TheFiveSecretsxENDx

[TVXQ Fic] …The Five Secrets…No.21 : END

posted on 20 Feb 2007 01:42 by dakki  in TheFiveSecretsxENDx

จบแล้ว!!! จนได้!!! ในที่สุด!!! เหอๆ ขอบคุณทุกๆคนมากๆที่ตามอ่านกันมาเป็นระยะเวลาเกือบ 5 เดือนค่ะ

คราวที่แล้วลืมเรื่องทอล์คเรื่องมิน-ด๊อง-บอม อ่า~ ขอโทษแฟนๆบอมด๊องด้วยนะทั้งๆที่ตอนนี้กระแสกำลังมาแรงแหกโค้ง แต่ถ้าจะยกด๊องให้บอมไปตอนนี้ ก็ไม่รู้จะให้น้องมินคู่ใครอ่ะ จะจบแบบน้องมินอกหักมันก็ไม่ได้อ่ะ คู่อื่นเค้าแฮปปี้ แล้วจะให้น้องเล็กของวงมาเศร้าอยู่คนเดียวได้งาย~ เพราะฉะนั้นชายบอมรับเคราะห์ไป! (T^T พี่ขอโทษนะบอม ฮือๆ เรื่องนี้ยกด๊องให้มินเถิดนะ สงสารคนแต่งเถิดจะโดนสาวกบอมด๊องกระทืบตาย แต่รักนะ จุ๊บๆ)

ให้ข้อมูลหนังสือนิดนึง หนังสือจะหนาประมาณ 300 หน้านะคะ ราคาก็ราว300-320 บาท เดี๋ยวจะบอกอีกที แถมตอนพิเศษ 3 ตอนที่จะไม่ลงในที่ไหนๆทั้งนั้นนะคะ

1.From Ur Prince With Love [ทุกคู่]

2.Winter Love Song [NC YunJae vs NC MicXiah]

3.??? (ยังคิดไม่ออก)

แล้วก็จะแถมที่คั่นหนังสือ 2 ลายนะคะ เดี๋ยวจะเอามาอวดตอนเปิดจอง



TVXQ FanFiction

 

Title: ...The Five Secrets...No.21 : END

By: Dakki
Category: Comedy/Romance
Pairing: Yunho/Jaejoong, Yoochun/Junsu
Rating: PG-13 (This part)

 


[TVXQ Fic] ...The Five Secrets...No.21 : END

 

 

 

ถนนสองฟากข้างทางที่รถสีดำรูปทรงปราดเปรียวแล่นผ่านเต็มไปด้วยตึกสูงเสียดฟ้า ที่ถึงแม้มันจะอยู่ตรงนี้มานานปีและเขาเห็นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน แต่ยุนโฮกลับรู้สึกว่าวันนี้มันดูแปลกไป สายลมเย็นสดชื่นปะทะใบหน้าหล่อเหลาที่สวมแว่นกันแดดสีชาขณะขับรถไปบนท้องถนน จำนวนรถบนถนนเส้นนี้มีไม่มากดังนั้นคนร่างสูงจึงขับได้ค่อนข้างเร็ว รอยยิ้มแห่งความสุขผุดขึ้นที่ริมฝีปากเสียเฉยๆขณะเขาหักรถเลี้ยวเข้าไปในถนนอีกสาย เพราะความคิดพลันหวนกลับไปถึงเหตุการณ์เมื่อสองเดือนก่อน...

...เหตุการณ์ที่เปลี่ยนชีวิตใครหลายคนไปภายในพริบตา...


"หาอะไรนะ!!!!!!!????" ยุนโฮลุกพรวดขึ้น สีหน้าตกอกตกใจเพราะไม่คิดว่าจะได้ยินคำตอบนี้ ทนายความจอห์นนี่ ฮิตากาว่าเงยหน้ามองเด็กหนุ่มร่างสูงที่ยืนค้ำหัวผู้ใหญ่อยู่อย่างไม่พอใจ เขาเก็บรวบรวมเอกสารลงกระเป๋า

"ผมว่า 'คุณหนู' แจจุงคงไม่อยากทราบเรื่องราวส่วนอื่นในพินัยกรรมเท่าใด...อย่างน้อยตอนนี้พ่อคุณก็ยังมีชีวิตอยู่ บ้านใหญ่ที่อยู่ที่ญี่ปุ่นยังคงเป็นของคุณหญิง แต่พ่อคุณจะสร้างบ้านอีกหลังให้คุณในกรุงโซล" ทนายความรูดซิปปิดกระเป๋า "อีกสักพักท่านคงจะติดต่อมาหาคุณเอง เพราะตอนนี้ท่านคงต้องขอเวลาทำใจเรื่องลูกชายคนเดียวที่มีกับคุณหญิง อ้อ สำหรับแม่ของคุณ เธอแต่งงานใหม่ไปแล้ว ดังนั้นจึงไม่มีความเกี่ยวข้องอันใดกับพ่อคุณอีก เธอจะมาเยี่ยมคุณที่บ้านก็ได้ แต่จะไม่ได้รับอนุญาตให้พักอาศัย มีข้อสงสัยอะไรไหมครับ?"

"แล้วลูกสาวอีกคนของพ่อล่ะ? ฉันหมายถึง...ที่พ่อมีกับภรรยาคนใหม่ที่นี่...เขาไม่มีส่วนในพินัยกรรมเหรอ?" แจจุงถามเสียงเบาหวิว

"พ่อคุณเลิกกับภรรยาน้อยคนนั้นไปแล้วครับ และเด็กสาวคนนั้นก็เสียชีวิตก่อนจะได้ลืมตาดูโลกเสียอีก คุณคงไม่รู้?"

แจจุงส่ายหน้าช้าๆ สมองยังแปรผลข้อมูลได้ไม่ดี ชายวัยกลางคนลุกขึ้นยืน "ถ้าเช่นนั้นผมคงต้องขอตัว มีธุระที่อื่นต่อ ขอบคุณสำหรับการรับรอง ไว้พบกันใหม่โอกาสหน้า"

แจจุงเดินไปส่งทนายความถึงหน้าประตูห้อง เมื่อเดินกลับมาด้วยท่าทีสะโหลสะเหลเหมือนคนไม่สบายคล้ายจะเป็นลม ก็พบยุนโฮยังคงยืนจังก้าในท่าเดิม

"ทำไมคุณไม่เคยบอกผม?" ยุนโฮถามเสียงเบาหวิว คนร่างบางมีทีท่าอึกอัก

"ฉัน...ไม่เคยคิดมาก่อนนี่ว่าจะมีส่วนร่วมในกองมรดก เพราะพ่อตัดหางแม่กับฉันตั้งแต่ฉันอายุไม่ถึงสิบขวบด้วยซ้ำ"

"พ่อคุณเป็นใครกันแน่?" พ่อหมีหรี่ตา

"หุ้นส่วนใหญ่ของ Sony Corporation ไง ก็ได้ยินไปแล้วนี่?"

"แล้วแม่คุณล่ะ?"

"เอ้อ...เป็น..." คนสวยเหมือนไม่อยากจะตอบเลย "...เมียน้อยของพ่อ..."

ยุนโฮดูเหมือนจะเข้าใจอะไรขึ้นมาได้รางๆ

"คิม เรียวอุคอะไรนั่น เป็นลูกเมียหลวง?"

"ใช่ พี่เรียวอุคเป็นลูกชายคนเดียวของคุณหญิง ไม่น่าแปลกใจหรอกที่พอเสียพี่เรียวอุคไปพ่อจะเสียใจมาก..."

"แจจุง คุณช่วยเล่าเรื่องทั้งหมดได้ไหม?" ยุนโฮชักอดรนทนไม่ไหว

"แม่ฉันเป็นเมียน้อยพ่อ แต่เกิดมีฉันขึ้นมา ฉันเด็กกว่าพี่เรียวอุคแค่ปีสองปี พอมีฉันเรื่องก็เลยวุ่นวายเพราะแม่ไปโวยวายกับพ่อที่สำนักงานใหญ่ Sony ที่กรุงโซลอยากได้ส่วนแบ่งในมรดก ไม่มีใครรู้ว่าพ่อคิดอย่างไรเพราะท่านเป็นคนเฉยชา พ่อมีบ้านใหญ่อยู่ที่โตเกียว ให้คุณหญิงกับพี่เรียวอุคอยู่เพราะท่านเป็นลูกครึ่งเกาหลี-ญี่ปุ่น และผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่ของ Sony Corporation ก็เป็นคนญี่ปุ่นเหมือนกัน ถ้าท่านจะมาค้างที่เกาหลี ท่านจะอยู่บนชั้นเพนท์เฮาส์บนตึกสำนักงานใหญ่ Sony ส่วนบ้านเล็กคือบ้านฉันสร้างไว้ไกลถึงจุนนัม เพราะจะกันไม่ให้แม่มาอาละวาดเอากับท่านถึงสำนักงานใหญ่บ่อยๆได้ แม่จึงโมโหมาก เคยพาฉันเข้ามาที่โซลหลายครั้ง แต่ก็เจอพ่อไม่กี่ครั้งเพราะพ่อไม่ค่อยอยู่ที่เกาหลีหรอก...

"...จนวันหนึ่ง พ่อคงทนนิสัยแม่ไม่ไหวหรือไม่ก็เบื่อแม่แล้ว ก็เลยตัดหางปล่อยวัดแม่กับฉัน ทิ้งบ้านไว้ให้แค่หลังเดียวและตัดการติดต่อทั้งหมด แม่โมโหพาฉันเข้ามาสำนักงานใหญ่โซนี่ในโซลอีก แต่ไม่เจอพ่อ รปภ.กันแม่ไว้ พอแม่อาละวาดหนักเข้าเลยเรียกตำรวจ หลังจากนั้นมาแม่ก็เหม็นขี้หน้าฉันเพราะฉันเป็นลูกพ่อ ไม่เคยสนใจใยดี พอแต่งงานใหม่แล้วมีลูกใหม่ก็ยิ่งเฉดหัวฉันทิ้ง ได้ยินข่าวลือมาเหมือนกันว่าพ่อได้เมียน้อยคนใหม่ที่เกาหลี และเมียน้อยคนนั้นก็ท้องลูกสาวของพ่อ...ฉันเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่าเขาแท้ง...

"หลังจากมาอยู่กับแม่และเกิดเหตุการณ์นั้นกับพ่อเลี้ยง ฉันก็เลยหนีมาอยู่บ้านซองมิน...เพื่อนรักคนเดียวของฉัน...บ้านของซองมินอยู่ติดกับบ้านเก่าของฉันที่พ่อเป็นคนสร้างให้ แต่ตอนนี้คงถูกปล่อยเช่าไม่ก็ขายไปแล้วเพราะแม่ย้ายไปอยู่กับสามีใหม่ ตอนที่ฉันย้ายมาเรียนในโซล ฉันรู้ว่าต้องขัดสนเรื่องเงินแน่เลยเขียนจดหมายไปหาพ่อ พ่อไม่ได้ตอบจดหมาย แต่มีเงินก้อนโตโอนเข้าบัญชีฉันทุกเดือน นั่นทำให้ฉันมีชีวิตอยู่ได้..."
ยุนโฮนั่งฟังเรื่องราวเงียบๆทั้งที่ยังอึ้งไม่หาย และเมื่อฟังจบก็ยิ่งอึ้งหนักกว่าเก่า...ทำไมชีวิตที่รักของเขาถึงได้น้ำเน่าอย่างกับละครไทยเยี่ยงนี้ล่ะครับท่านผู้ชม? คนร่างสูงเอื้อมมือไปบีบมือนิ่มของอีกคนแน่นอย่างให้กำลังใจ แจจุงยิ้มแหยๆอย่างไม่รู้จะพูดอะไรต่อ

"แบบนี้...ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ? แจจุงจะได้มีชีวิตอย่างมีความสุขเสียที"

แต่คนร่างบางกลับส่ายหน้า "จะดีได้ยังไง? ความสุขบนความทุกข์ของคนอื่นอย่างงี้น่ะเหรอ? เป็นความสุขที่ต้องแลกมาด้วยความตายของคนเชียวนะ พี่เรียวอุคไม่ใช่คนไม่ดี ถึงฉันจะเคยเจอคุณหญิงกับพี่เรียวอุคไม่กี่ครั้งในบางคราวที่เขาตามพ่อมาเที่ยวเกาหลีแล้วบังเอิญฉันกับแม่ไปที่ตึก Sony พอดี แม้คุณหญิงจะเกลียดฉัน แต่สายตาที่พี่เรียวอุคมองมาที่ฉันไม่เคยแฝงแววรังเกียจเลยแม้แต่น้อย ฉันเสียใจนะ...ที่ไปร่วมงานศพพี่เขาไม่ได้ คงไม่มีใครต้อนรับฉันแน่..."

"แจจุงรู้ไหม...?" ยุนโฮเอ่ยเสียงแผ่วขณะยังกุมมือนิ่มไม่ปล่อย "...คุณนี่เป็นคนน่าทึ่งจริงๆนะ"

นางฟ้าเงยหน้ามองงงๆ "ยังไง?"

"ก็...ยิ่งผมรู้จักคุณมากขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งประหลาดใจมากขึ้นทุกที..." คนร่างสูงตอบ "...ความลับแต่ละข้อของคุณล้วนแต่คิดไม่ถึง ผมไม่คิดว่าจะมีคนพบเจอเรื่องราวแบบนี้ในชีวิตจริง...มันโหดร้าย ทั้งๆที่คุณยังเด็กแท้ๆ แต่ผมกลับทึ่งหนักเข้าไปอีกเมื่อพบว่า เหตุการณ์ที่น่าจะสร้างบาดแผลในใจแบบนั้นกลับไม่ได้มีผลกับคุณเท่าที่ควร...คุณยังเป็นคนเข้มแข็งร่าเริงอย่างที่เด็กหนุ่มคนหนึ่งจะเป็นได้ ไม่ได้มีแววเศร้าหมองในดวงตาของคุณ คุณไม่ได้เป็นเด็กมีปัญหาทั้งๆที่คนอื่นๆที่เจอเหตุการณ์เช่นนี้...แม้แต่ผมเอง อาจจะเป็นไปแล้ว และความลับทุกข้อของคุณที่คุณเผยออกมา โดยเฉพาะเรื่องหักมุมแบบนี้ ก็เล่นเอาผมขนลุกได้จริงๆ"

"อ้อ สรุปข้อนี้เป็นความลับข้อ 5 ของฉันใช่ไหม? งั้นเราก็จบเกมแล้วสิ" เอ่ยถามอย่างดีใจ

"อ้าว ทำไมต้องทำหน้าดีใจขนาดนั้นด้วยล่ะครับ?"

"เราจะได้หมดพันธะกันสักทีไง"

"พูดงี้หมายความว่าไง? อยากจะตัดข้อผูกมัดกับผมทิ้งขนาดนั้นเชียว? แจจุงใจร้ายจังเลย จบเกมนี้แล้วผมคงต้องหาเกมใหม่มาเล่นกับคุณดีกว่า เกมอะไรดีน้า?..." ทำท่าคิด

"เลิกคิดได้เลยนาย! ฉันไม่เล่นด้วยหรอก!" แจจุงแกล้งสะบัดมือออก

"ผมรู้แล้ว เรามาเล่นเกม 'หนี้' กันดีกว่า!" ร้องอย่างดีใจเมื่อคิดอะไรสร้างสรรค์ออกอีกแล้ว "กติกามีอยู่ว่า ถ้าผมอยากจะทำอะไรคุณ ไม่ว่าจะเป็นแค่หอมแก้ม จูบ หรือ xxx แล้วคุณไม่ยอมให้ผมทำตอนนั้น ผมจะจดลงในสมุดบัญชี ถ้าผมได้ทำแล้วก็จะลบออกไป แต่ถ้ายังไม่ได้ทำ พอครบเดือนจะมีการคิดดอกเบี้ย โอเคไหม? สำหรับคุณก็เหมือนกัน และถ้าสมุดบัญชีของใครมีความเคลื่อนไหวมากกว่าในรอบหนึ่งเดือน นั่นคือ
ถ้าหากใครเป็น เจ้าหนี้ อีกคนมากกว่า คนนั้นจะได้สลากเป็นโบนัสนะ!" ไอ้คนช่างคิดพูดจบก็ฉีกยิ้มแฉ่ง แจจุงทำตาถลน

เกมอะไรของมัน!? ทำไมยิ่งฟังกรูยิ่งเสียเปรียบว๊ะ!? แม่งเล่นไปคนเดียวเหอะไอ้บ้า!!!!!!!!!!!


ยุนโฮขับรถไปบนเส้นทางที่คุ้นเคย ถนนสายเล็กพาเขาตรงเข้าไปสู่หมู่บ้านจัดสรรที่ราคาบ้านแต่ละหลังคงมีเลขศูนย์ต่อท้ายหลายตัวอยู่ คนร่างสูงหักเลี้ยวโดยอัตโนมัติไปตามซอกซอยอย่างแทบไม่ต้องจำ เพราะมันเป็นเส้นทางที่เขาใช้ประจำตลอดสองเดือนที่ผ่านมา ในที่สุด รถมาสเซอราติสีดำก็ตรงเข้าไปจอดที่ประตูหน้าบ้านทรงยุโรปหลังใหญ่เวอร์หลังหนึ่ง บีบแตรเบาๆหนึ่งครั้ง คนรับใช้ก็รีบวิ่งรี่มาเปิดประตูให้เข้าเนื่องจากจำแขกประจำผู้นี้ได้เป็นอย่างดี

ยุนโฮขับรถไปจอดเทียบตรงเทอร์เรซ ดับเครื่อง และพาร่างสูงสง่าในชุดสูทสีขาวสว่างลงจากรถไปท่ามกลางสายตาตะลึงในความหล่อของบรรดาสาวใช้ ที่หลังจากก้มหัวสงบเสงี่ยมต้อนรับแขกผู้มาเยือนจนยุนโฮเดินลับเข้าไปแล้ว ต่างก็เงยหน้าขึ้นมาส่งเสียงซุบซิบนินทากันเป็นนกกระจอกแตกลังถึงความสง่าภูมิฐานและดูดีอย่างกับเทพบุตรลงมาเกิดก็ไม่ปาน

"พ่อบ้าน แจจุงล่ะ?" ยุนโฮส่งเสียงถามทันที ชายสูงอายุที่คุ้นเคยกับยุนโฮเป็นอย่างดีกุลีกุจอเข้ามาหาตามเสียงเรียก

"คุณหนูแจจุงอยู่ข้างบนครับ กำลังแต่งตัว เชิญคุณชายยุนโฮนั่งรอที่ห้องรับแขกสักครู่นะครับ อีกพักคุณหนูก็จะเสร็จแล้ว จะรับน้ำอะไรไหมครับ?"

"เอาแบบเดิม" คนร่างสูงสั่งโดยไม่มองหน้า พ่อบ้านก้มหัวรับคำบัญชาก่อนจะหันไปสั่งสาวใช้ต่ออีกที ยุนโฮเดินไปหย่อนตัวนั่งในห้องนั่งเล่น หยิบรีโมททีวีมากดเปิด ทำเหมือนเป็นบ้านตัวเอง ซึ่งอันที่จริงเขาก็แทบจะอยู่กินที่นี่มากกว่าที่บ้านตัวเองเสียอีก เขาเข้าออกบ้านหลังนี้ทุกวัน มาทานอาหารอย่างน้อยก็วันละมื้อ และวันไหนที่แม่ไม่อยู่บ้าน เขาก็จะมาอาศัยใครบางคนที่นี่นอนกอดแทนหมอนข้างทำให้ฝันดีไปทั้งคืน

น้ำพันช์ผสมโซดาเครื่องดื่มโปรดของยุนโฮถูกนำมาเสิร์ฟถึงที่ ร่างสูงพยักหน้าขอบคุณสาวใช้ เล่นเอาเจ้าหล่อนหน้าแดงแปร๊ดไปถึงใบหูรีบเผ่นกลับเข้าครัวไปทันที ยุนโฮนั่งดื่มน้ำไปพลางกดรีโมทเปลี่ยนช่องไปพลางขณะรอแจจุง พลันสมองก็คิดหวนกลับไปถึงเรื่องเมื่อสองเดือนก่อนอีก...


"ฉันบอกคุณกี่รอบแล้วว่าไปยุ่งกับลูก เขาจะคบใครเลือกใครมันก็เป็นสิทธิ์ของเขา! ทำไมจะต้องไปบังคับให้เขาแต่งงานกับคนนั้นคนนี้ด้วย!?" เสียงแม่บังเกิดเกล้าของเขาลอยมาก่อนจะเห็นตัว ในคืนนั้นที่ยุนโฮกลับไปถึงบ้าน

...แม่กลับมาจากปารีสแล้ว...

"โธ่คุณ..." เสียงของนายโฮจุนฟังดูหงอยๆ ."..มันเป็นเรื่องของธุรกิจนะ ถ้าเรารวมกิจการได้เราจะได้ประโยชน์อีกเท่าไหร่คุณรู้ไหม? ตลาดสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าของเกาหลี 61.72% จะเป็นของเรา หลังจากเอามาทำการหาอินทิเกรทและคิดค่าลอกการิทึ่มแล้ว หมายความว่าเราจะทำเงินได้มากขึ้นถึงเกือบ 30.1978% ต่อไตรมาส และเปอร์เซ็นหนึ่งก็เท่ากับยี่สิบเอ็ดล้านสี่แสนเจ็ดหมื่นสองพันเก้าร้อยสิบเจ็ดวอนนะคุณ! ลองคูณเลขฐานสองดูสิว่าพอครบหนึ่งปีเราจะได้เงินเท่าไหร่ และเมื่อเราหาจุดยอดของพาราโบลาได้จากสูตร y = ax2+bx+c ทำให้เราคำนวณได้ว่าราคาหุ้นของเราอาจเพิ่มขึ้นถึง 10.895 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น..."

"นี่! เลิกเป็นเครื่องคิดเลขซักพักได้ไหม!? ทำไมคุณถึงเอาแต่คิดเรื่องเงิน เห็นลูกเป็นดัชนีนิเคอิโตเกียวหรือไง!? ถ้าลูกไม่อยากแต่งงานละก็ ฉันก็จะไม่ให้คุณจับเขาแต่งแน่ๆ!"

"ได้ไงกัน!? งานหมั้นเราก็จัดไปแล้วนะดาร์ลิ๊ง ข่าวออกจะครึกโครมใหญ่โต อยู่ๆจะมายกเลิกหมั้นได้ยังไง!? แล้วฝ่ายพานาโซนิคเขาจะว่าไง? ทำแบบนี้ลูกสาวเขาเสียหาย! โอ๊ยยยยย ผมเจ็บนะฮันนี่!" ประโยคสุดท้ายนายโฮจุนร้องลั่น เพราะมืออรหันต์ของคุณแม่คว้าหมับเข้าที่ใบหูของเขาแล้วเริ่มบิดเหมือนลงโทษเด็กเล็กๆ

"ไม่รู้ล่ะ! คุณน่ะบงการชีวิตคนอื่นมามากพอแล้ว ไหนจะเจ้ากังตะ เจ้าเจย์ ลูกคนสุดท้องคนนี้ฉันขอเถอะ ไหนๆยุนโฮก็เป็นคนสงบเสงี่ยม ยอมตามที่คุณสั่งมาแต่เด็ก ไม่ค่อยเรียกร้องอะไรอยู่แล้ว แต่ถ้าเรื่องนี้เขาปฏิเสธจริงๆล่ะก็ช่วยปล่อยเขาไปจะได้ไหม!?"

"แต่เด็กมันเป็นคนตกลงยอมหมั้นเอง ทีสองปีที่แล้วไม่เห็นโวยวายอะไรนี่ แล้วไหงตอนนี้จะมาทำยกเลิก เพราะไอ้คิม แจจุงนั่นคนเดียว!"

"คุณไปเรียกคนอื่นเขาแบบนี้ได้ยังไง!? หนูแจจุงเขาไปทำอะไรให้!? แจจุงออกจะเป็นเด็กดีน่ารัก พูดก็พูดเถอะ เป็นผู้ชายแต่หน้าสวยกว่ายายสเตฟานี่ของคุณเป็นร้อยเท่า!"

"อ้าว คุณไปรู้จักมักจี่เป็นพี่น้องกับมันตั้งแต่ตอนไหนถึงได้ให้ท้ายมันแบบนี้!? หน้าสวยเกินชายมันก็จริงหรอก แต่แล้วไง!? มันไม่คู่ควรกับยุนโฮลูกเรานะฮันนี่ คิดดูดีๆซี่ คนอะไรไม่รู้หัวนอนปลายเท้า ลูกเต้าเหล่าใครก็ไม่ทราบ จะให้ผมถอนหมั้นเพราะไอ้เด็กเวรนี่นะเหรอ? มันคุ้มกันไหม? ผมรู้นะว่าคุณไม่ชอบสเตฟานี่ แต่การรวมครอบครัวของเรากับครอบครัวพานาโซนิคเข้าด้วยกัน มันเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า...โอ๊ยยยยยย!!!"

"คำก็ธุรกิจ สองคำก็ลงทุน! นอกจากเรื่องเงินแล้วในหัวสมองคุณยังมีเรื่องอื่นอีกไหม? ความเป็นมนุษย์น่ะมีไหม!?" คุณแม่ออกแรงบิดหูนายโฮจุนจนแทบหลุดติดมือ "ในเมื่อเด็กมันไม่รักกัน อยู่กันไปก็ไม่รอด ไม่พ้นต้องหย่า สู้ถอนหมั้นไปเสียตอนนี้เลยดีกว่า จะได้ไม่ต้องไปขายหน้าเขาภายหลังว่าไอ้บริษัทแนวหน้าของเกาหลีพวกนี้ยังถือคติโบราณจับลูกคลุมถุงชน!!!"

"มันจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนั้นแน่ครับคุณแม่..." ยุนโฮที่ยืนเงียบฟังบททะเลาะอยู่นานโผล่ออกมาจากหลังเสา

"ยุนโฮ! กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ลูก!?" คุณแม่ทักทายเสียงใสอย่างยินดี "เรากำลังคุยเรื่องลูกกันอยู่เลย"

"ผมได้ยินแล้วครับคุณแม่" ยุนโฮเสียงขรึม "และผมก็มีทางออกสำหรับเรื่องนี้ โดยที่เราทุกฝ่ายได้ประโยชน์ด้วย...เอ้อ...อาจจะยกเว้นพวกพานาโซนิค"

คุณพ่อหรี่ตามองทั้งๆที่มือของคุณแม่ยังบิดหูอยู่ไม่คลาย "แกต้องการจะพูดอะไรกันแน่?"

"ถ้าหากว่า คุณพ่ออยากจะเป็นเจ้าของตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าของเกาหลีสัก 80%..." ยุนโฮกอดอก เดินวนไปวนมาในบริเวณห้อง ทำท่าเหมือนคนถือไพ่เหนือกว่า "...เมื่อทำการดิฟ และหาโดเมนและเรนจ์แล้วจะได้เงินต่อไตรมาสมากถึง 185.21% ซึ่งหมายความว่าหลังจากหักต้นทุนและเงินเดือนพนักงานแล้ว เราจะได้กำไรถึง 1,515% ต่อปี และจะทำให้ราคาหุ้นของเราเพิ่มขึ้นได้มากถึง 774%..."

"แกเลิกล้อเลียนฉัน แล้วพูดมาซักทีว่าต้องการจะบอกอะไร?" คุณพ่อเริ่มอดรนทนไม่ไหว

"ที่ผมจะบอกก็คือ..." ยุนโฮเดินเข้ามาประจันหน้ากับพ่อ "...ผมจะไม่แต่งงานกับสเตฟานี่เด็ดขาด!"

นายโฮจุนอ้าปากจะด่า แต่คุณแม่ชิงพูดขึ้น "ถ้าลูกไม่อยากแต่ง ก็ไม่ต้องแต่ง เราจะไปถอนหมั้นกัน" และคุณพ่อก็ได้แต่อ้าปากค้างหันมามองภรรยาสุดที่เลิฟอย่างตกตะลึง

"แต่นั่นไม่ได้แปลว่าเราจะเสียโอกาสทางธุรกิจนะครับ" ยุนโฮพูดต่อ "บริษัทของเรายังพอมีช่องทาง"

นายโฮจุนเลิกคิ้ว "ยังไง?"

"เพราะผมจะแต่งงานกับแจจุง "เจ้าลูกชายคนสุดท้องจอมดื้อด้านประกาศ

"ไอ้เด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้านั่นจะช่วยอะไรฉันได้!!!!???" คุณพ่อแหกปากลั่นบ้านอย่างเดือดดาล แต่ยุนโฮยังคงสงบนิ่ง

"ได้สิครับ ทำไมจะไม่ได้?" เขาหยุด เพิ่มความสงสัยให้กับพ่อแม่ตัวเองว่ามันจะพูดอะไรออกมาเป็นประโยคต่อไป "เพราะคิม แจจุงเป็นลูกของหุ้นส่วนใหญ่บริษัท Sony Corporation ครับ"

...ไม่มีใครพูดอะไรออกเลยหลังจากนั้น...


"ยุนโฮ!" เจ้าของเสียงตะโกนเรียกชื่อลงมาจากขั้นบันไดสูงลิบลิ่ว ก่อนจะปรากฏร่างเพรียวระหงให้เห็น ยุนโฮวางแก้วน้ำลง ฉีกยิ้มหล่อไปให้นางฟ้าของเขาที่ลงมาพร้อมชุดสูทตัดเย็บพิเศษ แจจุงหรี่ตามองเครื่องแต่งกายของคนร่างสูงตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วก็บ่น "สูทขาว? แต่งตัวให้มันเวอร์กว่านี้เถอะ! ไม่ใช่งานแต่งงานนะ!"

"ไม่ใช่ก็ใกล้เคียงละครับ" ยุนโฮยิ้มร่าเดินเข้าไปคว้าเอวบางมาโอบ บรรจงจูบสูดดมความหอมของเส้นผมดำไปเต็มฟอด นางฟ้านิ่วหน้าก่อนจะผลักยุนโฮออกไปอย่างเขินอาย

"ทำอะไรตรงนี้วะ? คนอยู่ออกเยอะแยะ!" ปรายตามองไปรอบๆตัวที่บรรดาสาวใช้ยืนกันอยู่เต็ม แต่ทุกคนกลับทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้เหมือนไม่เห็นอะไรที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้สักนิด ทั้งๆที่จริงๆแล้วความสวีทมันทิ่มแทงเต็มสองลูกกะตา

"ไม่เห็นจะเป็นไรเลย" ยุนโฮยังคงหน้าด้านหน้าทนได้เสมอต้นเสมอปลาย คว้าเอวเล็กมากอดคราวนี้กะจะไม่ทำแค่จูบขมับแต่เป้าหมายเป็นที่อื่น คนสวยรู้ตัวทันเลยรีบเบี่ยงตัวหนี พูดตัดบทก่อนที่คนรับใช้ทั้งบ้านจะได้ดูหนังสดกันตรงนี้

"ไปได้แล้วน่า จะสายแล้วเดี๋ยวคนอื่นรอนาน!" พูดจบก็ก้าวฉับๆปล่อยให้ยุนโฮเป็นผู้ตามเสด็จ ร่างสูงอมยิ้มวิ่งตามไปจนทันคว้าเอวบางมาครอบครองไว้ได้อีกครา กระซิบเสียงเบาใส่ใบหูนุ่มให้ได้ยินกันแค่สองคน

"อย่าคิดว่าจะรอดนะครับแจจุง ผมคิดบัญชีไว้เรียบร้อยแล้ว คุณเป็น 'หนี้' ผมอยู่จูบหนึ่งนะ!" ไม่วายเป่าลมหายใจร้อนใส่หูแจจุงไปด้วย เล่นเอาคนสวยหน้าร้อนผ่าว มันพยายามเหลือเกินนะที่จะเล่นไอ้เกมนี้ให้ได้เนี่ย! "เชิญคิดบัญชีไปคนเดียวเถอะแก๊กรูไม่เล่นโว๊ยยยยยยยยย!!!!!!!"


/////////////////////////////////

 

สายลมเย็นพุ่งปะทะใบหน้าของทั้งสองตลอดทางที่ขับรถไปบนท้องถนน ยุนโฮขับด้วยความเร็วสม่ำเสมอ มือข้างหนึ่งบังคับพวงมาลัย ในขณะที่อีกข้างกุมมือนิ่มของนางฟ้าไว้ไม่ยอมปล่อยราวกับกลัวอีกคนจะหายไปอย่างไรอย่างนั้น

เพียงไม่นานรถก็มาถึงโรงแรมคอนราดที่ใช้เป็นสถานที่จัดงาน ยุนโฮจูงมือแจจุงเข้าไปในห้องบอลรูม แขกเหรื่อยังไม่มาเนื่องจากเขามาถึงก่อนเวลาจริงเกือบสองชั่วโมง แต่กระนั้นบรรดาเพื่อนสนิทที่สัญญาว่าจะมาช่วยงานก็มาถึงกันแล้ว

"ไงไอ้เกลอเอ้อระเหยเผยตัวแล้ว!?" ไม่ต้องบอกก็คงรู้ว่าใครพูด ซองมินเดินมาหาแจจุงเป็นคนแรก กอดเพื่อนแท้คนนี้อย่างรักใคร่ "แล้ววันนี้ที่รอคอยลอยกระทงก็มาถึงซักทีนะแก ยินดีด้วยถ้วยรางวัลขันชะเนาะที่แกมีความสุขซักที ได้แต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝาเป็นหลังคาเป็นหน้าจั่ว มีลูกเล็กเด็กแดงแรงกระทิงเมื่อไหร่ก็บอกฉันด้วยแล้วกัน จะได้ไปช่วยทำคลอด"

"ยังเว้ยยยยย!!!" แจจุงแว้ดลั่น "นี่แค่งานหมั้น ยังไม่ได้แต่งสักหน่อย แกนี่ไม่ต้องเร่งให้ฉันมีลูกขนาดนั้น!" เอามะเหงกเขกกบาลไอ้เพื่อนตัวดีไปหนึ่งที ซองมินคลำหัวป้อยๆ "แล้วนี่คยูฮยอนไม่มาด้วยเหรอ?"

"คงจะมาพร้อมซีวอนตอนงานเริ่มเลย เข้าไปนั่งรอในห้องแต่งตัวก่อนไป เดี๋ยวข้างนอกนี่ซองมินดูแลเอง รับรองว่างานนี้จะต้องออกมาสวยเชิดเริ่ดสะแมนแตนแดนกิมจิอภินิหาร ไว้ใจฉันได้"

"เออ นายเห็นเพื่อนๆคนอื่นของฉันไหม? พวกยูชอนน่ะ?" แจจุงชะเง้อคอมองหา

"อ๋อ ไอ้ที่หน้าเหมือนไก่ไข่ไม่เป็นน่ะเหรอ? นั่งอยู่แถวนู้นมั้ง" ซองมินชี้โบ้ยๆไปอีกทิศอย่างไม่ใส่ใจ


"ไงพวกนาย?" แจจุงเดินไปหาเพื่อนซี้ของเขาที่จับกลุ่มกันอยู่ที่มุมหนึ่งของห้องบอลรูม

"อ้าว ไงโบแจ?" ยูชอนทัก "พร้อมสำหรับงานวันนี้หรือยัง?"

"ไม่เห็นจะมีอะไรนี่" แจจุงยักไหล่ "เดี๋ยวพวกผู้ใหญ่เขาก็จัดการกันเองแหละน่า"

"ไม่น่าเชื่อว่าคู่หมั้นคนเก่าของยุนโฮจะยอม ได้ข่าวว่าได้รับเชิญมางานนี้ด้วยนี่" ชางมินถาม

"อืมมม...ตอนแรกฝั่งนั้นก็ไม่ยอมหรอก ตอนจะถอนหมั้นออกจะโวยวายใหญ่ว่าไปทำลูกเขาเสียหาย ไอ้ท่านประธานบริษัทพานาโซนิคอะไรนั่นขู่จะคว่ำบาตรบริษัทซัมซุงด้วย แต่พอรู้ว่าซัมซุงกับโซนี่จะรวมกิจการกันเท่านั้นแหละ พ่อของสเตฟานี่ก็เปลี่ยนท่าทีทันที ไม่มีเอ่ยเรื่องที่เคยหมั้นกับสเตฟานี่แม้ซักแอะ" แจจุงเล่าให้ฟัง

"อืม...คงกลัวว่าซัมซุงกับโซนี่จะรวมหัวกันคว่ำบาตรพานาโซนิคน่ะสิ" ชางมินว่า

"คงงั้น" คนสวยพยักหน้า

"แล้วบ้านที่แจจุงอยู่ตอนนี้เป็นไงมั่ง?" จุนซูถามบ้าง

"หือ? ก็ไม่ไงหรอก มันออกจะใหญ่เกินไปสำหรับอยู่คนเดียวน่ะสิ ฉันยิ่งไม่เคยอยู่บ้านใหญ่ๆอยู่ด้วย คนรับใช้ก็มีเยอะยิ่งกว่ามดปลวกไม่รู้จะเอาไว้ทำอะไรหนักหนา ส่วนใหญ่ก็ได้แต่ทำความสะอาดบ้าน บ้านใหญ่ขนาดนั้นก็ทำกันหมดวันพอดีนั่นล่ะวันๆเลยไม่ต้องทำอะไรอย่างอื่น แต่คุณพ่อบอกว่าบ้านหลังนี้เอาไว้อยู่แค่ชั่วคราว ท่านกำลังสร้างให้ฉันอีกหลังที่ใหญ่กว่านี้แต่ไม่ยอมบอกว่าอยู่ที่ไหน จะสร้างทำไมก็ไม่เข้าใจ ให้ฉันกลับไปอยู่ที่อพาร์ตเมนท์แบบเดิมก็ดีแล้ว!"

"นายนี่โชคดีแล้วยังจะบ่นอีกนะ! ว่าแต่พ่อแม่นายล่ะ?" ยูชอนถาม

"เดี๋ยวตามมาน่ะ หมายถึงพ่อนะ สำหรับแม่ฉันไม่รู้ว่าพ่อบอกแม่เรื่องงานนี้หรือเปล่า ฉันเองก็ไม่ได้คุยกับท่านนานแล้ว"

"ว่าแต่...นายเล่าให้ฉันฟังนี่ว่าก่อนนายจะเจอคุณทนายจอห์นนี่วันนั้น ซองมินเพื่อนนายพูดอะไรบางอย่างเกี่ยวกับพ่อนาย..." ชางมินถาม

"อ๋อ ก็เรื่องนี้แหละ ซองมินรู้เรื่องเพราะตอนนั้นกลับไปที่บ้านเกิด แล้วมีข่าวว่าคนของพ่อมาตามหาตัวฉันที่บ้านเก่า แต่บ้านหลังนั้นแม่ฉันปล่อยเช่าไปนานแล้ว ที่นู่นเขาก็ลือกันว่าที่พ่อฉันตามหาฉันเพราะจะพากลับไปรับมรดกเนื่องจากเกิดเหตุบางอย่างกับพี่ชายฉัน..." แจจุงเงียบเสียงไป


"แจจุงครับ คุณพ่อคุณแม่ผมมาแล้ว เข้าไปไหว้ท่านหน่อยดีกว่า" ยุนโฮเดินมาหา คนร่างบางพยักหน้า ลุกขึ้นยืน

"พวกนายนั่งเล่นอยู่แถวนี้ก่อนแล้วกัน เดี๋ยวค่อยคุยกันนะ" หันไปบอกเพื่อนๆก่อนจะเดินตามยุนโฮไป


อีกสองชั่วโมงต่อมาบรรดาแขกเหรื่อจึงเริ่มทยอยกันเข้างาน หุ้นส่วนใหญ่บริษัท Sony Corporation มาถึงแล้ว รวมถึงประธานบริษัท Panasonic ด้วย ทั้งสองกำลังคุยอยู่กับพ่อของยุนโฮอย่างออกรส สเตฟานี่ไม่มาถึงแม้จะได้รับเชิญมางานนี้เช่นกัน...แน่ล่ะ เป็นเขาเขาก็คงไม่มาเหมือนกัน...

"แจจุงครับ" คนสวยหันไปตามเสียงเรียก ซีวอนเพิ่งเข้างานมากับคยูฮยอน แจจุงฉีกยิ้มแหยๆ "เป็นไงบ้างครับ? ไม่เจอกันตั้งนาน" ซีวอนทักทาย

"เรื่อยๆ ซีวอนล่ะ?"

"สบายดีครับ ไม่ต้องห่วง"

"คยูฮยอนนนนนนนนน~~~" เสียงซองมินมาก่อนตัว กระต่ายน้อยกระโดดทีเดียวเกาะหมับเป็นปลิงที่ต้นแขนของคยูฮยอน "มาช้าล่าพะยูนคูณกระต่าย หายไปไหนมา!?"

"ชู่ว์ ซองมิน เสียงดังทำไมอายคนอื่นเขาน่า!" คยูฮยอนปรามสุดที่รักที่พูดเจื้อยแจ้ว

"ก็เขาคิดถึงจึงถามหาว่าไปไสใยเพิ่งมานี่นา ทำไมคยูฮยอนต้องว่าด้วย!?" ทำแก้มป่องอย่างงอนๆ จนน้องโจสุดหล่อต้องเริ่มบทง้อ

"โอ๋ๆๆ ผมไม่ได้ว่าอะไรซองมินซะหน่อยนะครับ ไปๆ ไปหาที่นั่งกันดีกว่า คยูฮยอนหิวแล้ว ซองมินหาอะไรให้ผมกินหน่อยสิ เอ๊~หรือจะให้กินซองมินก่อนเลยดี?"

"คยูฮยอนบ้าจ้ามะจ๊ะทิงจากล้วยตานีผีทะเล!" เขินเป็นคำคล้องจองก่อนจะพากันไปนั่งโต๊ะ ทิ้งแจจุงไว้กับซีวอนสองคน

"ยุนโฮไปไหนล่ะครับ?" ซีวอนเอ่ยถามเมื่อมองหาเจ้าบ่าวของงานไม่เจอ

"คงไปคุยกับเพื่อนพ่อเพื่อนแม่มั้ง รายนั้นน่ะเป็นที่รักของบรรดาผู้หลักผู้ใหญ่นักล่ะ" ตอบเบาๆ

"เหรอครับ?" สายตาซีวอนที่มองมาอ่านได้ว่า สบโอกาสการม่อ แต่คำพูดที่ออกมากลับเป็นตรงกันข้าม ดูเหมือนเขาจะยั้งใจตัวเองได้ไม่แจกจ่ายเครื่องครัวเรี่ยราด "เดี๋ยวผมไปนั่งกับคยูฮยอนดีกว่า ไม่รบกวนแจจุงแล้วเพราะคุณต้องรับแขกอีกเยอะนี่นา ยังไงก็...ยินดีด้วยนะครับ..." คนหน้าหล่อส่งยิ้มจริงใจ ."..น่าอิจฉายุนโฮจัง หมอนั่นคงจะเป็นผู้ชายที่โชคดีที่สุดในโลกจริงๆ..."


//////////////////////////////////////////

 

"ขอเชิญคุณจุง โฮจุนกล่าวอะไรหน่อยครับ"

นายจุง โฮจุน เดินขึ้นไปบนยกพื้นท่ามกลางเสียงปรบมือจากผู้คนเต็มห้องบอลรูม MC ส่งไมค์ให้ ชายสูงวัยรับมันไปถือ กระแอมไอ ก่อนจะเริ่มกล่าวสุนทรพจน์ที่เตรียมมา

"สวัสดียามค่ำครับ บรรดาญาติสนิทมิตรสหายทุกท่าน วันนี้แขกมากันเต็มห้องบอลรูมเลย...ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างสูงเลยทีเดียว ทุกท่านคงทราบอยู่แล้วว่าเรามาที่นี่วันนี้กันเพื่ออะไรจากบัตรเชิญที่ได้รับ และเจ้าบ่าวของงานจะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากลูกชายคนสุดท้องของผมเอง...จุง ยุนโฮครับ" ยุนโฮลุกขึ้นโชว์ตัวท่ามกลางเสียงปรบมือแสดงความยินดีและแสงแฟลชจากนักข่าว "ส่วนเจ้าสาวนั้น...ทุกท่านก็คงพอจะทราบกันอยู่แล้วเช่นกัน...ทายาทคนเดียวของคุณคิม ฮิเดอากิ หุ้นส่วนใหญ่ของบริษัท Sony Corporation คิม แจจุงครับ!" แจจุงลุกขึ้นยืนโค้งให้กับบรรดาแขกเหรื่อที่ต่างหันไปซุบซิบกันอย่างตื่นตาตื่นใจ แสงแฟลชกระแทกตาเขาจนคนสวยต้องทำตาหยี น้อยคนนักจะเคยเห็นเขาเพราะแขกส่วนใหญ่เป็นพวกคนในสังคมไฮโซ แน่นอนว่าไม่เคยมีรูปเขาปรากฏอยู่ในหน้าหนังสือพิมพ์ข่าวสังคมมาก่อนแน่ ไม่เหมือนยุนโฮที่ใครต่อใครต่างรู้จักหน้าค่าตากันดีอยู่แล้ว

ไอ้พวกนักข่าวทั้งหลายอยากได้รูปเขาไปลงหน้าหนังสือพิมพ์กันล่ะสิ...แหงล่ะ ก็คนมันสวยนี่! (-*-!)

"ไงยุนโฮ" ชายหนุ่มสองคนเดินเข้ามาหายุนโฮที่โต๊ะ เด็กหนุ่มทำตาโต

"พี่กังตะ พี่เจย์! มายังไงกันนี่!? นึกว่าพี่จะไม่บินกลับมาเสียแล้ว!" ยุนโฮร้องทักด้วยความดีใจ ชายหนุ่มทั้งสองส่งยิ้มให้น้องชายอย่างเอ็นดู

"งานหมั้นน้องชายคนสุดท้องทั้งที พี่จะไม่กลับมาได้ยังไง!? กะจะมาเซอร์ไพรส์เลยนะนี่ ขอโทษด้วยที่มาช้าเพราะเครื่องมันดีเลย์น่ะ แล้วนี่...เจ้าสาวนายเหรอ?" หันไปทางแจจุง

"อ้อครับ นี่คิม แจจุง ส่วนแจจุง นี่พี่ชายสองคนของผม กังตะกับเจย์" แจจุงผงกหัวรับ ชายหนุ่มทั้งสองคนดูแก่กว่ายุนโฮแค่ไม่กี่ปี หน้าตาถึงจะไม่ค่อยมีเค้าเหมือนยุนโฮเท่าไร แต่ก็หล่อเหลาตามแบบฉบับของตัวเอง ผิวพรรณสะอาดสะอ้าน แต่งตัวดูภูมิฐานแบบมีราศีนักเรียนนอกจับรอบตัว

เสียงพ่อของยุนโฮดังมา "...ผมขอให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวมีความสุขมากๆ ถึงแม้จะแค่หมั้นกัน ยังไม่ได้จัดพิธีแต่งงานอย่างเป็นทางการก็ตามที รักกันให้นานๆจนแก่เฒ่า ได้ถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร ครอบครัวเราทั้งสองจะได้อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข...ครับ ผมขอจบการเปิดงานหมั้นเพียงเท่านี้ ผมเข้าใจว่าทุกท่านคงอยากอาหารแล้ว เพราะฉะนั้นก็เริ่มรับประทานกันได้เลยครับ!"

 

สายลมยามหัวค่ำพัดโชยมาจากที่ไกล ปะทะเรือนผมสีดำของร่างบางให้ปลิวไสวไปตามแรง แจจุงในชุดสูทสีสว่างยืนเกาะราวระเบียงหน้ามุขนอกห้องบอลรูมที่ใช้จัดงานหมั้นของเขากับยุนโฮ สายตาทอดมองท้องฟ้าที่ตอนนี้เต็มไปด้วยดวงดาวระยิบระยับมากมาย

“มองอะไรอยู่หือ?” เสียงบุคคลไม่ได้รับเชิญดังขึ้นข้างหลัง คนสวยทำหน้ายู่เมื่อโดนขัดจังหวะอารมณ์สุนทรี หันไปทำหน้าบูดใส่พ่อหมีอ้วนที่สลัดบรรดาผู้หลักผู้ใหญ่ที่รายล้อมอยู่จนหลุดแล้วลอบตามเขาออกมาข้างนอกจนได้

“ไม่ต้องคอยเทคแคร์เหล่าคุณหญิงคุณนายแล้วเหรอนาย?” เขาเปล่าหึงนะ ไม่ได้เป็นคนขี้หึงแม้แต่กับบรรดาป้าแก่ทั้งหลายหรอกน่ะ แต่แค่หมั่นไส้เล็กๆที่สาวๆ(?)เหล่านั้นเอาแต่เกาะยุนโฮแจ ชี้ให้มันชมนกชมไม้กันอยู่นั่น!

“อะไร? ทำเสียงแบบนี้...อย่าบอกนะว่าคุณหึงพวกป้าๆทั้งหลายนั่นน่ะ!?” ยุนโฮร้อง...ก็บอกว่าเปล่าเฟร้ย!!!

“ออกมาทำไมเนี่ย?” คนร่างบางเปลี่ยนเรื่อง

“ก็มาหาคุณไงครับ...ที่รัก” เข้ามาสวมกอดเอวบางจากทางด้านหลังพลางฝังจมูกลงกับเรือนผมนุ่ม แจจุงทำไม่สนใจ ยังคงเงยหน้าดูดาวต่อไป “แจจุงดูดาวอยู่เหรอ?” เงยหน้ามองบ้างเมื่อเห็นอีกฝ่ายเอาแต่สนใจท้องฟ้ากว้างไม่ชายตามองสสารอ้วนที่เกาะติดเป็นปลิงอยู่ข้างหลังเลย

“อือ...คงมองหาควายบนฟ้าอยู่มั้ง” ไม่วายทำปากจัด ยุนโฮขบฟันเพราะชักจะมันเขี้ยว เลยออกแรงกอดแจจุงมากขึ้นแบบที่กะจะให้เจ้าตัวรู้สึกเจ็บ “เฮ้ยยยยย ทำไรเนี่ย!? ชั้นจะกระดูกหักอยู่แล้วนะ!!!” แว้ดลั่นซึ่งมันก็สมควรแว้ด ร่างสูงหัวเราะลั่นอย่างถูกใจ

“คุณสนใจผมแล้ว” ทำหน้าทะเล้นยื่นเข้าไปใกล้แจจุงที่หันหน้ามาถลึงตามองไอ้อ้วนพลังควาย ดวงตาสีนิลที่ฉายแววดุประสานเข้ากับดวงตาอีกคู่ที่มีสีเดียวกันแต่กลับฉายแววระริกอย่างซุกซน “แจจุง...” เรียกเสียงเบา

“ไร?” ถามกลับห้วนๆ

“...เราหมั้นกันแล้วนะ...”

“................” อึ้งไปพัก “...คนเค้ารู้กันทั้งเกาหลีแล้วมั้งป่านนี้ นี่เพิ่งรู้หรือไง?”

คำพูดแก้เขินของแจจุงเล่นเอายุนโฮยิ้มแก้มแทบปริ แล้วยิ่งร่างบางเบนสายตาหลบเขาไปแบบนั้นคนร่างสูงก็ยิ่งได้ใจ ริมฝีปากแสนซุกซนตามมาหอมแก้มใสจนได้ อีกทั้งจมูกคมสันก็ตามซุกไซร้ผิวเนียนไม่ได้หยุด

“โว๊ยยยย เล่นไรตรงนี้เนี่ย!? คนออกจะเยอะเห็นมั้ย!!!??” แจจุงโวยเสียงเบา พยายามยันใบหน้าหล่อๆของอีกคนให้ออกไปจากใบหน้าสวยๆ(?)ของตัวเอง แต่ยุนโฮยังทำลอยหน้าลอยตา

“เค้าอยู่ในห้องบอลรูมกัน ตรงระเบียงนี้ไม่มีใครนี่”

“ห้องบอลรูมมันก็ห่างจากตรงนี้แค่ 5 ก้าวนะแก๊!!! อายเค้ามั้ยถ้ามีใครออกมาเห็นน่ะ!” ยังยันไม่เลิก

“ผมน่ะเหรอจะอาย? ไม่หรอก แต่ถ้าคนเค้าจะแห่ออกมา มันก็เพราะเสียงโวยวายของคุณนั่นแหละ!” ยุนโฮสวน

“ฉันจะเลิกโวยวายก็ต่อเมื่อนายปล่อยฉัน!”

แต่ยุนโฮกลับฉีกยิ้มร่าอย่างมีเลศนัย “จริงเหรอ?...ความจริงมันมีวิธีอื่นที่จะทำให้คุณหุบปากได้นะครับ...ว่าที่ มอ สระเอีย เมีย ของผม”

“ห๊ะ!? อะ...”

แล้วอยู่ๆเสียงของแจจุงก็ขาดหายไปเฉยๆ...

...แต่ไม่บอกหรอกว่าเพราะอะไร อิอิ คิดกันเอาเองสิท่านผู้อ่าน...


ส่วนในห้องบอลรูม...


"ทงเฮครับ แก้วน้ำของทงเฮไปไหนล่ะ?" ชางมินชะเง้อถาม

"นี่ไง? ทำไมเหรอ?" ทงเฮคนน่ารักยื่นให้อย่างซื่อๆ

"ผมจะได้เทใจผมลงไปให้หมดเลยไง" ตอบหน้าตาย

ทงเฮ : (-*-!)ตรูอุตส่าห์หนีไอ้คิบอมมาแล้วนะเฟร้ย! ยังต้องมาเจอเรื่องแบบนี้อีกเหรอ!? โอเค๊! ทงเฮรับด๊ายยยยยยยย!!! (-*-!)

"ยูชอน พอเสร็จงานหมั้นแล้ว แจจุงกับยุนโฮจะแต่งงานกันเหรอ?" จุนซูหันมาถาม

"อืม ก็คงงั้นแหละ แต่ก็น่าจะรอจนกว่าจะเรียนจบละมั้ง" พี่มิกตอบคำถามให้

"โห อีกนานเลยสิ! แล้วเมื่อไหร่ยุนโฮจะท้อง? ฉันอยากอุ้มหลานเร็วๆจัง" สิ้นคำพูดนั้นบุคคลทั้งโต๊ะก็หันขวับมามองโลมาน้อยเป็นตาเดียวเหมือนเห็นตัวประหลาด ยูชอนอายจนแทบอยากจะจับสุดที่รักของเขาเก็บลงกระเป๋ารูดซิปให้เรียบร้อย ท่าทางจุนซูจะยังสับสนทางเพศไม่เลิก สองคนนั่นเป็นผู้ชาย จะมีหลานให้อุ้มได้ยังไง? อีกอย่าง คนที่สมควรจะท้องน่ะ คือแจจุงนะจ๊ะ ไม่ใช่ยุนโฮ! จุนซูเอ๊ยยยยยยยยยยย!!!

 

 

 

 


The End

 


~Talk~ : และแล้ว...มันก็จบลงจนได้ ฟิคยาว 21 ตอนตามแบบฉบับ Dakki ที่แต่งอะไรสั้นๆไม่เป็น ไหนๆ? ใครสบประมาทฉันว่า มันจะจบ 21 ตอนจริงเร้อ? อย่างแกน่ะต้องเกินแน่! เห็นไหมว่าฉันทำให้มันจบได้เฟร้ย!!!

ให้มันเน่ากว่านี้เถอะ!!! =_= -> เรารู้ว่าทุกท่านกำลังคิดอย่างงั้น กร๊ากกกกกกกกกก~~ นั่นสิ ตอนแรกที่แต่งก็ไม่ได้คิดว่ามันจะออกมาเน่าขนาดนี้ คือจริงๆแล้วมันไม่มีพลอตเลยต่างหาก เหอๆ เราแต่งตามน้ำค่ะทุกท่าน -*-!

จะบอกว่าเรื่องนี้มีจุดที่เราแต่งพลาดเยอะมาก ถ้าใครอ่านมันตั้งแต่ต้นจนจบอีกสักรอบจะเห็นทันที เพราะมันเป็นจุดใหญ่เป้ง -*- ดักกิพลาดจริงๆค่ะยอมรับ ตอนนั้นเราคงหลุดไปเพราะยังไม่ได้คิดตอนจบ เรื่องจึงพลิกได้เรื่อยๆตามอารมณ์คนแต่ง แล้วพอเรามาพลิกตอนจบเอาแบบนี้....มันก็เลยมีจุดผิดพลาดให้เห็นว่าเนื้อเรื่องที่เราแต่งมันขัดกันเอง ขอแก้ตัวอีกทีตอนรวมเล่มนะคะ (เพราะเราเบต้ามันนั่นแหละถึงเห็นจังๆ)

และแล้วเยซองก็ไม่ออก เหอๆๆ คิดไม่ออกจริงๆอ่ะว่าจะให้เป็นใคร ส่วนคู่อื่นๆก็ออกน้อยเหลือเกิน ขอยกยอดเป็นตอนพิเศษไปแล้วกันนะคะ

และ สุดท้าย เม้นต์ด้วยนะค๊าพลีส~~~~~~~ตอนสุดท้ายแล้วน๊า ชอบไม่ชอบยังไงบอกกันได้ รักคนอ่านทุกคน ขอบคุณมากๆที่ติดตามอ่านฟิคเราทั้งๆที่มันไร้สาระโคดๆขนาดนี้ และโปรเจคเรื่องใหม่ของเราจะออกเร็วๆนี้ค่ะ ยังคงเป็นดงบัง-> ยุนแจ, มิกเซีย(ไม่ต้องกลัวว่าเราจะหนีไปซีฮัน ยังไม่ไปค่ะ) ยังไงฝากด้วยน๊า~

edit @ 9 Nov 2008 16:11:01 by Dakki