอยู่ไหม?...’...
ลูเซียสยิ้มอย่างปวดร้าวกับตัวเอง เขาหลบลำแสงสีแดงจากไม้กายสิทธิ์ของท็องส์ได้อีกครั้ง...
...ถ้าอย่างนั้น ฉันก็ต้องตอบว่า...ใช่...
...ไม่ต่างไปจากวันวาน...
...เด็กดื้อ...
....................................วันนั้นเป็นวันสุดท้ายที่ซีเรียส แบล็คมีชีวิตอยู่.....................................................
The End
edit @ 9 Nov 2008 17:35:17 by Dakki