[TVXQ Fic] …The Five Secrets…No.20
posted on 12 Feb 2007 16:47 by dakki in TheFiveSecretsxENDx
Happy Birthday Won-Han ย้อนหลัง!!!! (อีนี่มันขี้เกียจอัพบลอก) มีความสุขด้วยกันมากๆนะ ฮิ้วๆๆ
มาเข้าเรื่องดีก่าเนอะ เราเอาปก The Five Secrets มาอวดค่ะ
คุ้นๆไหม? 555+ มันคือ BG เก่าของเราน่ะเอง (อีนี่เล่นง่ายอะเกน) คือมันคิดไม่ออกง่ะ ตอนแรกกะจะเอาพื้นสีชมพูอิฐ แต่ทำไปทำไมแล้วองค์ประกอบมันดูแปลกแยกต่อกันและกันเหลือเกิน ก็เลยต้องมาจบที่รูปนี้ตอนตีสามเมื่อคืน เรื่องของเรื่องคือเราชอบสีทองๆของกรอบรูปมาก แต่มันไม่เข้ากับพื้นสีชมพูไง เพราะฉะนั้น ด้วยความชอบส่วนตัวของเจ้าของฟิค มันก็เลยต้องออกมาเป็นรูปเน้!!!
ไปอ่านฟิคกันได้แร้ว เรายังไม่เปิดจองนะคะ แต่คงราวๆอาทิตย์หน้าแหละ รายละเอียดจะมาอัพอีกที
TVXQ Fan Fiction
Title: ...The Five Secrets...No.20
By: Dakki
Category: Comedy/Romance
Pairing: Yunho/Jaejoong, Yoochun/Junsu
Rating: PG-13 (This part)
[TVXQ Fic]...The Five Secrets...No.20
"สเตฟานี่!"
สเตฟานี่เดินลงบันไดมาจากชั้นสองด้วยอาการง่วงงุนเพราะสาวใช้ขึ้นมาปลุกถึงเตียงแต่ไก่โห่บอกว่ามีแขกด่วน...ใครกันนะบ้ามาหาแต่เช้า!? แต่เมื่อเห็นคนที่ตะโกนเรียกชื่อหล่อนมาจากห้องรับแขก สาวเจ้าก็ตื่นเต็มตาแล้วร่าเริงขึ้นมาทันที
"ยุนโฮ~!" สเตฟานี่ร้องเรียก ยิ้มร่าวิ่งลงบันไดมาหาคู่หมั้นสุดหล่อของหล่อนทันที "อะไรกันคะนี่? คิดถึงฉันจนถึงกับต้องรีบมาหาแต่เช้าเลยเหรอ? นี่กินอะไรมาหรือยัง? ทานข้าวเช้าก่อนไหม?"
"ไม่ละครับ สเตฟานี่หยุดพูดก่อนได้ไหม?" ยุนโฮยกมือเบรก หน้าตาของเขาดูง่วงงุนและทรุดโทรมเนื่องจากนอนไม่พอมาติดๆกันสองคืน และสาเหตุก็ไม่ใช่อะไร แต่เป็นเพราะเขาไปดักรอแจจุงแล้วแม่ตัวต้นเหตุก็ไม่โผล่มาให้เขาเคลียร์เลยน่ะสิ!
"คะ?" สเตฟานี่เอียงคอถาม
คนร่างสูงถอนหายใจหนักหน่วง เสหน้ามองตู้ไม้แกะสลักโบร่ำโบราณสมัยวิคตอเรียนที่ตั้งอยู่ข้างๆอย่างครุ่นคิดว่าจะเริ่มบทสนทนานี้อย่างไรดี "เรานั่งกันก่อนดีไหม?" แล้วก็เริ่มได้แค่นี้จริงๆ
"เอาสิ ยุนโฮแน่ใจเหรอว่าจะไม่กินอะไรก่อน?" หล่อนเดินไปนั่งบนโซฟาข้างๆ แต่ก็ยังไม่วายถามคู่หมั้นด้วยความเป็นห่วง ยุนโฮนั่งลงบนเก้าอี้ตรงกันข้าม
"ไม่ล่ะ...คุณคงดูออกว่าหน้าตาผมโทรมเหมือนคนไม่ได้นอน?" เงยหน้าสบตากับสเตฟานี่ตรงๆ
สเตฟานี่อ้าปากจะตอบ แต่ยุนโฮก็ชิงพูดขึ้น "คุณคงรู้ว่าผมไปทำอะไรมา?" ถามเหมือนจะคาดคั้น หญิงสาวกลับเม้มริมฝีปากแน่น
"คุณไปดักรอคิม แจจุง หล่อนตอบให้" น้ำเสียงดูขัดเคืองไม่พอใจ "คุณทำแบบนั้นทำไม?"
"เพราะผมรักแจจุง" เหมือนกับยุนโฮรอเวลาที่จะตอบคำถามนี้มานานหนักหนาแล้ว เขาพูดโพล่งขึ้นมาทันทีที่สเตฟานี่ถามจบโดยไม่แม้แต่จะหยุดคิดว่าอีกคนจะรู้สึกอย่างไรกับคำพูดร้ายกาจแบบนี้ สเตฟานี่ทะลึ่งพรวดขึ้นจากเก้าอี้ สีหน้าดูโมโหจัด
"แล้วฉันล่ะ!!!??" หล่อนกรีดเสียง "ยุนโฮ ทำไมคุณพูดจาไร้ความรับผิดชอบแบบนี้!? ฉันเป็นคู่หมั้นของคุณนะ! เรากำลังจะแต่งงานกัน!!!" ใบหน้างดงามของสเตฟานี่บิดเบี้ยวอย่างเหยียดหยาม
"ผมคงไม่รู้จะพูดอะไรได้ดีไปกว่าคำขอโทษ" ชายหนุ่มร่างสูงตอบเสียงเบาอย่างรู้สึกผิดจริงๆ "แต่ผมคิดว่ามาพูดตรงๆกับคุณให้รู้เรื่องกันไปเลยจะดีกว่าปล่อยไว้ให้มันค้างๆคาๆ...ผมขอโทษสเตฟานี่...แต่คนที่ผมรักคือคิม แจจุง"
ยุนโฮอาจจะคิดว่าสเตฟานี่จะต้องกรี๊ดลั่นบ้านหลังจากฟังประโยคนี้จบเหมือนนางร้ายทั่วๆไป แต่ยุนโฮคิดผิด นางร้ายของเรามีสกุลรุนชาติกว่านั้น! สเตฟานี่คว้าแจกันเปอร์เซียมูลค่าหลายล้านวอนที่เป็นโบราณวัตถุก่อนสมัยคริสตกาลที่วางอยู่บนโต๊ะข้างๆได้ ก็ขว้างมันเต็มแรงเข้าใส่ยุนโฮ คนร่างสูงตกใจ ยกมือปัดป้องตัวเองจนปัดมันหล่นแตกดังเพล้ง เศษกระเบื้องแตกกระจาย
"สเตฟานี่!!!" ยุนโฮร้องปราม
"ไอ้คนสารเลว!!!" สาวเจ้าตะโกนด่าอย่างโมโห "คุณคบกับมันมานานแค่ไหนแล้ว!!!??"
"...เดือนสองเดือน"
"แค่นั้นเอง! แล้วมีหน้ามาประกาศว่ารักมัน! แล้วกับฉันล่ะ เรารู้จักกันมานานแค่ไหน!? จะ 3 ปีอยู่แล้วนะ!!!" สเตฟานี่กรีดเสียง
"สเตฟานี่ เวลาไม่ใช่คำตอบ! โตๆกันแล้วน่าจะรู้นะ..."
"3 ปีที่ผ่านมา! คุณไม่เคยแม้แต่จะบอกฉันว่า 'รัก' ซักครั้งเดียว!!!"
ยุนโฮหุบปากเงียบเมื่อสายน้ำแห่งความเสียใจไหลเอ่อลงมาตามร่องแก้มของสาวสวย เขาก้มลงมองพื้น ไร้ซึ่งข้อแก้ตัวใดๆ ถ้าสเตฟานี่ขว้างอะไรมาใส่เขาตอนนี้ เขาก็คงไม่มีปัญญาจะปัดป้องมันเสียด้วยซ้ำ
...ใช่...ตลอดเวลา 3 ปีที่ผ่านมาเขาไม่เคยพูดคำว่า 'รัก' กับผู้หญิงตรงหน้าสักคำเดียว...นั่นก็เพราะ...
"ถ้าไม่ได้รักฉันแล้วทำแบบนี้ทำไม!? ถ้าไม่ได้รักฉันแล้วคุณมาหมั้นกับฉันทำไม!?" สเตฟานี่ถามทั้งน้ำตา
"...มันเป็นความต้องการของพ่อผม..." ยุนโฮตอบเสียงแผ่ว ยังไม่ละสายตาจากพื้นไม้สักที่ปูพรมหนังม้าลายส่งตรงจากทุ่งหญ้าสะวันนา
"ฉันหลงคิดมาตั้งนานว่าคุณรู้สึกแบบเดียวกับฉัน...หลงคิดว่าที่คุณไม่เคยบอกรักเป็นเพราะคุณเป็นคนปากแข็ง เป็นนิสัยส่วนตัว แต่ที่ไหนได้! พอเป็นคิม แจจุง คุณกลับพูดคำนั้นออกมาได้อย่างหน้าตาเฉย! แสดงว่าคำๆนั้นมันไม่เคยมีสำหรับฉันมาแต่แรกแล้วใช่ไหม!?"
ยุนโฮยังคงใบ้กิน
"ใช่ไหมยุนโฮ!!!??" สเตฟานี่คาดคั้น
"...ผมขอโทษ..." ดูจะเป็นประโยคเดียวที่ออกมาจากปากของเขาได้ แต่ถึงกระนั้นมันก็ยังแผ่วเบา
เชิงเทียนคริสตัลแกะสลักเป็นรูปนางไม้ดันโชคร้ายที่ไปตั้งอยู่ใกล้มือสเตฟานี่ มันจึงถูกใช้เป็นอาวุธโจมตีบุคคลไร้ความรับผิดชอบอีกครั้ง คราวนี้ยุนโฮยกมือปัดป้องไม่ทัน จึงถูกมันกระแทกเข้าไปเต็มๆท้องดังอึ้ก!
...จุกแทบอ้วก แต่คนร่างสูงก็รู้ตัวดีว่าไม่มีสิทธิ์ส่งเสียงร้องแม้ซักแอะ
"ออกไปจากบ้านฉัน" สเตฟานี่พูดเสียงเย็น ฟังดูเฉียบขาด นิ้วเรียวชี้ไปทางประตูบ้านอย่างขับไล่ไสส่ง "ฉันไม่อยากเห็นหน้าคุณ"
น้ำตาของสเตฟานี่หายไปแล้ว แต่ยุนโฮก็ไม่รู้ว่าหลังจากเขาออกไปหล่อนจะขึ้นไปร้องไห้อีกหรือเปล่า ชายหนุ่มร่างสูงได้แต่เดินออกไปจากประตูอย่างว่าง่าย สตาร์ทรถมาสเซอราติแล้วขับออกไปสู่ถนนใหญ่ คิดไม่ออกว่าหลังจากนี้จะทำอย่างไรต่อไป...
...เป็นความผิดของเขาเองคนเดียว...ใช่...เขา..จุง ยุนโฮคนนี้ขอยอมรับความผิดทั้งหมด...เขาไม่เคยรักสเตฟานี่...แต่เขาก็ยังหมั้นกับเธอ...
...มันเป็นความต้องการของพ่อของเขาล้วนๆ...และความต้องการของพ่อของสเตฟานี่ด้วย เขาขัดคำสั่งพ่อไม่ได้ และจะว่าไป...ตอนนั้นเขาก็ไม่ได้คิดจะขัดคำสั่งเสียด้วยซ้ำ...
"แกก็ไม่ได้มีแฟนเป็นตัวเป็นตนนี่ หมั้นไปแล้วจะเสียหายอะไร?"
...เป็นคำพูดของพ่อ...
...ใช่ ตอนนั้นเขาไม่ได้มีแฟน ไม่ได้รักใครจริงจัง แต่ละคนที่คบก็คบเพียงชั่วครู่ชั่วยามเดี๋ยวก็เลิก กับสเตฟานี่...เขารู้ว่าหล่อนรู้สึกกับเขายังไง สำหรับเขามันเกือบจะเป็นความรักแล้ว ตอนแรกเขาก็คิดว่ามันใช่...อาจจะไม่แน่ใจนัก แต่หลังจากลองพยายามดูสักพักแล้ว...
...เขาก็รู้ว่ากำลังดันทุรังไปเปล่าๆ...
...จะว่าไปแล้ว ตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยรู้สึกรักใครจริงๆเลย จนกระทั่งได้มาพบกับ...
...คิม แจจุง...
...แม้จะคบกันเพียงแค่ไม่กี่เดือน แต่ความรู้สึกที่เกิดขึ้นนี้เขาไม่เคยเกิดกับใครมาก่อน...แบบนี้...จะพอเรียกว่ารักได้หรือเปล่า?...
...อย่างที่เขาบอกกับสเตฟานี่...เวลาไม่ใช่คำตอบ...
...ไม่รู้เหมือนกันว่าคนที่เจ็บที่สุดในตอนนี้คือใคร...อาจจะเป็นแจจุงที่คิดว่าถูกเขาหลอกมาตลอด...สเตฟานี่ที่เพียงแค่รักเขาหมดหัวใจ...หรืออาจจะเป็นเขาเอง...ที่กำลังจะถูกจับแต่งงานกับคนที่ตัวเองไม่ได้รัก...
...มันไม่ใช่ความผิดของสเตฟานี่...ไม่ใช่ความผิดของแจจุง...แต่เป็นความผิดของเขาเองนั่นแหละ...คนไร้ความรับผิดชอบ ที่มีคู่หมั้นเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้ว แต่ยังจะไปรักคนอื่น...เขาลังเลอยู่นานว่าจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร...วันนั้นสเตฟานี่โผล่มาที่สตูดิโอโดยไม่ทันตั้งตัว เขาทำอะไรไม่ถูก การที่เขาไม่กล้าปฏิเสธหล่อนออกไปตรงๆในบัดนั้น อาจจะเป็นเพราะเขาสงสารหล่อนกระมัง...บอกแล้วว่าสเตฟานี่ไม่ใช่คนผิด ดังนั้นเธอจึงไม่สมควรถูกทำร้าย...
...แต่ถ้าหากปล่อยเรื่องไว้แบบนี้ มันจะไม่ยิ่งเป็นการทำร้ายกันและกันหรอกหรือ?...
...หากเขาจะต้องแต่งงานกับสเตฟานี่จริง การที่กายเขาอยู่กับเธอ แต่ใจเขาอยู่กับคนอื่นแบบนี้...เราทุกคนจะไม่เจ็บปวดมากกว่านี้หรือไร?
...การถอนหมั้นกับเธอ...จึงอาจจะเป็นวิธีเดียว...
//////////////////////////////////////
"ชางมิน หิวข้าวไหม?"
"ไม่ล่ะครับ..."
"อะไรกัน? เมื่อเช้าก็ไม่ได้กินอะไรนี่ ตอนเรียนก็เห็นนั่งเหม่อๆ ไม่ทานอะไรแน่เหรอ?" ทงเฮเอียงคอมองอีกคนอย่างเป็นห่วง ก็ชางมินมีทีท่าซึมกะทือแบบนี้มาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ถามก็ไม่ยอมบอกว่าเป็นอะไร ลองจับตัวดูแล้วก็ไม่ได้เป็นไข้สักหน่อยนี่นา
"ผมไม่ได้เป็นอะไรหรอกครับ ทงเฮไปซื้อข้าวกับพวกจุนซูเถอะ เดี๋ยวผมนั่งรอตรงนี้เอง" ตอบเนือยๆ
"เอางั้นเหรอ?" ทงเฮถามอย่างไม่แน่ใจ แต่เมื่อชางมินพยักหน้าเบาๆ เขาจึงยอมลุกออกไป
ทงเฮซื้ออาหารกลางวันให้ตัวเองแล้วซื้อของกินเล่นมาฝากชางมินที่โต๊ะด้วย ระหว่างเดินกลับไปที่โต๊ะ ทงเฮก็โดนสกัดจุดโดยสุดยอดเด็กเสี่ยวประจำมหาลัย...คิม คีบอม...
"ทงเฮ ซื้ออะไรกินครับ?" ชะโงกหน้ามาถามพลางยิ้มแก้มตุ่ย
"ข้าวหน้าหมูย่างเกาหลี"
"น่าอร่อยจัง แต่ผมว่าผมทำอร่อยกว่า ที่บ้านทงเฮมีน้ำมันกับกระทะไหมครับ? แต่ผมไม่ได้จะเอามาทำหมูเกาหลีให้คุณกินหรอกนะ"
"อ่าว แล้วจะเอาไปทำไรอ้ะ?"
"เอามาทอดสะพานรักให้คุณไง"
...นั่น กรูว่าแล้ว...ทงเฮเหลือบสายตามองไปยังโต๊ะของเขา จุนซูกับยูชอนซื้อของกินเสร็จแล้ว และชางมินก็เห็นแล้วว่าเขากำลังคุยอยู่กับคีบอม แต่พอเขาหันไปมอง ชางมินก็กลับเบือนหน้าไปทางอื่นเสีย...
...ทำไมกัน? ชางมินโกรธเขาเหรอ?...
ทันใดนั้นทงเฮก็พอจะเข้าใจอะไรขึ้นมารางๆ
...ชางมินคงโกรธเขาแน่ๆล่ะ ดูก็รู้ว่าไม่พอใจเอามากๆตั้งแต่คีบอมเข้ามายุ่งกับเขาแล้ว จากตอนแรกที่ชางมินพยายามโต้คีบอมด้วยมุขเสี่ยวของตัวเอง มาตอนนี้ก็ดูจะล้มเลิกความพยายามนั้นไปแล้ว เพราะชางมินเบื่อสถานการณ์นี้ หรือว่ายอมแพ้แล้วจริงๆกันแน่?
คนหน้าหวานถอนหายใจอย่างเหนื่อยใจ เขาเงยหน้ามองคีบอมที่ยืนยิ้มแป้นอยู่ข้างหน้า...คงต้องพูดกันให้รู้เรื่องแล้วสินะ ปล่อยให้ค้างคาไว้แบบนี้ไม่ได้แน่ เขารู้ดีว่าถ้าเขาเป็นชางมินจะรู้สึกอย่างไร...ตัวคีบอมเองก็เหมือนกัน ทั้งสองคนจีบเขา แล้วเขาจะทำตัวหลายใจไม่เลือกใครซักคนแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่?...
"คีบอม..." ทงเฮนั่งลงบนเก้าอี้แถวนั้นพลางวางจานอาหาร กะจะปักหลัก คีบอมประหลาดใจนิดหน่อยก่อนจะนั่งลงตามฝั่งตรงกันข้าม "...เรามาคุยกันให้รู้เรื่องดีกว่าไหม?" ถามเสียงแผ่ว
"เรื่องของเราน่ะเหรอครับ? งั้นคงต้องใช้ภาษาใจคุยแล้วล่ะ ผมถึงจะเข้าใจ" มันยังไม่เลิกครับท่านผู้ชม -*-
"คีบอม..." ทงเฮพยายามทำเสียงเคร่งขรึมหน้าตาเคร่งเครียด "...คือ...ชั้น..." คนหน้าหวานเริ่มต้นไม่ถูก เขาลองชำเลืองมองไปทางทิศที่ชางมินนั่ง คนร่างสูงกลับก้มหน้าก้มตา ไม่มีทีท่าว่าจะสนใจว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ ทงเฮเม้มริมฝีปากแน่นอย่างน้อยใจ "คีบอม...คือ...คนที่ฉันชอบ..." ทงเฮสูดลมหายใจลึก ในขณะที่คีบอมกลั้นใจรอเช่นกัน
"...คือชางมิน..." (เดากันออกอยู่แล้วใช่ม๊า?) ทงเฮไม่กล้าสบสายตาอีกฝ่ายด้วยซ้ำ พูดจบเขาก็เบนหน้าไปมองพื้น คีบอมเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจเสียงดัง
"ว้า...แย่จังนะครับ คุณรู้ไหมทงเฮ? คุณจะทำให้ขยะล้นโลกนะ เพราะหัวใจใช้แล้วของผมที่คุณไม่ต้องการมันแล้วนั้น ไม่สามารถรีไซเคิลได้" ทงเฮทำตาถลน นี่กรูพูดเรื่องซีเรียสอยู่นะ...เรื่องซีเรียส!!! มันยังมีหน้ามาเล่นมุขควายได้อีกเรอะ!!!??
แต่คีบอมกลับไม่ได้ทำหน้าร่าเริงกวนประสาทแบบที่เขาคิดไว้ ถึงจะพูดแบบนั้น แต่คนแก้มป่องก็มีสีหน้าสลดลงอย่างเห็นได้ชัด เขาถอนหายใจหนักหน่วง ดวงตามีเสน่ห์เสมองพื้น...หรือมันจะหมายความอย่างงั้นจริงๆวะ!?
"คุณไม่รักผมเลยใช่ไหม?" คีบอมเอ่ยถามเสียงแผ่ว ทงเฮเริ่มลน เล่นถามกันตรงๆอย่างงี้...
"ฉัน..." ชักว้าวุ่น
"พูดมาตรงๆเถอะครับ เอาให้ความจริงมันกรีดใจผมให้ลึกถึงข้างใน ถ้าคุณไม่รัก...ก็แค่บอกมาว่าคุณไม่รัก ถ้าพรุ่งนี้ผมตายไปก็ไม่ต้องแปลกใจ เพราะชีวิตผมที่เกิดมา มีหน้าที่เพียงแค่มาพบคุณเท่านั้นเอง ในเมื่อคุณไม่รักผมแล้ว ชีวิตของผมก็หมดหน้าที่แล้วล่ะ..."
ฟังแล้วทงเฮขนลุกวาบกลัวว่ามันจะไปกระโดดแม่น้ำฮวงโหตาย เขากลืนน้ำลาย "คีบอม...อย่าคิดสั้นนะ ถึงยังไงเราก็ยังเป็นเพื่อนกันได้...ใช่ไหม?" มีเพื่อนแบบมันก็คงไม่เลว แค่อาจจะรู้สึกว่ายุงมันชุมขึ้นเท่านั้นเอง
"คุณคิดงั้นเหรอ?" คีบอมถามเสียงหงอย "...ถ้าทงเฮตัดสินใจแล้ว ผมก็คงจะเปลี่ยนใจอะไรคุณไม่ได้ ผมจะไม่รั้งคุณไว้หรอก เพราะรักแท้คือการให้ ไม่ใช่การครอบครอง ถึงผมจะมีเพื่อนเยอะแยะแล้วก็เถอะ แต่ถึงทงเฮจะเลือกชางมิน...ก็ขอให้รักของผมเป็นเหมือนดั่งออกซิเจนละกันนะครับ...ในเมื่อคุณไม่ต้องการ ก็ไม่จำเป็นต้องมองเห็นมัน แต่มันก็จะอยู่ตรงนี้เสมอ...
"...รอบๆตัวคุณ..."
/////////////////////////////////
แจจุงออกจากอพาร์ตเมนท์ของซองมินมาตอนบ่ายๆเพราะลืมของไว้ที่ห้อง ไอ้เพื่อนตัวดีก็ยังนอนอืดเมาค้างไม่ยอมตื่น มหาลงมหาลัยไม่ไปเรียน คนหน้าสวยนั่งรถกลับมาเองเพราะเกรงใจซีวอน เขาขึ้นลิฟท์มาถึง แล้วก็ตกใจเมื่อเห็นว่าใครนั่งกอดเข่าอยู่หน้าห้องเขา
ยุนโฮเงยหน้าขึ้นมามองเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า แล้วก็ต้องรีบดีดตัวลุกขึ้นยืนทันทีเพื่อจะยืนยันว่าแจจุงที่เห็นอยู่ตรงหน้า...ไม่ได้เป็นเพียงจินตนาการของเขาเอง
"แจจุง..." เสียงของคนร่างสูงแหบโหยแต่ก็ฟังดูดีใจ...สองวันเชียวนะที่เขามาดักรอแจจุงที่นี่...ในที่สุดก็ได้พบ...หน้าตาของยุนโฮดูอิดโรยเพราะอดหลับอดนอน แก้มตอบ เพียงแค่สองวันที่กระเพาะไม่เรียกร้องอาหารใดๆ แจจุงยังไม่คิดว่ายุนโฮจะดูซูบลงได้ถึงเพียงนี้
"นี่ไม่ไปเรียนหรือไง?" คำถามจากปากนางฟ้าดูไร้เยื่อใยสิ้นดี
"ทีคุณยังไม่ไปเลย" ถึงจะแผ่วเบา แต่ก็ยังมีแววดีใจในน้ำเสียง เช่นเดียวกับในดวงตาคู่นั้น...
"แล้วนี่ยามไม่มาไล่หรือไง? นั่งกอดเข่าเจ่าจุกอยู่หน้าห้องคนอื่นทำตัวอย่างกับขอทาน!" น้ำเสียงเหยียดหยาม สารภาพก็ได้ว่าเขาไม่กล้ามองหน้ายุนโฮตรงๆแม้จะคิดถึงคนตรงหน้าขนาดไหน...เขากลัว...กลัวว่าสายตาที่ยุนโฮมองเขากลับมาจะทำให้เขาหวั่นไหว...
...และก็กลัวว่าแววตาของเขาที่มองออกไป มันจะกลายเป็นหลักฐานมัดตัวเขาว่าเขาใจอ่อนไปแล้วจริงๆ...
"ขอทานคนนี้ติดสินบนยามไปแล้วครับ ไม่งั้นก็คงโดนตะเพิดออกไปเหมือนวันก่อนๆแล้วล่ะ" ยุนโฮตอบ
"เหอะ! พ่อลูกคู่นี้นี่เหมือนกันจังเลยนะ เอะอะก็ใช้เงินฟาดหัวคนอื่น!" แจจุงเยาะอย่างมีอารมณ์ "ถอยไป ฉันจะเข้าห้อง!" ออกปากไล่
"แจจุง เรามาคุยกันดีๆก่อนไม่ได้เหรอ?" คนร่างสูงถามเสียงอ่อน
"ฉันไม่มีเวลา!"
"จะรีบไปไหนกัน? ยังไงคุณก็ไม่ไปเรียนอยู่แล้ว"
"ถ้าฉันรู้ว่านายไม่ไปมหาลัย รู้งี้ฉันไปเรียนดีกว่า เมื่อวานก็โดดทีนึงแล้ว!" พูดประชด
"ก็คุณปิดโทรศัพท์หนีผมเอง แล้วผมจะบอกคุณได้ไงว่าผมไม่ไปล่ะ?" ยุนโฮไม่วายกวน แจจุงโมโห
"ฉันไม่มีอารมณ์เล่นกับนายนะ! จะถอยดีๆหรือเปล่า!?" เริ่มขู่
"ไม่ จนกว่าเราจะคุยกันรู้เรื่อง"
"เราไม่มีอะไรต้องคุยกัน!" แจจุงกรีดเสียง "นายมีคู่หมั้นอยู่แล้ว เป็นลูกสาวคนโตประธานบริษัท Panasonic ซะด้วย แล้วยังต้องการอะไรจากฉันอีก!? ฉันมันไม่คู่ควรกับนายหรอก พ่อนายไม่ได้บอกหรอกเหรอ!?"
"พ่อผมไม่ได้ทำอะไรคุณใช่ไหม?" ยุนโฮถามเสียงอ่อนอย่างเป็นห่วง
"ไม่นี่! นอกจากให้เช็คฉันมาล้านวอน สั่งให้ฉันออกไปจากชีวิตนาย แล้วก็ย้ำนักย้ำหนาว่านายต้องได้กับคนที่คู่ควร! เช็คนั่นน่ะฉันฉีกทิ้งไปแล้วถ้านายอยากรู้ล่ะก็นะ! ทีหลังถ้าจะเอาเงินฟาดหัวฉันอีกก็ขอสักสิบล้านก็แล้วกันถึงจะค่อยคุยกันได้หน่อย แค่นี้มันน้อยไป!"
"พ่อผมไม่ได้ทำอะไรคุณมากกว่านั้นก็ดีแล้ว มาคุยเรื่องของเรากันดีกว่า แจจุงฟังผมอธิบาย..."
"นายมีอะไรต้องอธิบายอีกเหรอ!? เท่าที่ฉันเห็นฉันฟังมามันก็เกินพอแล้ว! ยุนโฮ เราคงต้องจบกันแค่นี้! ขอให้มีความสุขกับคู่หมั้นนายก็แล้วกัน!" แจจุงออกแรงผลักยุนโฮที่ยืนขวางประตูห้องอยู่ให้ถอยไป เสียบกุญแจเตรียมไข ยุนโฮยึดข้อมือบางไว้
"ผมบอกให้ฟังผมก่อนไง! แจจุง ผมไม่ได้รักสเตฟานี่!"
"ปล่อยนะ!!!" คนหน้าสวยสะบัดข้อมือให้หลุดจากการเกาะกุม ยุนโฮยอมปล่อยโดยดีเพราะกลัวจะทำอีกคนเจ็บ "มันไม่มีข้อแก้ตัวสำหรับนายหรอก! ซีวอนเล่าเรื่องให้ฉันฟังหมดแล้ว แล้วฉันก็เห็นรูปในแม็กกาซีนที่นายถ่ายคู่กับสเตฟานี่แล้วด้วย! สายตาท่าทางแบบนั้น...จะแก้ตัวยังไงก็ฟังไม่ขึ้นหรอก!" เสียงสลักประตูถูกปลดดังกริ๊ก ยุนโฮคว้าไหล่คนร่างบาง จับให้หันมาประจันหน้ากันทันที
"ผมไม่ได้รักสเตฟานี่! แจจุงฟังไม่รู้เรื่องเหรอ!? ภาพถ่ายพวกนั้นมันตั้งสองปีมาแล้ว ผมชอบเธอผมยอมรับ แต่มันไม่ใช่รักหรอก ตอนแรกผมก็คิดว่าใช่ แต่หลังจากสำรวจใจตัวเองจริงๆแล้ว ผมก็รู้ว่าไม่ใช่!"
"ฉันไม่คิดว่าคนอย่างนายรักใครเป็นหรอกยุนโฮ!" แจจุงเหยียด
"แต่ผมรักคุณ!"
"งั้นเหรอ? มันไม่ใช่ 'ตอนแรกคิดว่าเป็นรัก แต่พอผ่านไปก็รู้ว่าไม่ใช่' เหมือนกันงั้นเหรอ? พอซักทีเถอะ!!!"
"ผมรู้ใจตัวเองดี ความรู้สึกมันไม่เหมือนกัน!"
"พูดมาได้ไม่อายปากนะ ถ้านายรักฉันนายจะทำร้ายกันอย่างนี้เหรอ!? มีอย่างที่ไหนมีคู่หมั้นอยู่แล้วก็ปิดบังฉันไว้ หลอกให้ฉันตายใจจนกลายเป็นคนโง่เป็นตัวตลก! เมื่อก่อนฉันเคยคิดเหมือนกันว่านายเป็นคนดีและคงรักฉันจริง แต่ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าฉันคิดผิด!!!" แจจุงจิกเล็บเข้าไปที่หลังมือของยุนโฮทั้งสองข้างเต็มแรง คนร่างสูงร้องลั่นพลางปล่อยมือจากไหล่บาง คนหน้าสวยอาศัยจังหวะนั้นเปิดประตูห้อง แทรกตัวเข้าไปแล้วปิดมันเต็มแรงใส่หน้าอีกคน
"แจจุง!!!" ยุนโฮโวยลั่นทุบประตูห้องแบบกะจะให้มันพัง แต่คนร่างบางกลับลงกลอนแน่นหนา ก่อนจะหันหลังพิงประตู เลื่อนกายลงมานั่งกอดเข่าแบบหมดอาลัยอยู่ตรงนั้น
...เขาคงออกไปจากห้องนี้ไม่ได้แน่ ยุนโฮคงยืนยันจะอยู่หน้าห้องจนกว่าจะมีใครยอมตายกันไปข้าง ถ้าเมื่อครู่เขาไม่ดันทุรังเข้ามาในห้องแต่หนีลงลิฟต์ไป ไม่แน่เขาอาจจะสลัดยุนโฮหลุดไปแล้ว...
...แต่พูดก็พูดเถอะ ใจจริงแล้วเขายังอยากอยู่กับยุนโฮต่ออีกนิดแบบนี้...เขารู้ดี...
"แจจุง ผมไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังคุณนะ แค่คิดว่าคุณไม่จำเป็นต้องรู้ เพราะผมไม่ได้คิดอะไรกับเธอจริงๆ!"
" 'คิดว่าฉันไม่จำเป็นต้องรู้' งั้นเหรอ!? นี่นายแกล้งโง่หรือโง่จริงวะ!? เรื่องแบบนี้มีใครบ้างอยากจะมารู้ทีหลัง ก็เท่ากับเป็นควายทั้งนั้นน่ะซี่! แล้วนาย 'ไม่ได้คิดอะไรกับเธอจริงๆ' แต่เธอเป็นถึงคู่หมั้นนายนะ! ถ้านายไม่คิดว่าฉันจำเป็นต้องรู้เรื่องนี้แล้วฉันควรจะรู้เรื่องไหนกันล่ะ!? นายเห็นฉันเป็นตัวอะไรกันแน่ยุนโฮ!?"
"ผมเห็นแจจุงเป็น 'คนรัก' ของผม..." ยุนโฮตอบคำถามนั้นอย่างหนักแน่นชัดถ้อยชัดคำแม้จะเป็นการพูดผ่านประตูที่คั่นกลางระหว่างกัน "...ผมไม่ใช่คนฉลาดนักหรอก...คุณก็รู้ เท่าที่ผมคิดได้...ที่ผมไม่เห็นว่าคุณจำเป็นต้องรู้เรื่องนี้ตรงไหน ก็เพราะผมไม่ได้รักสเตฟานี่...และดังนั้นมันจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นระหว่างเธอกับผมทั้งนั้น...ผมจะถอนหมั้น...ไม่สนหรอกว่าผู้ใหญ่จะคิดยังไง ผมจะไม่ยอมแต่งงานกับสเตฟานี่หรอกถ้าหากใจผมยังเป็นของคุณอยู่อย่างนี้...แจจุง..."
"ฉันคืนให้..." แจจุงตอบกลับมาทันควันจากอีกฝั่งประตู ."..ใจนายน่ะ เอาคืนไปสิ แล้วแต่งงานกับหล่อนเสีย!"
"ผมไม่รับคืน!" ยุนโฮตะโกนกลับ "คุณเอาไปแล้ว ก็ช่วยดูแลมันดีๆหน่อยสิ....อย่าขับไล่ไสส่งกันขนาดนี้ได้ไหม? ใจผมน่ะไม่ได้ให้ใครง่ายๆหรอกนะ..."
"ถ้านายไม่ได้รักสเตฟานี่แล้วไปหมั้นกับเขาทำไม?"
"เพราะพ่อผมกับพ่อของสเตฟานี่ต้องการแบบนั้น..." ยุนโฮถอนหายใจ "...ตอนนั้นผมคบกับสเตฟานี่...ผมชอบเขา และก็คิดว่าเขาอาจจะเป็นคนที่ใช่ก็ได้ เพราะผมไม่เคยรักใครมากๆมาก่อนก็เลยไม่รู้ว่าความรู้สึกรักเป็นยังไง ดังนั้นพอผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายจะจับเราหมั้นกัน ผมก็เลยตกลง..............แต่ผมรู้ตัวช้าไป ผมมาเจอคนที่ผมรักจริงๆเอาเมื่อสายไปเสียแล้ว...เมื่อผมหมั้นกับสเตฟานี่ไปแล้ว..."
"ใคร?" แจจุงเลิกคิ้วถาม
"คุณ" ยุนโฮตอบด้วยคำๆเดียว
"นายมันไร้ความรับผิดชอบ!" แล้วแจจุงก็ด่าเหมือนที่คนอื่นๆด่าเขาไม่มีผิด
"คุณจะพูดอย่างงั้นก็ได้..." คนร่างสูงยอมรับผิด ."..ตอนนั้นผมยังเด็ก...โอเค นี่อาจจะถือเป็นคำแก้ตัวอีกข้อก็ได้ แต่ตอนนั้นผมคิดว่าผมคงรักเธอ...ความคิดแบบเด็กๆนั่นแหละ แต่มาตอนนี้ผมถึงรู้ว่ามันไม่ใช่..."
"นายรู้ได้ไงว่ามันไม่ใช่!?"
"เพราะความรู้สึกที่ผมเคยมีกับคนอื่น มันไม่เหมือนที่ผมมีกับคุณน่ะสิ! ความรู้สึกที่มีแต่ชื่อคุณ หน้าคุณ เรื่องของคุณวนเวียนอยู่ในหัวตั้งแต่วันแรกที่ได้รู้จักแบบนี้...ผมไม่เคยเป็นกับใครมาก่อนแม้แต่กับสเตฟานี่...แล้วจะให้ผมอธิบายเรื่องนี้ว่ายังไง? ตอนนี้ผมรู้ใจตัวเองแล้ว...รู้ตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้เจอคุณ!"
คำพูดที่ยุนโฮเอ่ยออกมา...แม้จะผ่านแผ่นไม้บานใหญ่ แต่ก็หนักแน่นและรู้สึกได้ว่าพูดออกมาจากใจจริง แจจุงสะอึก ไม่อาจคิดคำพูดอะไรมาเถียงอีกคนได้...
......ผมรู้ใจตัวเองแล้ว...รู้ตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้เจอคุณ...
...ให้มันได้อย่างงี้สิ!!!
นางฟ้าถอนหายใจ "...สรุปแล้ว นายจะบอกฉันว่านายไม่ได้รักสเตฟานี่?..."
"ครับ"
"ภาพถ่ายเมื่อสองปีก่อนมันไม่มีความหมายอะไรเป็นพิเศษ นายชอบเธอ แต่ไม่ได้รัก?"
"ใช่"
"แล้วตอนนี้นาย 'คิดว่า' นายรักฉัน เพราะความรู้สึกที่มีกับฉันมันไม่เหมือนที่มีกับคนอื่น?"
"ผมไม่ได้ 'คิดว่า' ผมรักคุณ แต่ผม 'รู้ว่า' ผมรักคุณ!"
"นายพูดประโยคนี้มากับใครกี่คนแล้วล่ะ?" แจจุงถามปิดท้ายเสียงเย็น
คำถามนั้นเล่นเอายุนโฮชะงัก ใช้เวลาสักพักกว่าเลือดร้อนๆจะแล่นปราดขึ้นมารวมกันบนใบหน้าเพราะความโกรธ
"ผมไม่เคยพูดแบบนี้กับใคร!!!" ยุนโฮตะโกนก้อง
"แน่ใจ?" แจจุงยังไม่เลิก
"แน่ใจมาก! แจจุง ทำไมไม่เคยเชื่อใจกันบ้าง!?"
"นายมันเชื่อใจได้หรือไง!!!??" แจจุงกรีดเสียงบ้าง "นายมีเรื่องปิดบังฉันตลอดเวลา ไอ้เกมความลับห้าข้อของนายน่ะ มันก็เป็นแค่เกมแหกตาที่เอามาใช้เป็นข้ออ้างในการปิดบังฉันเท่านั้นใช่ไหม!? เพราะต่อให้มันเป็นเกมความลับสิบข้อ นายก็คงไม่มีวันบอกเรื่องของนายได้หมดหรอก!"
"มันไม่ใช่เกมแหกตา! แจจุง ผมแค่หวังว่าเกมนั้นมันจะช่วยทำให้เรารู้จักกันและกันมากขึ้น..."
"แล้วนายสมหวังหรือเปล่าล่ะ!? เกมบ้านี่มันทำให้ฉันรู้จักนายมากขึ้น ใช่! โดยเฉพาะไอ้ความลับข้อ 4 นี่ยิ่งทำให้ฉันรู้จักนายทะลุปรุโปร่งเลยทีเดียว! มันทำให้ฉันรู้ว่านายมันเป็นคนลวงโลก ยุนโฮ! ตลบตะแลงตอแหลและไว้ใจไม่ได้!!!" แจจุงหยุดพักหายใจ เขาออกแรงตะโกนด่าอีกคนจนเหนื่อยทั้งกายเหนื่อยทั้งใจ "...ฉันไม่รู้ว่านายมีความลับอะไรปิดบังฉันอยู่อีกนะ ซึ่งฉันคิดว่ามันอาจจะมีอีกมาก แต่ฉันจะขอถามนายเป็นข้อสุดท้ายก็แล้วกัน...จะได้จบไอ้เกมบ้าๆนี่ไปเสียที...ยุนโฮ..." นางฟ้าหยุดสูดหายใจอีกครู่ "...ตลอดเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน...ความสุขทุกอย่างที่เรามีร่วมกันน่ะ...มันเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า?"
"...แจจุง..." ยุนโฮตอบคำถามนั้นช้าๆ ชัดถ้อยชัดคำ "...ผมอาจจะเป็นคนมีความลับมากมายอย่างที่คุณว่า อาจจะมีบางเรื่องที่ปิดบังเอาไว้...แต่ก็ยังยืนยันว่ามันไม่ได้เป็นเจตนาร้าย บางเรื่องคุณมารู้ทีหลังแล้วอาจจะผิดหวังในตัวผมอย่างเรื่องนี้ แต่บางเรื่องมันก็เป็นแค่เรื่องตลกไม่ใช่เหรอ? ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไหนก็ตาม ทุกอย่างที่ผมพูด...ทุกอย่างที่ผมทำนั้นเป็นความจริง ไม่มีคำลวงหรือการเสแสร้งใดๆแม้แต่น้อย แจจุง ผม-ไม่-เคย-โก-หก-คุณ แม้แต่คำเดียว...คนหน้าด้านขวานผ่าซากอย่างผมมันโกหกใครเป็นที่ไหน...เมื่อใดที่ผมมีความสุข ก็แปลว่าผมมีความสุขจริงๆ และเมื่อใดที่ผมพูดว่า ผมรักคุณ...ผมก็หมายความตามนั้นจริงๆ..."
...เงียบ...
หลังจากพูดจบประโยค ยุนโฮก็เอาแต่นั่งเงียบ แผ่นหลังกว้างพิงประตูไม้บานหนา แหงนเงยหน้ามองเพดานทางเดินอย่างครุ่นคิด แจจุงเงียบไปพักใหญ่ ก่อนจะเอ่ยขึ้นเบาๆ
"แล้วจะให้ฉันทำยังไง?" เสียงนั้นสั่นเครือพิกล ยุนโฮเลิกคิ้ว
"แจจุง คุณร้องไห้เหรอ?" ประหลาดใจ
"เปล่า!" คนหน้าสวยรีบปฏิเสธ แต่ถึงจะพูดอย่างนั้นยุนโฮก็ยังได้ยินเสียงเหมือนคนสูดจมูกดังฟืดฟาด
"แจจุง เปิดประตูเถอะ!" คนร่างสูงรบเร้า
"ไม่!" แจจุงยังคงปฏิเสธเสียงแข็งทันควัน
"งั้นร้องไห้ทำไม!?"
"ฉันเปล่าร้อง! พูดไม่รู้เรื่องเหรอ!?" แว้ดลั่น
"เอาเหอะ คุณยังไม่ยอมเปิดตอนนี้ก็ไม่เป็นไร ผมนั่งรออยู่ที่นี่ได้ตลอดชีวิตเลยอ่ะ จะเปิดเมื่อไหร่ก็บอกก็แล้วกัน"
แจจุงเงียบไปอีกครู่ใหญ่ ก่อนเอ่ยถาม "แล้วนายจะทำยังไง?"
"ทำอะไรยังไง?"
"เรื่องหมั้น..."
"ผมจะถอนหมั้น" ประกาศหนักแน่น
"แล้วพ่อนายล่ะ?"
คนร่างสูงถอนหายใจ คงกำลังคิดหนักเหมือนกัน" ผมไม่ทราบ อาจจะให้คุณแม่ช่วยคุยให้ แต่ตอนนี้ท่านไปช้อปปิ้งที่ปารีสกับเพื่อน แม่ไม่ชอบสเตฟานี่ก็เลยเชียร์คุณออกนอกหน้าไง ให้แม่คุยให้อาจจะพอได้เพราะคุณพ่อกลัวคุณแม่อยู่เหมือนกัน"
"จริงเหรอ?" แจจุงถามงงๆ ติดจะขำว่าหุ้นส่วนใหญ่บริษัท Samsung คนนี้มีจุดอ่อนตรงที่เป็นโรคกลัวเมียเหมือนกันหรือนี่?
"อื้มมม...แต่ฝั่งบ้านของสเตฟานี่จะว่าอย่างไรบ้างก็ไม่รู้ งานหมั้นประกาศออกไปตั้งครึกโครมเมื่อสองปีก่อน เชิญคนมาทั้งสังคมไฮโซ อยู่ดีๆตอนนี้จะมายกเลิก คงกลายเป็นข่าวซุบซิบใหญ่โตแน่ ฝ่ายหญิงเขาเสียหาย และที่สำคัญพวกบ้านนั้นคงจะไม่ไว้หน้าผมอีกต่อไป..." คนร่างสูงถอนหายใจอีกครั้ง "...แต่ผมคุยกับสเตฟานี่แล้ว..."
"ห๊ะ!?" คราวนี้แจจุงตกใจ
"เมื่อเช้าผมไปคุยกับสเตฟานี่มา..."
"เรื่อง...?"
"ผมบอกเขาว่าผมรักแจจุง"
นางฟ้าอึ้ง "แล้ว...เขาว่าไง?"
"โกรธผมเป็นฟืนเป็นไฟเลยล่ะ ก่อนจะไล่ผมออกจากบ้าน ลองว่าผมไปพูดแบบนั้นแล้วเขาเองก็คงเกลียดผมแน่ คงอยากจะถอนหมั้นอยู่เหมือนกัน...แต่ก็ไม่รู้สิ..."
แจจุงไม่ได้พูดอะไรต่อ
"แจจุง..."
"หืม?"
"เมื่อกี๊คุณใช่โควต้าความลับข้อสุดท้ายกับผมไปแล้ว แต่ของคุณยังเหลืออีกตั้งสองข้อ งั้น...ขอผมถามคุณบ้างได้ไหม?"
"ว่าไงล่ะ?"
"คุณรักผมหรือเปล่า?"
ถามประโยคนั้นจบ ยุนโฮก็แทบจะนั่งรอคำตอบไม่ได้ หัวใจของเขาเต้นระรัวอย่างลุ้นระทึกจนกลัวว่าเสียงจะดังจนทะลุแผ่นไม้หนาไปให้อีกฝ่ายได้ยิน คนร่างสูงหายใจได้ไม่ทั่วท้องและรู้สึกว่าเครื่องในของตัวเองกำลังปั่นป่วนแปลกๆ เขาไม่คิดว่าจะได้ยินแจจุงตอบว่า 'รัก' หรอก แต่ก็หวังว่าจะได้ยินอะไรที่มีความหมายว่าอย่างนั้น เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา มีแต่เขาคนเดียวที่เป็นฝ่ายพร่ำบอกความรู้สึกของตัวเองกับอีกฝ่าย...
...แต่เขาไม่เคยรู้เลยว่าแจจุงคิดอย่างไร...
...ที่แน่ๆ แจจุงไม่ได้เกลียดเขาหรอก แต่สิ่งที่แจจุงรู้สึกกับเขา...มันคือความรู้สึกที่เรียกว่า 'รัก' หรือเปล่า?...
...คุณรู้สึกเหมือนผมหรือเปล่า แจจุง?...
"ไอ้บ้า..." เสียงแผ่วๆของคนร่างบางลอยลอดออกมาจากข้างใน ยุนโฮแทบจะหยุดหายใจเมื่อได้ยินประโยคที่คนสวยพูดต่อไป "...ถ้าไม่รัก...นายคิดว่าฉันจะร้องไห้ทำซากอะไร!?"
เหมือนความลิงโลดทั้งมวลในโลกพุ่งเขามาสู่หัวใจของเขา ยุนโฮแทบจะกระโดดขึ้นยืนเพราะทนนั่งดีใจอยู่ตรงนั้นคนเดียวไม่ได้ ใจเขามันร่ำๆอยากจะพุ่งเข้าไปคว้าร่างบางมากอดให้หายคิดถึงที่ไม่ได้กอดมาหลายวัน...อยากจะกอดถ่ายทอดความรู้สึกรักที่มันเปี่ยมล้นหัวใจไปให้อีกคนรับรู้ และก็อยากจะซึมซับความรู้สึกรักที่อีกคนมีให้กับเขาให้มันอิ่มเอมหัวใจเช่นเดียวกัน
"แจจุง เปิดประตูหน่อยสิ..." ยุนโฮเริ่มอ้อนเมื่อนางฟ้าไม่มีทีท่าว่าจะเชื้อเชิญเขาเข้าไปในห้องเลย
"ไม่!" แล้วคำตอบของแจจุง ก็ยังคงเป็นการปฏิเสธเสียงแข็ง พ่อหมีทำหน้ายู่
"ต้องทำไงถึงจะเปิดล่ะครับ?"
แจจุงเงียบอีกครั้ง
"ฉันไม่ให้นายเข้ามา!" เสียงที่ตอบกลับมาฟังดูอู้อี้ ได้ยินเหมือนเสียงคนสูดน้ำมูกอีกครั้ง ยุนโฮอมยิ้ม
"ไหนตอนแรกบอกไม่ได้ร้องไห้ไงครับ?"
"หุบปากน่า!!!"
////////////////////////////////////////
ยุนโฮได้เข้ามาในห้องของแจจุงในที่สุด หลังจากทะเลาะกันมาเป็นชั่วโมงที่หน้าประตูห้องและปรับความเข้าใจกันไปเรียบร้อย กอดรัดฟัดเหวี่ยงอยู่บนเตียงกันนิดหน่อยพอให้หายคิดถึง ยุนโฮก็บ่นว่าหิว นางฟ้าจึงขอตัวไปอาบน้ำก่อนโดยสัญญาว่าเสร็จแล้วจะทำอาหารมื้อแรกของวันให้
เสียงออดหน้าประตูห้องดังขึ้น ยุนโฮจึงต้องมีหน้าที่ไปเปิดเพราะเจ้าของห้องอยู่ในห้องน้ำ
“สวัสดีครับ” ยุนโฮเปิดประตูให้พลางเอ่ยทักผู้มาเยือน ชายที่ยืนอยู่หน้าห้องเป็นชายวัยกลางคนอายุราว 50 ผมสีดำแซมเทาทั้งศีรษะ ใส่สูทสีดำสนิทผูกไทเรียบร้อย ในมือถือแฟ้มเอกสารสีดำดูภูมิฐาน ยุนโฮเลิกคิ้ว ไอ้นี่มันมาเคาะผิดห้องหรือเปล่า!?
“คิม แจจุง?” ชายวัยกลางคนเอ่ยถามคนที่มาเปิดประตู ยุนโฮส่ายหัวดิก
“แจจุงอยู่ในห้องน้ำครับ ว่าแต่คุณมีธุระอะไร?” ถามงงๆ
“ผมต้องคุยกับคุณคิม แจจุง” อีกฝ่ายยืนยัน
“เอ้อ จะเข้ามาข้างในก่อนก็ได้ แต่คงต้องรอสักพักนะครับ เพราะแจจุงอาบน้ำอยู่”
ยุนโฮพาชายปริศนาคนนั้นมานั่งที่โซฟาขณะพินิจพิจารณาอีกฝ่ายไปด้วย จะว่าเป็นคนของพ่อเขาก็คงไม่ใช่ เพราะพ่อคงไม่คิดจะส่งใครมาหาแจจุงที่ห้องนอกจากพวกลูกกระจ๊อกที่ทำตัวเหมือนอันธพาลข้างถนน แต่คนๆนี้เป็นถึงผู้หลักผู้ใหญ่ ดูดีมีการศึกษา จุดประสงค์ที่มาคงจะเป็นการต่อรองมากกว่าจะมาข่มขู่ ซึ่งนั่นไม่ใช่วิธีที่พ่อเขาจะปฏิบัติต่อแจจุงแน่...
...หรือจะเป็นคนของสเตฟานี่? ก็ไม่น่าใช่อีกนั่นแหละ ชายวัยกลางคนตรงหน้าเขานี่ทำท่าว่ามาดีมากกว่าจะมีเจตนาร้าย พอนั่งลงบนโซฟารับแขกได้ปุ๊บ เขาก็เปิดแฟ้มแล้วเริ่มต้นรื้อเอกสารที่มองจากตราประทับมากมายแล้ว ยุนโฮจึงตระหนักได้ว่ามันต้องเป็นเอกสารสำคัญแน่ๆ
“เอ้อ...ผมจะไปเอาน้ำมาให้นะครับ” เหมือนจะเพิ่งคำนึงถึงการเป็นเจ้าบ้านที่ดีได้ ยุนโฮจึงเดินไปรินน้ำมาเสิร์ฟอีกฝ่าย เขากลับมาแล้วก็พบชายคนนั้นยังคงนั่งรื้อเอกสารที่ตอนนี้เริ่มกระจุยเต็มโต๊ะรับรองอยู่เช่นเดิม อยากเอ่ยถามใจจะขาดว่านี่มันเรื่องอะไรกันแน่ แต่ก็กลัวโดนหาว่าเสือกไม่เข้าเรื่องน่ะสิ! (ถูกต้องเลยยุนโฮ)
เสียงประตูห้องน้ำเปิดดังกริ๊ก แจจุงเดินออกมาพร้อมกับเช็ดเส้นผมที่เปียกปอนด้วยผ้าขนหนูผืนเล็ก เขาชะงักเท้าทันทีเมื่อเห็นใครบางคนกำลังนั่งอยู่ในห้องกับยุนโฮ
“แจจุง มีแขกมาหาแน่ะ” ยุนโฮบอกคนรัก ซึ่งไม่จำเป็นต้องบอกแจจุงก็ย่อมเห็นเต็มสองลูกกะตาอยู่แล้ว
“คิม แจจุง?” ชายคนนั้นเอ่ยถาม
“ครับ?” คนหน้าสวยมองอีกฝ่ายอย่างไม่แน่ใจ แต่ก็ค่อยๆเดินมานั่งลงบนโซฟาข้างๆยุนโฮ ชายอีกคนแนะนำตัว
“ผม...จอห์นนี่ ฮิตากาว่า เป็นทนายความประจำตัวคุณพ่อของคุณ ยินดีที่ได้รู้จักครับ”
แจจุงตกตะลึง
“นี่หมายความว่า...?” คำพูดของซองมินเมื่อคืนลอยมาเข้าหู
… ‘นายรู้เรื่องพ่อของนายหรือเปล่า? ฉันหมายถึง...พ่อแท้ๆของนายน่ะ’...
“พี่ชายคนละแม่ของคุณ...คิม เรียวอุค เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อสองอาทิตย์ก่อน นี่เป็นใบมรณบัตร” ไม่รอให้แจจุงหายตกใจเสียด้วยซ้ำ คุณจอห์นนี่ยื่นกระดาษแข็งสีขาวรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้ามาวางตรงหน้ายุนโฮและแจจุง นางฟ้าตกตะลึงขณะจ้องมองกระดาษแผ่นนั้นอย่างไม่เชื่อสายตา...มันเป็นเอกสารของทางการ จ่าหัวว่า ‘ใบมรณบัตร’ และตรงชื่อบุคคล มันถูกเขียนว่า คิม เรียวอุค...
...อ่านให้ตายยังไง มันก็เป็นชื่อของพี่ชายคนละแม่ของเขา...
...เรียวอุคตายแล้ว...
...ถึงจะไม่ค่อยได้เจอหน้ากันตั้งแต่เด็กๆ แต่แจจุงก็ยังจำเค้าหน้าของพี่ชายคนเดียวของเขาได้...แม้ทุกๆครั้งที่เจอกัน ทั้งแม่ของเรียวอุคและแม่ของแจจุงจะรีบดึงทั้งคู่ให้ออกห่างจากกันไปคนละทางเพราะผู้เป็นแม่เองไม่อาจทนมองหน้ากันและกันได้ แต่เขาก็จำได้ว่าในทุกๆครั้ง เรียวอุคจะเหลียวหลังมองตามเขาอย่างสนใจจนถูกแม่ตัวเองดุทุกทีไป...
...แม้จะไม่เคยคุยกันซักคำ แต่แจจุงก็รู้สึกโหวงเหวงแปลกๆเมื่อมารู้เอาว่าพี่ชายคนเดียวของเขาเสียชีวิตไปแล้วเมื่อสองอาทิตย์ก่อนแบบนี้...
..เขารู้ตัวว่าเขาคงไม่มีสิทธิ์แม้จะไปงานศพของอีกฝ่ายด้วยซ้ำ...คงโดนตะเพิดออกมาก่อนจะได้เข้างานแน่โดยข้อหาว่าจะมาเยาะเย้ย แต่ถึงกระนั้น เขาก็ยังรู้สึกผิดหวังลึกๆอยู่ดี...
“และนี่คือพินัยกรรมของพ่อคุณ...” ทนายความยื่นเอกสารอีกปึกใหญ่มาวางตรงหน้ายุนโฮและแจจุง “...แม้พ่อคุณยังไม่เสียชีวิต แต่ในพินัยกรรมนี้ก็ระบุว่าหุ้นส่วนในบริษัทที่พ่อของคุณถืออยู่ทั้งหมดจะถูกยกให้ คิม เรียวอุค เมื่อท่านเสียชีวิต แต่ในกรณีที่คุณเรียวอุคไม่สามารถมารับมรดกตามพินัยกรรมได้ นั่นก็คือหายสาบสูญหรือเสียชีวิตไปก่อนหน้านี้ บุคคลที่จะได้รับมรดกนี้แทนคือ...คุณ...” คุณจอห์นนี่ชี้ไปที่บรรทัดหนึ่งที่มีเนื้อความเกี่ยวกับเรื่องนี้ “...คิม แจจุง...”
แจจุงตกตะลึง
แต่ยุนโฮยังข้องใจ
“มรดกอะไร?” เขาเลิกคิ้วถาม
ทนายความผู้นั้นยืดตัวตรง เอ่ยตอบคำถามอย่างชัดถ้อยชัดคำ
“หุ้นส่วนทั้งหมดของบริษัท Sony Corporation!”
“หาอะไรนะ!!!!!!!!??????”
To Be Continued
~Talk~ : จะนําเน่าแล้วก็นําเน่าให้ถึงที่สุด กร๊ากกกกกกกกกกกกกก งานนี้ขอยืมตัวคุณจอห์นนี่จูเนียร์มาหน่อยนะคะงานนี้ 555+ ก็คิดไม่ออกว่าจะใช้ใครดีอ่ะ ส่วนเรียวอุคออกมาก็ตายเลย =___= เหอๆ ขอโทษน้าเรียวอุค เราพยายามจะให้ SJ ออกครบทุกคน รู้สึกตอนนี้จะเหลือเยซองคนเดียวใช่ไหม? ให้เป็นใครดีล่ะ?
ยังไงก็เม้นต์กันด้วยนะค๊า รักคนอ่านทุกคนที่ติดตามฟิคเรามาตลอด เป็นกำลังใจได้ทุกคนเลยค่า^^
edit @ 9 Nov 2008 16:13:07 by Dakki